ไม่ใช้กับ
- เครื่องมือทางการเงิน (อยู่ภายใต้ TAS 32 และ TFRS 9)
- สินทรัพย์ชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเกษตร ณ จุดเก็บเกี่ยว (อยู่ภายใต้ TAS 41)
วัตถุดิบ
- หาก ราคาตลาดของวัตถุดิบ ลดลง จนต่ำกว่ามูลค่าบัญชี ต้องปรับมูลค่าลดลงตามหรือไม่?
- ต้องดู บริบทของธุรกิจ ยกตัวอย่าง 2 กรณี
- กรณี 1 : รถ Ferrari มีวัตถุดิบเป็นอลูมิเนียม หากอลูมิเนียมราคาตก ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าจะตกด้วย เนื่องจาก brand มีความแข็งแกร่ง กรณีนี้จึงไม่ต้องปรับมูลค่าของวัตถุดิบลง
- กรณี 2 : สายไฟ มีวัตถุดิบเป็นทองแดง หากราคาทองแดงตก ราคาสินค้าก็ควรจะตกด้วย เพราะสินค้าไม่ได้มีการปรุงแต่งอะไรเพิ่มเลย กรณีนี้จึงต้องปรับมูลค่าของวัตถุดิบลง
ด้อยค่า vs สัญญาสร้างภาระ
ด้อยค่า
- มีของอยู่ แต่ราคาตลาดดันตกหนัก ต้องบันทึก
Dr ผลขาดทุนจากการด้อยค่า
Cr ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการตีราคาลง
สัญญาสร้างภาระ - ไม่มีของ แต่ไปทำสัญญาขายของ ในราคาที่ขาดทุน ยกตัวอย่าง เช่น มีของอยู่ 500 ไปทำสัญญาขายของ 900 ต้องไปหาซื้อของ 400 ในราคาที่ขาดทุน
Dr ผลขาดทุนจากสัญญาสร้างภาระ
Cr ประมาณการหนี้สิน
สัญญาซื้อคืน
- ทำสัญญาขายของ แต่มีเงื่อนไขว่าจะขอซื้อของคืนในภายหลัง ถือว่า เป็นการกู้ยืมเงินโดยสินค้าค้ำประกัน
- การบันทึกบัญชี ต้องไม่ตัดสินค้างคงเหลือ ออก
- ฝั่งขวา ให้รับรู้เป็นหนี้สินไว้ (ไม่ถือว่าเป็นการขาย)
รายการที่บันทึกเป็นต้นทุนมูลค่าคงเหลือไม่ได้
- ของเสียเกินปกติ , ค่าเก็บรักษา(ที่ไม่เพิ่มมูลค่า), ค่าบริหาร, ค่าขาย, ค่าปรับจราจร
วิธีคำนวณ มูลค่าสินค้าคงเหลือ แบบค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
ตัวอย่าง
| รายการ | จำนวน | ราคา |
|---|---|---|
| ซื้อ#1 | 100 | 3 |
| ------- | ------- | ------- |
| ซื้อ#2 | 200 | 4 |
| ------- | ------- | ------- |
| ซื้อ#3 | 150 | 5 |
| ------- | ------- | ------- |
| ขาย | 300 |
- คำนวณ มูลค่าแต่ละรายการ (จำนวน * ราคา) และจับรวมมูลค่าทุกรายการ (100 *3) + (200 * 4) + (150 * 5) = 1,850 บาท
- หาผลรวมของจำนวน (100+200+150) = 450 หน่วย
- หาต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย 1,850 / 450 = 4.11 บาท
- คำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือ โดย เอา จำนวนหน่วยที่คงเหลือ * ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย
- จำนวนหน่วยที่คงเหลือ 100 +200 +150 -300 = 150 หน่วย
- มูลค่าสินค้าคงเหลือ 150 * 4.11 = 616.50 บาท
'ต่ำไป' 'สูงไป' คิดยังไง ไม่ให้ งง?
ตัวอย่าง สินค้าคงเหลือ ณ ต้นงวดต่ำไป 20,000 บาท และ ณ สิ้นงวดสูงไป 50,000 บาท ความผิดพลาดดังกล่าว ส่งผลอย่างไรกับต้นทุนขายของปี
วิธีคิด
- โจทย์บอก 'ต่ำไป' ในความเป็นจริง คือ ต้องบวกเพิ่มเข้าไป (+)
- โจทย์บอก 'สูงไป' ในความเป็นจริง คือ ต้องลดลงออกไป (-)
- ต้นทุนขาย = สินค้าต้นงวด + ซื้อ - สินค้าปลายงวด
- ต้นทุนขาย ในความเป็นจริง คือ +20,000 + ซื้อ - (-50,000) เท่ากับ ซื้อ + 70,000
- ตีความว่า (+) คือ ต่ำไป เพราะฉะนั้น ตอบว่า ต่ำไป 70,000 บาท
ตัวอย่างที่ 1
กิจการผลิตคอมพิวเตอร์ มีงานระหว่างทำ 24,000 บาท ต้นทุนทำต่อ 6,000 บาท ณ สิ้นรอบรายงานกิจการคาด ว่าจะสามารถขายสินค้าสำเร็จรูปได้ในราคา 25,000 บาท กิจการจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินค้านี้ ณ วันสิ้น รอบอย่างไร
- มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 2 กำหนดให้กิจการต้องวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือด้วยราคาทุนหรือ "มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ" (Net Realizable Value: NRV) แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า สำหรับ "งานระหว่างทำ" (Work in Progress) มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) จะคำนวณได้จาก NRV = ราคาที่คาดว่าจะขายได้ของสินค้าสำเร็จรูป - ต้นทุนในการทำต่อให้เสร็จ
- คำนวณหา NRV ของงานระหว่างทำ NRV = 25,000 - 6,000 = 19,000 บาท
- เปรียบเทียบระหว่าง ราคาทุน (BV) กับ NRV:
- ราคาทุนปัจจุบันของงานระหว่างทำ = 24,000 บาทมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) = 19,000 บาท
- เนื่องจาก NRV ต่ำกว่าราคาทุน กิจการจึงต้องปรับลดมูลค่าสินค้าลงมาให้เท่ากับ NRVคำนวณผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า (Write-down):
- ผลขาดทุนฯ = ราคาทุน - NRV = 24,000 - 19,000 = 5,000 บาท
- บันทึกบัญชี
แสดงมูลค่าสินค้า 19,000 บาท / แสดงผลขาดทุนจากลดลงของสินค้าคงเหลือ 5,000 บาท
Comments