ก้าวสู่ EP.5 แล้วครับ
เนื้อหาในบทความนี้มาจากคลิป 👉🏼 ตอนที่ 5 ศาสนาอิสลามห้ามการตั้งภาคี : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ
🎙️ บรรยายโดย อาจารย์อามีน ลอนา
เงื่อนไขการเข้ารับอิสลามในข้อที่ 1 เราได้อธิบายกันครบแล้วจาก 4 ตอนที่ผ่านมา
(ใครยังไม่ได้อ่าน EP ก่อนหน้า ตามไปอ่านกันก่อนที่ลิสต์ท้ายบทความครับ 👇🏼)
เราจะมาอธิบายกันต่อในเงื่อนไขข้อที่ 2 นั่นคือ จะต้องไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น สำคัญมากครับ
มุสลิมหลายคนกลับไม่เข้าใจเรื่องนี้ ไม่รู้ว่านิยามการตั้งภาคีมีอะไรบ้าง การเชื่อว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้าองค์เดียวยังไม่พอ หากยังกราบไหว้สิ่งอื่นควบคู่ไปด้วย ไม่ถือเป็นมุสลิม
เป้าหมายหลักของการส่งบรรดานบี (ศาสนทูต) มา จึงเป็นการสอนมนุษย์ให้ละทิ้งการกราบไหว้สิ่งอื่น รวมถึงการแสวงหาสื่อกลางระหว่างเรากับอัลลอฮฺด้วย
เราจะมาไล่เรียงกันครับว่า การตั้งภาคี มีประเด็นอะไรบ้าง เริ่มกันเลยครับ
นิยามและความร้ายแรงของการตั้งภาคี (ชิริก)
คำว่า ภาคี ตามหลักภาษา หมายถึง การให้มีหุ้นส่วนมากกว่า 1
เมื่อนำมาใช้ตามหลักศาสนา การตั้งภาคี (شِرْك) หมายถึง การให้มีหุ้นส่วนมากกว่า 1 ในเรื่องการเคารพกราบไหว้ หรือเข้าใจง่ายๆคือ เชื่ออัลลอฮฺ แต่ก็กราบไหว้สิ่งอื่นด้วย
กราบไหว้อัลลอฮฺ แต่ก็กราบไหว้ต้นไม้ กราบไหว้ซาตานไปด้วย แม้จะบอกว่าพระเจ้าสูงสุด แม้จะบอกว่าทั้งหมดเป็นสื่อกลาง แม้ว่าตัวเองไม่เรียกว่ากราบไหว้ แต่ศาสนานับว่าเป็นการกราบไหว้อื่นจากพระเจ้า ถือว่าเข้าข่ายการตั้งภาคีทั้งสิ้น
มุสลิมหลายคนไปเข้าใจว่า การตั้งภาคี คือการประกาศออกมาตรงๆว่า "จะกราบไหว้พระเจ้าสององค์" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะมีอีกหลายประเภทมากที่เข้าข่ายการตั้งภาคี
ยกตัวอย่าง : การผิดประเวณี หมายถึงการที่ผู้ชายสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศหญิง หากดูแค่เจตนา คนจะอ้างได้ว่าที่ทำไปเพราะมีเจตนาเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่ได้มีเจตนาจะชู้สาวนะ ศาสนาจึงไม่ดูเจตนา เพราะการกระทำมันเข้าข่ายผิดประเวณีแล้ว
สิ่งเสพติดต่างๆ ถ้ากินแล้วเมา = อิสลามห้าม แม้ว่ามันไม่ใช่เหล้า ไวน์ เบียร์ เป้าหมายการห้ามคือพิจารณาว่าทำให้เมา ไม่ว่าจะมาเป็นผง ควัน ใบ ถ้ามันส่งผลให้เมา ถือว่าห้ามหมด ต่อให้ดึงดันว่าไม่มีเจตนาก็ตาม
เพราะฉะนั้น การตั้งภาคีเกิดจากการกระทำเพียงอย่างเดียวก็ได้ เช่น อยู่ๆก้มลงไปกราบต้นไม้ แม้ว่าในใจจะไม่ได้เชื่อว่าต้นไม้เป็นพระเจ้า ถือว่าเขาได้ทำการตั้งภาคีแล้ว (คนที่จะไม่โดนโทษนี้ยกเว้นกลุ่มเดียวคือคนบ้า ทำโดยไม่มีสติ)
