ยินดีต้อนรับสู่ซีรีส์อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ EP.2 ครับ 🗝️

(สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่าน EP.1 สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่นี่เลยครับ)

🎞️ [EP.1] จุดเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจอิสลาม : ไขข้อข้องใจง่ายๆ ใน 6 ข้อ

โดยเนื้อหาในบทความนี้มาจากคลิป 👉🏼 ตอนที่ 2 ทำไมต้องเชื่อพระเจ้า : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ

🎙️ บรรยายโดย อาจารย์อามีน ลอนา

จากเงื่อนไข 6 ข้อ ใน EP.1 บทความนี้จะมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับองค์ประกอบในข้อแรกครับ

นั่นคือ การยอมรับว่าพระองค์อัลลอฮฺคือพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว

หัวข้อนี้ถ้าเราอยู่ในสังคมต่างประเทศ (เช่น โซนยุโรปที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคริสเตียน ✝️) การคุยเรื่องพระเจ้าไม่ได้เป็นหัวข้อหลักครับ

เพราะคริสเตียนเชื่อพระเจ้ากันอยู่แล้ว (เราจึงเน้นคุยหัวข้อที่ว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร)

แต่ในสังคมไทยที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ แน่นอนว่าไม่ได้เชื่อพระเจ้าเป็นหลัก (แต่จะเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งเร้นลับ นั่นอีกเรื่องนึง)

"องค์ประกอบเรื่องพระเจ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ขาดไม่ได้สำหรับสังคมไทย ที่เราจะต้องอธิบายให้เข้าใจนั่นเองครับ"

แล้วจะพิสูจน์อย่างไรว่าพระเจ้ามีอยู่จริง ?

สามารถพิสูจน์ด้วยกับข้อมูลต่อไปนี้ครับ 👇🏼


หลักฐานเชิงสามัญสำนึก (มนุษย์ย่อมแสวงหาผู้สร้าง)

"สามัญสำนึกของมนุษย์ฟ้องว่าสิ่งต่างๆที่มีความสมบูรณ์ ซับซ้อน มหัศจรรย์ ต้องมีผู้สร้าง เกิดขึ้นเองไม่ได้"

ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆตามนี้ครับ

Stone Henge

Stone Henge หลักฐานเชิงสามัญสำนึกถึงการมีผู้สร้าง

Stone Henge ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ หลายคนคงเคยเห็นผ่านตามาบ้าง 🇬🇧

เป็นแท่งหินขนาดใหญ่ประมาณ 112 ก้อน เรียงเป็นวงกลม 3 วง บางส่วนตั้งขึ้น บางส่วนนอน บางส่วนซ้อนกันอยู่ด้านบน ลักษณะการจัดวางประหลาด คล้ายๆเป็นอาคาร

คนที่ศึกษาเรื่องนี้ คาดการณ์อายุของที่นี่ไว้ 5,000 ปี

หลายคนพยายามหาคำตอบครับว่า ใครสร้าง จึงเกิดข้อสงสัยขึ้น

  1. คนสมัยก่อนสามารถยกหินน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้ยังไง ทั้งๆที่ไม่มีเครื่องทุ่นแรง ?
  2. บริเวณที่ตั้ง Stone Henge ไม่ใช่เขตภูเขา ไม่มีหินอยู่ สันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างจะต้องนำหินทั้งหมดมาจากที่อื่น คาดว่ามาจากเนินเขามาลบอร์โรห์ ห่างจากจุดตั้งหินไปประมาณ 30-40 กิโลเมตร

ถ้าคิดว่านี่เป็นความสามารถของมนุษย์มันเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยวิทยาการที่มีในตอนนั้น

จนมีคนบางกลุ่มเชื่อทฤษฎีสมคบคิดที่ว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นผู้สร้าง เพื่อไว้ป้องกันอุกกาบาตก็มี

สังเกตไหมครับว่าทุกแนวคิดพยายามมองหาผู้สร้าง...

ไม่มีใครเลยที่เสนอว่า Stone Henge เกิดจากการเรียงตัวกันตามธรรมชาตินานหลายพันปี (เช่น แผ่นดินไหว พายุ แผ่นเปลือกโลกขยับ) จนรวมกันตั้งเป็นอาคารหินแบบนี้ด้วยความบังเอิญ ไม่มีสามัญสำนึกนี้อยู่ในหัวใครทั้งสิ้น

กรณีนี้สามารถอนุมานเปรียบเทียบได้ว่า

"สิ่งที่ซับซ้อนน้อยกว่า (Stone Hnge) เรายังยอมรับไม่ได้เลยว่ามันเรียงตัวประกอบขึ้นเอง แต่กลับเชื่อว่าจักรวาลอันกว้างใหญ่ซับซ้อน ทั้งหมดเกิดขึ้นเองด้วยความบังเอิญโดยไม่มีผู้สร้าง ?"

