เป็นครั้งแรกสำหรับผมในการอ่านหนังสือที่มีจำนวนหน้าเกือบ 600 หน้า จบภายใน 4 วัน และ เท่าที่จำได้ถือว่าเป็นนิยายเล่มที่สองที่ผมอ่านแบบจริงจัง แต่เมื่อได้สัมผัสกับรูปแบบการเล่าเรื่องที่เหมือนภาพในแต่ละตัวอักษรผุดขึ้นมาในจินตนาการไม่จบสิ้น จนแทบวางไม่ลง และท่องไปในโลกของตัวละครอย่างกับเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

นิยายเรื่องนี้ แต่งโดยคุณ มิอุระ ชิอน (Shion Miura) ขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ขึ้นมาครับ

มุมมองการวิ่ง

ตัวละครหลักในเรื่องประกอบไปด้วยเหล่านักศึกษาทั้ง 10 คน อยู่อาศัยในหอพักเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนต่างมีทั้งบุคลิก นิสัย งานอดิเรก ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นแล้วมุมมองที่มีต่อสิ่งๆ หนึ่ง ล้วนมีความแตกต่างกัน นิยายเรื่องนี้ พยายามที่จะให้มุมมองเรื่องของความแตกต่างที่มีจุดมุ่งหมายหนึ่งเดียว นั่นคือ

"การไปให้ถึงจุดสูงสุด"

เมื่อทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันแล้ว การวิ่งจึงเปรียบเสมือนเป็นสื่อกลาง ที่ช่วยสื่อสารและเชื่อมความความแตกต่างของแต่ละคนให้ผสมกลมเกลียวกันได้อย่างลงตัว และอีกสิ่งที่สำคัญนั่นคือ

"ประสบการณ์"

สิ่งที่ช่วยเติมเต็มเรื่องราว และ มุมมองการวิ่ง ของแต่ละตัวละคร ทั้งสิ่งที่ได้ต่อสู้ร่วมกัน และ สิ่งที่ต้องต่อสู้ภายในจิตใจของตัวเอง เกิดเป็นมุมมองที่แตกต่างและช่วยผลักดันไปสู่จุดหมายได้ ช่วงเป็นการสื่อสารที่บริสุทธ์อย่างแท้จริง

ความหมายของการวิ่ง

สิ่งที่วนเวียนในความคิดของตัวละครหลัก คือการค้นหาความหมายในการวิ่งของตนเอง ทั้งคำถามว่า "ชอบวิ่งมั้ย" หรือ แม้กระทั้งคำว่า "จุดสูงสุด" ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ผมมองว่าผู้แต่งพยายามที่จะชวนให้คนอ่านออกค้นหาความหมายผ่านความพยายาม ประสบการณ์ และความแตกต่างที่หลากหลายของมนุษย์ ทุกคนจะได้ออกค้นหาและเรียนรู้ถึงความหมาย อีกทั้งยังได้แวะคิดกับตัวเองอีกว่า

สำหรับเราแล้ว ความหมายในการทำสิ่งบางสิ่งนั่น "เพื่ออะไร"

ผมเชื่อว่าทั้งตัวละครในเรื่อง และผู้อ่านเองต่างค้นพบความหมายนี้ และสามารถพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงในการจุดประกายความอยากในการค้นหาความหมายของการวิ่ง และ ความหมายกับการทุ่มเทเพื่อบางสิ่งที่เรารัก

ความแข็งแกร่ง

อีกหนึ่งสิ่งที่ตัวละครเอก เฝ้าค้นหาคือความแข็งแกร่งในแง่มุมต่างๆ ผมเล็งเห็นว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ชวนให้ผู้อ่านทำความเข้าใจและติดตามการเติบโตของตัวละคร โดยท้ายที่สุดไม่มีใครเฉลยว่าแท้จริงแล้วความแข็งแกร่งที่ว่าคืออะไร เราทุกคนต่างรู้จากสิ่งที่เราสะสมมา จากประสบการณ์และจากความพยายามของเรา ดั่งตัวละครที่ตีความสิ่งนี้จากประสบการณ์ที่เผชิญในแต่ละช่วงของการฝึกซ้อม

ในมุมมองของผม ความแข็งแกร่งคือ จุดยึดเหนี่ยวของชีวิต ที่คอยทั้งผลักดันและเหนี่ยวรั้ง ร่างกายและจิตใจ ให้คงอยู่กับเป้าหมายที่มี เราพัฒนาความแข็งแกร่งจากการฝึกฝน ลับคมร่างกายและจิตใจ ให้เข้าใจถึงธรรมชาติของโลก ธรรมชาติของร่างกาย และผู้คน เปรียบเสมือนวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเราในการต่อสู้กับสิ่งร้ายๆ ที่เข้ามา

