แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ แต่ผมคิดถึงชีวิตช่วงเวลาเหล่านั้นเสียจริง

ตอนนี้ผมกลับมาที่นนทบุรีแล้ว กลับมาที่ห้องของผมที่อยู่มาสองปีกว่าเห็นจะได้ แต่ความรู้สึกอ้างว้างได้เกิดขึ้นในห้วงอารมณ์และผมอยากบันทึกความรู้สึกนี้ไว้

มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่อาจเพราะผมได้ใช้ช่วงเวลาอย่างเต็มที่ไปกับผู้คนและสถานที่ที่วิเศษ ทั้งการขับรถอันยาวนานจากนนทบุรีไปยังภูเก็ต ผมกับเพื่อนใช้เวลาขับมากกว่า 10 ชั่วโมง เราสลับกันขับ เพื่อนผมขับก่อนจนถึงช่วงประมาณประจวบฯ และหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ผมขับยาวมาจนถึงภูเก็ต ฝนตกช่วงชุมพรและช่วงที่เข้าพังงา เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ผมเปิดเพลงแจ๊สที่ฟังประจำสลับกับเพลงยุค 90's ที่นำมาโคเวอร์ใหม่ของสองพี่น้อง "Harryan Yoonsoan" เราฟังพวกเขาหลายสิบเพลงจนถึงที่หมายของเรา

ภูเก็ต

เวลา 06:30 น. สะพานสารสินทอดยาวต้อนรับพวกเรา ฟ้ายังไม่มืดเท่าไหร่ เรายังเห็นวิวทิวทัดจากสองฟากของสะพาน ความชุ่มฉ่ำของฝนทำให้เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ

เพื่อนเราอีกคันเดินทางมาพร้อมกัน แต่ผมถึงก่อน 2 ชั่วโมง เราเช่าบ้านพัก 4 ห้องนอนสำหรับการมาทำงานในครั้งนี้ มันเป็นบ้านที่ดี ดีเกินกว่าที่ผมคาดไว้ด้วยซ้ำ มีโซนที่เป็นโซฟาและทีวีสำหรับนั่งเล่น ถัดไปเป็นโต๊ะกินข้าว และครัวเล็กๆทางด้านหลัง แต่เราเหนื่อยเกินกว่าจะทำอาหารเองหรือแม้กระทั่งออกไปตะลอนหาของกินข้างนอก เราสั่งอาหารง่ายๆ ผ่านแกร็บมากิน หลังจากนั้นเรารีบเข้านอน พรุ่งนี้เรามีงานต้องทำอีกเยอะ


ดูเหมือนช่วงนี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนักสำหรับการมาทำงาน ฝนตกแทบทั้งวัน เรียกว่าพายุเข้าเลยก็ว่าได้ เป็นอุปสรรคในการทำงานของพวกเราพอสมควร แต่สำหรับผมแล้วความยากลำบากที่เผชิญร่วมกันนั้นมันทรงพลัง แม้จะเป็นวันที่เหนื่อย เปียก ชื้น แต่ผมเชื่อว่ามันมีค่าในความทรงจำของเราอย่างแน่นอน

วันที่สอง ตอนเช้าฝนตกไม่มาก ผมออกวิ่งตามปกติก่อนที่จะออกไปทำงาน เช่นเดียวกับทุกวัน ช่วงเที่ยงพายุเข้าเหมือนเดิม เหมือนกับท้องฟ้าตั้งเวลาเปิดปิดไว้ยังไงยังงั้น แต่โชคดีที่บ่ายแก่ๆ ฝนเบาลง เราทำงานได้นิดหน่อยอาจไม่ตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ไม่แย่เกินไป เราทำเต็มที่แล้ว ตอนเย็นเราแวะตลาดสดท้องถิ่น มีทั้งอาหารปรุงสำเร็จ ขนม ผลไม้ และวัตถุดิบสดๆ จากทะเล ผมซื้อผักและของสดมาสำหรับทำอาหาร มีปูม้าเป็นราคาถูก กุ้ง เราแยกย้ายกันซื้อกลับไปกินที่บ้าน เย็นวันนั้นเรามีอาหารหลากหลาย แต่เราก็เหนื่อยกันมาก เราตากฝน และเราต้องการนอนเป็นที่สุด

