คู่มือเตรียมสอบ CPA วิชาชีพกฎหมาย 2 (Business Laws, Accounting Acts & Taxation)
จัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญกฎหมายและติวเตอร์ระดับท็อปสำหรับผู้เตรียมตัวสอบ CPA ประเทศไทย
[!IMPORTANT] คู่มือเล่มนี้รวบรวมข้อสอบปรนัยทั้งหมดจำนวน 240 ข้อ จากคลังข้อสอบจริง 6 ภาคการสอบ (ตั้งแต่ปี 2565 - 2567) โดยนำมาวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ตามรายมาตรากฎหมายอ้างอิง จากความถี่สูงสุดไปต่ำสุด เพื่อให้เข้าใจจุดออกข้อสอบที่สำคัญที่สุดได้ทันที
📌 สารบัญกลุ่มมาตรากฎหมาย (เรียงตามความถี่ที่ออกสอบ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 91/2: กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) (ออกสอบ 42 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 3 เตรส / 69 ทวิ / 69 ตรี: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) (ออกสอบ 27 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 46-48: จรรยาบรรณและการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 20 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 81: การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 11 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 80/1: การใช้อัตราภาษีร้อยละ 0) (ออกสอบ 11 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 6-7: วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 10 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี: รายจ่ายต้องห้าม/รายจ่ายห้ามหัก) (ออกสอบ 10 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 77/2: ขอบเขตและหน้าที่ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 10 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 39-40: การออกใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) (ออกสอบ 9 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 82/5: ภาษีซื้อต้องห้าม) (ออกสอบ 9 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 67: การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการขนส่งระหว่างประเทศ) (ออกสอบ 8 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 78-78/2: ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม - Tax Point) (ออกสอบ 7 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 12-13: ประเภทและคุณสมบัติสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 6 ข้อ)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 1176: การปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น) (ออกสอบ 6 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 11: การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคล) (ออกสอบ 5 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 42: การขึ้นทะเบียนและหน้าที่ของผู้ทำบัญชี) (ออกสอบ 5 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 70 ทวิ: การจำหน่ายเงินกำไรไปต่างประเทศ) (ออกสอบ 4 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 83/5: การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขายทอดตลาด) (ออกสอบ 4 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 41: การฝึกหัดงานสอบบัญชี) (ออกสอบ 4 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 83: การยื่นแบบและการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 4 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 44-45: หน้าที่และการวางหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม) (ออกสอบ 3 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 66: การอุทธรณ์คำสั่งของสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 3 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 79: ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือบริการ) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 82/13: การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี(12) / 65 ทวิ(12): ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(10): การยกเว้นเงินปันผล) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 / พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง: รายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 86-86/12: ใบกำกับภาษีและการออกใบกำกับภาษี) (ออกสอบ 2 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 87: หน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(6): การตีราคาสินค้าคงเหลือ) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 91/5: ฐานภาษีสำหรับกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 67 ทวิ: การเสียภาษีครึ่งปีและประมาณการขาดเกิน 25%) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 71 ทวิ: เกณฑ์บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง - Transfer Pricing) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(2): ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 52: โทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 77/1: นิยามผู้ประกอบการและประเภทภาษีซื้อ-ภาษีขาย) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65: เกณฑ์สิทธิ์และรอบระยะเวลาบัญชี) (ออกสอบ 1 ข้อ)
- ประมวลรัษฎากร (มาตรา 84/2: กำหนดเวลาและเงื่อนไขการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 1 ข้อ)
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 91/2: กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) (ออกสอบ 42 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) จัดเก็บจากกิจการบางประเภทที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ กิจการเงินทุน/หลักทรัพย์/เครดิตฟองซิเอร์ การรับประกันชีวิต การรับจำนำ การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ (เช่น การให้กู้ยืมเงินกันเองระหว่างบริษัทในเครือ) และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (เช่น การโอนภายใน 5 ปี หรือการจัดสรรที่ดิน) โดยจัดเก็บจากรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับจำง่าย: 'ธนาคาร-เงินทุน-ประกันชีวิต-โรงจำนำ-เยี่ยงแบงก์-อสังหา' เปรียบเสมือน 'แหล่งพักเงินและทรัพย์สินขนาดใหญ่' ซึ่งอยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพราะไม่มีการส่งมอบสินค้าทางกายภาพ แต่เป็นการทำธุรกรรมการเงินและสิทธิ์ทางกฎหมาย
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- B) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ได้รับยกเว้น
- C) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสีย SBT แต่ต้องเสียอากรแสตมป์
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดเข้าข่ายการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางการค้าหรือหากำไรที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) บริษัทจำกัดขายที่ดินที่ใช้ในการประกอบกิจการ
- B) สร้างอาคารเพื่อขาย
- C) ขายที่ดินที่ซื้อมาภายใน 3 ปี
- D) ขายที่ดินมรดกที่ได้รับมาภายใน 1 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะถือครองมากี่ปีก็ตาม
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการใดไม่ต้องจดภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) ขายอาคารพาณิชย์ทีสร้างเพื่อขาย
- B) ขายอาคารชุดที่ซื่อมาเมื่อ 5 ปีก่อน
- C) ขายหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์
- D) ให้กู้เงินเป็นครั้งคราว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การขายอาคารชุดที่ถือครองครบ 5 ปีเต็ม ได้รับยกเว้น SBT แต่ต้องเสียอากรแสตมป์แทน
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ลําหรับการประกอบกิจการธนาคาร คือ ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ 2
- B) อัตราร้อยละ 2.5
- C) อัตราร้อยละ 3
- D) อัตราร้อยละ 3.5 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการธนาคารคือร้อยละ 3 (มาตรา 91/6)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ธุรกิจที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ภาษีธุรกิจเฉพาะน้อยกว่า 100 ไม่ต้องเสีย
- C) รายรับจากธนาคารทั้งหมดเสียเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- D) ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีทางอ้อมเก็บจากผู้ประกอบการทั้งหมด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ธนาคารพาณิชย์นอกจากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบางประเภทแล้ว ยังต้องเสียภาษีนิติบุคคล และสำหรับบริการบางอย่างอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ใช่เสียเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างเดียว
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดเข้าข่ายการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางการค้าหรือหากำไรที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) บริษัทจำกัดขายที่ดินที่ใช้ในการประกอบกิจการ
- B) สร้างอาคารเพื่อขาย
- C) ขายที่ดินที่ซื้อมาภายใน 3 ปี
- D) ขายที่ดินมรดกที่ได้รับมาภายใน 1 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะถือครองมากี่ปีก็ตาม
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ลําหรับการประกอบกิจการธนาคาร คือ ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ 2
- B) อัตราร้อยละ 2.5
- C) อัตราร้อยละ 3
- D) อัตราร้อยละ 3.5 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการธนาคารคือร้อยละ 3 (มาตรา 91/6)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ธุรกิจที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ภาษีธุรกิจเฉพาะน้อยกว่า 100 ไม่ต้องเสีย
- C) รายรับจากธนาคารทั้งหมดเสียเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- D) ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีทางอ้อมเก็บจากผู้ประกอบการทั้งหมด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ธนาคารพาณิชย์นอกจากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบางประเภทแล้ว ยังต้องเสียภาษีนิติบุคคล และสำหรับบริการบางอย่างอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ใช่เสียเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างเดียว
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) กรรมการให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย
- B) บริษัทให้พนักงานกู้ยืมสวัสดิการ
- C) บริษัท ค ขายลูกหนี้
- D) บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
กรรมการที่เป็นบุคคลธรรมดาให้บริษัทที่ตนเป็นกรรมการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ถือเป็นธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และไม่มีกฎหมายบังคับให้บุคคลธรรมดาต้องประเมินดอกเบี้ยตลาด จึงไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ลําหรับการประกอบกิจการธนาคาร คือ ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ 2
- B) อัตราร้อยละ 2.5
- C) อัตราร้อยละ 3
- D) อัตราร้อยละ 3.5 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการธนาคารคือร้อยละ 3 (มาตรา 91/6)
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- B) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ได้รับยกเว้น
- C) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสีย SBT แต่ต้องเสียอากรแสตมป์
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์มีภาระภาษีอย่างไร - 32 ตัวเลือก:
- A) เสีย SBT
- B) เสีย SBTและภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องเสียอากรแสตมป์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การขายหรือโอนหุ้นสามัญนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละ 0.1 (ตรงกับข้อ ง)
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) รายรับจากกิจการธนาคาร นํามาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- B) หากมีภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ถึง 100 ไม่ต้องเสีย
- C) ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีทางอ้อม ที่เรียกเก็บธุรกิจบางประเภทเท่านั้น
- D) กิจการที่ได้รับยกเว้น ภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ธนาคารพาณิชย์นอกจากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบางประเภทแล้ว ยังต้องเสียภาษีนิติบุคคล และสำหรับบริการบางอย่างอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ใช่เสียเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างเดียว
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: กิจการในข้อใดต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) สหกรณ์ออมทรัพย์ เฉพาะที่ให้สมาชิกหรือสหกรณ์อื่นกู้ยืม
