จากคลาสในวันแรก คลาสละครวันแรก ประสบการณ์และบทเรียน Day 1 : Foundation ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบบฝึกหัดเกี่ยวการละครเบื้องต้น รวมทั้งเครื่องมือการละคร วันนี้เรามาต่อกันครับ
Body Recall
ในวันที่สองผมเริ่มเข้าคลาสด้วยความอยากรู้ต่อ จากเมื่อวานที่ผ่านเทคนิค เครื่องมือ ไปหลายกิจกรรม วันนี้เริ่มต้นด้วยการเล่นเกมปรบมือ เกมปรบมือนี้วิธีการเล่นง่าย ๆ แค่เราปรบมือแล้วส่งต่อไปให้คนข้าง ๆ ของเรา แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นด้วยการเพิ่มเติมเงื่อนไขว่าเราสามารถส่งไปทางซ้ายหรือทางขวาได้ แต่เมื่อส่งเราต้องสบตากับผู้รับให้เขารู้ตัวก่อนเพราะจะได้ส่งได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มเติมส่งให้คนข้างหน้า โดยเราขะต้องก้าวเท้า 1 ข้างไปข้างหน้าและส่งให้กับใครก็ได้ที่อยู่ตรงข้ามกัน แต่เขาต้องรับรู้ถึงสิ่งที่เราได้ส่ง เกมนี้สนุกมาก ๆ ช่วยเรียกสติ ให้กลับมาอยู่กับตัว ฝึกการสังเกต ฝึกการสื่อสารผ่านทางสายตา ฝึกในเรื่องของจังหวะ แล้วเราก็ได้ทำการ check in การ wrap-up และผ่อนคลายร่างกายด้วยการใช้การนวดกันและกันเพื่อให้เป็นการรู้จักเพื่อนมากขึ้น แล้วมาร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อเรียนรู้ ความรู้สึก การนำไปปรับใช้ จากนั้นก็ทำการพรีเซนต์ การเรียนรู้ในเมื่อวานซึ่งแน่นอนคลาสละครเราจะนำเสนอแบบธรรมดาไม่ได้ โดยอาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่ม 4 กลุ่มนำเสนอกิจกรรม ข้อเรียนรู้ ความรู้สึก เมื่อวานในตอนเช้าและตอนบ่ายผ่าน Image Theater ซึ่งแต่ละกลุ่มเก็บรายละเอียดได้น่าสนใจและกิจกรรมนี้ทำให้เห็นภาพว่าเมื่อวานทำอะไรไปบ้างแล้วเราหลงลืมกิจกรรมอันไหนไป เราได้ตอกย้ำกับตนเองว่าข้อค้นพบที่เรียนรู้จากเมื่อวานยังคงมีหรือไม่ ซึ่งเราสามารถปรับไปใช้กิจกรรมแบบนี้ในการทบทวนกิจกรรมในห้องเรียนได้
ของวิเศษ Props
ช่วงเวลานี้อ.เบิร์ดมาพร้อมหมวกใบหนึ่ง แล้วพาพวกเราคิดว่าหมวกนี้ถ้าไม่ได้มีไว้ใส่แล้วมันสามารถเป็นอะไรได้อีก โดยนอกจากการตอบแล้วเรายังสามารถนำหมวกนี้ไปแสดงวิธีการใช้สิ่งของต่าง ๆ นั้นคร่าว ๆ ได้ เช่น เป็นเรือ เป็นขัน เป็นชาม ฯลฯ จากนั้นก็ได้แยกเป็นกลุ่มย่อยและมีสิ่งของให้แต่ละกลุ่ม 2 ชิ้น นอกจากจะให้แต่ละกลุ่มได้คิดโดยการวนไปแต่ละคนแล้ว ต้องเอาสิ่งของทั้งสองชิ้นมารวมกันแล้วคิดว่ามันเป็นอะไรได้อีก เป็าหมายของกิจกรรมนี้เป็นการที่เราได้ ทดลอง สมาธิ กติกา และ Free แล้วยังได้ สนุกไปกับจินตนาการ รวมถึง เชื่อความเป็นไปได้ และแล้วแต่ละกลุ่มก็ได้ลองเอาความเชื่อนั้นคิดเป็นเรื่องราวเริ่มมีการสร้างตัวละคร เรื่องราว ความสนุก หัวเราะ สงสัย มีการเล่นบทบาทสมมติ การสร้างสรรค์ และเมื่อมามองผลงานที่แต่ละกลุ่มได้นำเสนอนั้นกลับพบว่ามีการเล่นสิ่งนั้น ๆ ผ่านด้วยสายตาของวัฒนธรรมที่เป็นตรงกัน เช่น การใช้ตะกร้าเป็นตุ่มในหนังเรื่องปอป เป็นต้น
ด้นสด Improvisation