จุดสูงสุด

ตัวละครเอก ใช้คำว่า "จุดสูงสุด" เพื่อหลอมหลวมจิตใจของสมาชิก และเพื่อเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน แต่กระนั้นแล้ว นิยามของคำว่า "จุดสูงสุด" นั้นไม่ได้แปลว่าต้องเป็นที่ 1 หรือ อันดับ 1 ตัวละครหลักแต่ละคน ต่างบรรลุและเข้าใจถึงคำว่าจุดสูงสุดของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมประทับใจเป็นอย่างมาก

ผมสะท้อนความรู้สึกผ่านการถ่ายทอดของผู้แต่งที่พยายามจะสื่อในหลายๆ แง่ โดยผมตีความว่า ตัวละครหลักทั้ง 10 เป็นดั่ง อารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ ที่เราทุกคนล้วนมี และเคยเกิดขึ้นอยู่เสมอ แตกต่างไปตามอายุ สถานการณ์ และ ประสบการณ์ ทุกคนต่างพยายาม ขัดเกลา และเอาชนะขีดจำกัด จนไปถึงจุดสูงสุดในแบบของตน เปรียบดั่งการที่เราเอาชนะ อารมณ์ ความรู้สึก แย่ๆ ที่เกิดขึ้นมาได้อย่างหมดจด ช่างเป็นสิ่งที่งดงามเสียจริง

Hakone Ekiden

สิ่งที่ผมประทับใจในหนังสือเล่มนี้มาก และเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และสิ่งนั้นคือ Hakone Ekiden ความจริงแล้วผมเพิ่งจะมารู้จักการแข่งขันวิ่งผลัดระยะไกล งานนี้ครั้งแรกในช่วงที่เริ่มวิ่งเมื่อปีก่อน ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับการแข่งขันนี้ รู้แค่ว่ามันคืองานแข่งวิ่งระยะไกลของนักศึกษามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น เพิ่งจะมารู้จักอย่างจริงจังตอนอ่านหนังสือเล่มนี้

สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดของผมหลังจากอ่าน Run with the Wind มาได้ประมาณครึ่งเล่มนั่นคือ

"ทำไมบ้านเรา ไม่จัดการแข่งขันแบบนี้บ้างนะ"

ผมพูดจากใจจริงเลยนะครับ ผมอยากให้มีงานแข่งอะไรแบบนี้มาก มันเป็นรูปแบบการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจ เป็นมากกว่าแค่การออกมาวิ่งเพื่อเก็บสถิติของใครของมัน มากกว่าสถิติมันคือการทำงานอย่างเป็นทีมเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเป้าหมายเดียวกัน มันคือการวางแผน มันคือเกมกลยุทธ์

แม้เมื่อมานั่งทบทวนตัวเองดูแล้ว ผมอาจไม่ชอบกีฬาที่เล่นเป็นทีมมากนัก อาจจะเพราะผมไม่ชอบเรื่องความคาดหวัง กับทั้งตนเอง และผู้อื่น แต่ถ้าเป็นการแข่งขันแบบ Hakone Ekiden นี้แล้ว ผมก็อยากลองดูสักครั้งบ้าง

การก้าววิ่ง

สุดท้ายแล้วผมเรียนรู้และตกผลึกคำพูดหนึ่งจากตัวละครที่ชื่อว่า "เจ้าของหอ" เป็นช่วงตอนที่เขาต้องกล่าวให้กำลังใจก่อนที่สมาชิคชมรมกีฑา จะทำการแข่งขันครั้งสำคัญในวันรุ่งขึ้น แต่คำพูดของเขาเรียบง่ายจนไม่เป็นที่สบอารมณ์ของหลายคน เขากล่าวเพียงคำสั้นๆ ประมาณว่า

"สิ่งที่ทุกคนต้องทำ คือการก้าวขาซ้าย ขาขวา สลับกันไปเรื่อยๆ จนถึงเป้าหมายก็พอ"

อาจเป็นคำพูดที่ไม่ต้องพูดทุกคนก็รู้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมตกผลึกความหมายที่ลึกซึ้ง ทำให้ผมเข้าใจว่า การวิ่งมัน Simple ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

เมื่อการซ้อมที่ผ่านมา ทำให้เราได้ขัดเกลา ลับคม ร่างกาย จิตใจ ให้เฉียบคมดั่งมีดชั้นดีแล้ว เพียงแค่เชื่อมั่น และ ก้าวเท้าไปแบบนั้นเรื่อยๆ จนถึงเป้าหมายก็พอ

หนังสือเล่มนี้สร้างแรงบันดาลใจ แรงผลักดัน และไฟในตัวผมให้ลุกโชน ผมแทบอยากที่จะออกไปวิ่งขณะที่เขียนบทความรีวิวนี้ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองอ่าน ไม่ว่าคุณจะวิ่งอยู่แล้ว หรือ ไม่เคยวิ่งมาก่อน คุณจะได้แรงบันดาลในในหลายๆ เรื่อง ที่ช่วยเติมไฟในการใช้ชีวิตได้อย่างแน่นอน ผมมั่นใจ

ราบี้บอย 08:47, 20260416, ร้าน 1:2 ตลาดต้นสัก