มาต่อกันกับ EP.3 ครับ

(ใครที่ยังไม่ได้อ่าน EP ก่อนหน้า สามารถเลือกตอนอ่านได้ที่ท้ายบทความนี้นะครับ จะแปะไว้ตลอด👇🏼)

เนื้อหาในบทความนี้มาจากคลิป 👉🏼 ตอนที่ 3 สติปัญญายอมรับการมีอยู่ของพระเจ้า : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ

🎙️ บรรยายโดย อาจารย์อามีน ลอนา

จาก EP ที่แล้ว ผมยกตัวอย่างสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เห็นว่าความซับซ้อนเพอร์เฟ็กต์เหล่านี้ล้วนถูกออกแบบ มีผู้สร้าง ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญแล้วบังเอิญอีกจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆขึ้นมา

ใน EP นี้เรามาดูปัจจัยอื่นๆกันครับว่ามีอะไรอีกบ้างที่พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีจริง


บริบทของผู้ปฏิเสธพระเจ้าในสังคม

ชาวอาหรับที่ไม่ใช่มุสลิมในสมัยนบีมุฮัมหมัด ﷺ หลายคนไม่รู้ว่า พวกเขา เชื่ออัลลอฮฺเป็นพระเจ้า นะครับ (ก่อนนบีจะเผยแผ่อิสลามด้วย)

แต่ติดตรงที่ว่า พวกเขาหา สื่อกลาง ก่อนไปถึงอัลลอฮฺ (เช่น การขอพรต่อรูปปั้นต่างๆ ให้ช่วยไปขอต่ออัลลอฮฺอีกที) อิสลามจึงเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้ โดยสอนให้ชาวอาหรับละทิ้งสื่อกลางทั้งหมด และขอพรต่ออัลลอฮฺโดยตรงเพียงองค์เดียว

ส่วนชาวไทยนั้นไม่เชื่อในพระเจ้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอพูดเรื่องพระเจ้าพวกเขามักจะปฏิเสธตามแนวคิดวัตถุนิยม (Materialism) แต่กลับเชื่อเรื่องนรก สวรรค์ เทวดา เพราะคำสอนของพวกเขาบอกมา (แต่ไม่เคยตั้งคำถามเลยว่ามีที่มายังไง)

ถ้าคนไทยจะปฏิเสธพระเจ้าเพราะอยู่นอกเหนือสัมผัสทั้งห้า แล้วทำไมสวรรค์ นรก เทวดา ถึงเชื่อได้ ?

จริงๆมันต้องปฏิเสธหมดนะครับ ต้องไม่เชื่อว่ามีจริงเพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนสัมผัสไม่ได้เหมือนกัน (ถือเป็นความย้อนแย้งทางตรรกะอย่างหนึ่ง)

และกรณีต่อจากนี้ จะมาช่วยยืนยันการมีอยู่ของพระเจ้าได้ชัดเจนขึ้นครับ


"ความตาย" คือหลักฐานทางสติปัญญาที่ยืนยันถึงพระผู้สร้าง

"ความตายของมนุษย์ คือสิ่งที่ยืนยันการมีอยู่ของพระเจ้า"

ก่อนจะเข้าประเด็นว่าพระเจ้ามีหลักฐานอะไรถึงบอกว่าความตายสามารถพิสูจน์พระเจ้าได้ ?

ผมขอแบ่งความเชื่อเรื่องความตายของกลุ่มคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าไว้ 2 แบบครับ

1.กลุ่มคนที่ไม่เชื่อว่าร่างกายมนุษย์มีวิญญาณ

ถ้าไม่เชื่อว่ามนุษย์มีวิญญาณ คุณจะอธิบายเคสของ คนไหลตาย ยังไง ?

