สรุปทำไมเราควรทำ one person business โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเป็นเป็ดที่สนใจหลายอย่าง ในโลกที่พยายามบอกเราว่า ให้เราเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งถึงจะประสบความสำเร็จ มันทำให้ใครหลายคนที่ชอบเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างรู้สึกแย่กับตัวเอง และหมดกำลังใจ เพราะถูกมองว่าเป็นคนวอดแวกโลเล ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่วีดีโอนี้กลับบอกเราว่าบางทีการที่เราชอบอะไรหลายๆอย่างอาจจะเป็นขุนทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราก็ได้ .

ในเช้าวันนี้ผมได้เปิด youtube แล้วเหลือบไปเห็นวีดีโอนึง มันสะดุดตาผมอย่างมาก เพราะ Dan koe เจ้าพ่อแห่งวงการ One person Business บอกว่า ยิ่งเราเป็นเป็ด มีความสนใจหลายอย่าง เรายิ่งควรที่จะออกมาทำอะไรของตัวเองได้แล้ว และนี้คือสิ่งที่ผมสรุปได้หลังจากดูวีดีโอนี้จบ

ยิ่งมีความสนใจเยอะยิ่งเป็นจุดแข็งของเรา

ในโลกทุกวันนี้ถ้าเราจะเป็น One person Bussiness มีอยู่สองสิ่งที่ช่วยเราได้มากคือ Code และ Content โดยในวีดีโอนี้ Dan koe จะเน้นวีดีโอเป็นพิเศษเพราะนั้นเป็นสิ่งที่เขาถนัดที่สุด (ผมคิดว่านะ...) . เขาบอกว่า Content เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ทำให้เราหรือสินค้าของเราถูกค้บพบโดยผู้คนเป็นพันๆหมื่นๆคนแม้ขณะเวลาที่เราหลับซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว "แต่มันยากนะที่จะทำให้คนเห็นได้" นี้คือคำพูดของหลายๆคนที่บอกเขา . Dan koe บอกว่า อันนั้นมันเป็นแค่ข้ออ้าง ให้เราถามตัวเองว่า เราเคยสักครั้งไหมที่เข้าไปศึกษาจริงๆว่า กลไกในการที่ แพลตฟอร์มจะดันวีดีโอของเรามีปัจจัยอะไรบ้าง อะไรคือ Mindset ของคนที่ทำได้เหล่านี้เราต้องไปศึกษา(แรงงงง) "การที่เราได้ยอดวิวน้อยอย่าโทษโชคชะตา แต่ให้โทษตัวเอง" (โน้ตที่ผมจดสรุปไว้) ต่อมา เราจะสร้างรายได้ยังไง ?

ในมุมของ Content เราสามารถสร้างรายได้ด้วยการสอน "แล้วถ้าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญผมต้องทำไง" เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งระดับโลกขอแค่เรารู้ว่ามากกว่าคนอื่น 1 ก้าวเราก็ทำได้แล้ว ให้เราย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า แบรนด์คือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนที่รู้จักเรา เช่น ให้เรามองตัวเองเป็นผู้กำกับเกมส์ หน้าที่เราก็คือบอกทางคนเล่นให้เดินไป Point A สู่ Point B ได้อย่างลุล่วง . โอเครู้แล้วๆว่า mindset ของการทำ Content ทำยังไง แต่ "เราไม่รู้ว่าเราจะทำอะไร" . ผมว่า Dan koe เขาให้แนะนำที่เห็นภาพได้ง่ายมากๆเลยคือ ให้เราจินตนาการตัวตนของเราในอดีต แล้วช่วยให้ตัวเราในอดีตดีขึ้น

"แล้วมันคืออะไรละเว้ย" เสียงในหัวใครบางคนพูดขึ้น

เขาได้ให้สามคำถามที่ให้เราไปถามตัวเองเพื่อที่เราจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าอะไรที่เราควรโฟกัส

1.ใครที่เราสามารถช่วยเหลือได้มากที่สุด ? (ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นเป็นอย่างไร)

2.อะไรที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตเรามากที่สุด ? (ความสนใจอะไรที่เราคิดว่าสำคัญ)

3.เราจะช่วยเหลือผู้อื่นยังไงด้วยวิธีเดียวกันกับเราที่เราทำสำเร็จ? (ความคิดหรือการกระทำอะไรที่พวกเขาควรเปลี่ยนและเราจะช่วยพวกเขาเปลี่ยนได้ยังไง)

ซึ่งเขาก็ทิ้งทายไว้ว่า . ทุกอย่างต้องเป็นระบบ เราไม่สามารถขายเวลาของเราเพื่อทำเงิน แต่เราต้องให้ระบบสร้างเงินให้เรา (แนวคิดเหมือน The millionaire fastlane ที่เราแชร์เมื่อสองวันก่อนเลย) วีดีโอที่เขาแชร์เนี้ย ไม่ได้เป็นการบอก step by step ว่าจะวิธีที่สร้างจริงๆคืออะไร แต่เพื่อที่จะบอกว่า เราต้องมีความเชื่อว่าเราทำได้ และเมื่อเรามีความเชื่อ เดี่ยวเราก็จะมองเห็นเส้นทางเองแหละ . สรุปสั้นๆตามที่ผมเข้าใจคือ

1.ให้โฟกัสที่การสร้างคอนเทนต์เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด

2.วิวน้อยให้โทษตัวเอง จงกลับไปศึกษาและพัฒนาให้มันดีขึ้นซะ

3.จุดมุ่งหมายของแบรนด์คือสร้างความเปลี่ยนแปลงของคนจาก Point A สู่ Point B

4.สินค้าที่แนะนำคือ information content แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ไปโฟกัสเรื่อง Code และทำให้เป็นระบบ

5.ขอให้เรามีความเชื่อว่าเราทำได้ เดี่ยวหนทางต่อๆไปจะปรากฎให้เห็นเอง

และนี้คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากวีดีโอนี้ครับ

ขอบคุณครับ 🙂