วันนี้ 14 มีนาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
เราขอเชิญชวนย้อนกลับมาสำรวจกันว่า ในฐานะที่ครั้งหนึ่ง ไอน์สไตน์ถึงขนาดได้รับคำเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 2 ของอิสราเอล
แต่เหตุใดท่านถึงปฏิเสธ ? และท่านมีความเห็นและทัศนคติอย่างไรต่อการสถาปนารัฐอิสราเอลกันแน่ ?
⚫️ ผู้ที่เหมาะสมที่สุดแก่การรับช่วงต่อ
ไฮม์ ไวซ์มันน์ (Chaim Weitzmann) ประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอล เคยกล่าวถึงอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ว่า “เขาเป็นชาวยิวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่” ดังนั้นในความเห็นของไวซ์มันน์ จึงไม่มีบุคคลใดที่มีความเหมาะสมสำหรับการรับช่วงต่อในการเป็นผู้นำของรัฐอิสราเอลได้เท่านักฟิสิกส์ผู้โด่งดังของโลกคนนี้อีกแล้ว
ในบทความ “One Jew’s Journey” (การเดินทางครั้งหนึ่งของชาวยิว) ได้เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากที่ไวซ์มันน์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1952 เดวิด เบน-กูเรียน (David Ben-Gurion) นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้เดินทางไปที่พรินซ์ตันเพื่อดำเนินการเกลี้ยกล่อม อีกทั้งยังส่งจดหมายผ่านนายอับบา อีบัน (Abba Eban) ซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น เพื่อส่งมอบให้แก่ไอน์สไตน์ ซึ่งจดหมายนั้นคือคำเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่สองของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ
ในคำเชิญได้ระบุเงื่อนไขที่สรุปความได้ว่า ไอน์สไตน์จะต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อิสราเอลและยอมรับสัญชาติอิสราเอล แลกเปลี่ยนกับการอำนวยเสรีภาพในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ที่สุด
ซึ่งไอน์ไตน์แม้จะรู้สึกขอบคุณกับคำเชื้อเชิญและมีความรู้สึกผูกพันกับชาวยิวอยู่แล้ว แต่ท่านก็ตอบปฏิเสธ โดยเหตุผลที่ให้ไปนั้นพิจารณาถึงความเหมาะสมของตนในตำแหน่งบริหารที่ท่านคิดว่าท่านไม่มีความสามารถ ความเชี่ยวชาญเดียวที่ท่านมีคืองานที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น
⚪️ ไซออนิสต์ในวันนี้ก็คือฟาสซิสต์ในวันนั้น
ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1948 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ร่วมกับซิดนีย์ ฮุก (Sidney Hook) ฮันนาห์ อาเรนต์ (Hannah Arendt) ตลอดจนนักวิชาการและแรบไบชาวยิวท่านอื่น ๆ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) เพื่อประท้วงการมาเยือนสหรัฐอเมริกาของนาย เมนาเคม เบกิน (Menachem Begin)
ซึ่งในจดหมายมีรายละเอียดที่ระบุถึงการประณามแนวทางของ “พรรคเฮรุต” ว่ามีลักษณะไม่ต่างกับ “กลุ่มก่อการร้าย” โดยเนื้อหาในจดหมายได้เปรียบพรรคดังกล่าวว่าเป็น :-
❝ พรรคการเมืองที่มีความคล้ายคลึงอย่างใกล้ชิดในด้านการบริหารจัดการ วิธีการ ปรัชญาการเมือง และแรงดึงดูดทางสังคมที่เหมือนกับพรรคนาซีและพรรคฟาสซิสต์ ❞
ในจดหมายยังกล่าวอีกว่า... :