อะไรคือจุดแบ่งว่าตาย หรือไม่ตาย อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ระบบร่างกายทั้งหมดหยุดทำงานอย่างฉับพลัน

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆนะครับ

เป็นส่วนที่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องพิสูจน์ ว่านิยามความตายของพวกเขาเป็นยังไง

2. กลุ่มคนที่เชื่อว่าร่างกายมนุษย์มีวิญญาณ

เรามีความเชื่อตรงกันว่า นิยามความตาย = วิญญาณออกจากร่าง (ถ้าเป็นเจ้าชายนิทรา ยังหายใจอยู่แต่ไม่ตอบสนอง ถือว่ายังไม่ตาย)

พวกเขาเชื่อว่ามีวิญญาณ แต่ทำไมกลับไม่เชื่อว่ามีพระเจ้าผู้ควบคุม กำหนดความตายอยู่ ?

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-วากิอะฮฺ โองการที่ 83 ว่า :

فَلَوْلَآ إِذَا بَلَغَتِ ٱلْحُلْقُومَ

"แล้วเมื่อวิญญาณได้มาถึงคอหอย (กำลังจะตาย) แล้วพวกเจ้าสามารถจะยับยั้งไว้ได้หรือ"

(เมื่ออัลลอฮฺจะเรียกร้องให้ผู้ปฏิเสธศรัทธาเชื่อ พระองค์จะใช้การหักล้างด้วยวิธีการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล ในหลักการอิสลาม เรียกว่า หลักฐานเชิงสติปัญญา ยืนยันการมีอยู่ของพระเจ้า)

ถ้าเชื่อว่ามนุษย์เกิดขึ้นมาจากกระบวนการธรรมชาติ อธิบายทุกอย่างจากกระบวนการธรรมชาติอย่างเดียว บังเอิญวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ ไม่มีผู้ควบคุมกฎหลักที่ว่าทุกชีวิตต้องตาย

ถ้าเชื่อแบบนี้ ทำไมในประวัติศาสตร์มนุษย์ไม่มีสักคนเลยที่อยู่เป็นอมตะ หรือคนที่ตายแล้วกลับเข้า-ออกร่างได้ตามใจ

คือถ้าไม่มีผู้ควบคุมกฎหลัก (ทุกชีวิตต้องตาย) มันจะต้องมีโอกาสเกิดขึ้นได้หมด เพราะความเป็นอิสระ อยู่นอกเหนือกฎต่างๆ

แต่ทำไมกัน...

ทำไมไม่มีใครแหกกฎแห่งความตายได้ ?

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-วากิอะฮฺ โองการที่ 86-87 ว่า :

(٨٦) فَلَوْلَآ إِن كُنتُمْ غَيْرَ مَدِينِينَ

(٨٧) تَرْجِعُونَهَآ إِن كُنتُمْ صَـٰدِقِينَ

"หากว่าพวกเจ้าไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ใด และไม่มีพระเจ้าเป็นผู้มีอำนาจเหนือพวกเจ้าแล้ว ไฉนเล่า พวกเจ้าจึงไม่ให้วิญญาณกลับมาสู่ร่างอีกหากพวกเจ้าพูดจริง"

หากธรรมชาติสร้างมนุษย์ได้จริง ทำไมถึงฟื้นชีวิตตัวเองกลับมาไม่ได้ ทำไมจึงไม่มีมนุษย์คนใดแหกกฎความตายได้เลย

คุณเชื่อในการมีอยู่ของชีวิตว่ามันเกิดขึ้นเองโดยไม่มีผู้สร้าง

จากไม่มีชีวิตเลย เป็นวัตถุหนึ่ง➡️วิวัฒนาการมาจนเกิดชีวิตที่รูปแบบไม่ซับซ้อน➡️จนซับซ้อนกลายเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน แบบนี้คุณเชื่อได้

แต่ทำไมไม่มีเหตุบังเอิญที่มนุษย์จะไม่ตายเลย มันง่ายกว่ามากที่จะเชื่อว่าสิ่งที่มีชีวิตฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ได้

(ในทางตรรกะ การทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพ ย่อมง่ายกว่าการสร้างชีวิตแรกขึ้นมาจากความว่างเปล่า)

