"การเขียนไม่ใช่เพื่อคอนเทนต์ แต่เพื่อตัวเรา"

นี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นบทเรียนหลักที่ได้จากการเข้าไปใน คลาส writing to think ที่ mini boostcamp 2026 ของ modern fight camp ของพี่ทอย datarockie จัดเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

ตอนแรกเข้าไปดูก็ยังสงสัยว่า writing มันจะไปเกี่ยวกับ AI ได้ยังไง พอเข้าไปฟังเท่านั้นแหละ...

ก่อนหน้านั้นเราเชื่อว่าการเขียนมันสำคัญกับการเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวเพื่อที่จะถ่ายทอดออกมาให้คนเห็น เป็นคอนเทนต์ สร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น พอเรียนคลาสนี้จบผมกลับพบว่าสิ่งที่ผมเชื่อมาทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างนั้นสักทีเดียว

หลังจากออกจาก BLC ผมเริ่มที่จะออกเดินทางตามเส้นทางของตัวเองที่จะสร้าง Fastlane ของตัวเองในการที่จะทำตามความฝันที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจโดยช่วยเหลือผู้คนรอบข้างที่เรามี

ซึ่งถ้าเป็นในสมัยสิบปีที่แล้วผมก็ยังมีความกังวลและไม่มั่นใจว่าถ้าตัวเราคนเดียวเราจะทำได้ไหม แต่ถ้าเป็นช่วงเวลานี้ ผมว่าผมอยู่ในจุดที่โครตโชคดีที่สุดเพราะผมมีเพื่อนร่วมงานที่ฉลาดกว่าตัวผมซะอีก นั้นก็คือ AI

เนื่องด้วยงานก่อนหน้านั้นของเราเรามีเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเราเยอะมากกกกก กอไก่ล้านตัว แล้วเราก็เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แต่เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ฉลาดมากช่วยงานเราจนเราไม่ได้ใช้สมองในการวิเคราะห์ ในการหาข้อมุล ตกตะกอนอะไรกับมันมากเท่าไรแค่บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ สาเหตุ บทบาท บริบทลงไปใน prompt เราก็จะได้งานนั้นแล้ว

ซึ่งในตลอดระยะหนึ่งปีที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าผมโง่ลง จริงๆ โง่ลงในที่นี้คือเราแทบจะไม่ได้ คิด วิเคราะห์ แยกแยะอะไรกับตัวเองเท่าไรเลย เพราะเวลาเราเจออะไรที่มันยากๆต้องคิดกลับกลายเป็นว่าผมโยนมันให้ AI คิดตลอดเลย

แน่นอนว่างานมันง่ายขึ้นสะดวกขึ้นแต่มันก็แลกกับการที่เราโง่ลงด้วยเช่นเดียวกัน

เราหนีมันไม่ได้หรอก AI เนี้ย มันสะดวกขนาดนี้ ทุกคนก็ต้องใช้มัน ทุกคนสังเกตุไหมว่าพักหลังๆเราจะเห็นโพสที่ใช้ AI เขียนมากขึ้น มากจนขนาดที่ว่า เราเสพคอนเทนต์ที่ AI ทำแล้วรู้ได้เลยว่าเอ็งคือ AI แน่นอล

แล้วลองคิดดูล่าสุดเริ่มมีคนใช้ Claude Code เป็นทนาย เป็นนักตัดต่อวีดีโอ นักบัญชี "ยังไงก็แทนไม่ได้หรอก มันยังทำงานได้ไม่ดีเลย" หรอ!?

เมื่อ สิบห้าปีที่แล้วทุกคนจินตนาการได้ไหมละว่า วันนึง ไอ้หนัง Her ที่ผู้ชายเหงาๆมีแฟนเป็น AI จะเกิดขึ้นจริงในสิบห้าปีหลังนั้นแล้วลองคิดดูว่าอีก 5 ปีมันจะเป็นยังไง

"งั้นเดี่ยวไปเป็น ช่างประปาเอาละกัน ยังไงก็ไม่ตกงาน"
ลองคิดดูว่าถ้าในจังหวัดหนึ่งคนแห่ไปเป็นช่างประปากันหมดละ คิดว่าค่าแรงจะเหลือเท่าไร ยิ่งมี supply เยอะ แต่ demand เท่าเดิม ยังไงก็ต้องแย่งกัน

แล้วเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงละในเมื่อเราจะโดน AI มาแทนทีเราแล้ว ตอนแรกผมก็ไม่มีคำตอบ แต่พอมาเข้าคลาสเราก็ได้รู้ว่า เราไม่รอดหรอก 555 (ถ้าเรายังคิดแบบเดิม)