❝ เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าบรรดาผู้ที่ต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์ทั่วโลก เมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเชื่อทางการเมืองของนายเบกินแล้ว พวกเขาจะยังเลือกลงนามสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีบุคคลผู้นี้เป็นตัวแทนอีก ❞
การสังหารหมู่ชาวอาหรับปาเลสไตน์โดยชาวยิวในหมู่บ้าน “ดีรฺยาซีน” (Deir Yassin Massacre) ก็ได้รับการระบุถึงในจดหมายว่า :-
❝ ผู้ก่อการร้าย[ชาวยิว] มิได้มีความรู้สึกละอายใจใด ๆ กับสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ พวกเขากลับรู้สึกภาคภูมิใจกับการสังหารหมู่ครั้งนั้น ทั้งยังเผยแพร่เหตุการณ์ดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง … ซึ่งเหตุการณ์ที่ดีร์ยาซีน สามารถบ่งบอกตัวตนและแนวทางปฏิบัติของพรรคเฮรุตได้เป็นอย่างดี ❞
ในจดหมายยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพรรคเฮรุตของเบกินว่า...:
❝ [มัน]เป็นส่วนผสมของลัทธิชาตินิยมสุดโต่ง รหัสยทางศาสนา และความเชื่อในเรื่องความเหนือกว่าทางเชื้อชาติ ❞
พร้อมทั้งบอกว่าพรรคดังกล่าวมี...:
❝ ตราประทับที่ชัดเจนของพรรคฟาสซิสต์ ซึ่งมักใช้การก่อการร้าย (ทั้งต่อชาวยิว ชาวอาหรับ และชาวอังกฤษ) และการบิดเบือนข้อเท็จจริงมาเป็นแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายการสถาปนารัฐที่นำโดยผู้ครองอำนาจเพียงคนเดียว ❞
จดหมายทิ้งท้ายด้วยการบอกว่าอเมริกาควรหันหลังให้กับเบกินและไม่ควรสนับสนุน...:
❝ การปรากฏตัวของลัทธิฟาสซิสต์ครั้งล่าสุดนี้ ❞
การเปรียบเทียบลัทธิไซออนิสต์กับลัทธิฟาสซิสต์โดยชาวยิวที่ต้องอพยพหนีตายจากเหตุการณ์พันธุฆาตของนาซีฮิตเลอร์ เราจึงอนุมานได้ว่า ไอน์สไตน์ไม่จำเป็นต้องได้รับคำสั่งสอนจากใคร ว่าแท้จริงแล้วลัทธิฟาสซิสต์นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร
⚫️ รัฐยิวที่ขัดกับหลักคำสอนของศาสนายิว
“เฮรุต” (Herut) เป็นพรรคการเมืองที่โน้มเอียงไปยังชาตินิยมขวาจัด ซึ่งต่อมาได้ควบรวมมาเป็น “พรรคลิคุด” (Likud) ที่ปัจจุบันนำโดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอิสราเอล
ดีเอ็นเอของพรรคเฮรุต ที่มีผู้ก่อตั้งและผู้นำที่ครั้งหนึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำกลุ่มก่อการร้าย “อิรกูน” (Irgun) ซึ่งเป็นกองกำลังที่แยกตัวเป็นอิสระจากกองกำลัง “ฮากานาห์” (Haganah) ที่เป็นกองกำลังหลักของขบวนการไซออนิสต์ในภารกิจยึดครองอาณานิคมปาเลสไตน์
เมนาเคม เบกิน หัวหน้าพรรคเฮรุตผู้นี้ยังเคยเป็นบุคคลที่มีหมายต้องการตัวที่สุดจากทางการและหน่วยความมั่นคงของอังกฤษ จากเหตุวินาศกรรมก่อการร้ายที่เบกินสั่งการเพื่อแสดงการต่อต้านหน่วยงานในอาณัติของอังกฤษประจำปาเลสไตน์ ก่อนที่เขาจะได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ในปี 1997-1983
นอกเหนือจากนี้ หนึ่งในสุนทรพจน์ที่โด่งดังของไอน์สไตน์เมื่อสิบปีก่อนจะมีการสถาปนารัฐอิสราเอล ท่านได้ประกาศในที่ประชุมคณะกรรมการแรงงานแห่งชาติสำหรับปาเลสไตน์ที่โรงแรมคอมมอดอร์ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1938 ถึงความเห็นในการจัดตั้งรัฐยิวว่ามันขัดต่อ “แก่นคำสอนของศาสนายูดาห์” อย่างไร ท่านอธิบายว่า:
