วิถีชีวิตแบบรูทีน

เรื่องในวันนี้อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องราวการวิ่งซะทีเดียว แต่เป็นเรื่องที่ผมรู้สึกดี มีความสุข และอยากที่จะแชร์ให้กับผู้อ่านได้รับฟัง ถือเป็นพลังงานบวกดีๆที่ผมอยากมอบให้ครับ เป็นเรื่องราวความสุขของผู้คนที่ผมได้พบหลังจากที่ชีวิตผมเข้าสู่โลกแห่งการวิ่งได้ประมาณ 1 ปี Sole Stories: เรื่องเล่าจากฝ่าเท้า - ความหมายของชีวิตผ่านก้าววิ่ง

เป็นช่วงที่ผมรู้สึกว่าชีวิตมีความสุขดีจังเลย...

การคุ้นชินกับระบบการซ้อม ตารางชีวิตที่จัดสรรได้ลงตัว สิ่งที่น่าแปลกคือ ในอดีตผมไม่เคยชอบการใช้ชีวิตที่เป็น รูทีน เพราะมันเป็นเหมือนการทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ไร้ซึ่งความท่าทาย และดูจะน่าเบื่อไปเสียด้วย ผมพยายามหางาน หากิจกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ และผมก็มีความสุขกับช่วงเวลาเหล่านั้นในอดีต แต่ทุกอย่างตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อผมเริ่มวิ่ง สารภาพตามตรงผมหลงรักความเป็นรูทีนของชีวิตอย่างสุดซึ้ง มันคลาสสิค มันราบเรียบ มันสงบ มันมีความสุขในใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้น

ผมทำแบบเดิม วันแล้ว วันเล่า อย่างไม่เบื่อ ผมตื่นเวลาเดิม เก็บที่นอนแบบเดิม เติมน้ำใส่กระบอกน้ำให้เต็ม ออกไปวิ่งเหมือนเดิม ทำทุกกิจวัตรในวันนั้นเช่นเดิม

แต่อะไรเดิมๆ เหล่านี้ ทำให้ผมพบเส้นทางใหม่ เป็นเส้นทางที่แปลกใหม่แต่เต็มไปด้วยความสุขในใจเล็กๆ ทุกวัน

รอยยิ้มจากพี่ยาม

ผมอยู่คอนโดนี้มาเกือบ 3 ปี ทีมงานรักษาความปลอดภัยต่างเปลี่ยนหน้าตาบ่อยครั้ง และผมไม่เคยที่จะสังเกตุหรือทักทายอย่างจริงจังสักเท่าไหร่ จึงไม่เคยจำใครได้ชัดๆ เลยสักที แต่เมื่อชีวิตผมมีความซ้ำเดิมมากขึ้น การที่ผมลงมาจากคอนโดตอนตี 5:30 ในเวลาเดิมๆ ทุกวัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้พบพี่ยามคนหนึ่ง ที่น่าจะตรงกับรอบงานของพี่เขาพอดี เราเจอกันเสมอในเวลานั้นทุกวัน เรายิ้มทักทายต้อนรับวันใหม่ให้กันอย่างสดใส ผมสัมผัสถึงรอยยิ้มที่จริงใจของพี่เขาได้ ผมมีความสุข มีกำลังใจทุกครั้งที่ได้พบ

ผมหวังว่ารอยยิ้มของผมจะสร้างวันดีๆ ให้พี่ได้เหมือนกันนะครับ

พี่ยามเป็นคนที่แต่งตัวเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า มีบุคลิกที่สุภาพ สุขุม ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นระเบียบ ทุกครั้งที่ผมจะไปทำงานผมต้องเดินผ่านแขนกั้นรถอัตโนมัติด้านหน้าคอนโด โดยปกติผมต้องเดินหลบเข้าไปข้างทาง แต่ทุกครั้งที่พี่ยามอยู่ จะคอยเปิดที่กั้นให้ผมเดินง่ายตลอด พร้อมส่งยิ้มทักทาย แทนคำพูดว่า "ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะครับ" เราพยักหน้าให้กันและเดินหน้าทำหน้าที่กันต่อไปในแต่ละวัน

