จำได้ว่าเพิ่งได้เห็นข่าวการบูลลี่คนอื่นจากคนที่อ้างว่าป่วยมีอาการของ "แอสเพอร์เกอร์"
พอคิดไปคิดมา เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้รู้จักกับเด็กคนหนึ่งในวัยประถมต้น ครั้งแรกที่เจอกัน รู้สึกได้เลยว่ามีบางอย่างที่ "ต่างออกไปจากเด็กที่เคยเจอมา" แต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะอาจจะนิสัยตามวัย หรือความที่เราเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเด็กคนนั้นก็เป็นไปได้อยู่นะ
เลยลองเอาพฤติกรรมที่สังเกตได้ไปถาม AI 3 เจ้าใหญ่ๆ ดู ก็ได้คำตอบที่ดูเหมือนจะเข้าข่าย "แอสเพอร์เกอร์" จริงๆ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่า การหาคำตอบแบบนี้เอาไปอ้างอิงอะไรในทางการแพทย์ไม่ได้นะ เพราะการวินิจฉัยที่แท้จริงต้องมาจากคุณหมอเฉพาะทางเท่านั้น
ต่อไปนี้คือสิ่งที่สรุปจาก AI พร้อมยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เราได้สัมผัสเอง
📌 สัญญาณที่ควรสังเกต มี 3 กลุ่มหลัก
- ทักษะสังคมบกพร่อง เช่น พูดถึงตัวเองฝ่ายเดียวโดยไม่อ่านสีหน้าไม่รับรู้ความรู้สึกของคนฟัง (ว่าเขาอยากฟังอยากรู้ด้วยมั้ย), เดินเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ขออนุญาต (ถ้าเห็นว่าเปิดรั้วบ้านไว้ก็เข้ามาเลย), หรือขอของฟรีจากคนแปลกหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติ (ไปซื้อขนม แต่ไม่ได้เอาเงินไปด้วย เลยถามแม่ค้าว่าขอฟรีเลยได้มั้ย อยากกินขนม)
- พฤติกรรมซ้ำๆ และความสนใจเฉพาะทาง หมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากผิดปกติ, ต้องทำกิจวัตรเดิมทุกวันจนยืดหยุ่นไม่ได้, หรือรอไม่ได้เลยต้องได้ทันที เช่น เข้าไปในบ้านคนแปลกหน้าก็ถามหาที่ชาร์จแบต บอกว่าอยากชาร์จแบต ชาร์จได้มั้ย เมื่อพบว่าไม่มีหัวชาร์จที่ใช้กับมือถือตัวเองได้ ก็หันหลังวิ่งกลับไปเอาสายและหัวชาร์จของตัวเองมาโดยคนที่อยู่รอบๆ ยังมึนงงอยู่
- การรับรู้ประสาทสัมผัสและดูแลตัวเองผิดปกติ เช่น จ้องหน้าจอชิดมากกก (ระยะห่างน่าจะแค่ประมาณนิ้วมือห้านิ้วเรียงชิดกัน) และดูหน้าจอไปด้วยตอนขี่จักรยานไฟฟ้าสามล้อ , ตอนพูดก็เห็นฟันผุหลายซี่ , กลิ่นตัวแรง (เด็กทั่วไปถ้าเจอแดดเปรี้ยงๆ มักจะเล่นแบบหลบแดด หรือตากแดดเป็นพักๆ แต่เด็กคนนี้ยอมอยู่กลางแดดจัดช่วงบ่ายต้นๆ เพื่อขี่จักรยานไฟฟ้า)
⚠️ สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เรื่องพฤติกรรม แต่มีความเสี่ยงจริงๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งความปลอดภัยบนท้องถนน เช่น ขี่จักรยานไฟฟ้าด้วยความเร็วสูง (น่าจะเกิน 20 km/hr) โดยไม่เบรกแม้ว่าจะผ่านหลังเต่าหรือออกจากซอย สุขภาพช่องปาก และปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
💡 แล้วเราช่วยได้ยังไง? → ใช้กฎที่ชัดเจน บอกตรงๆ ไม่อ้อมค้อม → กำหนดเวลาและขอบเขตให้ชัด เช่น "ขี่ชิดซ้ายนะ" → และที่สำคัญที่สุด — พาพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินจริงๆ (เรียนรู้เพิ่มเติมมาว่า ความจำของเขาสั้น เพิ่งบอกไปแป๊ปๆ อีกซักพักลืมอีก (บอกให้ขี่ชิดซ้าย จากนั้นไม่นาน กลับมาขี่กลางถนนอีกแล้ว ต้องพูดอยู่เรื่อยๆ)
🌱 แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง? ถ้าพอจะสนิทกับผู้ปกครองของเด็ก น่าจะพอเกริ่นๆ หรือพูดคุยกันได้ (ส่วนจะทำอะไรต่อไป ก็ไม่ต้องไปคาดหวังแล้ว) แต่ถ้าไม่ได้สนิท เราก็คงทำได้แค่บอกหรือเตือนเด็กอยู่เรื่อยๆ ตามโอกาสที่มี ก็ดีกว่าปล่อยผ่านไปเฉยๆ ล่ะนะ
Comments