การได้เดินทางไปทำงานหลากหลายจังหวัด ทำให้ผมได้พบสถานที่ ผู้คน และธรรมชาติที่แตกต่างนับไม่ถ้วน สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกลายเป็นความรู้สึกและความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต
เสิงสางยามเย็น
ครั้งนี้ผมมีโอกาสเดินทางมาที่เขื่อนลำปลายมาศ ตั้งอยู่ อ.เสิงสาง จ.นครราชศรีมา เนื่องด้วยเป็นงานที่ต้องใช้เวลาผมเลยต้องนอนค้าง 1 คืน ผมจึงได้มีโอกาสตื่นเช้ามาวิ่งในสถานที่ใหม่แห่งนี้ ก่อนที่จะเดินทางมา ผมเปิดแผนที่วางแผนหาที่วิ่ง เนื่องด้วยเป็นชุมชนชนบท มักจะไม่มีสวนสาธารณะ หรือ สนามกีฬาที่มีลู่วิ่งที่เปิดให้ใช้งานในตอนเช้า ผมเลยเป็นกังวลเล็กน้อย ความหวังผมมีแต่เพียง สันเขื่อน ที่เป็นทางตรงแนวยาวที่ผมจะสามารถใช้วิ่งได้อย่างปลอดภัย ผมไม่แน่ใจว่าจะมีแสงไฟหรือไม่ตลอดเส้นทางนั้น แต่ผมก็ได้เตรียมไฟฉายคาดหัวไว้เรียบร้อย โอเคผมมีที่วิ่งแล้ว และการจองที่พักใกล้ที่วิ่งกลายเป็นสิ่งแรกที่ผมมองหาเมื่อต้องวางแผนไปทำงานต่างจังหวัด
ผมเดินทางจากนนทบุรี ถึงตัวอำเภอเสิงสางประมาณช่วงสี่โมงเย็น ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ผมและทีมวางแผนเข้าไปสำรวจหน้างานเพื่อตรวจตราดูความเรียบร้อยก่อนทำงานจริงในวันพรุ่งนี้ ระหว่างทางเป็นชนบทที่เงียบสงบ อนุสาวรีย์ย่าโม ตั้งเด่น ณ จุดสำคัญของชุมชน เขื่อนลำปลายมาศตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทับลาน เมื่อถึงเขตของเขื่อนจึงสงบและรู้สึกถึงความร่มเย็นของธรรมชาติ แต่แสงแดดยังร้อนและไม่มีทีท่าจะอ่อนลง
เราขับรถผ่านประตูทางเข้าผมเริ่มมองเห็นแนวสันเขื่อนตั้งตระหง่าน ท่ามกลางมวลน้ำมหาศาล และ ภูเขาที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง ผมโล่งอกขึ้นมาบ้าง เมื่อสังเกตุเห็นว่าระหว่างแนวสันเขื่อนที่ทอดยาว 1 กิโลเมตร ติดตั้งเสาไฟไว้ เท่าที่กวาดสายตาดูน่าจะทุก 25 เมตร
ผมไม่ต้องถือไฟฉายวิ่งตลอดทางแล้ว
หลังจากบรรลุเป้าหมายเราขับรถกลับไปที่ ตัวอำเภอเสิงสาง ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากตัวเขื่อน เราแวะทานข้าวและหาเสบียงสำหรับพรุ่งนี้เช้า ในตัวอำเภอไม่มีสนามกีฬาหรือสวนสาธารณะสำหรับใช้วิ่งออกกำลังกายโดยเฉพาะ แต่บริเวณเทศบาลตำบล มีลานกิจกรรม ลานกีฬา ถนนระหว่างสำนักงานกว้างพอจะใช้เป็นที่วิ่ง ผมไปถึงที่นั่นประมาณ 19:00 ยังมีผู้คนมาออกกำลังกายอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาว และวัยกลางคน อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดึกไปสำหรับผู้สูงอายุ ผมเกิดและใช้ชีวิตในชนบทจึงพอจะทราบช่วงเวลาการใช้ชีวิตของผู้คนดี ผมสวมรองเท้า เริ่มวอร์มอัพ และวิ่งจ๊อกชมบรรยากาศ ก่อนที่จะเดินทางกลับที่พัก
พรุ่งนี้ผมจะไปวิ่งชมบรรยากาศยามเช้าที่สันเขื่อน
ผมออกจากที่พักเวลา 04:45 ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 5 นาที ทุกอย่างมืดสงัด มีเพียงไฟตามทางดวงเล็กๆ ตลอดเส้นทางไปเขื่อน ผมชินกับความสงัดเหล่านี้ ผมรู้สึกชอบมันเสียอีก เพราะมันให้ความสงบทางจิตใจ และ ได้สัมผัสความเงียบของธรรมชาติที่แท้จริง
ผมจอดรถใกล้กับสันเขื่อน ลมพัดมาเอื่อยๆ อากาศที่นี่เย็นกว่าที่อื่น อุณหภูมจากนาฬิกา แสดงอยู่ที่ 26 องศา เซลเซียส เป็นช่วงอุณหภูมิที่ดีกับการวิ่งเป็นอย่างมาก ผมเงยหน้ามองฟ้าเห็นดาวชัดเจน และแน่นอนกลุ่มดาวนายพราน คอยชี้นำทางให้เราเสมอ มองไปรอบๆ ยังไม่มีผู้คน ผมแอบหวังเล็กๆ ว่าจะมีเจ้าถิ่นหรือขาประจำอยู่บ้าง แต่ช่วงเวลานั้น
มีเพียงผมคนเดียวและธรรมชาติรอบตัว.....
