ถ้านับดูตอนนี้ก็ประมาณ 1 ปี ครึ่งได้แล้ว ที่ผมเริ่มวิ่ง แต่ถ้าหากเป็นการซ้อมจริงจังแบบมีตารางซ้อม และปรับเปลี่ยนตารางชีวิตใหม่ ก็เห็นจะเริ่มช่วงต้นปีนี้ ตอนนี้จึงเกือบจะครึ่งปีแล้ว เมื่อมาทบทวนความรู้สึก ผมรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปจากหนึ่งปีที่วิ่งแบบอิสระ
เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว...
สิ่งหนึ่งนั้นคือ บุคลิกภาพ ผมเขียนไปแล้วในบทความก่อนหน้า So, has my MBTI changed? ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สร้างความแปลกใหม่ให้ผมพอสมควร
แต่นอกจากนั้น สิ่งที่มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการวิ่งของผมสิ่งหนึ่งคือ
"ความรู้สึก"
ความรู้สึกที่มีต่อการวิ่งสำคัญจริงๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตื่นมาทำมันในทุกเช้าเย็น ช่วงที่ผมวิ่งมาได้สักพัก น่าจะประมาณ 4-5 เดือน ทุกวันล้วนเติมเต็มไปด้วยความสุข เมื่อได้เห็นชัยชนะต่อร่างกายและจิตใจตัวเองในแต่ละวันที่ผ่านไป และเมื่อร่างกายได้พัฒนาขึ้นมันก็เป็นพลังอันแข็งแกร่งให้คนคนหนึ่งยินดีที่จะทำสิ่งนั้นต่อไป และเมื่อเราบ่มเพาะสิ่งเหล่านี้มาได้ในช่วงเวลาหนึ่งจะเกิดเป็นวินัย ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเช่นเดียวกัน
แต่ครึ่งปีนี้ ทุกอย่างเข้มข้นขึ้น ระยะการซ้อม ความเร็ว และจำนวนการซ้อมที่มากขึ้นตามเป้าหมายที่ตัวเราเองนั้นกำหนด ทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไป ผมมีความสุขในการวิ่งเหมือนแต่ก่อนไหม?
ถ้าให้ตอบว่าใช่ ก็คงจะโกหกไปหน่อย
ผมพบว่าความสุขมมันไม่ใช่สิ่งหอมหวาน จีรังยั่งยืนขนาดนั้น และผมไม่ได้จะตีความว่าการฝึกหนัก = ไม่มีความสุข แต่มันเป็นองค์ประกอบของชีวิตที่เราทุกคนล้วนต้องพบเจอ เราตื่นมาเผชิญเรื่องราวในแต่ละวันที่ไม่อาจคาดเดาได้ สำเร็จบ้าง ผิดพลาดบ้าง พบหนทางใหม่บ้าง คละเคล้าปะปนกันไป การวิ่งไม่ต่างไปจากนั้นนัก เราไม่อาจทำตามเป้าหมาย ทำตามโจทย์ได้ทุกวัน ร่างกายเราคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีเหนื่อย มีล้า เราควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่เราควบคุมจิตใจของตนได้ ไม่จำเป็นที่จะเสียอารมณ์ ผิดหวัง เศร้า เมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามใจนึก มันก็แค่ธรรรมชาติที่เคลื่อนตัวผ่านไป
ดั่งเช่นสายลม....
ไม่มีใครควบคุมลมได้ แต่เราเรียนรู้ที่จะทำตัวให้ปลอดภัยจากมันได้ และในทางตรงกันข้ามเราก็เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นแล้ว ห้วงอารมณ์และแนวคิดที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลานี้ของผม มันอาจไม่ใช่ความสุขทั้งหมด มันอาจใกล้เคียงกับคำว่า "การรับรู้" ถ้าจะให้ขยายความมันคงเป็นความรู้สึกที่เราเปิดรับทุกอารมณ์ที่เข้ามาอย่างเป็นกลาง
รับเข้ามา-รู้สึก-พิจารณา-และมองมันผ่านไป วนซ้ำแบบนี้เป็นวัฏจักร และแน่นอนสิ่งเหล่านี้เกิดทุกช่วงเวลาขณะวิ่ง รวมไปถึงการใช้ชีวิต พอได้เข้าใจแบบนี้ผมว่าผมรู้สึกสบายใจขึ้นนะ มันเบาหวิวเลยละครับ
ผมไม่รู้ว่ามันจะอยู่กับผมได้นานแค่ไหน รู้จะมีสิ่งใดที่เกิดขึ้นใหม่ ไม่มีใครคาดเดาได้ แต่ผมมั่นใจว่าผมจะรู้สึกดีกับทุกอย่างที่ก้าวเข้ามา ขอบคุณทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ขอบคุณธรรมชาติที่สวยงามเสมอ
9 มิถุนายน 2026

Comments