จากบทความ การเงินเรื่องไม่ยาก...จากหนังสือ ยอดคนเงินเหลือ EP. 1 มาวันนี้ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วครับ เย้ ๆ ต้องขอบคุณผู้เขียน ลงทุนศาสตร์ มากที่ได้รังสรรค์ชิ้นงานเขียนเกี่ยวกับการเงินง่าย ๆ ให้ได้อ่าน และวันนี้ผมจะขอเขียนสรุปเรื่องราวและสิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อจัดการความรู้ที่ได้ให้เป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น
สิ่งที่เราต้องรู้คือเราจะไปตายที่ไหน และเราก็จะไม่ไปที่นั่น (วอร์เรน บัฟเฟตต์ ขยายคำพูดของ ชาร์ลี มังเกอร์)
จากการคิดกลับด้านของชาร์ลี ทำให้เป็นแนวคิดที่ดีเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน โดยเฉพาะเรื่องราวที่อาจมีความเสี่ยงต่าง ๆ มามากมายแต่เราก็สามารถใช้สิ่งนั้น ๆ มาเป็นเกราะป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เราย่างกายเข้าไปในสถานที่ที่เป็นที่ตายอย่างไม่รู้ตัว
วันนี้ผมจะมาต่ออีก 10 บทเรียน จาก 7 ข้อที่เหลือ ได้แก่
- อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าในเดียว 🥚
- อย่าคิดว่าการมีลูกใช้เงินนิดเดียว 👶
- อย่าก่อหนี้โดยไม่จำเป็น 😖
- อย่าให้ยืมแบบไม่คิด อย่าเอาชีวิตไปค้ำประกันใคร 🫣
- อย่าเผลอใจไปกับแชร์ลูกโซ่ ⛓️
- อย่าลงทุนโดยไม่มีความรู้ 🧠
- อย่าคิดว่าไม่มีทางหมดตัว 🫥 ชื่อบทในหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนคำเตือนสอนเราเกี่ยวกับเรื่องการเงินโดยกลาย ๆ แม้ว่าจะมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับเรื่องการเงิน แต่หากเราสามารถทำให้ชีวิตของเราตามข้อแนะนำเหล่านี้ซึ่งคราวที่แล้วผมได้เปรียบเทียบเหมือนกับมีฮีโร่มาช่วยคุณฉุดรั้งไว้ไม่ให้ไปกับเหล่า monster ที่จะผลาญทั้งเงินและชีวิตของคุณไปจากโลกใบนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 บทเรียนที่ผมจะมาสรุปให้ท่านผู้อ่านได้รับจะมีอะไรบ้าง
10 บทเรียน เพื่อหลีกหนีจากที่ตาย
- แม้ว่าในชีวิตของเราจะมีสิ่งที่ไม่สามารถแบ่งเป็นส่วน ๆ ได้ ไม่เหมือนกับการทำฮอร์ครักซ์ป้องกันความตาย แต่ในเรื่องการเงินเราสามารถกระจายความเสี่ยงได้ เพราะเราสามารถแบ่งการลงทุนเป็นเหมือนกับการแบ่งใข่ใส่ไว้ในตะกร้าหลาย ๆ ใบ วันดีคืนดี (วันไม่ดีคืนไม่ดี) ตะกร้าที่เราใส่ใบหนึ่งอาจถูกเหยียบไข่แตกไปแต่เรายังมีไข่ในตะกร้าสำรอง เช่นเดียวกับการลงทุนการกระจายความเสี่ยงลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ก็จะทำให้เราจัดการความเสี่ยงไปได้ แต่ไม่ลืมที่จะต้องเข้าใจในสินทรัพย์ที่จะลงทุนด้วย ไม่อย่างนั้นความเสี่ยงที่ต้องการจัดการอาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงจากการไม่รู้
- การจัดการพอร์ตการเงินโดยการสร้างความสมดุลสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยพิจารณาจากผลตอบแทนรวมที่เราตั้งไหว =[ (ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ 1 x สัดส่วนสินทรัย์ 1 )+ (ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ 2 x สัดส่วนสินทรัย์ 2] / 100 เราก็จะได้สัดส่วนในการลงทุนแต่ละสินทรัพย์ในพอร์ต และแนะนำให้ดูผลตแบแทนย้อนหลัง 5 ปีเป็นอย่างน้อย
- แม้ว่ากระแสปัจจุบันการใช้ชีวิตแบบ DINK : Double Income, No Kids จะกำลังเป็นที่นิยมแ แต่อย่าลืมไปว่าชีวิตของทุกคนล้วนมีคนข้างหลังเสมอ ดังนั้นเราควรต้องวางแผนการเงินให้บาลานซ์ระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายให้ดี
- หนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในโลกทุนนิยมที่เป็นการเพิ่มสินทรัพย์ในระบบเป็นสองเท่า เพราะเราที่เป็นคนให้ยืมก็คิดว่าเงินนี้คือเงินของเรา และคนที่ยืมไปก็ถือว่าเป็นเงินที่เรามีอยู่ ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่าเครดิต ซึ่งก่อนที่เราจะเป็นหนี้ควรตั้งคำถามกับตนเองในสามข้อก่อนว่า - จำเป็นไหม - คุ้มค่าไหม - มีความสามารถในการจ่ายคืนได้หรือเปล่า