- B) การเคหะแห่งชาติ เฉพาะที่ให้ลูกค้าที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์
- C) การเคหะแห่งชาติ เฉพาะที่ขายหรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
- D) กิจการรับจำนําของ กระทรวง ทบวง กรม และราชการส่วนท้องถิ่น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับยกเว้น SBT เฉพาะส่วนที่ให้บริการแก่สมาชิก
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ลําหรับการประกอบกิจการธนาคาร คือ ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ 2
- B) อัตราร้อยละ 2.5
- C) อัตราร้อยละ 3
- D) อัตราร้อยละ 3.5 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการธนาคารคือร้อยละ 3 (มาตรา 91/6)
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการที่ได้ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) ธนาคารแห่งประเทศไทย
- B) ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- C) ธนาคารออมสิน
- D) ธนาคารกรุงไทย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่างจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งได้รับการยกเว้นตามกฎหมายพิเศษหรือมาตรา 91/3
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) กำไรก่อนหักรายจ่ายใดๆจากการซื้อขายเงินตราของธนาคาร
- B) กำไรก่อนหักรายจ่ายใดๆจากการส่งเงินไปต่างประเทศกิจการลงทุน
- C) ค่าเบี้ยประกันชีวิตของกิจการประกันชีวิต
- D) ดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมของกิจการโรงรับจำนำ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
สำหรับธุรกิจประกันชีวิต ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะคือ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ แต่ไม่รวมถึงค่าเบี้ยประกันชีวิตที่ได้รับโดยตรงจากผู้เอาประกันภัย ซึ่งได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นSBT ตัวเลือก:
- A) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กิจการโรงรับจำนํา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
- B) ธนาคารออมสิน กิจการขายอสังหาริมทรัพย์
- C) กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทย กิจการของธนาคารอาคารสงเคราะห์ขายอสังหาริมทรัพย์
- D) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กิจการประกันภัย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ธนาคารออมสิน และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้รับยกเว้น SBT ตามมาตรา 91/3
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการในข้อใดได้รับ ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) การรับประกันชีวิต
- B) การขายอสังหาริมทรัพย์
- C) โรงรับจำนํา
- D) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เป็นหน่วยงานรัฐที่ได้รับการยกเว้น SBT ตามมาตรา 91/3
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ฐานภาษีของภาษีธุรกิจเฉพาะ กิจการรับประกันชีวิต ตัวเลือก:
- A) ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ
- B) ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และรายรับก่อนหักรายจ่าย จากการซื้อตั้งจ่าย
- C) ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ
- D) รายรับก่อนหักรายจ่าย ใดๆ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ฐานภาษีของกิจการประกันชีวิตคือ รายรับจก.ากดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ซื้อขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- B) เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ได้รับยกเว้น
- C) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสีย SBT แต่ต้องเสียอากรแสตมป์
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) รายรับจากกิจการธนาคาร นํามาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- B) หากมีภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ถึง 100 ไม่ต้องเสีย
- C) ภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีทางอ้อม ที่เรียกเก็บธุรกิจบางประเภทเท่านั้น
- D) กิจการที่ได้รับยกเว้น ภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ธนาคารพาณิชย์นอกจากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบางประเภทแล้ว ยังต้องเสียภาษีนิติบุคคล และสำหรับบริการบางอย่างอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ใช่เสียเพียงภาษีธุรกิจเฉพาะอย่างเดียว
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง -28 ตัวเลือก:
- A) กิจการที่เข้าข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะไม่เข้าข่ายเสียภาษีกฎหมายมูลค่าเพิ่ม
- B) รายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเท่านั้น
- C) รายรับของกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 ไม่ต้องนําส่งภาษี
- D) รายรับจากการประกอบธุรกิจโรงจํานําจะเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 2.5 % เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผิด เพราะหนึ่งนิติบุคคลสามารถมีรายรับที่ต้องเสียทั้ง VAT และ SBT แยกตามประเภทกิจการได้
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ลําหรับการประกอบกิจการธนาคาร คือ ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ 2
- B) อัตราร้อยละ 2.5
- C) อัตราร้อยละ 3
- D) อัตราร้อยละ 3.5 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการธนาคารคือร้อยละ 3 (มาตรา 91/6)
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) 3%
- B) 0.025
- C) 0.02
- D) 0.001 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามกฎหมายมีเพียง 3%, 2.5% และ 0.1% อัตรา 2% จึงไม่มี
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตัวเลือก:
- A) กรรมการให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย
- B) บริษัทให้พนักงานกู้ยืมสวัสดิการ
- C) บริษัท ค ขายลูกหนี้
- D) บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
กรรมการที่เป็นบุคคลธรรมดาให้บริษัทที่ตนเป็นกรรมการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ถือเป็นธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และไม่มีกฎหมายบังคับให้บุคคลธรรมดาต้องประเมินดอกเบี้ยตลาด จึงไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะข้อใดไม่ถูกต้อง - 27, ตัวเลือก:
- A) 0.1 %
- B) 0.025
- C) 3%
- D) 3.3% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อัตราภาษี SBT สำหรับธนาคารคือ 3.0% อัตรา 25x เป็นตัวเลขที่ผิดจากกฎหมาย
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| ประเภทกิจการ | อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) | ภาษีท้องถิ่น (10% ของ SBT) | อัตราภาษีรวมท้องถิ่น |
|---|---|---|---|
| ธนาคาร / เงินทุน / หลักทรัพย์ / เยี่ยงธนาคาร | 3.0% | 0.3% | 3.3% |
| ประกันชีวิต / โรงรับจำนำ | 2.5% | 0.25% | 2.75% |
| ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร | 3.0% | 0.3% | 3.3% |
หน้าที่ยื่นแบบ: ยื่นแบบ ภ.ธ.40 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 หากยื่นออนไลน์)
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 3 เตรส / 69 ทวิ / 69 ตรี: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย) (ออกสอบ 27 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นการจัดเก็บภาษีล่วงหน้า โดยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้บางประเภท มีหน้าที่หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และนำส่งกรมสรรพากร เช่น ค่าขนส่ง (1%), ค่าโฆษณา (2%), ค่าจ้าง/ค่าบริการ/วิชาชีพอิสระ (3%), ค่าเช่า (5%), และกรณีส่วนราชการเป็นผู้จ่ายเงินหัก 1% เสมอตามมาตรา 69 ทวิ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับรันเลข: 'ส่ง 1 -> โฆษณา 2 -> จ้าง/บริการ 3 -> เช่า 5 -> ปันผล 10' เปรียบเหมือนการขึ้นบันไดตามระดับการบริการและสิทธิ์การครอบครอง ยิ่งใช้ทรัพยากรมาก อัตรายิ่งสูงขึ้น (ขนส่งใช้รถเฉยๆ = 1%, เช่าถือครองทรัพย์สิน = 5%)
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: นิติบุคคลไทย จ่ายรายจ่ายใดต่อไปนีให้นิติบุคคลต่างประเทศ ไม่ต้องหักณทีจ่าย 2/65coat ก ตัวเลือก:
- A) ค่าซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
- B) ค่าปรับจากการซําระค่าสินค้าล่าช้า เกิน 1 เดือน
- C) ค่าเช่าเครืองจักร
- D) ดอกเบี้ย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจ่ายค่าซื้อสินค้าจากต่างประเทศโดยไม่มีตัวแทนในไทย ไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บริษัท AA ขายที่ดินให้นาย ใครมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจากการขายทิดิน ตามกฎหมาย ตัวเลือก:
- A) บริษัท AA
- B) นาย ก
- C) เจ้าพนักงานที่สำนักงานทีดิน
- D) บริษัทAA หรือนาย ก แล้วแต่ตกลงกัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตามมาตรา 69 ทวิ ผู้ซื้อ (นาย ก) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 เมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์จากนิติบุคคล
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ส่งเสริมการขายหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราใด ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ1
- B) อัตราร้อยละ3
- C) อัตราร้อยละ2
- D) ไม่หัก ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รางวัลหรือส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัทจดทะเบียนในไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 2.000,000 บาท ให้บริษัทต่างประเทศ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่บาทไม่มีอนุลัญญาภาษีซ้อน ตัวเลือก:
- A) 20,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 300,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) ไปต่างประเทศให้แก่บริษัทที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น 15% ของ 2,000,000 บาท เท่ากับ 300,000 บาท
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ต้อง ถูกหัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) จากการรับจ้างทำของ
- B) การเช่าสำนักงาน
- C) การโฆษณาขายสินค้า
- D) การขายสังหาริมทรัพย์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การขายสินค้าหรือสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไป (ยกเว้นกรณีที่รัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงิน) ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัท หนึ่ง จำกัด ได้จ่ายค่าจ้างให้บริษัท สอง จำกัด จํานวน 20,000 บาท ในการขนส่งสินค้าจากบริษัท หนึ่ง จำกัด ไปยังจุดที่ต้องการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ และอัตราเท่าไหร่ ตัวเลือก:
- A) 0.01
- B) 0.03
- C) 0.1
- D) ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจ้างบริษัทขนส่งในประเทศ ขนส่งสินค้าเป็นปกติทางการค้า จัดเป็นการให้บริการขนส่ง ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 (0.01)
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัท ก เช่าอาคารสํานักงานบริษัท ข ซึ่งเป็นเจ้าของอาคาร ในเดือนมกราคม 25x1 บริษัท ก ได้จ่ายค่าบริการดังต่อไปนี้ให้กับบริษัท a1)ค่าเช่าอาคาร 10,000 บาท2)ค่าไฟ, ค่าน้้า 3,000 บาท3)ค่าบริการแอร์ให้ความเย็น 2,000 บาท4)ค่าบริการส่วนกลาง 1,000 บาท9)ค่าภาษีโรงเรือนออกแทน ข 1,000 บาทบริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ 580 บาท 640 บาท 660 บาท 730 บาท ตัวเลือก:
- A) 580 บาท
- B) 640 บาท
- C) 660 บาท
- D) 730 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
- ค่าเช่า 10,000 บาท และภาษีโรงเรือนออกแทน 1,000 บาท ถือเป็นค่าเช่าทั้งหมด หัก ณ ที่จ่าย 5% = 550 บาท; 2) ค่าแอร์ 2,000 บาท และค่าบริการส่วนกลาง 1,000 บาท เป็นค่าบริการ หัก ณ ที่จ่าย 3% = 90 บาท; รวมเป็นเงิน 550 + 90 = 640 บาท (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัท จ่ายเงินปันผล 4 ล้านบาทให้บริษัท 8 จัดตั้งที่ญี่ปุ่นและไม่ได้เข้ามาประกอบฯ ในไทย ต้องหักภาษีเท่าไร ตัวเลือก:
- A) 40,000 บาท
- B) 400,000 บาท
- C) 500,000 บาท
- D) 600,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การจ่ายเงินปันผลให้แก่บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 (4,000,000 x 10% = 400,000 บาท) (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ส่งเสริมการขายหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราใด ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ1
- B) อัตราร้อยละ3
- C) อัตราร้อยละ2
- D) ไม่หัก ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รางวัลหรือส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัทจดทะเบียนในไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 2.000,000 บาท ให้บริษัทต่างประเทศ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่บาทไม่มีอนุลัญญาภาษีซ้อน ตัวเลือก:
- A) 20,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 300,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) ไปต่างประเทศให้แก่บริษัทที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น 15% ของ 2,000,000 บาท เท่ากับ 300,000 บาท
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัท หนึ่ง จำกัด ได้จ่ายค่าจ้างให้บริษัท สอง จำกัด จํานวน 20,000 บาท ในการขนส่งสินค้าจากบริษัท หนึ่ง จำกัด ไปยังจุดที่ต้องการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ และอัตราเท่าไหร่ ตัวเลือก:
- A) 0.01
- B) 0.03
- C) 0.1
- D) ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจ้างบริษัทขนส่งในประเทศ ขนส่งสินค้าเป็นปกติทางการค้า จัดเป็นการให้บริการขนส่ง ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 (0.01)
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ส่งเสริมการขายหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราใด ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ1
- B) อัตราร้อยละ3
- C) อัตราร้อยละ2
- D) ไม่หัก ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รางวัลหรือส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: รายจ่าย ในข้อใดที่ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) บริษัทจ่ายค่าถ่ายเอกสาร 2,000 บาท
- B) พรรคการเมืองจ่ายค่าพิมพ์ป้ายโฆษณาหาเสียง
- C) นาย ก แจกรางวัลซิงโชค
- D) บริษัท ก จ่ายค่าบริการแก่นิติบุคคลอาคารชุด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
พรรคการเมืองไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 จึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ส่งเสริมการขายหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราใด ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ1
- B) อัตราร้อยละ3
- C) อัตราร้อยละ2
- D) ไม่หัก ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รางวัลหรือส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทจดทะเบียนในไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 2.000,000 บาท ให้บริษัทต่างประเทศ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่บาทไม่มีอนุลัญญาภาษีซ้อน ตัวเลือก:
- A) 20,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 300,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) ไปต่างประเทศให้แก่บริษัทที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น 15% ของ 2,000,000 บาท เท่ากับ 300,000 บาท
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัทจดทะเบียนในไทยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 2.000,000 บาท ให้บริษัทต่างประเทศ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่บาทไม่มีอนุลัญญาภาษีซ้อน ตัวเลือก:
- A) 20,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 300,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) ไปต่างประเทศให้แก่บริษัทที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น 15% ของ 2,000,000 บาท เท่ากับ 300,000 บาท
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัท หนึ่ง จำกัด ได้จ่ายค่าจ้างให้บริษัท สอง จำกัด จํานวน 20,000 บาท ในการขนส่งสินค้าจากบริษัท หนึ่ง จำกัด ไปยังจุดที่ต้องการ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ และอัตราเท่าไหร่ ตัวเลือก:
- A) 0.01
- B) 0.03
- C) 0.1
- D) ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจ้างบริษัทขนส่งในประเทศ ขนส่งสินค้าเป็นปกติทางการค้า จัดเป็นการให้บริการขนส่ง ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 (0.01)
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ส่งเสริมการขายหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราใด ตัวเลือก:
- A) อัตราร้อยละ1
- B) อัตราร้อยละ3
- C) อัตราร้อยละ2
- D) ไม่หัก ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รางวัลหรือส่วนลดจากการส่งเสริมการขาย มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ต้อง ถูกหัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) จากการรับจ้างทำของ
- B) การเช่าสำนักงาน
- C) การโฆษณาขายสินค้า
- D) การขายสังหาริมทรัพย์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การขายสินค้าหรือสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไป (ยกเว้นกรณีที่รัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงิน) ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องในการหัก เงินได้ตามมาตรา40(6) ตัวเลือก:
- A) การจ่ายค่าปรึกษากฎหมาย หัก ณ ที่จ่ายตามอัตราภาพษีเงินได้
- B) การจ่ายค่าสอบบัญชี ร้อยละ 5
- C) การจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ โรงบาลเอกชน หัก ภาษี ณ ที่ ร้อยละ3
- D) การจ่ายค่าว่าความตามกฎหมาย หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ3 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
เงินได้จากวิชาชีพอิสระ (40(6)) เช่น ค่าว่าความ เมื่อบริษัทจ่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตัวเลือก:
- A) 0.07
- B) 5%
- C) 3%
- D) 0.0075 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรมีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3%, 5% หรือ 0.75% แต่อัตรา 7% (0.07) เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ใช่อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท จ่ายชำระค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง 35,000 และค่าขนส่ง 1,500 บาท ให้กับบริษัท ก จำกัด ซึ่งประกอบกิจการขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท ต้อง หัก ภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ต้องหักภาษีณ ที่จ่าย 1095 บาท
- B) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 45 บาท .
- C) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15 บาท
- D) ไม่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การจ่ายซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้าง 35,000 บาท ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ส่วนค่าขนส่ง 1,500 บาท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% = 15 บาท (ตรงกับข้อ ค)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| ประเภทเงินได้พึงประเมิน | อัตราหัก ณ ที่จ่าย |
|---|---|
| ค่าขนส่ง (ในประเทศ) | 1.0% |
| ค่าโฆษณา | 2.0% |
| ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการ / วิชาชีพอิสระ (40(6) สอบบัญชี ว่าความ) | 3.0% |
| ค่าเช่าทรัพย์สิน | 5.0% |
| เงินปันผล (จ่ายให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลทั่วไป) | 10.0% |
หน้าที่ยื่นแบบ: นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.1/3/53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์)
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 46-48: จรรยาบรรณและการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 20 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ทำงานในสภาวิชาชีพต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี 5 ด้านหลัก ได้แก่: 1. ความซื่อสัตย์สุจริต 2. ความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระ 3. ความรู้ความสามารถและความเอาใจใส่ในวิชาชีพ 4. การรักษาความลับ และ 5. พฤติกรรมทางวิชาชีพ รวมถึงห้ามรับงานที่มีลักษณะการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข (Contingent Fee) ที่กระทบความเป็นอิสระ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ซื่อสัตย์-เที่ยงธรรม-รู้จริง-ปิดปาก-รักเกียรติ' เปรียบเสมือน '5 เสาหลักค้ำจุนบ้านวิชาชีพบัญชี' หากเสาใดเสาหนึ่งหัก (เช่น ขาดความเป็นอิสระเนื่องจากรับงานที่ภรรยาเป็นผู้บริหาร หรือไปรับงานประเมินงบตัวเอง) บ้านจะถล่มลงมาทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ผิดจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) แสดงความเห็นไม่ตรงความเป็นจริง
- B) รับงานตรวจสอบเกินกำหนด
- C) ไม่รับงานที่ไม่เป็นอิสระ
- D) ทําหนังสือรับงานแจกบุคคลทั่วไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การปฏิเสธงานที่ขาดความเป็นอิสระเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างถูกต้อง
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ในกรณีที่ธุรกิจกำหนดให้ผู้สอบบัญชีออกรายงานแบบไม่มีเงื่อนไข จึงจะชําระค่าธรรมเนียมให้ หากผู้สอบบัญชีปฏิบัติตามจะถือว่าผิดหลักการพื้นฐานข้อใด ตัวเลือก:
- A) ชื่อสัตย์สุจริต
- B) การรักษามาตรฐานในการปฏิบัติงาน
- C) ความเป็นอิสระ
- D) ความโปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การกำหนดค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข (Contingent Fee) ทำลายความเป็นอิสระและความเที่ยงธรรม
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี ร่วมลงทุนธุรกิจกับบริษัทลูกค้า ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) ซื่อสัตย์
- B) อิสระ
- C) เที่ยงธรรม
- D) โปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การร่วมลงทุนในธุรกิจกับบริษัทลูกค้าทำให้ผู้สอบบัญชีมีส่วนได้เสียในกิจการ ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อความเป็นอิสระทางวิชาชีพอย่างชัดเจน
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: นายเมษา ยอมให้นางมีนาอ้างว่าตนเป็นผู้สอบบัญชีบริษัทที่นายเมษาไม่ได้ตรวจสอบ ผิดจรรยาบรรณเรื่องใด ตัวเลือก:
- A) อิสระ
- B) โปร่งใส
- C) ซื่อสัตย์
- D) พฤติกรรมทางวิชาชีพ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จถือเป็นการขาดความซื่อสัตย์สุจริต (Integrity)
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ผิดจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) แสดงความเห็นไม่ตรงความเป็นจริง
- B) รับงานตรวจสอบเกินกำหนด
- C) ไม่รับงานที่ไม่เป็นอิสระ
- D) ทําหนังสือรับงานแจกบุคคลทั่วไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การปฏิเสธงานที่ขาดความเป็นอิสระเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างถูกต้อง
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี ร่วมลงทุนธุรกิจกับบริษัทลูกค้า ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) ซื่อสัตย์
- B) อิสระ
- C) เที่ยงธรรม
- D) โปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การร่วมลงทุนในธุรกิจกับบริษัทลูกค้าทำให้ผู้สอบบัญชีมีส่วนได้เสียในกิจการ ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อความเป็นอิสระทางวิชาชีพอย่างชัดเจน
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีต้องเปิดเผยความสัมพันธ์กับองค์กร บริษัท หรือความสัมพันธ์กับเครือญาติ เป็นการป้องกันการละเมิดจรรยาบรรณในข้อใด ตัวเลือก:
- A) ความโปร่งใส
- B) พฤติกรรมทางวิชาชีพ
- C) ความซื่อสัตย์สุจริต
- D) ความเทียงธรรมและความเป็นอิสระ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การเปิดเผยความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือทางครอบครัวกับลูกค้าที่ตรวจสอบ เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อประเมินและป้องกันอุปสรรคต่อความเที่ยงธรรมและความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: การปฏิบัติตามกฎระเบียบมาตรฐานตรวจสอบได้เป็นหลักการพื้นฐานใด ตัวเลือก:
- A) อิสระ
- B) ความรู้ ความสามารถ
- C) ความลับ
- D) โปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การปฏิบัติงานที่สามารถตรวจสอบได้ มีข้อมูลที่เปิดเผยและเป็นไปตามกฎระเบียบมาตรฐานทางวิชาชีพ
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีข้อใดขาดความเป็นอิสระตามหลักการพื้นฐาน ตัวเลือก:
- A) รับจ้างประเมินราคาทรัพย์สินในงบการเงินของลูกค้า
- B) ให้คําปรึกษาทางกฎหมายแก่ลูกค้าในการต่อสู้คดีกับกรมสรรพากร
- C) รับงานตรวจสอบบัญชีจํานวนมาก จนไม่มีเวลาตรวจสอบ
- D) จัดทํางบการเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การประเมินราคาทรัพย์สินที่จะแสดงในงบการเงินเป็นการสอบทานงานตนเอง (Self-review threat)
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: นายสมศักดิ์ผู้สอบบัญชี บจ.A ถูกร้องขอให้นายสัญญาบจ.B ซึ่งตรวจสอบธุรกิจประเภทเดียวกัน ให้ช่วยตรวจสอบบัญชีลูกหนี้ เพราะนายสัญญาจะเดินทางไปต่างประเทศ นายสมศักดิ์ต้องทําการใดถึงจะเป็นการกระทําที่ไม่ผิดหลักจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) นายสมศักดิ์แจ้งผู้บริหารบริษัท a ให้ทราบก่อนรับงาน
- B) นายสมศักดิ์แจ้งผู้บริหารบริษัท B ให้ทราบก่อนรับงาน
