#รีวิว #หนังสือ 🎵 รีวิวจิตวิทยาดนตรี | Psychology of Music 🎵 . . . . . ด้วยความที่หัดเล่นดนตรีในวัยผู้ใหญ่ ก็เลยอินดนตรีอยู่ประมาณหนึง แล้วไอเราก็อยากรู้ซะด้วยซีว่าเสียงเพลงและดนตรีมันส่งผลต่อมนุษย์เราอย่างไรบ้าง (ไปแอบส่องคลิปโคเวอร์สั้นๆ ได้ในเพจ Gleegmjournal นะ หรือช่อง Reels ก็ได้นะ อิอิ)
▬ สรุปรีวิวสั้นๆ ▬
จิตวิทยาดนตรี หนังสือที่ว่าด้วยดนตรีมีผลต่อสมองมนุษย์อย่างไร แต่มีความอ่านยากตามประสาหนังสือแนวงานวิจัยวิชาการมากกว่าจะเป็นหนังสือ Pop Science ที่ย่อยงานวิจัยให้อ่านง่ายแบบนั้น แต่ก็ถือเป็นหมุดหมายที่ดีสำหรับผู้ที่อยากลองเปิดมุมมองสำหรับคนที่อยากรู้เรื่องหัวข้อนี้ดี
ผู้เขียน: Elizabeth Hellmuth Margulis
ประเภท: Nonfiction/สารคดี
สภานะแปลไทย: โดยสนพ Bookscape
▬ รีวิวยาว ▬
หนังสืองานวิจัยว่าดนตรีมีผลต่อสมองมนุษย์อย่างไร ทั้งในแง่ว่า:
- สมองส่วนประมวลผลภาษากับดนตรีมันส่วนเดียวกันไหม
- ให้เด็กฟังเพลงโมซาร์ทแล้วฉลาดขึ้นจริงเปล่าา (เฉลย ไม่จริงเพราะเป็นวิจัยแบบไบแอส คือทดสอบแค่ [ฟังเพลง vs ไม่ฟังเพลง] แต่ไม่ได้ทดสอบ [เด็กฟังเพลงโมซาร์ท vs เด็กฟังเพลงป๊อบ เพลงร็อค แนวเพลงอื่นๆ ฯลฯ] มันเลยพูดยากว่าสรุปแค่เพลงโมซาร์ทเหรอที่เป็นผลดีต่อสมอง ก็คือวิธีวิจัยมันยังไม่ครอบคลุม)
- ต่อให้ปิดเสียงคลิปวิดีโอ(mute)คนกำลังเล่นเปียโน แต่คนดูคลิปสามารถอ่านบรรยากาศคนเล่นเปียโนว่ากำลังถ่ายทอดอารมณ์ใดอยู่ เพลงโทนอีโมกระโชกโฮกฮาก หรือโทนอ่อนช้อย หวานซึ้ง เช่นทำหน้าตึง ขมวดคิ้ว เพลงมันต้องตึงเครึยด เข้มข้นอยู่แน่ๆ
- สกอร์หนัง(ดนตรีบรรเลงประกอบ) จึงส่งผลมาก สมมุติเปิดเพลงแนวซึ้งในฉากทางด่วน vs เปิดเพลงสุดระทึกในฉากทางด่วนประหนึ่งหนัง Final Destination แค่คนละแนวเพลง ถึงแม้ใส่ฉากเดียวกันก็ทำให้อารมณ์คนดูต่างกันได้เลย
- เพราะดนตรีต้องใช้ทักษะทั้งการฟังเสียง การแยกประสาทมือซ้ายขวา การดูสังเกตการเล่นของเพื่อนในวง ที่ดนตรีดูพิเศษอาจไม่ใช่มันแตกต่างจากใครเพื่อน แต่เพราะมันรวมทุกสกิลเอาไว้ต่างหาก
