หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดนี้จากสตีฟจ็อบว่า

"เมื่อเรามองย้อนกลับไปในชีวิตหลายๆเหตุการณ์มันล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกันทั้งหมด"

แต่ที่น่าตลกก็คือหลังจากที่ผมได้เรียนเรื่องการเขียนไป (ช่วงนี้อินเป็นพิเศษ)

คือเราจำไอ้จุดพวกนั้นได้หรือเปล่า แล้วเราได้มีเวลามาทบทวนตัวเองกันจริงๆสักครั้งนึงไหม ผมก็เคยถามตัวเองเหมือนกันนะในหลายๆช่วงของชีวิต ที่ทำพอดแคสต์มาว่าเราทำมันเพื่ออะไร?

ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง ถ้าผมไม่ได้มาเรียน เรื่องการเขียนจาก พี่ทอย DataRockie ผมคงจะเลิกทำไปจริงๆ เพราะผมวัดคุณค่าของสิ่งนี้ผิดไป

ด้วยคำว่า รายได้

มันทำแล้วไม่มีรายได้ เราจะทำไปทำไม ถึงมีจะมีเพื่อนๆหลายคนทักมาขอบคุณ มันก็รู้สึกดีนะ แต่มันไม่ได้เงินอะ เราจะทำไปทำไม ในโลกที่เราต้องหาเงินตลอดเวลา เงินเสื่อมค่า มันทำให้เราต้องการเงินมากขึ้นไปอีก คำพูดดีดีจากพี่ๆเพื่อนๆที่เข้ามาฟังพอดแคสต์เรา

แต่ผมลืมไปอย่างหนึ่ง การทำพอดแคสต์ของผมเมื่อมองย้อนกลับไป มันทำให้ผมมีชีวิตรอดจริงๆ มันทำให้ผมได้ตกตะกอนกับตัวเอง มันทำให้ผมได้ผลักดันตัวเองให้มองไปยังด้านใหม่ๆ การทำพอดแคสต์ก็เหมือนการเขียนสำหรับผม

ผมยังจำได้ดีเมื่อตอนนี้อยู่ออสเตรเลีย มีชีวิตที่ลำบาก อยู่ตัวคนเดียว ในเมลเบริน์ ทำงานโรงงานไก่ ทำงานแบกไก่ทั้งวัน เจ้านายขอยืมเงินเรา แล้วไม่คืนอีก หรือตอนที่กลับไปทำฟาร์มสตอเบอรี่ตัวคนเดียว ไม่มีที่นอนต้องไปนอนในเต้นท์กลางป่า นั้งกินข้าวโอ้ตผสมถั่วบดทั้งวัน

แต่เมื่อพอเราได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ให้กับเพื่อนๆในพอดแคสต์ ในระหว่างที่เราพูด เราเริ่มเข้าใจว่าเราควรแก้ไขวิธีนี้ยังไง เราเริ่มรู้สึกดีขึ้น เหมือนเราได้กลับมามองตัวเองว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร เราเริ่มเห็นภาพตัวเองชัดขึ้น มันเหมือนเราไปนั้งคุยกับตัวเองเป็นเพื่อนกับตัวเอง เราเริ่มเจอทางออกทางความคิด ถ้าผมไม่มีมันผมก็คงไม่รู้ว่าชีวิตผมมันจะเป็นยังไงบ้าง ด้วยความที่พอดแคสต์เราเป็นแนวให้กำลังใจ มันก็เหมือนทำให้เราต้องมองหาด้านดีดีที่อยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นแล้วเอามาแชร์

การทำพอดแคสต์ก็คือการเขียนสองรอบ เขียนในกระดาษ แล้วก็พูดมันออกมา การเขียนทำให้เราตกตะกอน ทำให้เราจำจุดนั้นๆในชีวิต ทำให้เราทบทวนตัวเอง ทำให้สุขภาพจิตเราดีขึ้น

ในช่วงที่เราเลิกทำพอดแคสต์ไปเดือนสองเดือน เราเห็นได้ชัดเลยว่า พอไม่ได้ทำพอดแคสต์ เราก็เริ่มไม่อ่านหนังสือ พอมีเวลาว่าง เราก็เริ่มกลับมาติด Social media อีกครั้ง พอติด เราก็เริ่มใช้เวลาไปกับสิ่งที่มันไม่ค่อยสำคัญกับเป้าหมายและชีวิตเราเท่าไร เราเริ่มหลงลืมความฝันและเป้าหมายว่าชีวิตเราต้องการอะไรกันแน่

มันอาจจะฟังดูเวอร์สำหรับบางคน แต่แค่สิ่งเดียวเท่านั้นแหละ มันเริ่มทำให้ทุกๆอย่างมันเริ่มล้มตามๆกันไป Dot ของผมเริ่มที่หายไปที่ละจุดสองจุด

ถ้าไม่ได้เจอคลาสเขียนนี้ ผมคงจะเลิกทำไปจริงๆ และผมคงลืมไปแล้วว่าชีวิตผมต้องการอะไรกันแน่

ขอบคุณที่ทำให้ผมกลับมาเขียน มีพลังลุกขึ้นมาทำอีกครั้ง เอาจริงมันเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจมานานแล้วอยากระบายมันออกไป แล้วในใจลึกๆผมก็หวังว่าโพสนี้จะทำให้เพื่อนๆบางคน เริ่มเขียนอะไรบางอย่างขึ้นมาเพื่อตัวเอง...เหมือนกัน

ขอบคุณจริงๆครับ

#ModernFightClub #DataRockie #midnightdiary

อันนี้น่าจะเป็นตอนที่ผมพูดในภาพประกอบด้านบนนะครับ https://open.spotify.com/episode/5LUYL0Y7MDBhSHxHGNcxz9?si=efbc72a03b1e48f8