วัตถุดิบ
- หาก ราคาตลาดของวัตถุดิบ ลดลง จนต่ำกว่ามูลค่าบัญชี ต้องปรับมูลค่าลดลงตามหรือไม่?
- ต้องดู บริบทของธุรกิจ ยกตัวอย่าง 2 กรณี
- กรณี 1 : รถ Ferrari มีวัตถุดิบเป็นอลูมิเนียม หากอลูมิเนียมราคาตก ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าจะตกด้วย เนื่องจาก brand มีความแข็งแกร่ง กรณีนี้จึงไม่ต้องปรับมูลค่าของวัตถุดิบลง
- กรณี 2 : สายไฟ มีวัตถุดิบเป็นทองแดง หากราคาทองแดงตก ราคาสินค้าก็ควรจะตกด้วย เพราะสินค้าไม่ได้มีการปรุงแต่งอะไรเพิ่มเลย กรณีนี้จึงต้องปรับมูลค่าของวัตถุดิบลง
ด้อยค่า vs สัญญาสร้างภาระ
ด้อยค่า
- มีของอยู่ แต่ราคาตลาดดันตกหนัก ต้องบันทึก
Dr ผลขาดทุนจากการด้อยค่า
Cr ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการตีราคาลง
สัญญาสร้างภาระ
- ไม่มีของ แต่ไปทำสัญญาขายของ ในราคาที่ขาดทุน ยกตัวอย่าง เช่น มีของอยู่ 500 ไปทำสัญญาขายของ 900 ต้องไปหาซื้อของ 400 ในราคาที่ขาดทุน
Dr ผลขาดทุนจากสัญญาสร้างภาระ
Cr ประมาณการหนี้สิน
สัญญาซื้อคืน
- ทำสัญญาขายของ แต่มีเงื่อนไขว่าจะขอซื้อของคืนในภายหลัง ถือว่า เป็นการกู้ยืมเงินโดยสินค้าค้ำประกัน
- การบันทึกบัญชี ต้องไม่ตัดสินค้างคงเหลือ ออก
- ฝั่งขวา ให้รับรู้เป็นหนี้สินไว้ (ไม่ถือว่าเป็นการขาย)
รายการที่บันทึกเป็นต้นทุนมูลค่าคงเหลือไม่ได้
- ของเสียเกินปกติ , ค่าเก็บรักษา(ที่ไม่เพิ่มมูลค่า), ค่าบริหาร, ค่าขาย, ค่าปรับจราจร
วิธีคำนวณ มูลค่าสินค้าคงเหลือ แบบค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
ตัวอย่าง
| รายการ | จำนวน | ราคา |
|---|---|---|
| ซื้อ#1 | 100 | 3 |
| ------- | ------- | ------- |
| ซื้อ#2 | 200 | 4 |
| ------- | ------- | ------- |
| ซื้อ#3 | 150 | 5 |
| ------- | ------- | ------- |
| ขาย | 300 |
- คำนวณ มูลค่าแต่ละรายการ (จำนวน * ราคา) และจับรวมมูลค่าทุกรายากร (100 *3) + (200 * 4) + (150 * 5) = 1,850 บาท
- หาผลรวมของจำนวน (100+200+150) = 450 หน่วย
- หาต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย 1,850 / 450 = 4.11 บาท
- คำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือ โดย เอา จำนวนหน่วยที่คงเหลือ * ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย
- จำนวนหน่วยที่คงเหลือ 100 +200 +150 -300 = 150 หน่วย
- มูลค่าสินค้าคงเหลือ 150 * 4.11 = 616.50 บาท
Comments