วันนี้ผมไปนัดกินข้าว คุยกับเพือนไปๆ มาๆ หลังจากนั้น ผมกลับมาบ้าน แล้วมาจดบันทึก แล้วก็คืดได้ว่า จริงๆ แล้ว การคุยแบบ Deep Talk นั้น ทำให้เราเข้าใจ ตัวเราและคนอื่นมากยิ่งขึ้น

ผมคิดว่าที่การคุยแบบนี้ เราจะมีการ Reflect คำพูดผ่าน การถามตอบตลอด เช่น เวลาพูดถึงเรื่อง งาน คนเป็นคนทำงานสาย Creative เราจะคุยต่อ ว่า เพราะเขาเคยเรียนเกี่ยวงานทางนิเทศน์มา เขาจึงชอบทำงานทางด้าน Creative เป็นต้น

และจากการค้นหาข้อมูลพบว่า

  1. ทำให้เปลี่ยนความรู้สึกที่คลุมเครือให้เป็นจากนามธรรมสู่รูปธรรม เพราะว่าการคุยแบบนี้ทำให้ เราต้องหา ต้นเหตุของมันให้เจอ หรือ ทาง Mental Model จะเรียกหลักการนี้ว่า Frist Principle
  2. ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เพราะการคุยแบบนี้ต้องใช้สามาธิสูง ทำให้เราต้องดึงตัวเองมาอยู่กับปัจจุบัน
  3. ค้นพบตัวเองผ่านการสะท้อนของผู้ฟัง จากที่ผมได้พูดมา การคุยแบบนี้ เราจะเน้น Reflect ไปเรื่อยๆ เพื่อหาเหตุ
  4. เปลี่ยนจากการฟังเพื่อตอบ เป็นการฟังเพื่อเข้าใจ
  5. มองเห็นความเป็นมนุษย์ที่คล้ายคลึงกัน
  6. เข้าใจถึง "แก่น" มากกว่า "เปลือก"

โดยสรุปแล้วการ Deep Talk นั้นเปรียบเสมือน การสร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ทำให้ตัวเราเราและอีกฝ่าย เปิดเผยกัน ถอดหน้ากากที่ใช้เข้าสังคมออก

และการได้หยุดนิ่ง โฟกัส และรับฟังกันอย่างแท้จริง จึงเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยดูแลความแข็งแรงของจิตใจ และยกระดับคุณภาพของความสัมพันธ์ไปพร้อมๆ กันครับ

ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องเล่า Mindfulness วันนี้