"ความเชื่อที่ถือว่ามีพระเจ้าองค์เดียวจะเกิดผลเมื่อละทิ้งทุกๆคำพูดและการกระทำที่สื่อถึงการกราบไหว้อื่นนอกจากพระเจ้า"
และที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้คือ การตั้งภาคีต่อพระเจ้า เป็นบาปที่ใหญ่ที่สุดในอิสลาม 🔴
บาปใหญ่ยิ่งกว่าการฆ่ามนุษย์ด้วยครับ หากเกิดมาไม่เคยฆ่าใคร แต่การตั้งภาคีต่อพระเจ้าก็ไม่เคยหมด คนแบบนี้ถือว่าเป็นบ่าวที่ชั่วร้ายและเนรคุณ กบฎ ทรยศต่อพระเจ้าอย่างร้ายแรง
หัวใจหลักของการรับอิสลามคือข้อที่ 2 นี้ ห้ามพลาดเลยครับ ถ้าพลาดเท่ากับตกศาสนาทันที คำปฏิญาณที่กล่าวไป "ข้าพเจ้าขอปฏิญาณตนว่าไม่มีผู้ที่ถูกเคารพสักการะอื่นใดที่แท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ" หากปฏิญาณแล้วแต่ยังตั้งภาคี = คำปฏิญาณเป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้ ❌
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ โองการที่ 116 ว่า :
إِنَّ ٱللَّهَ لَا يَغْفِرُ أَن يُشْرَكَ بِهِۦ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَٰلِكَ لِمَن يَشَآءُ ۚ وَمَن يُشْرِكْ بِٱللَّهِ فَقَدْ ضَلَّ ضَلَـٰلًۢا بَعِيدًا
"แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้เป็นภาคีกับพระองค์ แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้ซึ่งสิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอน เขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่างไกล"
สาระที่ได้จากโองการนี้ :
การตั้งภาคีถูกแบ่งเป็น 2 สภาพ
หากตั้งภาคีด้วยความไม่รู้ ก่อนตายสำนึกผิด อัลลอฮฺยังให้อภัย
โองการนี้อัลลอฮฺไม่อภัยให้การตั้งภาคีทุกชนิด ถ้าเสียชีวิตโดยไม่ทิ้งการตั้งภาคีแบบ 100% และไม่มีผู้ไปตักเตือน โลกหน้าเขาจะไม่ได้รับการอภัยโทษอย่างแน่นอน
ดื่มเหล้ายังไม่บาปเท่ากับการตั้งภาคี ถ้าติดเหล้าจนตายแล้วไม่สำนึกผิด ยังอยู่ภายใต้พระประสงค์ของอัลลอฮฺ ได้รับการอภัยโทษหากพระองค์ประสงค์ หรือจะลงโทษ ก็อยู่ที่พระองค์ประสงค์เช่นกัน
การตั้งภาคีจึงต่างจากบาปอื่นมากๆ เป็นบาปที่ร้ายแรงจริงๆ (ขอให้ทุกคนออกห่างและปลอดภัยจากการตั้งภาคีครับ) 🤲🏼
ความหมายที่กว้างขวางของการสักการะ (อิบาดะฮ์)
เรื่องต่อมาที่เราต้องรู้คือ นิยามของคำว่า สักการะ
ในไทยหลายคนได้ยินคำนี้บ่อย อาจนึกถึง การก้มกราบ จุดธูป บนบานศาลกล่าว
แต่ความหมายในอิสลามไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้ มาดูกันครับว่ากรณีใดเข้าข่ายการสักการะกราบไหว้ (อิบาดะฮฺ) ในนิยามของอิสลามบ้าง