หลังจากพักเบรคเราเข้ามาแล้วเราได้เดินไปรอบ ๆ ผ่านแบบฝึกหัดการเดินไปทั่วห้องสร้างสมาธิอยู่กับตัว ผ่านการมองตา การผลัก การดึง การเคลื่อนไหว และการเดิน จากนั้นเราได้จับคู่กับเพื่อนที่อยู่ตรงข้าง ๆ เราแล้วแบ่งบทบาทเป็น A กับ B โดยพลัดกันลืมหลับตาโดยผู้ที่ลืมตาจะพาเพื่อนที่หลับตาเดิน วิ่งไปในห้องโดยมีข้อแม้ว่าเราจะไม่ไปชนกับคู่อื่น ซึ่งแรก ๆ เมื่อได้เป็นคนหลับตารู้สึกกลัวกลัวว่าจะชน จินตนาการว่าคนอยู่ข้าง ๆ เราเยอะแยะมากมาย แต่เราก็ได้ไว้ใจให้เพื่อนพาเราไป ทำด้วยความกลัว แต่สนุก เชื่อใจ กล้าเสี่ยง ยอมและไว้ใจ โดยเมื่อลืมตาแล้วเราได้บทบาทในการพาเพื่อนเดินบ้าง จริง ๆ ภาพในจินตนาการเรานั้นมันเยอะเกินไป เรากลัวจนเกินไป เพราะเมื่อจริง ๆ นั้น มีพื้นที่เยอะมาก ๆ เราก็พาเพื่อนเดิน วิ่งทั่วห้อง ได้อย่างสบาย ซึ่งทำให้เห็นว่ากิจกรรมถัดไปเราอยากที่จะลองทำ ลองเชื่อใจซึ่งกันและกัน เพื่อไปเหมือนตอนที่เราหลับตาแล้วเพื่อนพาเราไปได้ จากนั้นอาจารย์ได้พารู้จักการด้นสด ที่มีตัวละคร สถานที่ และ conflict ซึ่งไม่มีบทพูดอะไรเลยต้องคิดว่าเมื่ออยู่ในที่นั้น บทบาทสิ่งนั้น ต้องพูดอย่างไร เริ่มจากใน 7-11 ร้านหมอฟัน และในป่า จากนั้นก็มีการกำหนดให้มีตัวละครที่เป็นตัวละครในวรรณคดี เช่น พระราม แก้วหน้าม้า เจ้าหน้าที่รถไฟ สิ่งที่สำคัญเมื่อมี charactor จำเป็นที่จะต้องยึดภารกิจหรือเป้าหมายของบทบาทนั้น ๆ ให้ชัดไม่เปลี่ยนแปลงหรือโอนอ่อนไป เช่น นางแก้วหน้าม้าเป้าหมายคือตามหาพระปิ่นทอง ส่วนพระรามเป้าหมายคือไปกรุงลงกา ไอเดียที่ได้คือ การฟังคู่สนทนา ยอมรับ/รับรู้/เปิดรับ/อย่าเพิ่งปฏิเสธ "รู้สึก" "จริงใจ" ต้องรู้สึกว่าอะไรและต้องจริงใจต่อความรู้สึกนั้น ๆ
Pop up คำถาม
เราเคยไหมที่จะให้นักเรียนได้คิดว่าเรามีปัญหาอะไรบ้างในตัวนักเรียนเอง ที่บ้าน ซึ่งการคิดหาปัญหานั้นเราอาจจะใช้เวลานาน อ.จึงได้นำไอเดีย Pop up จากเมื่อวานมาใช้ในการระดมความคิด จากคำถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า... ถ้าคำตอบคือ... คำถามคือ... จากนั้นก็มีโจทย์ให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดปัญหาของเด็กที่โรงเรียน ที่บ้าน ชุมชนที่อยู่มีปัญหาอะไรบ้าง อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในโลกนี้ จากนั้นเมื่อได้ปัญหามาครบก็เลือกมา 1 ประเด็น ในการตั้งชื่อ
Present ปัญหา
จากนั้นนแต่ละกลุ่มนำประเด็นที่เราได้ตั้งชื่อไว้มาเลือก 3 ซีน เพื่อที่จะนำมานำเสนอผ่านการแสดง โดยมีเงื่อนไขว่าไม่ต้องต่อเนื่องกัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันฝึกซ้อมและนำเสนอ โดยอ.ได้สอดแทรกการเปลี่ยนซีน ซึ่งเราสามารถใช้เวลาในการเปลี่ยนในแต่ละซีนไม่มาก และการใช้ตัวละครที่ผู้แสดงบทบาทเดิมอาจทำให้ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างซีน ซึ่งคนดูอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องต่อจากซีนก่อนหน้านี้ จากการทำโจทย์นี้เราต้องเลือกให้ชัดว่าตัวละครเป็นใคร สถานที่ที่ไหน ผลการลองเล่นคือ อย่าอธิบาย พูด ให้รับรู้ความรู้สึก สมาธิมีความสำคัญ อย่าลืมความต้องการของตัวละคร มีการผสมผสานเรื่อง และระวังอย่าพูดเยอะ และ อ.ได้แนะนำว่าเรา 1 คนสามารถมีบทบาทได้มากขึ้นในการเปลี่ยนบทบาทเราอาจใช้การหมุนตัวเพื่อเปลี่ยนบทบาท ใช้การเดินไปรอบ ๆ เพื่อเปลี่ยนสถานที่ ใช้การพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนบทได้ จะทำให้การเปลี่ยนซีนสมูทขึ้น
สุดท้ายของวันอ.ให้เราได้ Reflect กลุ่มว่าวันนี้ได้ข้อเรียนรู้อะไร ชอบกิจกรรมอะไร ไม่ชอบกิจกรรมอะไร จากนั้นลองแทนสิ่งที่แทนความรู้สึกและการเรียนรู้ของเราวันนี้ คือดอกไม้ในแจกัน ก้อยหิน และแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ภายในแก้ว
Comments