นั่นเป็นเพราะไม่มีใครเอาชนะพระเจ้าที่อยู่เหนือมนุษย์ได้ พระองค์จึงตั้งคำถามให้ผู้ปฏิเสธมีสติและคิดเองได้ว่าแบบไหนสมเหตุสมผลมากกว่ากัน

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า

"ชีวิตมนุษย์ไม่ได้อิสระจากอำนาจของพระเจ้า ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องตายทั้งคู่ ก้าวไม่พ้นกฎแห่งความตาย ไม่มีใครสามารถรอดพ้นในการกลับไปหาอัลลอฮฺได้"


ความเป็นไปไม่ได้ของสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากความบังเอิญ

กลุ่มคนที่เชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ (Darwinism) พวกเขาเชื่อว่าชีวิตและสรรพสิ่งทั้งมวลเกิดขึ้นผ่านวิวัฒนาการ

ค่อยเป็นค่อยไปจากไม่มีชีวิต➡️มีชีวิตไม่ซับซ้อน➡️สภาพปัจจุบัน พวกเขาใช้ความยาวของเวลามาอ้างว่าทำได้

เพื่อหักล้างกลุ่มทฤษฎีวิวัฒนาการ ผมจะยกตรรกะง่ายๆให้เห็นภาพเหมือนเดิมครับ

เป็นไปได้ไหม... มีห้องโล่งๆ เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้อากาศเข้า ทิ้งไว้หลายล้านปี ลมพัดชิ้นส่วนต่างๆเข้ามาจนประกอบร่างเป็นคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง มีระบบสมบูรณ์ 🖥️

ถ้าแบบนี้เชื่อไม่ได้ กรณีของการเกิดมนุษย์ก็ต้องเชื่อไม่ได้เหมือนกัน ที่จะเกิดจากความบังเอิญนับล้านปี ในเมื่อมนุษย์ซับซ้อนกว่าคอมพิวเตอร์มาก

ขอบเขตของวิทยาศาสตร์บอกแค่ว่ากลไกเป็นอย่างไร แต่บอกไม่ได้ว่าผู้สร้างมีลักษณะอย่างไร สื่อสารโดยตรงกับพระเจ้าไม่ได้

นั่นทำให้เราต้องมีคัมภีร์ในการรู้จักพระเจ้า

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ตรัสไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-วากิอะฮฺ โองการที่ 58-59 ว่า :

(٥٨) أَفَرَءَيْتُم مَّا تُمْنُونَ

(٥٩) ءَأَنتُمْ تَخْلُقُونَهُۥٓ أَمْ نَحْنُ ٱلْخَـٰلِقُونَ

"พวกเจ้าเห็นสิ่งที่พวกเจ้าหลั่งออกมา (อสุจิ) แล้วมิใช่หรือ พวกเจ้าสร้างมันขึ้นมา หรือว่าเราเป็นผู้สร้าง"

ไม่ว่าจะอสุจิหรือจักรวาล เมื่อไม่มีอะไรอยู่เลย เป็นความว่างเปล่า มันจะสร้างตัวเองขึ้นมายังไง ?

แล้วต่อจากนั้นก็จะอ้าง

กฎฟิสิกส์

เลี่ยงคำว่าพระเจ้าเป็นกฎฟิสิกส์สร้างแทน สุดท้ายก็ต้องการปฐมเหตุอยู่ดี เขาใช้คำอื่นแทนพระเจ้าเพื่อจะไม่ต้องเข้าหาศาสนา

กฎฟิสิกส์ไม่มีชีวิต ไม่มีเจตจำนง ทำไมมันกลายเป็นปฐมเหตุสร้างสิ่งมีชีวิตแบบเราที่มีเจตจำนงขึ้นมาได้ ?

ทุกคนสังเกตไหมครับ ทุกอย่างรอบตัวเราถูกออกแบบมาอย่างมีเหตุผล ทุกชีวิตมีเจตนารมณ์ทั้งหมด ไม่มีอะไรไร้สาระเลย ขนาดมูลสัตว์ยังมีเจตนารมณ์ ยังมีประโยน์ในการใช้เป็นปุ๋ยได้

ทั้งหมดนี้จะมาจากสิ่งที่ไม่มีความรู้สึกนึกคิด จากกฎฟิสิกส์แค่นั้นได้จริงๆหรือ ?