การขอความช่วยเหลือจากวิญญาณผู้ตาย
การติดต่อกับสิ่งลี้ลับเพื่อขอความช่วยเหลือ เช่น เล่นผีถ้วยแก้ว
การกลัวอำนาจเหนือธรรมชาติ กลัวเจ้าที่ กลัวมีอันเป็นไป ไม่กล้าลบหลู่ เข้าข่ายการมอบความกลัวสูงสุดให้สิ่งอื่น ความกลัวระดับนี้ต้องให้อัลลอฮฺเท่านั้น หากกลัวเล็กน้อย มีอาการหลอน กลัวแค่นี้ไม่เป็นไร ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺได้ แต่จะอันตรายถ้ากลัวมากเกินไป
การรักขั้นสูงสุดสงวนให้อัลลอฮฺเท่านั้น ห้ามรักสิ่งอื่นเหนือกว่าอัลลอฮฺ แต่ถ้าเป็นรักแบบปกติทั่วไปไม่เป็นไร เช่น สามีรักภรรยา พ่อรักลูก
การฝากความหวังไว้กับวัตถุ เครื่องรางของขลัง เช่น เชื่อว่าแขวนตะกรุดแล้ว ช่วยกันกระสุนยิงไม่เข้า แม้จะบอกว่าพระเจ้ามีองค์เดียวก็ตาม เข้าข่ายการตั้งภาคี
การเชื่อในโหราศาสตร์ ทำนายทายทัก เช่น ราศีนี้เป็นแบบนั้นแบบนี้ ถ้าเราอ่านแล้วเชื่อจริงๆ เข้าข่ายการตั้งภาคี ตกศาสนา
จะแต่งงานแล้วดูฤกษ์ยาม ไปหาพระเกจิอาจารย์ที่อ้างว่ารู้อนาคต วันไหนดีสุด เข้าข่ายการอ้างคุณลักษณะพระเจ้าให้ตัวเอง ผู้รู้อนาคตคือพระเจ้าเท่านั้น
คำพูดที่เข้าข่ายการตั้งภาคี เช่น เป็นมุสลิมแต่อุทานว่า "สองคนนี้ได้แต่งงานกันเพราะพรหมลิขิต" (พรหมลิขิต หมายถึง การกำหนดของพระพรหม) เข้าข่ายการสักการะสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ
และกรณีอื่นๆนอกเหนือจากนี้
ประเภทของการตั้งภาคี
เรามาทำความรู้จักประเภทของการตั้งภาคีกันครับ
การตั้งภาคี แบ่งเป็น 3 ประเภท
1. การตั้งภาคีด้านความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้า
เช่น เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์อื่นนอกจากอัลลอฮฺ หรือเชื่อว่ามีสิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮฺที่สามารถทำแบบพระเจ้าได้
ในอิสลามใช้คำว่า อัฟอาลุลลอฮฺ (أفعال الله) แปลว่า การกระทำที่มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ เช่น การสร้างดวงอาทิตย์ จักรวาล ให้คนเข้าสวรรค์ นรก ประทานฟ้าฝน การบังเกิดชีวิตใหม่ ฯลฯ
เหล่านี้เป็นการกระทำที่สงวนเฉพาะพระเจ้าเท่านั้น ถ้าเชื่อว่ามีอยู่กับสิ่งอื่นด้วย ถือว่าเข้าข่ายการตั้งภาคีในประเภทนี้ทันที
ประเภทนี้เป็นภาคีที่พบเห็นได้น้อยในสมัยท่านนบีมุฮัมหมัด ﷺ แต่จะมีเยอะในสมัยบาบิโลนและอียิปต์โบราณ
💡 (เกร็ดความรู้เพิ่มเติม)
Dr. Samir Ameri ได้ค้นคว้าหาคำอธิบายว่า ในอียิปต์ที่มีเทพเจ้าเยอะมาก แต่ทำไมฟาโรห์รามเสสที่ 2 (Ramesses II) ในยุคนบีมูซา (โมเสส) ถึงพูดว่าในดินแดนนี้ ตัวเองเป็นพระเจ้าองค์เดียว
