จากข่าวเกี่ยวกับการบูลลี่กัน เรานึกขึ้นว่าในช่วงมีนาคมที่ผ่านมา ได้เจอเด็กประถมคนนึงที่ลักษณะท่าทางดูแปลกๆ กว่าเด็กในย่านเดียวกัน

ไม่แน่ใจนะว่าเพราะการที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แต่พฤติกรรมมันชวนให้สงสัยจริงๆ เราเลยนึกๆ เป็นข้อๆ แล้วลองไปถาม AI มา มันก็เข้าข่าย "แอสเพอร์เกอร์" มากๆ

เราขอย้ำว่า สิ่งที่ AI บอกมันก็เป็นแค่การถามแบบคร่าวๆ เฉยๆ ถ้าจะให้ชัดๆ ก็ต้องพาเด็กไปเจอหมอเด็กนั่นแหล่ะ

3 พฤติกรรมที่เข้าข่ายภาวะแอสเพอร์เกอร์

  1. ทักษะทางสังคมบกพร่อง (Social Interaction Deficits)

มีปัญหาในการทำความเข้าใจและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น

  1. พฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจเฉพาะทาง (Repetitive Behaviors and Restricted Interests)

คือเราเห็นว่าเด็กคนนี้แสดงพฤติกรรมซ้ำๆ หรือมีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างหมกมุ่นผิดปกติ ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการปรับตัตามสถานการณ์ ณ เวลานั้นๆ สิ่งที่เราเจอกับตัวคือ

  1. การรับรู้ประสาทสัมผัสและดูแลตัวเองผิดปกติ (Sensory and Self-Care Issues)

เด็กบางคนอาจมีการรับรู้ประสาทสัมผัสที่แตกต่างไปจากคนทั่วไป หรือมีปัญหาในการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น

นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านสุขภาพช่องปาก และที่สำคัญคือปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกบูลลี่หรือการแยกตัวออกจากสังคมได้

การทำความเข้าใจในแนวทางการช่วยเหลือ

เด็กกลุ่มนี้ต้องอาศัยความอดทนและแนวทางที่ชัดเจน

สิ่งที่เราพอจะทำได้

หากเราพอจะสนิทกับผู้ปกครองของเด็ก การเกริ่นๆ หรือพูดคุยอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับข้อสังเกตที่เราเห็น อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการให้ความช่วยเหลือ (ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในการตัดสินใจ)

แต่ถ้าเราไม่ได้สนิทกับผู้ปกครอง เราก็คงทำได้เพียงแค่บอกหรือเตือนเด็กอยู่เรื่อยๆ ตามโอกาสที่มี ซึ่งถึงแม้จะดูเหมือนเป็นเพียงการกระทำเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ดีกว่าการปล่อยผ่านไปเฉยๆ อย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยที่สุด เราก็ได้พยายามสร้างความปลอดภัยและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่เด็กคนหนึ่งแล้ว

การทำความเข้าใจและให้การสนับสนุนเด็กที่มีความแตกต่าง ไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือพวกเขา แต่ยังเป็นการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลาย ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างเข้าอกเข้าใจของทุกคนในสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะหาได้ยากแล้วในปัจจุบัน