จากนี้เราจะมาไล่ทีละเคสกันครับ ว่าสิ่งเหล่านี้มีโอกาสบังเอิญเกิดขึ้นเองจากวิวัฒนาการได้จริงหรือเปล่า

โปรตีนในแบคทีเรีย

Robert Shapiro เขียนหนังสือ Origins : A Skeptic's Guide to the Creation of Life on Earth ในหน้าที่ 127 บอกว่า :

"การจะสร้างแบคทีเรียขึ้นมานั้น จะต้องประกอบเอนไซม์ที่ทำงานได้และแตกต่างกันถึง 2,000 ชนิด โอกาสที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้คือ 1 ใน 10^20 คูณกัน 2,000 ครั้ง หรือเท่ากับ 1 ใน 10^40,000"

ในทางคณิตศาสตร์ถ้า 1 ตามด้วย 0 50 ตัว ถือว่าไม่มีโอกาสเป็นไปได้แน่นอนแล้วครับ 🦠

แล้วจะเทียบอะไรได้กับเซลล์ที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ที่มีโปรตีนถึง 2 แสนชนิด

คิดดูนะครับว่าร่างกายเราซับซ้อนขนาดนี้ จะเกิดขึ้นได้จากความบังเอิญหรือถูกออกแบบมากันแน่ ?

DNA

ความซับซ้อนของรหัสพันธุกรรม DNA หลักฐานการออกแบบที่สมบูรณ์แบบโดยพระผู้สร้างที่วิทยาศาสตร์ค้นพบ

นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ โดยภาษาของพันธุกรรมมีมากถึง 3 พันล้าน ตัวอักษร 🧬

ถือเป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์ในศตวรรษที่ 20

ด็อกเตอร์ Stephen Meyer ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่สถาบันค้นคว้าแห่ง Seattle USA กล่าวว่า

"ความมหัศจรรย์ที่มีอยู่ใน DNA คือการที่ DNA บรรจุข้อมูลที่บอกรายละเอียดของการสร้างโปรตีนอยู่ในรูปแบบของรหัส Digital 4 หลัก"

DNA วิวัฒนาการจนยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ขนาดนี้ได้ เกิดขึ้นมาเองโดยปราศจากผู้สร้างจริงๆหรือ ?

Fossil

ร่องรอยฟอสซิลบนหินโบราณ หลักฐานทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ใช้โต้แย้งความบังเอิญของทฤษฎีวิวัฒนาการ

ถ้าเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ เราต้องเจอฟอสซิลที่อยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิตก่อนวิวัฒนาการ กับสิ่งมีชีวิตปัจจุบัน 🪨

แต่เมื่อขุดพบ ฟอสซิลหลายชิ้นไม่ได้บอกแบบนั้นเลย แต่ก็พยายามตีความให้ตรงกับที่ตัวเองอธิบายให้ได้

คือทฤษฎีนี้ไม่ได้วิเคราะห์บนฐานประจักษ์นิยม 100% แต่มีอภิปรัชญาในแบบของตัวเองอยู่

นักวิทยาศาสตร์ฝ่าย Creationist จึงพยายามเอาหลักฐานมายืนยันว่าการวิวัฒนาการไม่ได้เกิดขึ้นในสัตว์เหล่านี้เลย

แล้วฟอสซิลกรณีแบบนี้มีเป็น ล้านชิ้น เลยครับ

หลังจากได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ กลุ่มผู้ปฏิเสธพระเจ้าโดยยึดทฤษฎีวิวัฒนาการ พวกคุณจะยึดถือมันต่อไปจริงๆหรือ ?