ตัวอย่างนี้ยังใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบันจริงๆ ในการตอบโต้ผู้คนที่คิดว่าจักรวาลเกิดจากความบังเอิญ

ไม้จิ้มฟันในป่าลึก

กรณีนี้จะเป็นการเปรียบเทียบโดยใช้ตรรกะบ้านๆ (คุยให้เห็นภาพง่ายๆกับคนทั่วไป)

หลายคนไม่เคยเห็นโรงงานผลิตไม้จิ้มฟัน แต่เชื่อว่ามีคนสร้างแน่ๆ

ถ้าวันหนึ่งเราเกิดเหตุ (เช่น อุบัติเหตุเครื่องบินตก หลงป่า) หลงเข้าป่าลึก แล้วดันเห็นไม้จิ้มฟันเล็กๆตั้งอยู่บนโขดหิน

ความคิดแรกในหัวคุณจะถามว่าอะไร?

ทุกคนจะคิดไปในทางเดียวกันแน่นอนว่า "หรือมีคนเคยหลงเข้ามาในนี้ก่อนเรา ?" นี่คือสามัญสำนึกครับ

ไม่มีแม้แต่คนเดียวจะคิดว่า ต้นไม้ในป่าสีกันเอง ฝนตก ลมแรง จนออกมาเป็นไม้จิ้มฟันเล็กๆ

ทำไมเราไม่คิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงบ้าง แต่พอเป็นสิ่งอื่นที่ซับซ้อนกว่าอย่างจักรวาล กลับคิดว่าเกิดขึ้นเองโดยความบังเอิญได้


มุมมองทางวิทยาศาสตร์กับผู้สร้าง

กรณีต่อมาจะเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับผู้สร้าง จากนักวิทยาศาสตร์ครับ

ทฤษฎีใหม่ของการเกิดจักรวาล

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Futurism ในหัวข้อ Harvard Scientist Suggests That Our Universe Was Created in a Laboratory

Avi Loeb อดีตผู้อำนวยการภาควิชาอวกาศ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

นักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มีทฤษฎีที่ว่า

จักรวาลนี้ถูกสร้างขึ้นในห้องทดลองของสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

สั้นๆง่ายๆคือ เขาคิดว่ามนุษย์อยู่ในคลาส D (สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำด้านวิทยาการ) และยังมีสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์อยู่ในคลาส A ที่สร้างเราจากห้องทดลองอีกที

เขาใช้คำว่า Higher Class แต่ไม่กล้าบอกว่าเป็นพระเจ้าตรงๆ เพราะคำว่าพระเจ้าใช้ไม่ได้ในวงการวิทยาศาสตร์ เลยเลี่ยงใช้คำอื่นแทน

"ต่อให้บอกว่าเป็นหลักฐานทางฟิสิกส์ ก็หนีเหตุผลในเชิงตรรกะไม่ได้"

ทีนี้เมื่อเชื่อแล้วว่ามีผู้สร้าง พวกเขาก็จะเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า ผู้สร้างของผู้สร้างเป็นใคร หรือก็คือ...

ใครสร้างพระเจ้า ?

จากหนังสือ "Can Science Explain Everything ?" โดย John C. Lennox ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

เขานำเสนอว่าวิทยาศาสตร์ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่างของชีวิต โดยเฉพาะเรื่องความหมาย เป้าหมาย และจริยธรรม

ซึ่งศาสนาและความเชื่อในพระเจ้าให้คำตอบในมุมมองที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้ (เช่นการดำรงอยู่ของกฎธรรมชาติที่ต้องการผู้สร้าง)

ผมขออธิบายคอนเซ็ปต์ของพระเจ้าแบบนี้ครับ

  1. สรรพสิ่งในจักรวาลล้วนมี จุดเริ่มต้น ดังนั้นจึงต้องมี ปฐมเหตุ (First Cause) หรือผู้ที่อยู่มาก่อนเพื่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งก็คือพระเจ้า ✅

  2. ในเมื่อทุกสิ่งในจักรวาลมีจุดเริ่มต้น พระเจ้าที่เป็นผู้สร้างจึงต้องมีคุณลักษณะที่ ตรงข้าม กัน นั่นคือทรง ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่ถูกใครสร้าง

  3. พระเจ้าจึงต้องเป็นผู้ที่ไม่ถูกกำเนิดและดำรงอยู่ด้วยพระองค์เอง เพื่อเป็นรากฐานและจุดเริ่มต้นให้กับสิ่งอื่นๆทั้งหมด ✅