- C) นายสมศักดิ์แจ้งให้ผู้บริหารทั้งสองบริษัททราบ
- D) นายสมศักดิปฏิเสธการรับงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ควรปฏิเสธการรับงานเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ผิดจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) แสดงความเห็นไม่ตรงความเป็นจริง
- B) รับงานตรวจสอบเกินกำหนด
- C) ไม่รับงานที่ไม่เป็นอิสระ
- D) ทําหนังสือรับงานแจกบุคคลทั่วไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การปฏิเสธงานที่ขาดความเป็นอิสระเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างถูกต้อง
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดขาดความเป็นอิสระ ตัวเลือก:
- A) ภรรยาของผู้เป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชีเป็นผู้บริหารของลูกค้า
- B) รับงานตรวจสอบมากจนไม่สามารถควบคุมคุณภาพงานสอบได้
- C) ผู้สอบบัญชีกู้งินจากธนาคารที่เป็นลูกค้าตามเงื่อนไขปกติ
- D) ผู้สอบบัญชีลงซื่อในงบการเงินโดยไม่ตรวจสอบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคู่สมรสในระดับบริหารของลูกค้ากระทบต่อความเป็นอิสระ
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีข้อใดขาดความเป็นอิสระตามหลักการพื้นฐาน ตัวเลือก:
- A) รับจ้างประเมินราคาทรัพย์สินในงบการเงินของลูกค้า
- B) ให้คําปรึกษาทางกฎหมายแก่ลูกค้าในการต่อสู้คดีกับกรมสรรพากร
- C) รับงานตรวจสอบบัญชีจํานวนมาก จนไม่มีเวลาตรวจสอบ
- D) จัดทํางบการเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การประเมินราคาทรัพย์สินที่จะแสดงในงบการเงินเป็นการสอบทานงานตนเอง (Self-review threat)
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี ร่วมลงทุนธุรกิจกับบริษัทลูกค้า ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) ซื่อสัตย์
- B) อิสระ
- C) เที่ยงธรรม
- D) โปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การร่วมลงทุนในธุรกิจกับบริษัทลูกค้าทำให้ผู้สอบบัญชีมีส่วนได้เสียในกิจการ ซึ่งสร้างอุปสรรคต่อความเป็นอิสระทางวิชาชีพอย่างชัดเจน
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ประพฤติตามจรรยาบรรณ ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใส่ การปฏิบัติตามมาตรฐาน ตัวเลือก:
- A) ช่วยลูกค้าหาบุคลากร
- B) กำหนดค่าธรรมเนียมตามรายได้ของลูกค้า
- C) การไม่ประเมินความเสี่ยงก่อนรับงาน
- D) จัดกิจกรรมดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การไม่ประเมินความเสี่ยงก่อนรับงานถือเป็นการขาดความระมัดระวังรอบคอบตามมาตรฐานวิชาชีพ
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: การปฏิบัติตามกฎระเบียบมาตรฐานตรวจสอบได้เป็นหลักการพื้นฐานใด ตัวเลือก:
- A) อิสระ
- B) ความรู้ ความสามารถ
- C) ความลับ
- D) โปร่งใส เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การปฏิบัติงานที่สามารถตรวจสอบได้ มีข้อมูลที่เปิดเผยและเป็นไปตามกฎระเบียบมาตรฐานทางวิชาชีพ
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: การเปิดเผยข้อมูลของผู้สอบบัญชีแบบใดผิดจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด
- B) ผู้กํากับดูแลตามวิชาชีพ
- C) กับผู้มีส่วนได้เสีย
- D) หน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่รักษาความลับของลูกค้า การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ถือเป็นการผิดจรรยาบรรณเรื่องการรักษาความลับ
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ผิดจรรยาบรรณ ตัวเลือก:
- A) แสดงความเห็นไม่ตรงความเป็นจริง
- B) รับงานตรวจสอบเกินกำหนด
- C) ไม่รับงานที่ไม่เป็นอิสระ
- D) ทําหนังสือรับงานแจกบุคคลทั่วไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การปฏิเสธงานที่ขาดความเป็นอิสระเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างถูกต้อง
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดขาดความเป็นอิสระ ตัวเลือก:
- A) ภรรยาของผู้เป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชีเป็นผู้บริหารของลูกค้า
- B) รับงานตรวจสอบมากจนไม่สามารถควบคุมคุณภาพงานสอบได้
- C) ผู้สอบบัญชีกู้งินจากธนาคารที่เป็นลูกค้าตามเงื่อนไขปกติ
- D) ผู้สอบบัญชีลงซื่อในงบการเงินโดยไม่ตรวจสอบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคู่สมรสในระดับบริหารของลูกค้ากระทบต่อความเป็นอิสระ
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: การกระทำโดยปราศจากความมีอคติและความลำเอียงเกี่ยวกับจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) โปร่งใส
- B) ความเป็นอิสระ
- C) เที่ยงธรรม
- D) ซื่อสัตย์สุจริต เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ความเที่ยงธรรม (Objectivity) กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ยอมให้อคติ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออิทธิพลอันเกินควรของบุคคลอื่นมาลบล้างการใช้วิจารณญาณทางวิชาชีพ
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ห้ามกำหนดค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข (Contingent Fee) สำหรับงานสอบบัญชีโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะทำลายความเป็นอิสระในการแสดงความเห็นต่องบการเงิน
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 81: การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 11 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Exemption) กำหนดให้การขายสินค้าหรือการให้บริการบางประเภทในประเทศไทยไม่ต้องเสีย VAT เช่น การขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร สัตว์ดิบ ปุ๋ย หนังสือเรียน การให้บริการรักษาพยาบาล การให้บริการการศึกษา และการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร หรือการเช่าอสังหาริมทรัพย์
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ปัจจัยสี่-ขนส่งในประเทศ-เช่าตึก-เรียนหมอ' เปรียบเสมือน 'สวัสดิการพื้นฐานของประชาชน' รัฐต้องการลดภาระค่าครองชีพ จึงยกเว้น VAT สำหรับสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ร้านขายของชําในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ขายข้าวสารในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เช่าอสังหาริมทรัพย์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมหรือไม่ก็ได้
- D) รายรับสอบบัญชีไม่เกิน1.8ล้านบาท รายรับที่ปรึกษาทางบัญชีไม่เกิน 1.6ล้านบาท รายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ก) แม้ว่าจะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ตาม (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ขายเกลือสมุทร ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) เช่าอสังหาฯ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) ค่าทีปรึกษาทางธุรกิจกับธนาคาร เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) บริจาคสินค้าให้ รพ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร การระบุว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงไม่ถูกต้อง (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ผู้ประกอบการกรณีใดที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้รับยกเว้น ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
- B) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท
- C) บริษัทนอกราชอาณาจักร เข้ามาขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งคราว เกินหรือไม่เกิน 1.8ล้านบาท
- D) บริษัทนอกราชอาณาจักรขายสินค้าหรือบริการบริษัทไทยนอกราชอาณาจักร เกิน 1.8ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสีย VAT แต่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามมาตรา 81/1)
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ร้านขายของชําในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ขายข้าวสารในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เช่าอสังหาริมทรัพย์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมหรือไม่ก็ได้
- D) รายรับสอบบัญชีไม่เกิน1.8ล้านบาท รายรับที่ปรึกษาทางบัญชีไม่เกิน 1.6ล้านบาท รายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ก) แม้ว่าจะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ตาม (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ผู้ประกอบการกรณีใดที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้รับยกเว้น ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
- B) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท
- C) บริษัทนอกราชอาณาจักร เข้ามาขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งคราว เกินหรือไม่เกิน 1.8ล้านบาท
- D) บริษัทนอกราชอาณาจักรขายสินค้าหรือบริการบริษัทไทยนอกราชอาณาจักร เกิน 1.8ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสีย VAT แต่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามมาตรา 81/1)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ร้านขายของชําในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ขายข้าวสารในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เช่าอสังหาริมทรัพย์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมหรือไม่ก็ได้
- D) รายรับสอบบัญชีไม่เกิน1.8ล้านบาท รายรับที่ปรึกษาทางบัญชีไม่เกิน 1.6ล้านบาท รายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ก) แม้ว่าจะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ตาม (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้ประกอบการกรณีใดที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้รับยกเว้น ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
- B) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท
- C) บริษัทนอกราชอาณาจักร เข้ามาขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งคราว เกินหรือไม่เกิน 1.8ล้านบาท
- D) บริษัทนอกราชอาณาจักรขายสินค้าหรือบริการบริษัทไทยนอกราชอาณาจักร เกิน 1.8ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสีย VAT แต่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามมาตรา 81/1)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ร้านขายของชําในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ขายข้าวสารในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เช่าอสังหาริมทรัพย์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมหรือไม่ก็ได้
- D) รายรับสอบบัญชีไม่เกิน1.8ล้านบาท รายรับที่ปรึกษาทางบัญชีไม่เกิน 1.6ล้านบาท รายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ก) แม้ว่าจะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ตาม (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ขายเกลือสมุทร ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) เช่าอสังหาฯ เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) ค่าทีปรึกษาทางธุรกิจกับธนาคาร เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) บริจาคสินค้าให้ รพ ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร การระบุว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงไม่ถูกต้อง (ตรงกับข้อ ข)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ผู้ประกอบการกรณีใดที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ได้รับยกเว้น ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
- B) ผู้ประกอบการขายสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท
- C) บริษัทนอกราชอาณาจักร เข้ามาขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งคราว เกินหรือไม่เกิน 1.8ล้านบาท
- D) บริษัทนอกราชอาณาจักรขายสินค้าหรือบริการบริษัทไทยนอกราชอาณาจักร เกิน 1.8ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสีย VAT แต่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามมาตรา 81/1)
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ร้านขายของชําในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ขายข้าวสารในประเทศไทย รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) เช่าอสังหาริมทรัพย์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมหรือไม่ก็ได้
- D) รายรับสอบบัญชีไม่เกิน1.8ล้านบาท รายรับที่ปรึกษาทางบัญชีไม่เกิน 1.6ล้านบาท รายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ก) แม้ว่าจะมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ตาม (ตรงกับข้อ ข)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าเกษตร ปุ๋ย หรือบริการขนส่งในประเทศ แม้จะได้รับการยกเว้น VAT แต่สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิเข้าสู่ระบบ VAT ได้ (มาตรา 81/3) เพื่อขอคืนภาษีซื้อจากการลงทุน