(ผมย้ำประโยคนี้บ่อยมากเพื่อให้ทุกคนคิดตามครับ)


การวิพากษ์แนวคิดสังคมศาสตร์และเสรีนิยมที่ปฏิเสธศาสนา

มาตรฐานศีลธรรมและขอบเขตเสรีภาพของมนุษย์ นอกจากกลุ่มคนที่ยึดทฤษฎีวิวัฒนาการในการปฏิเสธพระเจ้าแล้ว ยังมีอีกกลุ่มคนที่ปฏิเสธพระเจ้าเช่นกัน แต่มาในมุมของสังคมศาสตร์ครับ แยกย่อยตามที่เรารู้จักกันได้ดังนี้ :

ทั้งหมดล้วนเป็นสายปรัชญาด้านสังคม อธิบายความเป็นมาของสังคมมนุษย์ในแบบปฏิเสธพระเจ้า (อาจยกคำอธิบายของกลุ่มวิวัฒนาการมาบ้าง แต่ไม่ใช้ทั้งหมด)

Karl Marx ก็ได้รับอิทธิพลจากดาร์วินเช่นกัน เป็นเหมือน ดาร์วินแห่งสังคมศาสตร์ เขานำวิวัฒนาการมาใช้อธิบายทางสังคม ถึงขั้นที่ปลูกฝังผู้คนให้ทำสงครามสู้รบกัน

หมายความว่าถ้าเราโต้แย้งดาร์วินได้ กลุ่มคนในสายสังคมศาตร์ก็จะเหลือหลักๆในปัจจุบันไม่กี่กลุ่มแล้วครับ (คอมมิวนิสต์ สังคมนิยมเงียบหายไปเยอะแล้ว)

ผมจะอธิบายกลุ่มที่เหลือดังนี้ครับ

1. ฆราวาสนิยม ➡️ การมีอยู่ของศาสนา ทำให้เกิดการกดขี่มนุษย์ในรัฐ

สุดท้ายแนวคิดนี้ก็เหมือนศาสนาอย่างนึง ที่ชอบกีดกันสิ่งที่ค้านกับอุดมการณ์ตัวเอง (เช่นในฝรั่งเศสที่จำกัดสิทธิของศาสนาเยอะ โดยเฉพาะมุสลิม)

2. สตรีนิยม ➡️ สังคมมนุษย์มีกลไกสร้างความเป็นใหญ่ให้ผู้ชาย กดทับผู้หญิง

แนวคิดนี้ภายในก็ไม่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ถกเถียงกันเองว่าจะไปหยุดที่จุดไหน (เช่น ในวงการกีฬา นำชายข้ามเพศมาแข่งกับหญิงแท้) สุดท้ายการทำให้ชาย-หญิงทุกอย่างเท่าเทียมเหมือนกันหมด อาจสร้างความอธรรมใหม่ๆขึ้นมาก็ได้

3. เสรีนิยม ➡️ เสรีภาพ ทำได้ทุกอย่างโดยไม่ไปละเมิดผู้อื่นก็พอ

คำถามคือ ขอบเขตเสรีภาพของพวกเขาอยู่ที่ไหน ถึงปัจจุบันก็ยังตอบไม่ได้

รักร่วมเพศ ทำได้ ✅

แต่ Incest (การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนที่มีสายเลือดเดียวกัน) โดยเจตนาดันห้าม ทั้งๆที่เป็นเสรีภาพเหมือนกัน ❌

อ้างว่าห้ามเพราะเด็กเกิดมามีปัญหาได้ แล้วก็จะมีประเด็นต่อเรื่อยๆ เช่น

แต่ถ้าใส่ถุงยาง กินยาคุม ทำแท้ง สามารถทำได้ใช่ไหม ? นี่เป็นตัวอย่างทางเลือกในเสรีภาพของพวกเขาทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งในเสรีภาพที่ไร้ขอบเขต ซึ่งหลายคนเองก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้

หรือจะอ้างอีกว่าห้ามเพราะขัดกับสามัญสำนึก

ประเด็นต่อมาคือ สามัญสำนึกเป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ ขัดกับวัตถุนิยมที่พวกเขายึดถืออีก ถ้าแบบนี้มุสลิมก็อ้างได้เหมือนกันครับว่า ชาย-ชาย ผิดประเวณีก่อนแต่งงาน ขัดกับสามัญสำนึกทั้งหมด

