เสียงพายุฝนและลมกระโชกดูเหมือนจะทะลุผ่านกำแพงบ้านที่ผมเช่าสำหรับการมาทำงานที่ภูเก็ต เวลาตี 4:20 ผมตื่นจากเสียงนั้น ลุกเปิดม่าน สายฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ลมพัดยอดไม้ปลิวสะบัด เช้านี้ผมมีซ้อม แต่ทำไงได้ คงต้องรอเท่านั้น ผมโดดกลับไปซุกตัวในผ้าห่มที่ยังคงไออุ่นจากร่างกาย แต่ก็ไม่รู้สึกง่วงแล้ว ได้แต่นอนหลับตาไปอีกสักพัก 15 นาทีเห็นจะได้ เสียงฝนเริ่มเบาบาง ผมจัดการเข้าห้องน้ำ เตรียมตัวสำหรับออกวิ่ง

05:05 น.

ฝนยังคงตกอยู่ แต่ไม่มากพอที่จะเป็นอุปสรรค์ในการวิ่ง ผมเริ่มออกวิ่งจากที่พักเลาะไปตามถนนสายหลัก ก่อนจะตัดเข้าซอยลัดเข้าไปยังถนนเรียบหาด เมื่อวิ่งเข้ามาเรื่อยๆ จะเป็นทางเล็กแคบ กว้างประมาณ 2 เมตร เพียงพอให้เดิน วิ่ง หรือ ขับมอเตอร์ไซต์ผ่านได้ รอบข้างเป็นรั้วตาข่าย มีต้นตีนตุ๊กแกเกาะขึ้นมาปกคลุมบางส่วน ให้ความรู้สึกลึกลับอย่างบอกไม่ถูก เหมือนหลุดเข้าไปในหนังสยองขวัญฉากที่ตัวเอกเดินย่องเงียบผ่านซอยที่เต็มไปด้วยซอมบี้เกาะรั้ว ระยะทางจากถนนหลักประมาณ 800 เมตร ตัดเข้าสู่ถนนเรียบ "หาดในยาง" ฟ้ายังมืด แต่ไฟทางแสงสีส้มช่วยผมคลำทางวิ่งได้เป็นอย่างดี

นักท่องเที่ยวและเหล่าชาวท่องราตรีคงเพิ่งจะเริ่มหลับไหล ช่วงเวลานี้จึงสงบโดยแท้จริง หรืออาจจะเพราะฝนตกก็เป็นได้ ถนนเรียบหาดจึงไร้ผู้คน มีเจ้าถิ่น 2-3 ตัววิ่งหยอกล้อกันกลางสายฝน

และผมที่วิ่งเดียวดายกลางท้องถนน...

อากาศร้อนชื้นอบอ้าวตามแบบฉบับภาคใต้ของประเทศไทย เม็ดฝนเย็นฉ่ำช่วยบรรเทาความร้อนได้เป็นอย่างดี ถ้าไม่นับลมที่แรงเป็นบางช่วงถือว่าเป็นบรรยากาศที่วิเศษสำหรับการวิ่งในเช้านี้มาก ผมมีโอกาสวิ่งเลาะเรียบชายหาดหลายครั้งหลากหลายสถานที่ ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทย จ.ระยอง ชลบุรี หรือในโซนของอันดามัน อย่างกระบี่ รวมถึงที่ภูเก็ตเอง แต่ผมก็ไม่เคยชินกับความรู้สึกเหนียวตัวจากไอทะเล เมื่อผสมกลืนกับเหงื่อที่ซึมออกมาทำให้เกิดความเหนอะหนะอย่างบอกไม่ถูก สร้างความรำคาญใจได้อยู่เหมือนกัน

05:45 น.