- หนี้ มีทั้งหนี้ดี คือหนี้ที่มีแนวโน้มจะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต นำไปหารายได้ได้ สร้างกระแสเงินสดกลับมาให้เราได้ ส่วนหนี้เสีย จะเป็นสิ่งตรงข้าม มักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการสันทนาการไม่สามารถนำมาต่อยอดในเชิงอาชีพได้ หนี้แบบนี้เป็นอันตรายมากเพราะดอกเบี้ยที่เรากู้ถูกทำงานด้วยดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งหากเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนจะสร้างความมั่งคั่งมหาศาล แต่หากเป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้อาจสร้างความหายนะมหาศาลได้เช่นกัน
การไม่มีนี้ อาจไม่ใช้สิ่งที่ดีที่สุก เพราะหนี้อาจเป็นตัวช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เราจึงควรสร้างสมดุลให้กับหนี้ดีกับหนี้เสีย เพื่อให้เราสามารถได้ใช้ชีวิตไม่ใช่ใช้แต่หนี้จนไม่เหลือชีวิตให้ได้ใช้
- การยืมเราอาจแบ่งได้เป็น การยืมแบบวัดใจ กับการยืมแบบทำสัญญา การยืมแบบวัดใจ คือการยืมที่มีปริมาณการขอยืมไม่มาก คาดคะเนว่าถ้าไม่ได้ถือเป็นค่าซื้อความสัมพันธ์ ส่วนการยืมแบบทำสัญญา เป็นการยืมที่มีจำนวนเงินที่ยืมมากกว่าแบบแรก เราควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และอย่าลืมทุกครั้งลองถามกับตัวเองว่า เราอยากให้ยืมหรือเปล่า ? ถ้าไม่ก็ตอบไปเพียงแค่ว่า "ไม่สะดวกให้ยืม"
- "อย่าให้ใครยืมเงินโดยไม่จำเป็น" และ "อย่าไปค้ำประกันให้ใครโดยเด็ดขาด" เพราะนอกจากทำให้เราไปสู่ภาวะที่เราไม่ชอบ ไม่ถูกใจ แล้วอาจจะนำเราไปสู่หายนะได้
- แชร์ลูกโซ่ หรือ Ponzi Scheme ผลผลิตจาก Charles Ponzi ที่ระดมเงินจากนักลงทุนและสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูง แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเขานำเงินหน้าใหม่มาจ่ายให้กับหน้าเก่าและเมื่อไ่ม่มีสมาชิกใหม่เกมการเงินนี้ก็จบสิ่นลง ดังนั้นการจะตรวจสอบว่าเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ดูได้จากมีการสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงในแบบต่อเนื่องหรือไม่ มีเงื่อนไขว่าต้องหาคนเพิ่มใช่ไหม และเราตรวจสอบจากความเข้าใจพื้นฐานจากการระดมทุนว่า ถ้าผลตอบแทนต่อผู้ให้ทุนในลักษณะของเจ้าหนี้ เช่น หุ้นกู้ และมนลักษณะของเจ้าของ เช่น หุ้นทุน ก็สามารถตรวจสอบจาก ก.ล.ต. หรือ SET และหากชักชวนให้ไปฝากเงิน ก็ตรวจสอบได้จาก ธปท. หากถูกชักชวนให้ไปซื้อหน่วยลงทุน
- ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไม่มีความเสี่ยง เราไม่มีวันหนีความเสี่ยงได้พ้น ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถสมดุลชีวิตและทรัพย์สินให้ดีได้ เราต้องเข้าไปจัดการกับความเสี่ยงไม่ใช่หลีกหนีความเสี่ยง เราควรเริ่มเข้าไปเรียนรู้สินทรัพย์ต่าง ๆ และตั้งใจลงมือจริง ๆ เพราะถ้าลงทุนเล่น ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นการพนัน
- เงิน แม้จะมีความสำคัญในโลกทุนนิยมนี้ก็จริง แต่อย่าลงไปเล่นทั้งตัวผูกติดชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเรื่องการเงิน เพราะเมื่อหมดตัวแล้วก็คงไม่เหลืออะไรเลย ควรให้ความสำคัญกับสามสิ่ง คือ สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข การบาลานซ์ชีวิตระหว่างเรื่องเงินกับชีวิตให้ดี จะช่วงให้การไปสู่เป้าหมายของชีวิตมีค่าทั้งเมื่อถึงจุดหมายและระหว่างทาง
และนี่คือบทเรียนทั้งหมดที่ผมได้จากหนังสือ ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า และสร้างข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ไม่ให้เราเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งที่เห็นแล้วว่าจะพาเราไปสู่หายนะในภายภาคหน้า หากคุณผู้อ่านสนใจ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือ ยอดคนเงินเหลือ checl your balance...
Comments