สุดท้ายแล้ว ผมย้ำถามอีกทีว่า มาตรฐานทางศีลธรรมของกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ตรงไหน

ถ้าไม่มีขอบเขต มันจะไปสุดตรงไหน การกระทำแปลกๆที่ปัจจุบันไม่ยอมรับ ในอนาคตอาจมีกลุ่มคนที่เอาอารมณ์ใฝ่ต่ำ และความต้องการของตัวเองเป็นตัวนำ ออกมาเรียกร้องให้ทำได้เป็นเรื่องปกติ เราไม่มีทางรู้ได้เลยครับ

ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ คุณจะไม่เห็นแนวทางใดบนโลกนี้ที่จะไม่มีความขัดแย้งในตัวเอง นอกจากอิสลาม 🟢


บทสรุป

  1. ความตายพิสูจน์การมีอยู่จริงของพระเจ้าได้ หากไม่มีผู้ควบคุมกฎ ทุกกระบวนการสามารถเกิดขึ้นเองได้จากความบังเอิญ ทำไมถึงไม่มีมนุษย์สักคนเลยที่มีชีวิตนิรันดร์ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ✅

  2. สิ่งมีชีวิตที่ระบบร่างกายซับซ้อนขนาดนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญได้ บังเอิญจนสมบูรณ์แบบ สุดท้ายต้องมีผู้ควบคุมกำหนดความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีความสมเหตุสมผลมากกว่า ✅

  3. เสรีภาพต้องมีกรอบของศีลธรรม ถ้าเสรีภาพจนไม่มีขอบเขต ทิ้งมาตรฐานทางศีลธรรมของศาสนา มันจะทำให้สังคมเสื่อมถอยและยอมรับพฤติกรรมที่ขัดต่อสามัญสำนึกได้ (ซึ่งในอนาคตอาจจะมีอะไรแปลกๆขึ้นมาอีกมาก เราไม่สามารถรู้ได้เลย) ✅

จงใช้สติปัญญาพิจารณาความจริงเหล่านี้ให้มากครับ


เป็นยังไงกันบ้างครับ EP นี้

เพิ่มข้อพิสูจน์ให้มากขึ้นต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว

หวังว่าทุกคนจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นนะครับว่า ระหว่างสิ่งมีชีวิตสร้างตัวเองขึ้นมา หรือมีผู้สร้างมัน ❤️

ผมแนะนำให้ดูคลิปเต็มอีกเช่นเคยครับ เพื่อฟังการตอบคำถามเพิ่มเติม 📼

ตัวอย่างลิสต์คำถามในช่วง Q&A

และประเด็นอื่นๆ

บอกเลยว่าเป็นประโยชน์ทุกคำถามครับ 💯

ฟังคลิปเต็มที่นี่เลย 👉🏼 ตอนที่ 3 สติปัญญายอมรับการมีอยู่ของพระเจ้า : ซีรีส์ อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ

ฝากกดติดตามบล็อกผมไว้ด้วยนะครับ 👉🏼rasheedz

แล้วพบกันใหม่ใน EP. ถัดไปครับผม 👊🏼

📚 อ่านซีรีส์อบรมอิสลามแก่ผู้สนใจ EP. อื่นๆ ได้ที่นี่ : 🎞️

[EP.1] จุดเริ่มต้นสำหรับผู้สนใจอิสลาม : ไขข้อข้องใจง่ายๆ ใน 6 ข้อ

[EP.2] ไขข้อสงสัยเรื่องพระเจ้า : เข้าใจง่ายๆ ผ่านสิ่งรอบตัว

[EP.3] สติปัญญาพิสูจน์พระเจ้า : ปริศนาความตายและรหัสลับ DNA

[EP.4] ทำไมต้องมีพระเจ้าองค์เดียว : สัจธรรมบนความสมเหตุสมผล

[EP.5] ชิรก์ (Shirk) คืออะไร : สำรวจความร้ายแรงของการตั้งภาคีในอิสลาม

[EP.6] เร็วๆนี้...

DNA 2