❝ ข้าพเจ้าเห็นควรกับข้อตกลงที่สมเหตุสมผลกับชาวอาหรับบนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมากกว่าการสถาปนารัฐยิว ... การตระหนักรู้ของข้าพเจ้าเกี่ยวกับแก่นคำสอนสำคัญของศาสนายูดาห์นั้นขัดต่อแนวคิดเรื่องการจัดตั้งรัฐยิวที่มีพรมแดน มีกองทัพ และมีอำนาจทางโลก แม้ว่า[อำนาจ]นั้นจะจำกัดมากน้อยเพียงใดก็ตาม ... ข้าพเจ้าเกรงว่า[การจัดตั้งรัฐยิว]จะสร้างความเสียหายจากภายในแก่ศาสนายูดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการพัฒนาลัทธิชาตินิยมแบบคับแคบกันเองในกลุ่มชนของเรา ซึ่งเราจะต้องต่อสู้อย่างแข็งขัน[กับแนวคิดดังกล่าว]อยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่มีรัฐยิวก็ตาม ❞
ไอน์สไตน์ได้แสดงความเห็นของท่านต่อการจัดตั้งรัฐยิวมาตลอด ไม่ว่าจะต่อหน้าคณะกรรมาธิการสอบสวนแองโกล-อเมริกันที่รับผิดชอบต่อประเด็นปาเลสไตน์ในปี 1946 หรือย้อนกลับไปตั้งแต่ปีทศวรรษที่ 1920 ดังที่ท่านเคยให้คำแนะนำว่า :-
❝ ตราบใดที่เรายังไม่สามารถหาหนทางที่จะประสานความร่วมมือและทำข้อตกลงร่วมกับชาวอาหรับอย่างจริงใจได้ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์ความทุกข์ทรมานของเราตลอดสองพันปีที่ผ่านมาเลย ถ้าเป็นเช่นนั้น เราก็สมควรจะต้องรับผลกรรมที่ตามมาจากการกระทำของเราเอง ❞
⚪️ บ่อเกิดของการล่มสลาย
หลังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ “ดีร์ยาซีน” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไอน์สไตน์พิจารณว่าเป็นการก่อการร้ายอย่างชัดเจน จนถึงทุกวันนี้ เราก็ยังประสบพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้และเลวร้ายยิ่งกว่านี้อีกมากมายที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์
ขณะที่สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงคุกรุ่นอยู่จากการโจมตีทางทหารอันโหดร้ายของเบนจามิน เนทันยาฮู การโจมตีเหล่านั้นได้สังหารพลเรือนจำนวนมากที่ปราศจากอาวุธ โดยเฉพาะเด็กที่ยอดเสียชีวิตปัจจุบันมีจำนวนเกือบถึง 1,000 คนแล้ว อนาคตการอยู่รอดของรัฐไซออนิสต์จึงไม่เคยอยู่ในจุดที่ระส่ำระส่ายเท่านี้มาก่อน
มีการกล่าวกันว่า อาชีพนักการเมืองมักมีฉากจบไม่สวยงาม หรือมักประสบกับความล้มเหลวในท้ายที่สุด เนทันยาฮู คงจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยยืนยันคำพูดดังกล่าวได้ดี เช่นเดียวกับความเชื่อที่ว่า ความเสื่อมถอยของรัฐบาลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและความรุนแรงที่ทวีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักเป็นบ่อเกิดของการล่มสลายทางสังคมที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
อิสราเอลได้จัดการเลือกตั้งทั่วประเทศไปแล้วสี่ครั้งภายในระยะเวลาเพียงสองปี ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ วิธีการที่เนทันยาฮูใช้ในการรักษาอำนาจคือการแสดงให้ประชาชนในประเทศเห็นว่า ตอนนี้เราต้องการผู้นำที่มีความหาญกร้าวดุดันเพื่อปกป้องประเทศชาติจากผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์
ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2018 ภายใต้รัฐบาลสมัยของเขาเองที่ “กฎหมายรัฐชาติยิว” (Jewish Nation-State Law) ได้ผ่านร่าง ซึ่งเนื้อความในกฎหมายได้ระบุว่า...
