โจทย์จาก ข้อ 3 ครั้งที่ 2/2565
สมมติ จากเดิมถือหุ้น 30% เป็นแค่ บ.ร่วม และต่อมาถือหุ้นเพิ่ม 60% เปลี่ยนสถานะจาก บ.ร่วม ป็น บ.ย่อย
- หากโจทย์ให้หาสินทรัพย์และหนี้สินที่ระบุได้ มีตารางรายการมาและค่า FV และ BV มา
- ให้หาผลต่างของ FV และ BV แต่ละรายการ และจับ sum กัน
- หากฝั่งสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน ให้ตั้งรายการ DTL ขึ้นมาอีก 1 รายการในฝั่งหนี้สิน โดยเอาค่าผลต่างที่ได้ * เรทภาษี 20%
1.1 ค่า sum ของช่อง FV คือ FV สินทรัพย์สุทธิที่ได้รับ (เดวไว้ใช้หา ค่าความนิยม)
1.2 ค่า sum ของช่อง BV คือ ส่วนทุนของ บ. ย่อย (เดวจะต้องไปบันทึกบัญชีล้างออก ตอนตัดรายการเพื่อทำงบการเงินรวม)
1.3 ค่าผลต่างของ FV และ BV แต่ละรายการ (เดวจะต้องไปบันทึกบัญชีที่เพิ่มลด ตอนตัดรายการเพื่อทำงบการเงินรวม)
- การหาค่าความนิยม มาจาก FVสิ่งตอบแทนที่โอนให้ + FVของหุ้นที่ถืออยู่ก่อนหน้า + FVของNCI + ผลตอบแทนที่ต้องจ่ายให้ผู้ขายหากทำตามเงื่อนไขสำเร็จ - FV สินทรัพย์สุทธิที่ได้รับ (จากข้อ 1.1)
- วัดมูลค่า FVของเงินลงทุน บ.ร่วมเดิม (30%) ใหม่ เทียบกับ BV หากมีผลต่างให้บันทึกเข้ากำไรขาดทุน
3.1 FV ของเงินลงทุน 30% 170
3.2 BV ของเงินลงทุน 30% 200
3.3 ผลขาดทุน 30 - การบันทึกบัญชี
4.1 บันทึกจ่ายเงินซื้อหุ้นเพิ่ม 60%
dr เงินลงทุน บ.ย่อย 370
cr ผลตอบแทนที่ต้องจ่ายให้ผู้ขายหากทำตามเงื่อนไขสำเร็จ 70
cr เงินสด 300
4.2 บันทึกเปลี่ยนเงินลงทุนจาก บ.ร่วม (30% เดิม) เป็น บ.ย่อย (ใช้ข้อมูลจากข้อ 3)
dr เงินลงทุน บ.ย่อย 170
dr ผลขาดทุนจาการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุน 30
cr เงินลงทุน บ.ย่อย 200
4.3 บันทึกตัดรายการในงบการเงินรวม
4.3.1 dr ล้าง ส่วนทุนของ บ.ย่อย (ใช้ข้อมูลข้อ 1.2) และ cr ล้าง เงินลงทุนของ บ.ย่อย (ใช้ข้อมูลจาก 4.1 และ 4.2) และ cr NCI
4.3.2 บันทึกส่วนเพิ่มของ สิทนรัพย์และหนี้สินที่แตกต่างจาก BV ของ บ.ย่อย (ข้อมูลจากข้อ 1.2) และหากมีผลต่างให้เติมด้วยค่าความนิยม (ข้อมูลจากข้อ 2)
Comments