การค้นคว้าทางโบราณคดีครั้งนี้ จึงมาเปิดเผยและอธิบายสิ่งที่อัลกุรอานได้บอกไว้ (เรื่องราวของนบีมูซาเผยแผ่ศาสนาในอียิปต์ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน)
จากบันทึกอียิปต์โบราณระบุว่า เทพเจ้าทุกองค์ที่ถูกกราบไหว้ในอียิปต์ ฟาโรห์เป็นผู้คัดเลือก
หมายความว่าเทพเจ้าที่สร้างขึ้นมาทั้งหมด ฟาโรห์ต้องพอใจก่อน ถึงจะอนุญาตให้ประชาชนกราบไหว้ได้ 🛐
อัลกุรอานบอกชัดเจนว่าพระเจ้าของมูซา (อัลลอฮฺ) เป็นพระเจ้าที่แท้จริง ตัวฟาโรห์เองรู้อยู่แล้วครับ แต่ที่พูดแบบนั้นไปเพราะความโอหัง ก่อนตายจะสำนึกผิดก็ไม่ทันแล้ว (ตายในทะเลแดงช่วงไล่ล่านบีมูซากับชาวอิสราเอลระหว่างการอพยพข้ามทะเลแดง)
2. การตั้งภาคีในคุณลักษณะของพระเจ้า
พระเจ้ามีคุณลักษณะสงวนเฉพาะพระองค์ แต่กลับเอาไปให้สิ่งอื่น เช่น มีสิ่งที่ไม่ตายโดยตัวเองเป็นนิรันดร์ แบบนี้เข้าข่ายการตั้งภาคี เพราะพระองค์มีมาแต่เดิม เป็นคุณลักษณะเฉพาะของพระเจ้า
โดยจะพบได้ในความเชื่อของ กลุ่มชีอะห์ ⚫
เราไม่นับพวกนี้เป็นอิสลาม เพราะกลุ่มชีอะห์เชื่อว่าบรรดานักบุญ (12 อิหม่าม) ของพวกเขามีคุณลักษณะร่วมกับพระเจ้า เช่น นักวิชาการชีอะห์ในไทยบอกว่า "อำนาจการบริหารจักรวาล อยู่ในมืออิหม่าม สั่งดวงอาทิตย์ไปทางไหนก็ได้ ให้ระเบิดก็ได้"
พวกเขาเชื่อว่าอิหม่ามมีอำนาจในการบันดาลจักรวาล มีความรู้สูงสุด รู้ทุกอย่างในโลก ทุกเวลา ทุกสถานที่ (ฟังดูเวอร์หน่อยแต่ชีอะห์ไทยเขาพูดเองจริงๆครับ 😂)
อะยาตุลลอฮฺ โคมัยนี อดีตผู้นำสูงสุดของพวกเขา กล่าวไว้ในหนังสือ อัลฮุกูมะตุลอิสลามียะฮฺ (รัฐบาลอิสลาม) ว่า :
"อำนาจการบริหารเชิงจักรวาลของบรรดาอิหม่าม อยู่ในระดับที่อะตอมทั้งหมดในจักรวาลอยู่ภายใต้อิหม่าม ทุกอำนาจยอมจำนนต่อบรรดาอิหม่ามทั้งหมด"
ทั้งหมดนี้เป็นคุณลักษณะของอัลลอฮฺ แต่ชีอะห์เอามาไว้ในบรรดาอิหม่ามของพวกเขา
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้โคมัยนีถูกตัดสินว่าตกศาสนา ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับอิสลาม
อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ ชาวยิว ✡️
พวกเขาเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมา เสร็จแล้วพักเหนื่อย
พระเจ้าลงมาชกมวยปล้ำแล้วแพ้มนุษย์ (ยาคอบ)
พระเจ้าหลับ พอตื่นนอนแล้วร้องคำรามเหมือนชายหนุ่ม เพราะพระเจ้าเมาสุรา
กลายเป็นว่าพระเจ้ามีลักษณะอ่อนแอเหมือนมนุษย์อีก แบบนี้อิสลามไม่ยอมรับทั้งหมด ❌
แม้ว่าจะเชื่อพระเจ้าองค์เดียวกัน แต่ในรายละเอียดการเชื่อนั้น พวกเขาได้โกหกใส่พระเจ้าแล้ว