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-อิคลาศ โองการที่ 3 ว่า :

لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ

"พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ"

จริงๆแล้วซูเราะฮฺนี้ทุกโองการ ได้ตอบลักษณะของพระเจ้าไว้ครบถ้วนแล้ว เพราะพูดถึงคุณลักษณะของอัลลอฮฺทั้งหมด

การจะต้องรู้จักพระเจ้าในอิสลามจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด

ด้วยเหตุนี้เอง จุดที่ทำให้คนจำนวนมากพลาดไปคือ คนที่ไม่เชื่อพระเจ้าก็มีความย้อนแย้งในตัวเองครับ

พวกเขามีคำอธิบายการกำเนิดจักรวาลโดยจบที่สิ่งๆหนึ่ง และไม่ถามต่อแล้วว่าใครสร้างมัน

จักรวาลเกิดด้วยกฎฟิสิกส์ที่มีอยู่ตอนที่เกิด Bigbang แล้วจบ ไม่มีใครอธิบายเพิ่มเลยว่ามีสิ่งใดหรือใครมาควบคุมก่อนหน้า Bigbang หรือไม่

พอฝ่ายศาสนาให้จบที่พระเจ้า โดยที่ไม่มีอะไรก่อนหน้าพระเจ้าอีก พวกเขากลับยอมรับไม่ได้ ❌


หลักฐานจากการออกแบบที่สมบูรณ์ในธรรมชาติ

เรากำลังใช้สติปัญญาเปรียบเทียบอยู่จริงหรือเปล่า ร่างกายเราเกิดจากความบังเอิญทั้งหมดตั้งแต่ Bigbang บังเอิญมานับล้านครั้งจนเป็นเราในทุกวันนี้ได้จริงๆหรือ ?

ผมจะยกตัวอย่างจากสิ่งรอบตัวในโลกนี้ เริ่มต้นจากตัวเราก่อนเลย ร่างกายเราซับซ้อนกว่านั้นมากครับ

ความพอดีของขนตาและขนจมูก

ความพอดีของขนตาและขนจมูก หลักฐานการออกแบบของพระเจ้า

"ถ้าร่างกายของเราเกิดขึ้นจากความบังเอิญ ขนตาและขนจมูกของเราจะไม่หยุดด้วยกับความยาวที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้"

ถ้าเราบังเอิญเกิดขึ้นมา ทำไมทั้งหมดนี้ต้องเพอร์เฟ็กต์ ทำให้เราใช้ชีวิตได้ปกติดีด้วย

ทำไมไม่สลับกัน ผมงอกนิดเดียวเหมือนขนตา และขนจมูกยาวออกมาเหมือนเครา ?

มันอาจอธิบายได้ในเชิงกลไกว่าร่างกายมีกลไกบางอย่างที่ทำให้ขนขึ้นพอดี เราไม่ได้ปฏิเสธจุดนี้

แต่ต้องถามว่า ทำไมความบังเอิญมันพอดีขนาดนี้ การบังเอิญต้องมีการสุ่ม มั่ว และไม่เป็นระเบียบปนด้วยอยู่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่เลย

Wisdom ของพระเจ้า สร้างมนุษย์มาเพื่อทดสอบ

พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้ประเสริฐกว่า ทูตสวรรค์ (Angel)

นี่เป็นวิทยปัญญาของพระเจ้าที่มนุษย์ไม่เคยคิดถึง เพื่อเป็นการตอบโต้ข้ออ้างที่ว่า ทำไมพระเจ้าสร้างมนุษย์มาให้มีคนทำชั่วอยู่ด้วย 🎭

โครงสร้างดวงตาของเหยี่ยว

โครงสร้างดวงตาของเหยี่ยว สัตว์นักล่าที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบ เหยี่ยวมีสายตาที่เห็นได้กว้างไกล เห็นได้รอบทิศทาง ไม่เหมือนตาของมนุษย์

เหยี่ยวเห็นชัดกว่ามนุษย์ 8 เท่า เป็นสัตว์นักล่าที่อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร เก่งที่สุดบนท้องฟ้า

คำถามคือ สิ่งนี้ทำให้สติปัญญาและสามัญสำนึกเราไปทางไหนมากกว่ากัน ระหว่าง

  1. สายตามันถูกออกแบบมาอย่างดี อยู่ถูกที่ สอดคล้องกับพฤติกรรมการล่าอย่างสมบูรณ์แบบ

  2. มันเอาตัวรอดมาเรื่อยๆ บังเอิญวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จนลงตัวเป็นแบบนี้

