ในซีรีย์นี้จะเล่าถึงกิจกรรมการฝึกอบรมปฏิบัติการเสริมสร้างทักษะด้านศิลปะการละครสำหรับครูด้วยละครสร้างสรรค์และละครประยุกต์ ซึ่งจัดที่จังหวัดเชียงใหม่ การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ผมได้ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดโลกการเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านละครว่าเป็นอย่างไร และในฐานะเป็นครูนั้นจะสามารถนำทักษะเกี่ยวกับด้านละครที่จะเรียนรู้นี้ไปใช้อย่างไร ขอเล่าถึงความรู้สึกแรกก่อนเข้าคลาสก็มีความกังวลว่าจะสามารถทำได้ไหม เพราะอาจไม่ค่อยได้ชอบการนำเสนอหรือแสดงออกมาเท่าไหร่ จึงรู้สึกกล้ากลัว ๆ ที่จะแสดงออกออกมา แต่กิจกรรมวันแรกทำให้รู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะขอเล่ารายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมเพื่อทบทวนความจำของผู้เขียนด้วย นอกจากความสนุกที่ได้ลงมือทำ ได้คิด ได้ตินตนาการ ได้เชื่อ และอีกมากมาย เรามาดูกันว่าแม้เป็นกิจกรรมวันแรกแต่จัดเต็มได้ขนาดไหน
กิจกรรมแรก Ice breaking เริ่มต้นจากการที่ไม่คุ้นเคยใครมาก่อนเลย ตื่นเต้นว่าจะเจอผู้เข้าร่วมเป็นใครบ้างนะ โชคดีมีน้องที่เคยไปอบรมที่ตลาดหลักทรัพย์มาทักขึ้นก่อนว่า พี่หน้าตาคุ้นนะ เราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม ผมยิ้มและส่งเสียงตอบรับไปนิดหน่อย ก่อนน้องเขาจะเริ่มบทสนทนาต่อไปจนผมโล่งใจอย่างน้อยก็มีคนที่รู้จักกันหนึ่งคน ซึ่งแม้จะไม่มีคนรู้จักทางวิทยากรซึ่งเป็นทีมงานภาควิชาการละครคณะอักษรศาสตร์ จุฬา ฯ ได้แก่ อ.วิน อ.เบิร์ด และ อ.นิกร ก็พาพวกเรารู้จักกันเริ่มต้นผ่านกิจกรรมเกมปรบมือง่าย ๆ ที่ช่วยเรียกสติ สมาธิเข้าสู่โหมดการเปิดรับความรู้ใหม่ แล้วให้ผู้เข้าอบรมแนะนำตัวพร้อมแสดงท่าประกอบ เพื่อน ๆ ก็จะทวนชื่อเราพร้อมแสดงท่าประกอบของเรา เป็นกิจกรรมที่ได้จดจำท่าทางของเพื่อนประกอบชื่อ และรู้สึกดีที่เพื่อนทวนชื่อเราเหมือนกับเพื่อน ๆ รู้จักเรากันแล้ว และการที่มีท่าประกอบทำให้สามารถจำจุดเด่นของเพื่อนได้แต่ก็อาจไม่ครบ แต่ก็สนุกและได้รู้จักเพื่อน ๆ จากนั้นทางวิทยากรได้แจกปากกาและกระดาษโน้ตจดความคาดหวังที่เราอยากได้จากการอบรมครั้งนี้ และเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมได้
กิจกรรมที่ 2 เครื่องมือนักแสดง เริ่มเข้าสู่กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการเดิน การวิ่ง การสะบัดเท้า หมุนหัว เขย่า หมุน สะบัดเป็นการวอร์มร่างกายเพื่อให้พร้อมกับการทำกิจกรรมถัดไป แล้วมีการวอร์มเสียง วอร์มปากให้เราจินตนาการว่าเราเคี้ยวหมากฝรั่ง 1 เม็ด จนไปถึง 20 เม็ด และมีแบบติดฟันด้วย แล้วจึงเริ่มการใช้เสียง คำ สื่อความหมาย เช่น กินอะไรนะ อะไรก็ได้ เป็นคำคำเดียวกันแต่มาจากการตีความที่ต่างสิ่งที่แสดงออกมาก็แตกต่างกัน เราต้องมีการฟัง เปิดรับ และรู้สึกให้ได้ กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นอารมณ์ที่สื่อสารผ่านทางเสียง
กิจกรรมที่ 3 เล่นกับจินตนาการและความเชื่อ วิทยากรให้เราเดินไปมาในห้องผ่านการมองที่เส้นขอบฟ้า แล้วให้เราเดินไปด้วยร่างกายที่พร้อมแต่ทราบว่าเพื่อน ๆ คนอื่นอยู่ผ่านตัวเราเสมอ จากนั้นจึงเริ่มให้ใช้จินตนาการ สมาธิ ความรู้สึก โดยให้โจทย์ว่า ฉันเห็นภูเขา ผมก็จินตนาการว่าภูเขาของเราเป็นเช่นไร ใหญ่แค่ไหนสูงแค่ไหน จากนั้นให้เราเป็นภูเขาเราก็ใช้ท่าทางมือไม้ร่างกายประกอบร่างเป็นภูเขาตามที่เราจินตนาการ และสุดท้ายฉันอยากไปภูเขา เราก็เดินทางด้วยจุดหมายไปภูเขา แต่ก็ผ่านลำธารสายเล็ก ๆ ลองจุ่มมือลงน้ำ นำน้ำมาปะหน้าให้เย็น แล้วอยู่ในน้ำ เห็นปลา แล้วเป็นปลา กลับมาเป็นคนที่ต้องการไปภูเขาต่อ และถัดมาก็เป็นการใช้จินตนาการแสดงงานเลี้ยงฉลอง นิทรรศการหอศิลป์(ลายไทย) กระดานสมการ และผ้าม่าน ในส่วนกิจกรรมนี้ใช้ร่างกายใช้สมองจินตนาการมาก ๆ ได้เรียนรู้การดึงประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นมาใช้
Comments