3. การตั้งภาคีที่เกิดจากการกระทำ
เกี่ยวข้องกับการกระทำของเราเองทั้งหมด ชาวอาหรับสมัยนบีมุฮัมหมัดตรงกับประเภทนี้เยอะ ﷺ และมุสลิมบางคนมีพฤติกรรมตรงกับประเภทนี้ด้วยครับ
เช่น เราไปกราบไหว้ให้สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ โดยที่บอกว่าสิ่งนี้ไม่ใช่พระเจ้าด้วย แต่กราบไหว้เพราะต้องการให้สิ่งนี้เป็นสื่อกลางระหว่างเขากับพระเจ้า
คนเหล่านี้มองพระเจ้าเหมือนกับผู้นำที่มีขุนนาง จะเข้าไปขออะไรโดยตรงไม่ได้ ซึ่งถือเป็นการลดเกียรติพระผู้เป็นเจ้าครับ
สื่อกลางเหล่านี้ต่อรองกดดันพระเจ้าไม่ได้ พระเจ้าไม่ได้อยู่ใต้อำนาจใครทั้งสิ้น
ในอิสลามเราสามารถขอต่ออัลลอฮฺได้โดยตรงได้เลย ไม่ต้องผ่านสื่อกลางใดๆครับ 🤲🏼
ไสยศาสตร์และภาพลวงตา
และอีกชนิดที่ร้ายแรงเหมือนกันในการตั้งภาคีที่เราต้องเจาะลึกคือ ไสยศาสตร์ ครับ
ไสยศาสตร์ในมุมมองอิสลามคือ การพึ่งพาชัยฏอน (ซาตาน) ในการทำร้ายผู้อื่น แบ่งได้ 2 แบบ
1. ไสยศาสตร์ที่ใช้เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม
เช่น ไปหาหมอผี ให้ทำของใส่คู่รักจนหย่าร้างกัน ทำให้ผู้หญิงเป็นบ้า ทำลายศัตรู ฯลฯ
ซาตานพวกนี้จะมาช่วยมนุษย์ได้ ต้องแลกกับการที่เรากราบไหว้พวกมัน เช่น ใช้ศพเด็ก กระดูก ชิ้นส่วนมนุษย์ในการบูชา (สังเกตว่าจะเห็นบ่อยในบ้านของบรรดาหมอผีต่างๆ เพราะพวกเขาเหล่านี้เลี้ยงซาตานไว้เป็นบริวาร)
ยิ่งคนเล่นของเป็นมุสลิมจะยิ่งแรง เป็นที่รู้กันว่า ของแขก มันหนัก ซาตานเหล่านี้รู้ดีว่ามุสลิมเชื่ออัลลอฮฺอยู่แล้ว จึงเป็นเป้าหมายหลัก ถูกล่อลวงได้ง่าย
มุสลิมที่ละหมาดครบ แต่อีกด้านหนึ่งก็เล่นไสยศาสตร์ แบบนี้เข้าทางพวกมัน
2. ไสยศาสตร์ที่ทำให้เกิดภาพลวงตา
ยกตัวอย่างเคสนี้มีพี่น้องมุสลิมมาเล่าให้อาจารย์อามีนฟัง
สมัยก่อน พ่อทำสัญญาซื้อขายที่ดิน คนซื้อนำเงินสดใส่กระเป๋ามา ตอนเปิดเห็นแบงค์ในกระเป๋าครบถ้วน ชัดเจน จึงแลกเปลี่ยนโฉนดกันเรียบร้อย
ผ่านไปไม่กี่วัน เปิดกระเป๋าดูอีกที เงินในกระเป๋ากลายเป็นดินเหนียว เพราะตอนนำเงินมาจ่าย เขาทำไสยศาสตร์บังตาให้เห็นดินเป็นแบงค์จริง
หลักฐานจากอัลกุรอานมีการเล่าถึงไสยศาสตร์เช่นกัน ในสมัยนบีมูซา (โมเสส) เผยแผ่คำสอนที่อียิปต์ นักไสยศาสตร์ของสำนักฟาโรห์ โยนไม้เท้าลงบนพื้นแล้วเห็นเป็นงู โดยที่ไม้เท้ายังเป็นไม้เหมือนเดิม ที่นบีมูซาเห็นเป็นงูเพราะภาพลวงตาจากไสยศาสตร์
และเพื่อตอบโต้นักไสยศาสตร์ อัลลอฮฺจึงประทาน มัวอฺญิซาต (มหัศจรรย์) ให้นบีมูซา พระองค์สั่งให้นบีโยนไม้เท้าลงไป ปรากฎว่าไม้เท้าเปลี่ยนเป็นงูจริงๆ