ถ้าสายตาแบบนี้มาอยู่บนบกจะใช้การอะไรไม่ได้เลย เพราะบนบกเห็นแต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้า มีสิ่งบดบังเยอะ

การลงตัวพวกนี้ผ่านการถูกออกแบบทั้งหมด ไม่ใช่อยู่ๆก็มาเป็นแบบนี้ได้เลย

สมมติถ้าควายมีตาเหมือนเหยี่ยว มันก็ยังต้องไถนาเหมือนเดิมอยู่ดี ควายต้องถูกสร้างมาให้เหมาะกับการเป็นควาย เหยี่ยวก็เช่นกัน 🦅

การขยายตัวของจักรวาล

การขยายตัวของจักรวาลและจุดเริ่มต้นจากทฤษฎี Bigbang

นักวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธพระเจ้าในอดีต เชื่อว่า จักรวาลไม่มีจุดเริ่มต้น

ตอนหลังนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายเชื่อพระเจ้าเสนอว่า จักรวาลมีจุดเริ่มต้น

เขาคือ Georges Lemaire เป็นคริสเตียนที่เสนอทฤษฎี Bigbang

เพราะฉะนั้นใครที่บอกว่า คนที่เชื่อพระเจ้า = ไม่เกิดการค้นคว้าใหม่ทางวิทยาศาสตร์ จึงเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ เพราะ Bigbang ก็มาจากฝ่ายที่เชื่อพระเจ้า

มาดูกันครับว่าอัลกุรอานกล่าวถึงการขยายตัวของจักรวาลไว้อย่างไร

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัซ-ซาริยาต โองการที่ 47 ว่า :

وَٱلسَّمَآءَ بَنَيْنَـٰهَا بِأَيْي۟دٍۢ وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ

"และชั้นฟ้า เราได้สร้างมันด้วยพลังอำนาจของเรา และแท้จริงเราได้แผ่ให้กว้างไพศาล"

จากโองการนี้ จักรวาลขยายตัวตลอดโดยไม่เคยหยุด และก็ไม่ขัดอะไรกับวิทยาศาสตร์ด้วย เพราะความหมายทางภาษาไปในทางเดียวกัน

จักรวาลจะบังเอิญขยายตัวอยู่ตลอด และการขยายนี้ไม่ทำอันตรายใดๆกับโลก โดยไม่มีผู้กำหนดควบคุมมันเลยจริงๆหรือ ?

ชั้นบรรยากาศของโลก

ชั้นบรรยากาศของโลกที่ช่วยปกป้องมนุษย์จากอันตราย

คำถามคือ มันต้องบังเอิญขนาดไหน ? ที่ชั้นบรรยากาศรู้ว่าอะไรที่จะเอื้อประโยชน์และเป็นภัยกับมนุษย์บ้าง

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-มุลก์ โองการที่ 3 ว่า :

ٱلَّذِى خَلَقَ سَبْعَ سَمَـٰوَٰتٍۢ طِبَاقًۭا ۖ مَّا تَرَىٰ فِى خَلْقِ ٱلرَّحْمَـٰنِ مِن تَفَـٰوُتٍۢ ۖ فَٱرْجِعِ ٱلْبَصَرَ هَلْ تَرَىٰ مِن فُطُورٍۢ

"พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้ง 7 เป็นชั้นๆ เจ้าจะไม่เห็นแต่อย่างใดในความไม่ได้สัดส่วนในการสร้างของพระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าเห็นรอยร้าวในช่องโหว่บ้างไหม"

การสร้างของพระเจ้าจึงไม่มีช่องโหว่หรือความไร้สาระอย่างแน่นอน

ความรู้วิทยาศาสตร์ไม่ได้หักล้างการมีอยู่จริงของพระเจ้าครับ แต่มาเพื่อให้เรารู้ว่าพระเจ้าสร้างสรรพสิ่งในจักรวาลด้วยขั้นตอนอย่างไรเท่านั้น

Isaac Newton ได้กล่าวไว้ว่า :

"This most beautiful system of the sun, planets, and comets, could only proceed from the counsel and dominion of an intelligent and powerful Being."