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 80/1: การใช้อัตราภาษีร้อยละ 0) (ออกสอบ 11 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0 (Zero-rate VAT) ใช้สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนในกิจการที่กำหนด ได้แก่ 1. การส่งออกสินค้า 2. การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ 3. การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล และ 4. การขายสินค้าหรือบริการให้ส่วนราชการในโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ของบินออกนอกประเทศ-บริการข้ามพรมแดน-ขนส่งอินเตอร์' เปรียบเหมือน 'ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว' คือการผลักภาระภาษีให้เหลือ 0% เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดโลก และผู้ประกอบการยังสามารถเคลมคืนภาษีซื้อได้ 100%
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ได้รับสิทธิเสียมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0 ตัวเลือก:
- A) ส่งสินค้าไปต่างประเทศ
- B) ให้บริการ หรือขายสินค้าให้ส่วนราชการโครงการกู้ยืมเงินต่างประเทศ
- C) กระทําการในราชอาณาจักร ใช้ในต่างประเทศ
- D) กระทําการในต่างประเทศ และใช้ในต่างประเทศ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การบริการในต่างประเทศและใช้ในต่างประเทศอยู่นอกขอบเขต VAT ไทย
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัทนําเข้าเพื่อการผลิตและส่งออก เป็นบริษัท BOI ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตรา 0
- B) ได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทันที ที่นําเข้า
- C) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) วางเงินประกันสําหรับการเสียมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สิทธิ BOI มักให้การยกเว้นหรือคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ได้รับสิทธิเสียมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0 ตัวเลือก:
- A) ส่งสินค้าไปต่างประเทศ
- B) ให้บริการ หรือขายสินค้าให้ส่วนราชการโครงการกู้ยืมเงินต่างประเทศ
- C) กระทําการในราชอาณาจักร ใช้ในต่างประเทศ
- D) กระทําการในต่างประเทศ และใช้ในต่างประเทศ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การบริการในต่างประเทศและใช้ในต่างประเทศอยู่นอกขอบเขต VAT ไทย
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัทนําเข้าเพื่อการผลิตและส่งออก เป็นบริษัท BOI ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตรา 0
- B) ได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทันที ที่นําเข้า
- C) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) วางเงินประกันสําหรับการเสียมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สิทธิ BOI มักให้การยกเว้นหรือคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทนําเข้าเพื่อการผลิตและส่งออก เป็นบริษัท BOI ตัวเลือก:
- A) เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตรา 0
- B) ได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มทันที ที่นําเข้า
- C) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) วางเงินประกันสําหรับการเสียมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สิทธิ BOI มักให้การยกเว้นหรือคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการที่มีรายได้ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- C) กิจการมีรายได้จากส่งออกเกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน
- D) กิจการขนส่งในประเทศทุกประเภทไม่มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการส่งออกสินค้าเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ตรงกับข้อ ค)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
แตกต่างจากการยกเว้น VAT: ผู้เสียภาษีอัตรา 0% ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน และออกใบกำกับภาษีตามปกติ แต่คูณด้วยอัตรา 0% ทำให้ได้สิทธิขอคืนภาษีซื้อ
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 6-7: วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 10 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- สภาวิชาชีพบัญชีจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชี คุ้มครองและควบคุมจรรยาบรรณวิชาชีพ กำหนดมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี และเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในประเทศไทย
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบเทียบสภาเป็น 'ร่มใหญ่ของครอบครัวบัญชี' มีหน้าที่ปกป้อง คุมกฎ และพาคนในบ้านพัฒนาไปข้างหน้าเพื่อความเป็นสากล โดยมีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนภายใต้การเลือกตั้งของสมาชิก
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ทําบัญชี
- B) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- C) ผู้ทําบัญชีภาษีอากร
- D) หัวหน้าสํานักงานรับทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรพากร ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ควบคุมโดยสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: สถานะของสภาวิชาชีพบัญชีคือข้อใด ตัวเลือก:
- A) เป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- B) ไม่ใช่นิติบุคคลตามมาตรา 39
- C) สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
- D) เป็นนิติบุคคลตามพรบ.วิชาซีพ 2547 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตามมาตรา 6 กำหนดให้สภาวิชาชีพบัญชีเป็นนิติบุคคล
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ทําบัญชี
- B) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- C) ผู้ทําบัญชีภาษีอากร
- D) หัวหน้าสํานักงานรับทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรพากร ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ควบคุมโดยสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: การอบรบใดไม่ต้องขออนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) บริษัท เอ จำกัด
- B) หน่วยงานภายในของผู้รับอบรม
- C) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
- D) หอการค้าแห่งประเทศไทย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การจัดอบรมภายใน (In-house training) ไม่ใช่การให้บริการอบรมแก่สาธารณะที่ต้องขออนุมัติ
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ทําบัญชี
- B) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- C) ผู้ทําบัญชีภาษีอากร
- D) หัวหน้าสํานักงานรับทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรพากร ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ควบคุมโดยสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้สอบบัญชีสามารถอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องได้จากที่ใดบ้าง ตัวเลือก:
- A) สภาวิชาชีพบัญชีเท่านั้น
- B) สถาบันการศึกษาที่สภาให้การรับรองหลักสูตรการศึกษาบัญชี เพื่อให้ง่ายต่อการขอขึ้นทะเบียนสมาชิก
- C) สถาบันที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การรับรอง
- D) สถาบันที่สภารับรองให้การรับรองฝึกอบรม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) สามารถทำได้จากหลักสูตรที่จัดโดยสภาวิชาชีพบัญชี หรือสถาบันที่สภาวิชาชีพบัญชีให้การรับรอง
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ทําบัญชี
- B) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- C) ผู้ทําบัญชีภาษีอากร
- D) หัวหน้าสํานักงานรับทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรพากร ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ควบคุมโดยสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ทําบัญชี
- B) ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- C) ผู้ทําบัญชีภาษีอากร
- D) หัวหน้าสํานักงานรับทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรพากร ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ควบคุมโดยสภาวิชาชีพบัญชีตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: หน้าที่ของคณะกรรมการสภาวิชาชีพ ข้อใดถูก ตัวเลือก:
- A) พิจารณาการลงโทษทางจรรยาบรรณของผู้สอบบัญชีและผู้ทําบัญชี
- B) ออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับสภาวิชาชีพบัญชีต้อรัฐมนตรี
- C) ออกพรบ.เกี่ยวกับผู้สอบบัญชี
- D) กระทํากิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่บริหารงานและทำหน้าที่แทนสภาวิชาชีพบัญชีในการจัดทำหรือดำเนินการตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชีตามมาตรา 21
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกรอบแนวคิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ตัวเลือก:
- A) ระบุอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
- B) ประเมินอุปสรรค
- C) จัดการอุปสรรค
- D) ทบทวนอุปสรรค เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
กรอบแนวคิดในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้อง: 1) ระบุอุปสรรค (Identify), 2) ประเมินอุปสรรค (Evaluate), และ 3) จัดการหรือลดอุปสรรค (Address/Safeguard) แต่ไม่ได้ระบุ "ทบทวนอุปสรรค" เป็นขั้นตอนหลักแยกต่างหาก
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
มาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี (มาตรา 7-8) จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ก่อน จึงจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ได้
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี: รายจ่ายต้องห้าม/รายจ่ายห้ามหัก) (ออกสอบ 10 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- รายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ได้แก่ เงินสำรองต่างๆ (ยกเว้นสำรองเบี้ยประกันภัยหรือสำรองของธนาคาร) รายจ่ายส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา ค่ารับรองส่วนที่เกินเกณฑ์ตามกฎหมาย รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน (เช่น ค่าปรับปรุงต่อเติมอาคารเพื่อให้มีสภาพดีขึ้นหรือใช้งานได้นานขึ้น) เบี้ยปรับเงินเพิ่มทางภาษีอากรและค่าปรับทางอาญา และภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีเงินได้ของตนเอง
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับจำจำ: 'สำรอง-ส่วนตัว-เกินเกณฑ์-ปรับอาญา-ปรับปรุงลงทุน' เปรียบเหมือน 'กล่องหวงห้ามของสรรพากร' ค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่ได้ทำเพื่อหากำไรของธุรกิจโดยเฉพาะ หรือมีเจตนาเลี่ยงภาษี จะถูกจับโยนใส่กล่องนี้เพื่อบวกกลับ (Add back) ตอนยื่น ภ.ง.ด.50
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดเป็นรายจ่ายเพื่อนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายออกแทน
- B) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- C) ค่าปรับยื่นแบบภาษีเกินกำหนดเวลา
- D) เงินเพิ่มเนื่องจากอากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ภาษีเงินได้ที่ออกแทนให้ (Tax Gross-up) สามารถหักเป็นรายจ่ายได้หากเป็นข้อตกลงในการจ้างงาน/ให้บริการ
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บริษัทประกันชีวิตสามารถนําเบียประกันที่ตั้งสํารองของเบียประกันทีได้รับมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เท่าไร ตัวเลือก:
- A) ร้อยละ 40
- B) ร้อยละ 45
- C) ร้อยละ 60
- D) ร้อยละ 65 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
บริษัทประกันชีวิตนำสำรองประกันชีวิตมาหักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 65 ของเบี้ยรับ
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดเป็นรายจ่ายเพื่อนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายออกแทน
- B) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- C) ค่าปรับยื่นแบบภาษีเกินกำหนดเวลา
- D) เงินเพิ่มเนื่องจากอากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ภาษีเงินได้ที่ออกแทนให้ (Tax Gross-up) สามารถหักเป็นรายจ่ายได้หากเป็นข้อตกลงในการจ้างงาน/ให้บริการ
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัทประกันชีวิตสามารถนําเบียประกันที่ตั้งสํารองของเบียประกันทีได้รับมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เท่าไร ตัวเลือก:
- A) ร้อยละ 40
- B) ร้อยละ 45
- C) ร้อยละ 60
- D) ร้อยละ 65 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
บริษัทประกันชีวิตนำสำรองประกันชีวิตมาหักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 65 ของเบี้ยรับ
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: การรับรองโดยให้สิ่งของต้องมูลค่าเท่าใด ตัวเลือก:
- A) ไม่เกิน 2,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ไม่เกิน 2,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- C) ม่เกิน 1,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่เกิน 1,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่ารับรองที่เป็นสิ่งของต้องมีมูลค่าไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อโอกาส และไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดเป็นรายจ่ายเพื่อนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายออกแทน
- B) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- C) ค่าปรับยื่นแบบภาษีเกินกำหนดเวลา
- D) เงินเพิ่มเนื่องจากอากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ภาษีเงินได้ที่ออกแทนให้ (Tax Gross-up) สามารถหักเป็นรายจ่ายได้หากเป็นข้อตกลงในการจ้างงาน/ให้บริการ
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: รายจ่ายใดถือเป็นรายจ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทประกัน ตัวเลือก:
- A) เงินสํารองส่วนที่เกิน 65% หลังหักเงินประกันต่อ
- B) เงินสำรองส่วนที่เกิน 65% ก่อนหักเงินประกันต่อ
- C) เงินสำรองส่วนที่เกิน 40% หลักหักเงินประกันต่อ
- D) เงินสำรองส่วนที่เกิน 40% ก่อนหักเงินประกันต่อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
สำรองเบี้ยประกันภัยส่วนที่ยังไม่ถือเป็นรายได้หักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 40 หลังหักประกันต่อ
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: การรับรองโดยให้สิ่งของต้องมูลค่าเท่าใด ตัวเลือก:
- A) ไม่เกิน 2,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ไม่เกิน 2,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- C) ม่เกิน 1,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) ไม่เกิน 1,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่ารับรองที่เป็นสิ่งของต้องมีมูลค่าไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อโอกาส และไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดเป็นรายจ่ายเพื่อนํามารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายออกแทน
- B) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- C) ค่าปรับยื่นแบบภาษีเกินกำหนดเวลา
- D) เงินเพิ่มเนื่องจากอากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ภาษีเงินได้ที่ออกแทนให้ (Tax Gross-up) สามารถหักเป็นรายจ่ายได้หากเป็นข้อตกลงในการจ้างงาน/ให้บริการ
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: รายจ่ายในข้อใดไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามในการคํานวณ CIT ตัวเลือก:
- A) รายจ่ายค่าปรับกรมศุลกากรเกี่ยวกับการนําเข้าสินค้าเข้ามาผลิตเพื่อขาย
- B) รายจ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์
- C) รายจ่ายค่าไฟของสาขาอื่นของบริษัทในเครือ
- D) เงินที่จ่ายให้กรรมการจากผลกําไร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) สามารถหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ใช่รายจ่ายต้องห้าม
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
- ค่ารับรอง: หักภาษีได้ไม่เกิน 0.3% ของรายรับหรือทุนชำระแล้ว (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า) และไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี และไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 77/2: ขอบเขตและหน้าที่ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 10 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ขอบเขตการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้แก่ 1. การขายสินค้าในราชอาณาจักร 2. การให้บริการในราชอาณาจักร และ 3. การนำเข้าสินค้าโดยผู้ประกอบการหรือบุคคลใดๆ โดยการให้บริการในราชอาณาจักรหมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึงว่าผลการใช้บริการจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'กายภาพสินค้าอยู่ในไทย หรือ จุดเริ่มต้นการบริการเกิดขึ้นในไทย' เปรียบเหมือน 'ด่านตรวจคนเข้าเมือง' หากสินค้าหรือบริการมีจุดแตะพื้นดินประเทศไทยในเชิงการค้า จะต้องโดนตรวจจับเพื่อเก็บ VAT ทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณภาษี ตัวเลือก:
- A) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใช้เกณฑ์ทางบัญชี
- B) คำนวณรายได้หักรายจ่ายเพื่อเสีย CIT ใช้เกณฑ์สิทธิ
- C) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เกณฑ์สิทธิ
- D) คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากภาษีขายหักภาษีซื้อเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องใช้เกณฑ์เงินสด (รายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับ) ตามมาตรา 91/5 ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์ทางบัญชีทั่วไป
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: รายได้จากกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) รายได้บริการขนส่ง
- B) รายได้จากการขายลังหาริมทรัพย์
- C) รายได้บริการให้เช่ารถยนต์
- D) รายได้จากดอกเบี้ยผิดนัด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
บริการให้เช่ารถยนต์เป็นการให้บริการที่ต้องเสีย VAT
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการใดไม่ใช่องค์ประกอบในการเป็นผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) ในนามของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน เช่น ส่วนงานราชการ
- B) ขายสินค้าและบริการ
- C) กิจการที่มีกำหนดค่าตอบแทน
- D) กิจการที่มีประกอบวิชาชีพทางธุรกิจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติไม่ถือเป็นผู้ประกอบการในความหมายของ VAT
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณภาษี ตัวเลือก:
- A) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใช้เกณฑ์ทางบัญชี
- B) คำนวณรายได้หักรายจ่ายเพื่อเสีย CIT ใช้เกณฑ์สิทธิ
- C) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เกณฑ์สิทธิ
- D) คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากภาษีขายหักภาษีซื้อเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องใช้เกณฑ์เงินสด (รายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับ) ตามมาตรา 91/5 ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์ทางบัญชีทั่วไป
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: รายได้จากกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) รายได้บริการขนส่ง
- B) รายได้จากการขายลังหาริมทรัพย์
- C) รายได้บริการให้เช่ารถยนต์
- D) รายได้จากดอกเบี้ยผิดนัด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
บริการให้เช่ารถยนต์เป็นการให้บริการที่ต้องเสีย VAT
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณภาษี ตัวเลือก:
- A) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใช้เกณฑ์ทางบัญชี
- B) คำนวณรายได้หักรายจ่ายเพื่อเสีย CIT ใช้เกณฑ์สิทธิ
- C) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เกณฑ์สิทธิ
- D) คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากภาษีขายหักภาษีซื้อเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องใช้เกณฑ์เงินสด (รายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับ) ตามมาตรา 91/5 ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์ทางบัญชีทั่วไป
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณภาษี ตัวเลือก:
- A) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใช้เกณฑ์ทางบัญชี
- B) คำนวณรายได้หักรายจ่ายเพื่อเสีย CIT ใช้เกณฑ์สิทธิ
- C) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เกณฑ์สิทธิ
- D) คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากภาษีขายหักภาษีซื้อเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องใช้เกณฑ์เงินสด (รายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับ) ตามมาตรา 91/5 ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์ทางบัญชีทั่วไป
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: รายได้จากกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) รายได้บริการขนส่ง
- B) รายได้จากการขายลังหาริมทรัพย์
- C) รายได้บริการให้เช่ารถยนต์
- D) รายได้จากดอกเบี้ยผิดนัด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
บริการให้เช่ารถยนต์เป็นการให้บริการที่ต้องเสีย VAT
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการคำนวณภาษี ตัวเลือก:
- A) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะใช้เกณฑ์ทางบัญชี
- B) คำนวณรายได้หักรายจ่ายเพื่อเสีย CIT ใช้เกณฑ์สิทธิ
- C) คำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช้เกณฑ์สิทธิ
- D) คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มคิดจากภาษีขายหักภาษีซื้อเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องใช้เกณฑ์เงินสด (รายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับ) ตามมาตรา 91/5 ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์ทางบัญชีทั่วไป
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตัวเลือก:
- A) การหาข้อมูลในประเทศไทยแล้วส่งไปยังประเทศจี่น
- B) ข.การสัมมนาประเทศไทยในประเทศญี่ปุ่น
- C) การซ่อมเรือเดินทะเลในประเทศไทยแล้วส่งไปต่างประเทศ
- D) การใช้เครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐในประเทศไทย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การสัมมนาที่จัดขึ้นและดำเนินการทั้งหมดในต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น) ถือเป็นการให้บริการในต่างประเทศและผลของการใช้บริการอยู่ในต่างประเทศ จึงไม่เข้าข่ายการให้บริการในราชอาณาจักร
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
หากให้บริการในต่างประเทศและใช้บริการในต่างประเทศทั้งหมด (เช่น จัดงานสัมมนาในประเทศญี่ปุ่น) จะถือว่าอยู่นอกขอบเขตของ VAT ประเทศไทย ไม่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องนำส่ง
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 39-40: การออกใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) (ออกสอบ 9 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จะต้องยื่นคำขอและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี โดยผู้ขอใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพบัญชี มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม (เช่น ไม่เคยถูกจำคุกคดีทุจริต ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เป็นคนไร้ความสามารถ) และต้องผ่านการฝึกหัดงานเก็บชั่วโมงตามหลักเกณฑ์
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบ CPA เหมือน 'ใบขับขี่รถสิบล้อ' ต้องสอบผ่านเกณฑ์ ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกลาง (สภาฯ) และต้องไม่มีประวัติขับรถชนคนตาย (ลักษณะต้องห้ามทางกฎหมาย) จึงจะสามารถขับรถทำมาหากินในเลนสอบบัญชีได้
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) บัตรผู้สอบไม่มีวันหมดอายุ
- B) ใบอนุญาตไม่สิ้นผลเมื่อผู้สอบล้มละลาย
- C) ผู้สอบบัญชีชำระค่าธรรมเนียมปีละ 2,000 บาท
- D) ระหว่างพักใบอนุญาตไม่ต้องอบรมความรู้ต่อเนื่อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไว้ที่ 2,000 บาทต่อปี
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ขึ้นทะเบียนวิชาชีพบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- B) ผู้จัดทําบัญชีต้องขึ้นทะเบียนวิชาชีพบัญชี
- C) สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
- D) โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณมีเพียงแค่ภาคทัณฑ์เท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณตามมาตรา 49 มีหลายระดับ ได้แก่ ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร, ภาคทัณฑ์, พักใช้ใบอนุญาต/การขึ้นทะเบียน (ไม่เกิน 3 ปี), หรือเพิกถอนใบอนุญาต/การขึ้นทะเบียน ไม่ได้มีเพียงแค่ภาคทัณฑ์เท่านั้น
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ผู้ขึ้นทะเบียนวิชาชีพบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- B) ผู้จัดทําบัญชีต้องขึ้นทะเบียนวิชาชีพบัญชี
- C) สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
- D) โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณมีเพียงแค่ภาคทัณฑ์เท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณตามมาตรา 49 มีหลายระดับ ได้แก่ ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร, ภาคทัณฑ์, พักใช้ใบอนุญาต/การขึ้นทะเบียน (ไม่เกิน 3 ปี), หรือเพิกถอนใบอนุญาต/การขึ้นทะเบียน ไม่ได้มีเพียงแค่ภาคทัณฑ์เท่านั้น
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ผู้สอบบัญชี รับงานเกินความสามารถ ตัวเลือก:
- A) 100
- B) 150
- C) 200
- D) 300 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่งสามารถลงลายมือชื่อเสนอรายงานการสอบบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
หากผู้สอบบัญชีขาดสมาชิกภาพสภาวิชาชีพบัญชี (เช่น ลืมจ่ายค่าบำรุงสมาชิกประจำปี) ใบอนุญาต CPA จะสิ้นสุดลงทันทีตามกฎหมาย