ความต่างระหว่างมัวอฺญิซาตที่นบีทำ กับนักไสยศาสตร์ทำคือ ของจริง (นบีมูซาไม่ได้มีพลังวิเศษด้วยตัวท่านเอง แต่แสดงพลังมหัศจรรย์นี้ได้เพราะอัลลอฮฺประทานให้ เพื่อเป็นการยืนยันว่านบีมูซาเป็นศาสดาของอัลลอฮฺจริงๆ)
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไพร่พลฟาโรห์หันมารับอิสลามในทันทีเมื่อได้เห็น เพราะบรรดานักไสยศาสตร์รู้ดี ว่าอันไหนเป็นของแท้หรือของปลอม
เพราะฉะนั้น ไสยศาสตร์ทั้งสองแบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายมาก ห้ามมุสลิมไปยุ่งเด็ดขาดครับ ❌
การขอความช่วยเหลือ
อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-ฟาติฮะฮฺ โองการที่ 5 ว่า :
إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ
"เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ"
นอกจากประเด็นต่างๆที่กล่าวมาแล้ว การขอความช่วยเหลือก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราควรรู้เช่นกัน มีทั้งการขอความช่วยเหลือที่เราสามารถทำได้ และทำไม่ได้เพราะเข้าข่ายการตั้งภาคี
การขอความช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
ขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ด้วยกันจากสิ่งที่อยู่ในความสามารถทางธรรมชาติของมนุษย์ ประเด็นนี้ไม่ใช่ปัญหา สามารถทำได้ ✅
ขอความช่วยเหลือจากสิ่งที่ไม่มีใครทำได้นอกจากพระเจ้า เช่นอยากได้ลูกชาย ไปขอหมอดูว่าควรทำอะไรยังไงให้ได้ลูกชายบ้าง = ตกศาสนา เพราะอำนาจการกำหนดนี้เป็นของอัลลอฮฺ ❌
โดยผมจะขยายความทั้งสองข้อดังนี้ครับ
เงื่อนไขการขอความช่วยเหลือจากสิ่งอื่นนอกจากพระเจ้า
การจะขอความช่วยเหลือจากสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺแล้วเป็นที่อนุญาต มีเงื่อนไข 4 ข้อ
1. สิ่งที่ขอความช่วยเหลือต้องมีชีวิต
จำกัดเฉพาะมนุษย์ด้วยกัน ถ้าตายแล้วถือว่าห้าม เช่น การขอต่อดวงวิญญาณผู้ตาย เข้าข่ายการตั้งภาคีทันที
2. ต้องอยู่เบื้องหน้าหรือสามารถติดต่อพูดคุยกับเราได้
เช่น เราหลงทาง ต้องการขอให้ชาวบ้านแถวนั้นนำทางให้เพื่อไปหาที่พัก แบบนี้คนที่เราขอความช่วยเหลืออยู่ต่อหน้าเราชัดเจน สามารถทำได้ หรือคนที่สามารถติดต่อได้ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ก็ทำได้ (เช่นการโทรคุยกัน)
อีกกรณี เช่น เราอยู่ประเทศไทย ตอนนี้กำลังหลงป่า แต่กลับตะโกนหาคนที่อินเดียให้ช่วย โดยคิดว่าคนที่อินเดียเป็นผู้รู้แจ้ง มีญาณวิเศษ แบบนี้เข้าข่ายการตั้งภาคี เพราะอ้างอำนาจพิเศษที่สงวนเฉพาะพระเจ้าให้คนคนนั้น
3. เรื่องที่ขอช่วยต้องเป็นเรื่องธรรมชาติที่เขาทำได้ (มีความสามารถ)