คุณลุงคุณป้าร้านข้าวแกง

หลังจากวิ่งในช่วงเช้าและทำกิจกรรมส่วนตัวเสร็จสิ้น ผมจะออกจากคอนโดประมาณ 07:30 เพื่อแวะทานข้าวที่ตลาดแถวออฟฟิต ซึ่งเป็นร้านข้าวแกงใต้ของคุณลุงท่านหนึ่งที่ผมกินทุกวัน ปัจจัยที่ผมกินได้โดยไม่เบื่อเลยนั้นคือ รสชาติที่จัดจ้าน เมนูที่หลากหลาย และที่สำคัญคือ มีผักท้องถิ่นที่มีสารอาหารระดับ Superfood เป็นเรื่องที่ดีที่ผมได้รับสารอาหารเหล่านี้มาฟื้นฟูร่างกายหลังซ้อมในแต่ละเช้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะมาทานที่ร้านลุงเป็นประจำ

จากลูกค้าขาจรกลายเป็นคนที่เจอหน้ากันทุกวัน ลุงตั้งชื่อให้ผมว่า "ลูกพี่" ในแต่ละวันที่ผมโผล่หน้าเข้าซอยของร้าน ป้าจะตะโกนบอกลุงว่า "ลูกพี่มาแล้ว เพิ่มข้าวเหมือนเดิม" สิ่งนี้ได้เข้าไปอยู่ในส่วนลึกของหัวใจผมเรียบร้อยแล้ว ผมประทับใจกับทุกร้านที่จดจำรายละเอียดของลูกค้าได้

มันทำให้เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ในหัวใจที่เกิดขึ้นในวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

เมนูโปรดผมที่กินแทบทุกวันคือ ""แกงส้ม" ลุงจะทำแกงส้มที่ไม่ซ้ำแบบมา (อาจทำเป็นปกติ ผมไม่อยากเอาตัวเองเป็นที่ตั้งหรอก 5555) บางวันเป็นแกงส้มมะละกอ บางวันเป็นสับปะรด บางวันใส่กุ้ง บางวันใส่ปลา สลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน รสชาติร้านลุงจะออกทางใต้อย่างแท้จริง เครื่องแกงเข้มข้น เผ็ดร้อน เสริมการเผาผลาญหลังวิ่งได้ดีเหลือเกิน

ความสัมพันธ์อันบริสุทธ์

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ ทุกคนที่ผมเล่ามาเราไม่รู้จักชื่อกันเลย ผมไม่เคยถามชื่อพี่ยาม ผมไม่เคยถามชื่อลุงและป้า (ถึงแม้ชื่อร้านอาจจะเป็นชื่อลุงก็เถอะ) แต่เรากับปฏิบัติต่อกันอย่างดี ผมไม่รู้ว่าจะเรียกความสัมพันธ์เหล่านี้ว่าอะไร แต่สิ่งที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับผู้คนเหล่านี้ เกิดจากการกระทำแบบเดิมซ้ำๆ ในทุกวันของผม อาจจะเป็นเรื่องราวปกติของคุณหลายคน แต่สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ และ น่ายินดีอย่างมาก

ผมไม่เคยคิดว่าการทำสิ่งเดิมๆ ทุกวันจะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้มากมายขนาดนี้

ผมตื่นเต้นมาก ต่อไปนี้ทุกช่วงเวลา ทุกสถานที่ แม้ผมจะเดินทางผ่านเหมือนเดิมในทุกวัน แต่ผมมั่นใจว่าเรื่องราวระหว่างทางจะไม่น่าเบื่อแน่นอน ขอขอบคุณทุกคนที่ใจดีกับผม และผมขอให้ผู้อ่านทุกคนได้พบกับเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ ระหว่างทาง ในแต่ละวันครับ

ราบี้บอย

3 เมษายน 2026, ร้าน ONE TO TWO สาขา ตลาดต้นสัก