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 82/5: ภาษีซื้อต้องห้าม) (ออกสอบ 9 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ภาษีซื้อต้องห้าม (Non-deductible Input VAT) คือภาษีซื้อที่กฎหมายห้ามนำไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ ภาษีซื้อเกี่ยวกับค่ารับรอง และภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ/เช่ารถยนต์นั่งที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับจำแม่น: 'บิลไม่มี/ผิด -> ไม่เกี่ยวงาน -> ค่ารับรอง -> เก๋งไม่เกิน 10 ที่นั่ง' เปรียบเหมือน 'บัตรผ่านที่ไม่ผ่านประตูกรมสรรพากร' ห้ามนำมาลดภาษีขาย แต่ค่าใช้จ่ายบางตัว (เช่น รถเก๋งและค่ารับรอง) สามารถนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีเพื่อลดกำไรสุทธิ CIT ได้
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคําว่า สินค้า ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) ทรัพย์ที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่าง
- B) ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อค้า เพื่อใช้ เพื่อการใดๆ
- C) สินค้าที่นําเข้ามา
- D) คนที่ขาย คือ ผู้ประกอบการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ภาษีซื้อค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:
- A) ธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีโดยใช้รายได้ที่เกิดในปีเฉลี่ย
- B) ธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีโดยใช้รายได้ธุรกิจที่มาก
- C) สร้างอาคารสําหรับธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีตามตัดส่วนการใช้อาคาร
- D) ไม่ต้องเฉลี่ยภาษีสําหรับธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีก็ได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในรอบปีนั้น (มาตรา 82/6)
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดที่ไม่ใช่ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวเลือก:
- A) ค่าก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ในธุรกิจต่อมาภายใน 3 ปีนับจากเดือนที่ก่อสร้างเสร็จนําอาคารให้เช่า
- B) ใบกํากับภาษีปลอม
- C) บริษัทเช่าโกดังไว้สินค้า และได้รับใบกํากับภาษี เป็นที่อยู่ของสาขา
- D) ใบกํากับภาษีค่ารับรอง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ภาษีซื้อที่เกิดจากใบกำกับภาษีที่ระบุที่อยู่ของสาขาที่ใช้บริการจริง ไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามเนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการและมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวเลือก:
- A) ภาษีซื้อค่ารับรอง
- B) ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้า
- C) ภาษีซื้อจากการซ่อมแอร์
- D) ภาษีซื้อจากการขายวัสดุก่อสร้าง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ใบกำกับภาษีซื้อใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:
- A) ธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีโดยใช้รายได้ที่เกิดในปีเฉลี่ย
- B) ธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีโดยใช้รายได้ธุรกิจที่มาก
- C) สร้างอาคารสําหรับธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีต้องเฉลี่ยภาษีตามตัดส่วนการใช้อาคาร
- D) ไม่ต้องเฉลี่ยภาษีสําหรับธุรกิจที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีก็ได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในรอบปีนั้น (มาตรา 82/6)
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวเลือก:
- A) ภาษีซื้อค่ารับรอง
- B) ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้า
- C) ภาษีซื้อจากการซ่อมแอร์
- D) ภาษีซื้อจากการขายวัสดุก่อสร้าง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ใบกำกับภาษีซื้อใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ภาษีซื้อต้องห้าม แต่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิได้ ตัวเลือก:
- A) ไม่มีใบกํากับหรือมีแต่แสดงไม่ได้
- B) ภาษีซื้อตามใบกํากับภาษีแสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง
- C) ภาษีซื้อตามใบกํากับภาษีที่มีการแก้ไขรายการในใบกํากับ
- D) ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้าไปบริจาค เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ภาษีซื้อจากการบริจาคเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แต่หักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ได้
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวเลือก:
- A) ภาษีซื้อค่ารับรอง
- B) ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้า
- C) ภาษีซื้อจากการซ่อมแอร์
- D) ภาษีซื้อจากการขายวัสดุก่อสร้าง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ใบกำกับภาษีซื้อใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ภาษีซื้อต้องห้าม ตัวเลือก:
- A) ภาษีซื้อค่ารับรอง
- B) ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้า
- C) ภาษีซื้อจากการซ่อมแอร์
- D) ภาษีซื้อจากการขายวัสดุก่อสร้าง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ใบกำกับภาษีซื้อใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ภาษีซื้อที่หักได้ตามปกติแต่ได้ใบกำกับภาษีล่าช้า สามารถนำมาหักในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกใบกำกับภาษี
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 67: การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการขนส่งระหว่างประเทศ) (ออกสอบ 8 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- บริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งผ่านประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย (ขนส่งระหว่างประเทศ) จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ แทนฐานกำไรสุทธิ โดยแบ่งออกเป็น: 1. กิจการขนส่งคนโดยสาร: เสียภาษี 3% ของค่าโดยสารที่เรียกเก็บในประเทศไทย 2. กิจการขนส่งของ: เสียภาษี 3% ของค่าระวางที่เรียกเก็บจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ขนส่งอินเตอร์เก็บ 3% จากรายรับ' เปรียบเหมือน 'ค่าผ่านทางพิเศษ' สรรพากรไม่สามารถตามไปตรวจค่าใช้จ่ายจริงในต่างประเทศได้ จึงใช้วิธีเก็บแบบเหมาจากยอดรายรับที่เกิดขึ้นในไทยเลยเพื่อความง่าย
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: นิติบุคคลประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ยื่นแบบอะไร ตัวเลือก:
- A) ภงด.50
- B) ภงด.52
- C) ภงด.54
- D) ภงด.55 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งผ่านประเทศ (ระหว่างประเทศ) ในไทย มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากยอดค่าโดยสาร/ค่าระวางที่เก็บได้โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.52
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัท ประกอบกิจการรับส่งคนโดยสาร และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เสียภาษีฐานใด ตัวเลือก:
- A) ฐานกําไรสุทธิ
- B) ฐานรายได้ก่อนหักรายจ่าย
- C) ฐานจําหน่ายกําไร
- D) ไม่เสียภาษีนิติบุคคล เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
กิจการขนส่งระหว่างประเทศเสียภาษีจากฐานรายรับก่อนหักรายจ่าย (มาตรา 67)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกิจการขนส่งระหว่างประเทศอย่างไร ตัวเลือก:
- A) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศ
- B) ร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักรายจ่าย
- C) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
- D) กิจการขนส่งยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
บริษัทต่างประเทศที่ทำกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับ (มาตรา 67)
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกิจการขนส่งระหว่างประเทศอย่างไร ตัวเลือก:
- A) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศ
- B) ร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักรายจ่าย
- C) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
- D) กิจการขนส่งยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
บริษัทต่างประเทศที่ทำกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับ (มาตรา 67)
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: นิติบุคคลประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ยื่นแบบอะไร ตัวเลือก:
- A) ภงด.50
- B) ภงด.52
- C) ภงด.54
- D) ภงด.55 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
นิติบุคคลต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งผ่านประเทศ (ระหว่างประเทศ) ในไทย มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากยอดค่าโดยสาร/ค่าระวางที่เก็บได้โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.52
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: กิจการใดต่อไปนี้ ไม่ต้องจัดทํา งบดุล งบกําไรชาดทุน เพื่อประกอบการยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศผ่านหลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทย
- B) บริษัทต่างประเทศที่เข้ามาตั้งหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ในประเทศไทย
- C) บริษัทต่างประเทศที่มีตัวแทนขายในประเทศไทย
- D) กิจการร่วมค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
บริษัทต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีจากฐานรายรับก่อนหักรายจ่ายตามมาตรา 67 ไม่ต้องจัดทำงบดุลและงบกำไรขาดทุนแบบเต็ม
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกิจการขนส่งระหว่างประเทศอย่างไร ตัวเลือก:
- A) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศ
- B) ร้อยละ 3 ของรายรับก่อนหักรายจ่าย
- C) กําไรสุทธิจากรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
- D) กิจการขนส่งยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
บริษัทต่างประเทศที่ทำกิจการขนส่งระหว่างประเทศ เสียภาษีในอัตราร้อยละ 3 ของรายรับ (มาตรา 67)
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัท ประกอบกิจการรับส่งคนโดยสาร และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เสียภาษีฐานใด ตัวเลือก:
- A) ฐานกําไรสุทธิ
- B) ฐานรายได้ก่อนหักรายจ่าย
- C) ฐานจําหน่ายกําไร
- D) ไม่เสียภาษีนิติบุคคล เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
กิจการขนส่งระหว่างประเทศเสียภาษีจากฐานรายรับก่อนหักรายจ่าย (มาตรา 67)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
กิจการขนส่งระหว่างประเทศที่เสียภาษีตามมาตรา 67 มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.52 และนำส่งงบรายรับภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี แต่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำงบดุลและงบกำไรขาดทุนแสดงผลดำเนินงานที่ต้องตรวจสอบบัญชีแบบเต็ม
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 78-78/2: ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม - Tax Point) (ออกสอบ 7 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) คือจุดเวลาที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีขายและออกใบกำกับภาษี:
- การขายสินค้าทั่วไป: เมื่อส่งมอบสินค้า หรือโอนกรรมสิทธิ์ หรือได้รับชำระค่าสินค้า หรือออกใบกำกับภาษี (อย่างใดเกิดขึ้นก่อน)
- การให้บริการทั่วไป: เมื่อได้รับชำระค่าบริการ หรือได้ออกใบกำกับภาษี หรือได้ใช้บริการนั้นเอง (อย่างใดเกิดขึ้นก่อน)
- การเช่าซื้อ/ผ่อนชำระ: ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระค่างวดแต่ละงวด (เว้นแต่จะได้รับชำระเงินหรือออกใบกำกับภาษีก่อน)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ส่งของ/จ่ายตังค์/เขียนบิล -> อะไรก่อนโดนทันที!' เปรียบเสมือน 'กับดักความเร็วสูง' ทันทีที่เข็มนาฬิกาแตะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเป็นครั้งแรก หน้าที่ทางภาษีจะเด้งขึ้นมาทันทีโดยไม่มีการรอช้า
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) ใบขนสินค้า ที่นำเข้าเขตปลอดอากรและส่งออก
- B) ใบแจ้งหนี้ที่ผู้ให้บริการในประเทศออกเรียกเก็บผู้ใช้บริการต่างประเทศ
- C) ใบกำกับสินค้า ที่ส่งออกสินค้าและผ่านกรมศุลกากร
- D) ใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากรในการใช้บริการจากผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยผู้ใช้บริการยื่นแบบและนำส่งสรรพากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ใบแจ้งหนี้ (Invoice) ที่ยังไม่มีการชำระเงินหรือยังไม่ได้ส่งมอบสินค้า/บริการ ไม่ถือเป็นใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร (ใบกำกับภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อจุดความรับผิดเกิดขึ้นและต้องระบุคำว่า "ใบกำกับภาษี" ชัดเจน)