เช่น ตอนนี้หน้าแล้ง เราขอฝนจากพวกหมอดูร่างทรง แบบนี้ตกศาสนา เพราะขอในสิ่งที่เขาให้ไม่ได้โดยธรรมชาติ
4. ผู้ที่ถูกขอต้องเป็นผู้ที่สามารถได้ยินสิ่งที่เราขอ
เช่น ไปขอพรต่อรูปปั้น แบบนี้เป็นการตั้งภาคีชัดเจน เพราะลักษณะของรูปปั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยินและพูดไม่ได้ (ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้เลยครับ)
หากตรงเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อนี้ ศาสนาอนุญาตให้ขอความช่วยเหลือได้ครับ
เช่น การพึ่งพาหมอ (หมอที่รักษาคนไข้ทั่วไป) ไม่เข้าข่ายการตั้งภาคีในอิสลาม เพราะหมอมีความรู้ มีชีวิต อยู่ต่อหน้าเรา ติดต่อได้ ได้ยินคำขอเรา ตรงเงื่อนไขทุกข้อ ✅
จะมีคนบางกลุ่มที่อ้างว่าเชื่อพระเจ้าแล้วไม่ต้องทำอะไร เจ็บป่วยไม่ต้องหาหมอ เดี๋ยวพระเจ้าจะช่วยให้หายเองได้ แบบนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดครับ ❌
อันตรายของ "สื่อกลาง" และความเชื่ออื่นๆ ที่หลายคนมองข้าม
กรณีที่จะเป็นสื่อกลางในอิสลามได้ ต้องมีหลักฐานรับรองเท่านั้น
เช่น การดื่มน้ำซัมซัม ที่มักกะฮฺ อัลลอฮฺจะตอบรับดุอาอฺ มันไม่ได้หมายความว่าน้ำเป็นสื่อกลาง แต่อัลลอฮฺให้การดื่มน้ำนี้เป็นเหตุให้ตอบรับดุอาอฺในเรื่องทีเขาขอ เพราะมีตัวบทหลักฐานรับรองว่าอนุญาตให้ทำได้
ดื่มเพราะพระเจ้าสั่งให้ดื่ม ➡️ ตอบรับบัญชาของพระเจ้า ➡️ พระเจ้าตอบรับคำขอเราเพราะเราเชื่อฟังอัลลอฮฺ
บริจาคช่วยเหลือคนจนเพราะพระเจ้าสั่งใช้➡️เรายกมือขอดุอาอฺต่อพระองค์➡️เป็นเหตุให้อัลลอฮฺตอบรับดุอาอฺ คอนเซ็ปต์เหมือนกันครับ
สื่อกลางที่ทำไม่ได้ ไม่มีหลักฐาน เช่น
1. การขอหลุมศพ
ขอพรต่อหลุมศพ ไหว้สุสานคนดี ขอให้ช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนหนักขึ้นเรื่อยๆเกิดการประดับประดาหลุมศพ โบกปูน สร้างวิหารครอบไว้ เหมือนกับแนวคิดของพวกซูฟี เห็นได้มากมายในยุคของจักรวรรดิออตโตมัน (ถูกทุบทำลายในสมัยของกษัตริย์ซาอุดี ที่ลุกขึ้นมาฟื้นฟูอิสลาม)
และเป็นเหตุสำคัญต่อมาที่ทำให้การแขวนภาพคนไว้ในบ้าน (เช่นภาพถ่ายบรรพบุรุษ) ก็ห้ามเหมือนกัน แขวนไปนานๆจนเราเริ่มคิดไปเองว่า "ปู่ย่าตายายกำลังมองเราอยู่หรือเปล่า" ล่วงล้ำไปสู่การตั้งภาคีได้
2. การห้อยหรือสวมใส่ของขลังและสัญลักษณ์ความเชื่ออื่น
- ห้อยตะกรุด กันยิงไม่เข้า
- ห้อยไม้กางเขนตามสไตล์วงร็อคแนวเฮฟวี่เมทัล
- ใส่เสื้อลายซาตาน (แพะบาโฟเม็ต)
- ใส่เสื้อสัญลักษณ์สวัสดิกะ ค้อนเคียวตามแนวคิดคอมมิวนิสต์
- ห้ามสัญลักษณ์ความเชื่ออื่นแล้ว สัญลักษณ์ของมุสลิม (เช่น ธงที่มีคำปฏิญาณตน ธงของประเทศซาอุฯ) ก็ห้ามไปใช้ผิดที่ด้วย เอาไปชูในคอนเสิร์ต แบบนี้ไม่ได้เช่นกัน
