จรรยาบรรณ
- ความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity): การกระทำที่ "รู้ว่าผิดกติกา ผิดกฎหมาย แต่ก็จงใจทำ" เช่น ยอมเซ็นงบทั้งที่รู้ว่ามีรายการเท็จ
- พฤติกรรมทางวิชาชีพ (Professional Behavior): ครอบคลุมหลายเรื่อง เช่น การทำให้วิชาชีพเสื่อมเสีย (รับรองเอกสารเท็จให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) , การแย่งงาน (ดัมพ์ราคาลง 70% หรือแถมงานทำบัญชีให้ฟรี) , การโอ้อวดเปรียบเทียบ (อ้างว่าตรวจเสร็จเร็วกว่าคนอื่น) , และการกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เหมาะสม
- ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ (Objectivity & Independence): การรับงานทำบัญชีหรือเป็นที่ปรึกษาภาษี ควบคู่กับการเป็นผู้สอบบัญชีให้กับลูกค้ารายเดียวกัน
- การรักษาความลับ (Confidentiality): ห้ามนำความลับลูกค้าไปบอกบุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด รวมถึงคนในครอบครัว (สามี/ภรรยา/น้อง) ยกเว้นเข้าเงื่อนไข 3 กรณีที่กฎหมายอนุญาต
- มาตรฐานในการปฏิบัติงาน (Professional Competence and Due Care): การไม่ออกไปตรวจดูงานผู้ช่วย ไม่ทำหนังสือยืนยันยอด หรือลงวันที่รายงานผู้สอบบัญชีไม่ตรงกับวันตรวจเสร็จจริง
อุปสรรค
- ผลประโยชน์ส่วนตน: รับงานเหมาเข่งได้เงินเยอะ , ลูกค้าเอาตำแหน่ง/เงินเดือนมาล่อ
- สอบทานผลงานตนเอง: เป็นคนทำบัญชี/คำนวณภาษี แล้วมาเซ็นรับรองงบนั้นเอง
- การสนับสนุนลูกค้ารายนั้น: เป็นทนายความแก้ต่างให้ลูกค้าในศาล (ทำให้ไม่เป็นกลาง)
- ความคุ้นเคย: ภรรยา/ญาติทำงานเป็นผู้บริหารบริษัทลูกค้า , หรือตรวจบริษัทเดิมนานเกิน 5 ปี
- การถูกข่มขู่: ลูกค้าขู่ไม่จ่ายเงิน, ขู่จะเปลี่ยนผู้สอบ
ขั้นตอนการแก้ไขข้อขัดแย้งทางจรรยาบรรณ (Safeguards)
หากมีปัญหาต้องแก้ตามลำดับ
- ปรึกษาบุคคลที่เหมาะสมภายในสำนักงาน
- ปรึกษาผู้มีหน้าที่กำกับดูแลของลูกค้า
- ปรึกษาสภาวิชาชีพ/ที่ปรึกษากฎหมาย
- หากทำทุกข้อแล้วยังไม่ได้ข้อยุติ ให้ปฏิเสธการรับงานหรือถอนตัว
ข้อยกเว้นการเปิดเผยความลับลูกค้า
จะเปิดเผยความลับลูกค้าได้เมื่อ
- กฎหมายบังคับหรือมีหนังสือยินยอมจากลูกค้า
- เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย (เช่น สรรพากรเรียกตรวจ)
- เป็นสิทธิหน้าที่ทางวิชาชีพ (เช่น ชี้แจงต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ/ก.ล.ต., เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบ)
การคิดค่าธรรมเนียม
- คำท่องจำคือต้องอิงจาก "ความเสี่ยง, ความซับซ้อน, ปริมาณงาน"
รหัสลับ จำ
- "ซื่อสัตย์ คู่ พฤติกรรม": รหัสลับในการเขียนตอบอัตนัย หากโจทย์ระบุชัดเจนว่าผู้สอบบัญชี "รู้ว่าผิดแต่ก็ตั้งใจทำ" ให้ฟันธงว่าผิดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต และมักจะต้องตอบคู่กับ พฤติกรรมทางวิชาชีพ (เพราะการตั้งใจทำผิดกฎหมายนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย) ตอบคู่กันเพื่อกวาดคะแนน
- "เหมาเข่ง": หมายถึงการรับงานสอบบัญชีจำนวนมากๆ รวดเดียว (เช่น 50 - 180 งบ) โดยไม่สามารถจำแนกค่าธรรมเนียมเป็นรายบริษัทได้ รหัสนี้บอกใบ้ถึง "การขาดความเป็นอิสระ" และเกิดอุปสรรคด้าน "ผลประโยชน์ส่วนตน" เพราะผู้จ้างจะมีอิทธิพลเหนือผู้สอบบัญชีทันที
- "ชงเองกินเอง / สอบทานงานตน": สถานการณ์ที่รับงานทำบัญชี/คำนวณภาษี (Non-audit) แล้วมาเซ็นรับรองงบเอง (Audit) ถือเป็นอุปสรรคด้าน "การสอบทานผลงานตนเอง (Self-review threat)" และขาดความเป็นอิสระ