วันที่สาม เราเห็นแดดแรกของวัน เป็นวันที่สดใส เราทำงานได้ราบรื่นดี มีติดขัดบ้างเป็นเรื่องปกติ ฝนมาตามนัดช่วงเที่ยงๆ และจางหายไป เพื่อนผมลงไปทำงานกลางทะเล ผมทำในส่วนชายฝั่ง ตอนเที่ยงผมออกไปซื้อข้าวให้กับทีม ก่อนที่จะแวะซื้อกล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง 27 รูป ผมอยากบันทึกความทรงจำอันมีค่าของที่นี่ไว้ วันนี้ผมถ่ายไป 5 รูป รูปของเพื่อนๆ รูปธรรมชาติ ตอนเย็นเราแวะตลาดเช่นเดิม และกลับบ้านพักผ่อนกัน

วันที่สี่ วันนี้แจ่มใสกว่าทุกวัน แดดมาแต่เช้า ผมวิ่ง Longrun ได้ครบตามโจทย์อย่างน่ายินดี แปลกใจที่ร่างกายผมไม่ป่วยไข้จากพิษฝนและความชื้น แต่อันที่จริงผมค่อนข้างระวังตัว ใส่เหมือก สวมเสื้อกันฝน เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ไม่ทำตัวให้หนาวเย็น หรือเปียก และอาบน้ำเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้หลังเปียกฝน เป็นเรื่องที่ดีที่ร่างกายผมยังปกติ วันนี้เราเริ่มงานตอนบ่าย แดดแรงกว่าวันไหนๆ เรียกว่าแรงที่สุดเท่าที่เราอยู่มาก็ว่าได้ ยิ่งเป็นแดดที่ทะเลแล้วเกินกว่าจะทนไหว ผมสู้ทนแดดสักพักก่อนที่จะมานั่งพักใต้ร่มไม้ ต้นสนทะเล ผมชอบมันมาก ใบ ลูกสน และลำต้น มันมีเสน่ห์ที่ชวนหลงไหล เมื่อนึกถึงสนทะเลหลายความรู้สึกและความทรงจำพัดผ่านเข้ามาในหัวเสมอ เสียงของคลื่น ความรู้สึกสากของเม็ดทรายที่เข้ามาในรองเท้า กลิ่นของทะเล ทุกอย่างเกี่ยวพันเป็นความทรงจำที่คงอยู่ชั่วนิรันด์ ผมดื่มด่ำมันพักหนึ่งก่อนทำงานต่อ เย็นนี้เราไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ เราซื้อของสดมาทำอาหารหลากหลายชนิด เรากินข้าวมื้อใหญ่ด้วยกัน ไม่มีความคิดที่จะออกไปกินร้าน สำหรับผมการได้กินข้าวร่วมกันเป็นหนึ่งในความทรงจำที่มีค่า ผมใช้กล้องที่ซื้อมาถ่ายรูปตอนเรากินข้าวเอาไว้ มันต้องออกมาดีแน่ๆ

วันนี้ผมต้องลาจาก ขณะที่เหล่าเพื่อนของผมจะอยู่ทำงานต่ออีกประมาณ 1 อาทิตย์ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด) ผมคิดถึงพวกเขา คิดถึงบ้านหลังนั้น คิดถึงสถานที่ทำงาน และคิดถึงที่วิ่ง แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และเข้าใกล้คำว่าสงบ ผมรักที่นั้น และรักพวกเขาในฐานะเพื่อนร่วมบ้าน และร่วมการผจญภัยในครั้งนั้น

เป็นความทรงจำที่ดีที่ผมต้องการบันทึกไว้ ช่วงเวลาหนึ่ง ณ ไม้ขาว จ.ภูเก็ต

2-7 มิถุนายน 2569