"ระบบที่สวยงามยิ่งของดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ และดาวหางนี้ สามารถเกิดขึ้นได้จากคำแนะนำและการปกครองของตัวตนที่มีสติปัญญาและทรงพลังเท่านั้น"

วิทยาศาสตร์จึงไม่ใช่เครื่องมือที่จะนำมาใช้ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า ซึ่งอยู่เหนือขอบเขตของจักรวาล

เหมือนการที่เราเอานาฬิกามาแกะดูชิ้นส่วน มันไม่ได้บอกว่านาฬิกานี้ไม่ถูกสร้าง มันทำให้รู้ว่านาฬิกานี้สร้างออกมามีกลไกอย่างไรต่างหาก วิทยาศาสตร์มีหน้าที่แค่นี้ครับ 🧬


พฤติกรรมของมนุษย์และการปฏิเสธพระเจ้า

"สิ่งที่พระเจ้าห้ามเราบนโลกนี้มีประโยชน์กับมนุษย์หมดเลยที่มนุษย์จะออกห่างจากมัน ยิ่งมนุษย์ไปยุ่งจะมีแต่โทษ ให้เราอดทนอีกนิดเดียว พอได้เข้าสวรรค์แล้ว ความสุขจากพระเจ้าจะทำให้คุณลืมทุกสิ่งที่เคยถูกห้ามบนโลกไปเลย"

แล้วสิ่งที่ห้าม อิสลามมีผลตอบแทนให้ด้วยนั่นคือความดีจากการทำตามบทบัญญัติ แม้จะยังไม่เห็นผลในโลกนี้ก็ตาม

ประเด็นคือ

คุณมองแต่พระเจ้าในมุมห้าม แต่ไม่เคยมองความโปรดปรานที่พระเจ้าประทานให้คุณเลย

เพราะนิสัยแบบนี้ กลุ่มคนที่สมาทานแนวคิดเสรีนิยมจึงมีปัญหากับศาสนา โดยเฉพาะอิสลาม เพราะไม่อยากถูกจำกัดเสรีภาพจากข้อห้ามทางศาสนา

"ทำไมต้องห้ามฉันจากการมีเซ็กซ์ก่อนแต่งงาน ห้ามดนตรี ห้ามดื่มสุรา ห้ามกินหมู ฯลฯ"

แล้วเรื่องอื่นๆที่พระเจ้าให้ทำ สัตว์ชนิดอื่นๆอีกมากมายที่พระเจ้าให้กินได้ทำไมไม่นับบ้าง ?


บทสรุป

  1. ใช้สามัญสำนึกโดยไม่มีการอคติ การมองโลกและธรรมชาติต้องใช้สติปัญญาและสามัญสำนึก จักรวาลที่ซับซ้อนต้องมีผู้ออกแบบอย่างแน่นอน ✅

  2. วิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำให้เราปฏิเสธพระเจ้า วิทยาศาสตร์คือศาสตร์ที่ช่วยให้เราเห็นวิธีการและกลไกของสิ่งต่างๆเท่านั้น ✅

  3. อย่าทิ้งความดีเพราะข้อห้ามบางอย่าง ธรรมชาติของมนุษย์ชอบจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ถูกห้ามหรือสูญเสียมากกว่า จนลืมมองความโปรดปรานอีกมากมายที่ได้รับในชีวิต เราต้องฝึกมองภาพรวมและขอบคุณต่อพระเจ้าให้มากครับ ✅


เป็นยังไงบ้างครับทุกคนกับเนื้อหาใน EP.2

ผมแนะนำให้ดูคลิปเต็มอีกเช่นเคยครับ เพื่อฟังการตอบคำถามเพิ่มเติม 📼

ตัวอย่างลิสต์คำถามในช่วง Q&A

และประเด็นอื่นๆ

บอกเลยว่าเป็นประโยชน์ทุกคำถามครับ 💯

ฟังคลิปเต็มที่นี่เลย 👉🏼 ตอนที่ 2 ทำไมต้องเชื่อพระเจ้า : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจคอนเซ็ปต์ของพระเจ้าได้มากขึ้นนะครับ ❤️

ฝากกดติดตามบล็อกผมไว้ด้วยนะครับ 👉🏼rasheedz

แล้วพบกันใหม่ใน EP. ถัดไปครับผม 👊🏼

📚 อ่านซีรีส์อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ EP. อื่นๆ ได้ที่นี่ : 🎞️

[EP.1] จุดเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจอิสลาม : ไขข้อข้องใจง่ายๆ ใน 6 ข้อ

[EP.2] ไขข้อสงสัยเรื่องพระเจ้า : เข้าใจง่ายๆ ผ่านสิ่งรอบตัว

[EP.3] สติปัญญาพิสูจน์พระเจ้า : ปริศนาความตายและรหัสลับ DNA

[EP.4] ทำไมต้องมีพระเจ้าองค์เดียว : สัจธรรมบนความสมเหตุสมผล

[EP.5] ชิรก์ (Shirk) คืออะไร : สำรวจความร้ายแรงของการตั้งภาคีในอิสลาม

[EP.6] เร็วๆนี้...

world