โปรแกรมซ้อมวันนี้เป็น Interval (การซ้อมความเร็ว) โดยจะมีช่วงวิ่งจ๊อกสั้นๆ และ ช่วงหลักเป็นการวิ่งเร็วสลับช้า เพื่อให้ร่างกายปรับฟอร์มการวิ่งในความเร็วที่มากขึ้น หลังจากวอร์มอัพเสร็จเรียบร้อย ผมเริ่มจ๊อกเบาๆ ไปตามแนวสันเขื่อน ลมแรงกว่าบริเวณอื่นเพราะเป็นช่องลมเปิดโล่ง ผมวิ่งต้านลมตอนขาไป ระบายความร้อนได้ดี แต่ก็ทำให้วิ่งยากกว่าปกติ แต่ไม่ใช่ปัญหา ธรรมชาติที่สงบ เสียงคลื่นน้ำกระทบสันเขื่อน เสียงลมที่พัด แสงจันทร์สว่างจ้านำสายตามองเห็นผิวน้ำและเกลียวคลื่น ไกลฝั่งออกไปมีเรือชาวบ้านพร้อมไฟดวงเล็กออกทำประมงแต่เช้า โอ้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขเหลือเกิน...
ไฟตามแนวเขื่อนติดตั้งระบบเพิ่มความสว่างเมื่อตรวจจับวัตถุที่เข้ามาใกล้ ช่วงทำให้ผมเห็นก้อนกรวด และ กอหญ้าเล็กๆ ตามทาง ผมไม่ใช่คนกลัวเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ในใจก็พลางคิดไปว่า ในทางที่มีผมคนเดียวที่วิ่ง คงจะตลกน่าดูถ้าไฟดวงข้างหน้าผมสว่างขึ้นเอง ไล่จากสุดทาง มาเรื่อยๆ เป็นห้วงความคิดน่าขันในความเงียบสงบเหล่านั้น
05:30 น. รุ่งอรุณเฉิดฉาย
คงจะเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นชีวิตของผู้คน ชาวบ้านขี่รถมอเตอร์ไซต์ มาพร้อมคันเบ็ด และ อุปกรณ์ประมงหลากหลาย ออกดำเนินชีวิตประจำวัน และในที่สุดก็มีผู้คนเริ่มมาออกกำลังกายตามแนวสันเขื่อนนี้แล้ว คนแรกเป็นพี่ชายวัยกลางคน สวมเสื้อกีฬาสีส้ม ตามวันพฤหัสบดี เดินสลับวิ่งไปตามแนวสันเขื่อน เรายิ้มพยักหน้าให้กัน ไม่นานหลังจากนั้น มีคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งมาร่วมทางกับพวกเรา และ หนุ่มใหญ่ชาวต่างชาติวัยเกษียรพร้อมจักรยานเสือภูเขาสองคนเข้ามาสมทบ พวกเขากล่าวทักทายผมอย่างเป็นกันเอง "สวัสดีครับ" ด้วยสำเนียงภาษาไทยที่บ่งบอกว่ามาอยู่ที่นี่ได้สักพักแล้ว
เวลาผ่านเลยไป เมื่อดวงอาทิตย์เผยตัว ณ ขอบฟ้า แสงทองสวยแผ่กระจายไปทุกหนแห่ง ผมละสายตาจากขอบฟ้าช่วงเวลานั้นไม่ได้เลย ผมเพลิดเพลินกับการจดจ่อ เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของสีฟ้า ณ ช่วงเวลานั้นได้อย่างไม่เคยเบื่อ
แม้ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าเหมือนทุกครั้ง แต่ความรู้สึก ความทรงจำ ของสถานที่เหล่านั้นล้วนสร้างชีวิตที่แตกต่างกันไป ผมน้อมรับชีวิตของวันนั้นมาได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อแสงแรกสาดส่อง ธรรมชาติก็ได้เริ่มชีวิตใหม่ หมู่นกออกหากิน ผมวิ่งไปพร้อมกับนกตัวหนึ่งที่บินต้านลมไปในทางเดียวกันตามแนวสันเขื่อน เราใช้ความเร็วใกล้เคียงกัน และ เป็นเพื่อนเดินทางร่วมกันชั่วครู่หนึ่งก่อนจะบอกลาแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตน ขอบคุณเจ้านกที่แวะเวียนมาเล่าเรื่องราวชีวิต
เขื่อนลำปลายมาศเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มอบความทรงจำอันมีค่า ขอบคุณธรรมชาติ วิถีชีวิตของมนุษย์และเหล่าสัตว์ที่มอบความสุขอันมากล้นอีกหนึ่งวันให้ชีวิตเล็กๆ ของผม ขอบคุณมากครับ
ราบี้บอย 10 เมษายน 2569, ONE TO TWO สาขาตลาดต้นสัก

Comments