- "ค่าธรรมเนียมพึ่งพิง": การที่สำนักงานบัญชีมีรายได้จากลูกค้ารายใหญ่รายใดรายหนึ่งมากเกินไป (เช่น เกิน 15-30% ของรายได้ทั้งหมดติดต่อกัน 5 ปี) ทำให้เกิดภัยคุกคามความเป็นอิสระ
คลังข้อสอบเก่า
- คำถามยอดฮิต 1: การลงวันที่ในรายงานผู้สอบบัญชีไม่ตรงความจริง (Backdating)
โจทย์หลอก: ลูกค้าขอให้ลงวันที่ถอยหลัง (เช่น ตรวจเสร็จ 15 พ.ค. แต่ขอให้ลง 30 เม.ย.) โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้บริษัทโดนปรับ และจะเพิ่มค่าสอบให้ 10%
แนวการตอบ: ผู้สอบบัญชีผิดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต (รู้ว่าผิดแต่ทำ) ผิด มาตรฐานการปฏิบัติงาน (ลงวันที่ก่อนได้รับหลักฐานการสอบบัญชีที่เพียงพอและเหมาะสม) และขาด ความเป็นอิสระ (ยอมทำเพราะอุปสรรคด้านผลประโยชน์ส่วนตน 10%) - คำถามยอดฮิต 2: ร่วมมือกับลูกค้าให้ข้อมูลเท็จแก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
โจทย์หลอก: ให้ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีสวมรอยเป็นผู้ถือหุ้น หรือใช้ที่อยู่สำนักงานบัญชีเป็นที่ตั้งบริษัทหลอกๆ เพื่อช่วยลูกค้าต่างชาติจดทะเบียนบริษัท
แนวการตอบ: ผิดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต (แนะนำและร่วมจัดทำเอกสารเท็จ) และผิด พฤติกรรมทางวิชาชีพ (แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายกรมพัฒน์ฯ นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย) - คำถามยอดฮิต 3: แก้ไขปัญหา "ค่าธรรมเนียมพึ่งพิง" (Fee Dependency)
แนวการตอบ: หากรายได้พึ่งพิงลูกค้ารายเดียวมากเกินไปจนเกิดภัยคุกคาม มีข้อผ่อนปรนให้รับงานต่อได้ ไม่เกิน 2 ปี โดยต้องมีมาตรการขจัดอุปสรรคคือ 1. จัดให้มีผู้สอบทานคุณภาพงาน (EQCR) จากภายนอกมาตรวจซ้ำ และ 2. เปิดเผยข้อมูลต่อผู้มีหน้าที่กำกับดูแลของลูกค้า (เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ
จุดหลอก
- จุดหลอกที่ 1: เล่าความลับบริษัทให้สามี/น้องสาว/ภรรยาฟัง
แนวการตอบ: บางคนคิดแบบไทยๆ ว่าบอกคนในครอบครัวไม่เป็นไร แต่อาจารย์ย้ำว่า จรรยาบรรณไม่มีข้อยกเว้นสำหรับครอบครัว สามี/ภรรยาถือเป็น "บุคคลภายนอก (บุคคลที่ 3)" การนำข้อมูลลูกค้าไปบอกถือว่าผิดหลัก การรักษาความลับ - จุดหลอกที่ 2: ให้คำปรึกษาหรือทำภาษีใน "ปีเดียวกัน" กับที่รับสอบบัญชี
แนวการตอบ: ผิดจรรยาบรรณเรื่อง ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ เพราะก่อให้เกิดอุปสรรคด้าน การสอบทานผลงานตนเอง (Self-review threat) เมื่อเจอปัญหาภาษี ผู้สอบจะลำเอียงไปตามที่ตนเองเคยคำนวณไว้เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกัน - จุดหลอกที่ 3: ลงวันที่ย้อนหลังเพื่อช่วยลูกค้าหนีค่าปรับกรมพัฒน์ฯ
แนวการตอบ: ลูกค้าขอให้ลงวันที่ 30 เม.ย. ทั้งที่ตรวจเสร็จ 15 พ.ค. ผิดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต (รู้ว่าผิดแต่ก็ทำ), ผิด มาตรฐานการปฏิบัติงาน (ลงวันที่ไม่ตรงความจริง), และอาจเข้าข่าย พฤติกรรมทางวิชาชีพ (ทำผิดกฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชย์ ม.1197 ส่งผลให้เสื่อมเสีย) - จุดหลอกที่ 4: ถูกลูกค้าขู่ว่าจะไม่จ้างต่อ / จะลดค่าธรรมเนียม
แนวการตอบ: ทำให้ขาด ความเป็นอิสระ อุปสรรคคือ การถูกข่มขู่ (Intimidation threat) และ ผลประโยชน์ส่วนตน (Self-interest threat) ควบคู่กัน
Comments