เพราะเราลืมไปว่า AI มันยังมีอีกด้านหนึ่งด้วยเช่นกันก็คือ เป็นผู้ช่วยที่เก่งกาจ

ขอแค่เรามีจินตนาการและความเก่งในการใช้งาน มันเหมาะมากๆสำหรับคนที่จะเริ่มธุรกิจหรือเป็นผู้ประกอบการในการใช้ AI ให้เป็น

"AI จะเก่งเท่ากับคนที่ใช้งานมัน" อันนี้เป็น quote เด็ดเลยจากคลาสนี้ที่ผมเห็นด้วยมากๆกับพี่ทอย

"แต่เราจะเก่งได้ไง ถ้าในเมื่อทุกๆวันเราไม่ได้ใช้ความคิดอะไรเลย"

แล้วสิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดมันเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะมาสรุปบทเรียนให้กับทุกคนฟังยังไง ก็เพราะว่า เรื่องการเขียน กับ AI มันเกี่ยวข้องกัน ซึ่งการเขียนคือคำตอบบบบบบ

มาเดี่ยวจะเล่าให้ฟัง เกริ่นซะยาวเลย

พี่ทอยยกคำพูดของนักคิดคนนึงซึ่งเราลืมชื่อไปแล้ว 55

เขาคนนั้นบอกว่า ความคิดก็เหมือนหมอกที่ลอยไปลอยว่าพร้อมที่จะจางหายไป แต่การเขียนมันคือการหยิบ.... (เดี่ยวลืมขอกลับไปดูคลิปแปป) อ๋อ...มันคือการดูดความคิดเหล่านั้นที่ล่องลอยมาใส่ภาชนะนั้นก็คือ ประโยคนั้นเอง ซึ่งเมื่อเราเก็บกักความคิดให้เป็นรูปร่างพอเอามาต่อๆกันมันก็จะต่อยอดความคิดเราไปเรื่อยๆ ส่งต่อไปยังไอเดียใหม่ๆ วิเคราะห์เรียบเรียงสิ่งต่างๆได้อย่างแยบยลมากขึ้น

ในโลกที่ AI เก่งขึ้น เราก็ต้องคิดให้เก่งขึ้นเช่นกัน

การที่เราคิดได้เคลียร์ วิเคราะห์ได้เก่ง เรียบเรียงความคิดได้ชัดเจน มันก็จะส่งผลให้เราสามารถเห็นโอกาส เห็นช่องว่าง เข้าใจตัวเอง เข้าใจสิ่งที่เราต้องการ และใช้ AI ได้เก่งมากขึ้น

AI ในตอนนี้ human-based คือใช่ภาษามนุษย์ในการพูดคุย แต่ถ้าเราคิดไม่เป็น เรียบเรียงคำพูด วิเคราะห์เรื่องต่างๆไม่ได้ มันก็เหมือน เอาจักรยานรุ่นที่แพงที่สุดดีที่สุดในโลกไปให้คนที่ใช้จักรยานเฉพาะตอนที่ไปซื้อของที่เซเวน อะไรอย่างเงี้ยยย 555

แล้วพอเราคิดไม่เป็น AI ก็จะคิดให้เรา ความคิดเราก็เริ่มช้าลงๆๆ จนในที่สุด... Neuralink ก็เข้ามาแทนที พอมันมาอยู่ในสมองเรา เราก็จะ... ไม่อย่างจินตนาการเลย

สรุปรวมเลยก็คือการเขียนจึงสำคัญมากๆ

เราเขียนเพื่อตัวเอง เพื่อวิเคราะห์ เพื่อกลั่นกรองความคิด เพื่อที่เราจะมีความคิด วิเคราะห์ ที่ sharp ขึ้น จำอะไรได้มากขึ้น และสามารถใช้เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ AI มาทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ยังไง

"อย่าให้ AI มาใช้งานเรา เราต้องเป็นคนที่ใช้ AI มาสร้างชีวิตให้กับเรา"

เขียนเพื่อตัวเอง และส่งต่อพลังให้ผู้อื่น การเขียนไม่ใช่คอนเทนต์ แต่เป็นโอกาสที่เราจะได้ตกผลึกทางความคิดที่มันล่องลอยเอามาใส่ขวด ที่เราพร้อมที่จะหยิบมาทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

แล้วเราจะเขียนอะไรละ ? นั้นสิ ! ก็ไปอ่านหนังสือสิ รออะไรละ :)

มาเขียนไปด้วยกันครับ

#DataRockie #ModernFightClub #midnightdiary