❝ อิสราเอลเป็นมาตุภูมิทางประวัติศาสตร์ของชาวยิว และชาวยิวเป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกำหนดชะตากรรมของชาติด้วยตนเอง ❞
หมายความว่ามุสลิมและคริสเตียนที่เป็นชาวอิสราเอลจะไม่มีสิทธิ์ในฐานะพลเมืองเทียบเท่ากับชาวยิว
❝ ภาษาฮิบรูเป็นภาษาทางการเดียวของรัฐ ❞
ซึ่งที่ผ่านมา 70 ปี อิสราเอลได้ให้ทั้งภาษาอาหรับและภาษาฮิบรูเป็นภาษาทางการของรัฐ แต่หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านร่างแล้ว สถานะของภาษาอาหรับก็จะถูกลดทอนลงไป
กฎหมายฉบับนี้ได้หักล้างคำกล่าวอ้างที่มีเสมอมาว่า อิสราเอลเป็นประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตย (Liberal Democracy) เพราะระบอบการปกครองลักษณะนี้เป็นลักษณะเดียวกันกับระบอบการปกครองแบบแบ่งแยกเชื้อชาติและสีผิว (Apartheid Regime) ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนที่แอฟริกาใต้
อย่างไรก็ตาม การปกครองแบบแบ่งแยกเชื้อชาติเช่นนี้ถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และมีโทษภายใต้ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (the Rome Statute of the International Criminal Court)
จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทุกวันนี้ที่ชาวยิวจำนวนมากทั่วโลกเริ่มออกมาแสดงความคัดค้านต่ออิสราเอลที่อ้างว่าพวกเขาเป็นตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์และเชิดชูค่านิยมของชาวยิว
เพราะนโยบายที่อิสราเอลได้ดำเนินการมาสะท้อนถึงปรัชญาการเมืองที่มีความคล้ายคลึงกับคตินิยมของฟาสซิสต์และนาซี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พรรคเฮรุต” ซึ่งปัจจุบันได้กลับชาติมาเกิดในชื่อ “พรรคลิคุด”
มิหนำซ้ำในรัฐบาลผสมของอิสราเอลปัจจุบัน เรากลับเห็นการปรากฏตัวของผู้เล่นใหม่ ๆ ที่เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองฝ่ายขวาที่มีอุดมการณ์คลั่งไคล้ที่สุดโต่งยิ่งกว่าพรรคลิคุดเสียอีก จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่มีสามัญสำนึกปกติเริ่มแสดงความกังวลที่อุดมการณ์ปีกขวาหัวรุนแรง ดูเหมือนจะกำลังกลืนกินสังคมกระแสหลักของอิสราเอลโดยรวม
นักฟิสิกส์ชาวยิวที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้มองเห็นอย่างแจ่มแจ้งว่า อิสราเอลที่นำการบริหารโดยกลุ่มขวาจัดและหัวรุนแรงเช่นนี้ จะไม่สามารถรักษาสถานภาพของตนให้อยู่รอดตลอดรอดฝั่งได้
เมื่อกลับมามองถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ณ ปัจจุบัน เราจะเห็นว่าลักษณะของรัฐบาลอิสราเอลในวันนี้ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับรัฐบาลในสมัยของไอน์สไตน์มากนัก
นั่นเป็นเพราะว่า ในฐานะขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง ลัทธิไซออนิสต์แทบจะมีแนวทางการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันกับลัทธิฟาสซิสต์ ตราบใดที่อิสราเอลยังคงยึดมั่นและไม่สามารถก้าวข้ามการรับใช้อุดมการณ์ไซออนิสต์ได้ อิสราเอลก็จะไม่มีวันเป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เรียบเรียง Sh.Budhavajana
เผยแพร่ครั้งแรก Oct 21, 2023 เผยแพร่ครั้งที่ 2 Mar 14, 2025
References:
- https://www.haaretz.com/jewish/2014-12-04/ty-article/.premium/1948-n-y-times-letter-by-einstein-slams-begin/0000017f-e28e-d38f-a57f-e6de6e7d0000
- https://israeled.org/timeline/albert-einstein-praises-zionism-but-opposes-partition-of-palestine
- https://www.theguardian.com/world/2018/jul/19/israel-adopts-controversial-jewish-nation-state-law
- https://paw.princeton.edu/inbox/why-did-einstein-refuse-presidency-israel?fbclid=IwAR13UZ6kaIDV-BTx-UB00JVCk3UbpeZukbV0_r-rQjU0yNk0Vg-EouHcdrQ
- https://www.middleeastmonitor.com/20210604-the-final-downfall-of-israel-was-predicted-by-einstein
- https://allthatsinteresting.com/einstein-president-israel
- https://www.vox.com/world/2018/7/31/17623978/israel-jewish-nation-state-law-bill-explained-apartheid-netanyahu-democracy
📖 อ่านบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง นโยบายป้ายพิษตนเองของรัฐบาลอิสราเอล (Israel’s Auto-toxic Policies)

Comments