3. นักมายากล
ไสยศาสตร์ในประเภทภาพลวงตาที่กล่าวไป นักมายากลก็มีความเสี่ยงจะเข้าข่ายไสยศาสตร์ได้ มุสลิมจึงควรหลีกเลี่ยงครับ
4. การเข้าร่วมพิธีกรรมความเชื่อของศาสนาอื่น
ทุกพิธีกรรมที่มีฐานเดิมมาจากความเชื่อศาสนา เช่น วาเลนไทน์ สงกรานต์ ลอยกระทง ฮาโลวีน คริสต์มาส มุสลิมต้องออกห่างทั้งหมด
5. การรุกูอ์ให้สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ
รุกูอ์ คือท่าก้มตัวลงในการละหมาด โดยโน้มตัวเอามือจับเข่า ให้หลังและศีรษะอยู่ในระดับเดียวกัน เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อแสดงความนอบน้อมต่ออัลลอฮฺ ห้ามก้มในลักษณะนี้ให้สิ่งอื่นครับ
บทสรุป
บทความ EP นี้ สรุปสั้นๆ 1 ข้อ ดังนี้ครับ
เงื่อนไขในการกล่าวปฏิญาณตน เราต้อง ละทิ้ง พิธีกรรมที่อธิบายไปทั้งหมด ภาคีทั้งสามชนิด หากเราทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวไป ถือว่าการปฏิญาณตนเป็นโมฆะ ล่วงล้ำต่อการตกศาสนาได้นั่นเองครับ ✅
เป็นยังไงบ้างครับทุกคน เนื้อหาเข้มข้นอีกแล้ว 😂
หัวข้อการตั้งภาคีเป็นส่วนสำคัญมากจริงๆครับ ทั้งมุสลิมเดิม มุสลิมใหม่ และผู้สนใจอิสลาม
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนิยามของการตั้งภาคีมากขึ้น อยากให้ทุกคนมีความรู้ไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ผิดพลาดในอนาคตนะครับ ❤️
ผมแนะนำให้ดูคลิปเต็มอีกเช่นเคย เพื่อฟังการตอบคำถามเพิ่มเติม 📼
ตัวอย่างลิสต์คำถามในช่วง Q&A
- เวลาเข้าป่าแล้วเจออะไรหลอนๆ น่ากลัว ควรทำอย่างไร ?
- สินค้าที่เป็นชื่อเทพเจ้า อนุญาตให้มุสลิมนำมาใส่หรือไม่ ?
- การแขวนอัลกุรอานไว้บนวัสดุต่างๆ ทำได้หรือไม่ ?
และประเด็นอื่นๆ
บอกเลยว่าเป็นประโยชน์ทุกคำถามครับ 💯
ฟังคลิปเต็มที่นี่เลย 👉🏼 ตอนที่ 5 ศาสนาอิสลามห้ามการตั้งภาคี : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ
ฝากกดติดตามบล็อกผมไว้ด้วยนะครับ 👉🏼rasheedz
แล้วพบกันใหม่ใน EP. ถัดไปครับผม 👊🏼
📚 อ่านซีรีส์อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ EP. อื่นๆ ได้ที่นี่ : 🎞️
[EP.1] จุดเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจอิสลาม : ไขข้อข้องใจง่ายๆ ใน 6 ข้อ
[EP.2] ไขข้อสงสัยเรื่องพระเจ้า : เข้าใจง่ายๆ ผ่านสิ่งรอบตัว
[EP.3] สติปัญญาพิสูจน์พระเจ้า : ปริศนาความตายและรหัสลับ DNA
[EP.4] ทำไมต้องมีพระเจ้าองค์เดียว : สัจธรรมบนความสมเหตุสมผล
[EP.5] ชิรก์ (Shirk) คืออะไร : สำรวจความร้ายแรงของการตั้งภาคีในอิสลาม
[EP.6] เร็วๆนี้...


Comments