- ด้วยความที่สำนวนหนังสือเล่มนี้มีความเปเปอร์งานวิจัยมาก จึงต้องใช้สติพอสมควรในการอ่าน เช่น พูดถึง correlation ไม่เท่ากับ causation ด้วย มันเป็นวลีที่พบเจอบ่อยในวิชาสถิติแต่เล่มนี้ คนเขียนก็อาจไม่ได้เขียนวลีนี้ตรงๆเพราะไม่งั้นอาจจะดูสถิติเกินไป (แต่ไม่แน่ใจว่าต้นฉบับเขียนยังไงเพราะอ่านฉบับแปล) แต่คนเขียนเลือกใช้การอธิบายทางอ้อมซึ่งเขียนประมาณห้าบรรทัด ถ้าหากใครไม่คุ้นกับคำแนวสถิติน่าจะเง็งกับย่อหน้าที่ใช้ศัพท์ประมาณนี้อยู่พักนึง จิตวิทยาดนตรี มันจึงไม่ใช่หนังสือแนว Pop Science ที่ย่อยให้ง่ายเหมือนกินแคปซูลขนาดนั้น มันยังเหมือนกินยาขมอยู่ ฮ่าๆ ถือว่าอันนี้แอบฉีกความคาดหวังที่เดาไว้ตอนแรกว่าจะ Pop Science ให้เน้นอ่านสนุก แต่ไม่แฮะ นี่มันราวกับกำลังอ่านเปเปอร์ คนอ่านที่เหมาะกับเล่มนี้จึงเป็นคนที่สนใจอยากรู้จริงๆ ว่าดนตรีมีความสัมพันธ์กับสมองอย่างไร เพราะฟีลอ่านงานวิจัยมากกว่างานย่อยง่ายที่อ่านผ่านๆ ก็เอนจอยจังแบบนั้น
- หนังสือมีใช้ศัพท์ทฤษฎีดนตรีจ๋า ซึ่งทางผู้แปลก็เป็นคนจบดนตรีคลาสสิกและใส่เชิงอรรถมาให้เป็นระยะๆ แต่ถ้าทางผู้อ่านมีพื้นฐานทฤษฎีดนตรีบ้างก็จะเห็นภาพในขณะที่หนังสือเล่าได้ง่ายขึ้น เช่นพูดถึง คู่ห้า (Fifth), เมเจอร์ ,ไมเนอร์, คอร์ด Triad ฯลฯ
- และด้วยความที่งานวิจัยทางดนตรี ใช้ทุนเยอะ หรือมันก็ไม่ได้ผลิดอกในรูปของกำไรมาก รึบางโครงการ มันก็ต้องศึกษาสมองวัยเด็ก ครั้นอยากจะทำวิจัย เช่นหัวข้อเด็กที่เรียนดนตรี vs เด็กไม่เรียนดนตรี ....อ่ะ ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ (เพราะต้องมีเด็กบางส่วนอยู่ในกลุ่มควบคุม คือห้ามเด็กเรียนดนตรี...การที่ห้ามเด็กเรียนดนตรีเพียงเพื่อเหตุผลทางวิจัยก็เหมือนตัดโอกาสเด็ก ผิดจริยธรรมน่ะนะ 😅 ถ้าเกิดอีกจักรวาลนึงเด็กคนนี้ได้เรียนดนตรีแล้วดันสปาร์คจอยชอบเล่นดนตรีมากๆแบบนั้นล่ะ) ในหนังสือจึงเขียนไว้พอประมาณว่าติดข้อจำกัดตรงนี้ ทำให้ไม่สามารถสรุปงานวิจัยออกมาได้ถึงที่สุด รึจะฟันธงฉับๆๆ ได้ขนาดนั้น...ดนตรีและความสัมพันธ์กับมนุษย์จึงยังคงเป็นดินแดนที่ไม่รู้ววววววววววว (ทำเสียงเอลซ่าใน Frozen 2)
▮ 🤔 แนะนำเพจ gleegmjournal.com ▮
เพจบันทึกสัพเพเหระทั้งหนังสือทั่วไป & นิยาย | บันทึกคอนเสิร์ต+ดนตรี | กีฬา:NBA, Figure Skating | รีวิวอนิเม,ภาพยนตร์ | แชร์ tips Coding บ้าง | ว่างๆ ก็อาจคุยเรื่องโหราศาสตร์ (Astrology) 📌 https://web.facebook.com/gleegmjournal/posts/pfbid02Pw7n2YpcSJsTX9cVFqJLU8AcLhy4M3EgjCoebD6xAg9NhCpzLHif4TaP2YtzLGzAl 📌
ไปตามเว็บไซต์กันได้นะจร้าาา → www.gleegmjournal.com/go ←

Comments