ฝนหยุดแล้ว เวลานี้เริ่มมีรถมอเตอร์ไซต์ขับผ่าน เส้นทางที่ผมวิ่งจะเชื่อมระหว่างหาดในยางและอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ซึ่งมีทางเล็กๆ แยกออกไปจากทางหลัก สามารถวิ่งรอบเป็นวงได้ ปกติผมไม่ชอบตากฝนนัก ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง ตอนเด็กผมเป็นหวัดง่ายมากๆ แค่เจอละอองฝนเล็กน้อยก็ทำให้จามไม่หยุดแล้ว แต่พักหลังมานี้ อาจจะตั้งแต่ผมเริ่มวิ่ง ดูเหมือนผมจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น (จริงหรือเปล่าหลังวันนี้อาจจะได้แน่ใจ) ผมจึงกล้าที่จะลุยฝน และมันดีจริงๆ ทั้งความเย็นและเงียบ มันทำให้เข้าใกล้กับคำว่า "สงบ" ได้เป็นอย่างดี

ถนนที่เปียกชื้นเมื่อกระทบกับแสงไฟสีส้ม ทำให้เกิดสีที่ละมุนสายตายิ่งนัก และมันก็ทำให้เกิดความรู้สึกอ้างว้างในจิตใจ กลิ่นความชื้นจากเนื้อไม้ที่โดนฝน เศษไม้ที่ผุ กิ่งไม้ที่โดนลมพัดปลิว ใบไม้ที่ร่วงจากแรงลม และเสียงคลื่นหัวแตก ผมรับรู้ได้ถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันคล้ายคลึงความรู้สึกเหงา

ใช่ ผมว่ามันเหมือนความรู้สึกเหงา

เมื่อนึกได้มันแทรกซึมเข้าผ่านรูขุมขน มันเกิดขึ้นได้เมื่อคุณวิ่งอยู่คนเดียว ท่ามกลางความเงียบงันของผู้คน แต่ความเหงาไม่ใช่ความรู้สึกทุกข์สำหรับผม มันเป็นแค่เสี้ยวความรู้สึกที่เกิดขึ้น และจางหายไป..เช่นเดียวกับสายฝน

06:05 น.

เวลานี้ผมเริ่มพบผู้คนออกวิ่ง ผมมั่นใจว่าเป็นเจ้าถิ่นขาประจำ เรายิ้มทักทายกัน มิตรภาพนักวิ่งเป็นสิ่งที่พบได้ง่ายมากๆ ง่ายกว่ากิจกรรมอื่นที่ผมเคยประสบมา เราไม่ต้องการอะไรที่ซับซ้อน แค่รอยยิ้มระหว่างเสี้ยวเวลาที่วิ่งผ่านกัน เรารับรู้ได้ถึงทุกความอุตสาหะที่เคยเจอและฝืนทน เป็นความบริสุทธิ์จากหัวใจ

06:30

ฝนตกลงมาอีกครั้งและดูเหมือนจะหนักขึ้น ผมคงต้องพอเท่านี้แล้ว ผมวิ่งครบตามแผนแล้ว และเท้าของผมก็เริ่มเย็น เป็นสัญญานที่ไม่ค่อยจะดี ผมยึดถือทำเนียมส่วนตัวคือเราตากฝนได้แต่ร่างกายต้องอบอุ่น ถ้าเท้าเย็นผมจะพอ ที่พักผมอยู่ไม่ไกลจากหาด ผมจ๊อกกลับเพียง 5 นาที เริ่มยืดเหยียด ก่อนที่จะจัดแจงชุดที่เปียกและรีบอาบน้ำ ทำร่างกายให้อบอุ่น

ตอนนี้ผมมีความสุขกับสายฝน แม้จะเป็นสิ่งที่ผมเคยกลัว แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว ผมรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่วินัยกลายเป็นเพื่อนซี้ของเรา ข้อเดียวที่จะขวางกั้นเราได้คือ "ข้ออ้าง" และผมไม่ต้องการให้มันเกิด หรือ พยายามทำให้เกิดน้อยที่สุด เพราะอย่างน้อยผมก็ภูมิใจทุกครั้งที่ผ่านมันมาได้

3 มิถุนายน 2026