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: การขายสินค้า ข้อใด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) การนําสินค้าไปใช้เอง ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นําไปใช้
- B) การแจกรางวัล ชิงโซค ความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบรางวัล
- C) การโอนกิจการทั้งหมด ความรับผิดเกิด ณ วันที่โอนกิจการ
- D) การทําลายสินค้า ความรับผิดเกิดในวันที่ทําลายสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
โกดังเช่าเก็บสินค้าประจำถือเป็นสถานประกอบการ
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: การขายสินค้า ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) การนําสินค้าไปใช้เองความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นําไปใช้
- B) การแจกรางวัล ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบรางวัล
- C) การโอนกิจการทั้งหมดความรับผิดเกิดขึ้นณวันที่โอนกิจการ
- D) การทําลายสินค้าความรับผิดเกิดในวันที่ทําลายสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สำหรับการนำสินค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น (ไม่ใช่เพื่อกิจการโดยตรง) จุดความรับผิดทางภาษี (Tax Point) จะเกิดขึ้นทันทีที่มีการนำสินค้านั้นไปใช้
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เช่าโกดังเก็บสินค้า จ่ายค่าเช่ารายเดือน เป็นสถานประกอบการ
- B) เช่าบูธ จัดแสดงสินค้า เป็นสถานประกอบการ
- C) บริษัทรับเหมาก่อสร้างสร้างที่พักคนงานพร้อมเก็บเครื่องมือ เป็นสถานประกอบการ
- D) เช่าอาคารชั้น 1 จดเป็นสาขาที1 ต่อมาเช่าพืนที่ชั้น 3 เพิ่มเพื่อเก็บเอกสาร จดสถานประกอบการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
เช่าซื้อ ความรับผิดเกิดเมื่อถึงกำหนดชำระค่างวด
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: การขายสินค้า ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) การนําสินค้าไปใช้เองความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นําไปใช้
- B) การแจกรางวัล ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบรางวัล
- C) การโอนกิจการทั้งหมดความรับผิดเกิดขึ้นณวันที่โอนกิจการ
- D) การทําลายสินค้าความรับผิดเกิดในวันที่ทําลายสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สำหรับการนำสินค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น (ไม่ใช่เพื่อกิจการโดยตรง) จุดความรับผิดทางภาษี (Tax Point) จะเกิดขึ้นทันทีที่มีการนำสินค้านั้นไปใช้
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: การขายสินค้า ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) การนําสินค้าไปใช้เองความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นําไปใช้
- B) การแจกรางวัล ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบรางวัล
- C) การโอนกิจการทั้งหมดความรับผิดเกิดขึ้นณวันที่โอนกิจการ
- D) การทําลายสินค้าความรับผิดเกิดในวันที่ทําลายสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สำหรับการนำสินค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น (ไม่ใช่เพื่อกิจการโดยตรง) จุดความรับผิดทางภาษี (Tax Point) จะเกิดขึ้นทันทีที่มีการนำสินค้านั้นไปใช้
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: เมื่อจุดความรับผิดภาษีขายเกิดขึ้น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ออกใบกำกับภาษี
- B) เมื่อได้สิทธิการเรียกร้อง
- C) ลงรายงานภาษีขายภายใน 3 วัน
- D) ผู้ซื้อสินค้าต้องชำระเงินทันที เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การเกิดจุดความรับผิดทางภาษี (Tax Point) เป็นเกณฑ์ในการนำส่งภาษีของฝั่งผู้ขาย แต่ไม่ได้เป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ซื้อต้องชำระเงินค่าสินค้าทันที
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
- ขายสินค้า: ส่งมอบ = Tax Point หลัก
- บริการ: ได้ตังค์ = Tax Point หลัก
- เช่าซื้อ: ถึงงวดจ่าย = Tax Point หลัก
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 12-13: ประเภทและคุณสมบัติสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 6 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีมี 3 ประเภท ได้แก่ 1. สมาชิกสามัญ (ต้องเรียนจบบัญชีโดยตรงและไม่มีลักษณะต้องห้าม) 2. สมาชิกวิสามัญ (จบบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องตามที่สภารับรอง) 3. สมาชิกกิตติมศักดิ์ (ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพแต่งตั้ง)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับจำ: 'สามัญ=สายตรงบัญชี -> วิสามัญ=สายข้างเคียง -> กิตติมศักดิ์=บารมีสูง' เปรียบเหมือนระบบสายเข็มขัดเทควันโด: สายตรงมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเต็มที่ (สมาชิกสามัญ) สายข้างเคียงมีส่วนร่วมได้แต่สิทธิ์จำกัด (วิสามัญ)
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: สภาวิชาชีพบัญชีเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเนื่องจาก ตัวเลือก:
- A) กรรมการสภาวิชาชีพบัญชีมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
- B) สภาวิชาชีพบัญชีจัดตั้งตามกฎหมายนิติบุคคล
- C) กฎหมายได้ให้อำนาจไว้
- D) สภาวิชาชีพบัญชีหน้าที่กำกับดูแลสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สภาวิชาชีพบัญชีประกอบด้วยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพ
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: สมาชิกเสนอร่างข้อบังคับกี่คน ตัวเลือก:
- A) สมาชิกสามัญ 100 คน
- B) สมาชิกสามัญ 200 คน
- C) สมาชิกสามัญและวิสามัญ 100 คน
- D) สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ 200 คน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตามมาตรา 37(1) สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอร่างข้อบังคับต่อสภาวิชาชีพบัญชีได้
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสามัญ ตัวเลือก:
- A) อายุไม่ตํํากว่า 20 ปี
- B) เป็นโรคร้ายแรงที่สภามองว่าเป็นอุปสรรคต่อการทํางาน
- C) ผิดจรรยาบรรณ เว้นแต่พัน 5 ปี
- D) เข้าคุกเนื่องจากแสดงความเห็นต่องบการเงินไม่ถูกต้อง เว้นแต่พ้น 5 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ไม่ได้ระบุว่าการเป็นโรคร้ายแรงทั่วไปเป็นลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสามัญ (เว้นแต่จะถึงขั้นหย่อนความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ)
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) นายกสภาวิชาชีพบัญชีได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการวิชาชีพบัญชี
- B) นายกสภาวิชาชีพดํารงตําแหน่งคราวละ 4 ปี
- C) นายกสภาวิชาชีพพันจากตําแหน่งเมื่อพันจากสมาชิกสภาวิชาชีพ
- D) นายกสภาวิชาชีพดํารงตําแหน่งติดต่อเกิน 2 วาระก็ได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
นายกสภาฯ พ้นจากตำแหน่งเมื่อพ้นจากสมาชิกภาพของสภาวิชาชีพบัญชี (มาตรา 25)
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) นาย ก สมาชิกกิตติมศักดิ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี
- B) นาย ข สมาชิกสมทบแสดงความเห็นต่อร่างข้อบังคับฉบับใหม่ในที่ประชุมใหญ่
- C) นาย ค สมาชิกสามัญ ได้รับเลือกให้เป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ เนื่องจากนายกสภาวิชาชีพบัญชีและอุปนายกสภาวิชาชีพบัญชีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
- D) นาย ง สมาชิกสามัญ ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่สามัญให้เป็นกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
นาย ก ซึ่งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่สามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีได้ เนื่องจากกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีต้องมาจากสมาชิกสามัญเท่านั้น (ตรงกับข้อ ก)
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: สภาวิชาชีพบัญชีเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเนื่องจาก ตัวเลือก:
- A) กรรมการสภาวิชาชีพบัญชีมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี
- B) สภาวิชาชีพบัญชีจัดตั้งตามกฎหมายนิติบุคคล
- C) กฎหมายได้ให้อำนาจไว้
- D) สภาวิชาชีพบัญชีหน้าที่กำกับดูแลสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สภาวิชาชีพบัญชีประกอบด้วยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสามัญ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพ
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ค่าบำรุงสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีต้องจ่ายเป็นรายปี หากค้างจ่ายติดต่อกันตามเงื่อนไขที่กำหนดจะทำให้ขาดสมาชิกภาพ และส่งผลให้ใบอนุญาต CPA หรือการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีสิ้นสุดลงทันที
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 1176: การปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น) (ออกสอบ 6 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจำกัดมีสิทธิ์ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนการประชุมเพื่อระบุตัวผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมและออกเสียงได้ แต่การพักโอนหุ้นดังกล่าวต้องกำหนดล่วงหน้าและไม่เกิน 14 วันก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'แช่แข็งโอนหุ้นก่อนประชุม 14 วัน' เปรียบเหมือน 'การถ่ายภาพหมู่ก่อนเริ่มงาน' บริษัทต้องสั่งแช่แข็งรายชื่อผู้ถือหุ้นชั่วคราว เพื่อตรวจสอบว่าใครบ้างที่มีสิทธิ์ถือบัตรเข้าประตูมาประชุม โดยห้ามแช่แข็งนานเกิน 2 สัปดาห์
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใด ตัวเลือก:
- A) บุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- B) ผู้มีส่วนได้เสียที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- C) ผู้ถือหุ้นที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- D) ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักต่อผู้รับบริการ ผู้ถือหุ้น และผู้ร่วมงานตามสัญญาการจ้างงาน แต่ไม่ครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียทั่วไปที่ไม่มีความผูกพันตามสัญญา
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บริษัทจำกัด จะพักสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นกี่วัน ตัวเลือก:
- A) 7 วัน
- B) 14 วัน
- C) 15 วัน
- D) 30 วัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1176 บริษัทอาจปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแต่ต้องไม่เกิน 14 วันก่อนการประชุม
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใด ตัวเลือก:
- A) บุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- B) ผู้มีส่วนได้เสียที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- C) ผู้ถือหุ้นที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- D) ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักต่อผู้รับบริการ ผู้ถือหุ้น และผู้ร่วมงานตามสัญญาการจ้างงาน แต่ไม่ครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียทั่วไปที่ไม่มีความผูกพันตามสัญญา
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใด ตัวเลือก:
- A) บุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- B) ผู้มีส่วนได้เสียที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- C) ผู้ถือหุ้นที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- D) ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักต่อผู้รับบริการ ผู้ถือหุ้น และผู้ร่วมงานตามสัญญาการจ้างงาน แต่ไม่ครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียทั่วไปที่ไม่มีความผูกพันตามสัญญา
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทจำกัด จะพักสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นกี่วัน ตัวเลือก:
- A) 7 วัน
- B) 14 วัน
- C) 15 วัน
- D) 30 วัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1176 บริษัทอาจปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นได้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแต่ต้องไม่เกิน 14 วันก่อนการประชุม
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีไม่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใด ตัวเลือก:
- A) บุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- B) ผู้มีส่วนได้เสียที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- C) ผู้ถือหุ้นที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้
- D) ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติหน้าที่ให้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักต่อผู้รับบริการ ผู้ถือหุ้น และผู้ร่วมงานตามสัญญาการจ้างงาน แต่ไม่ครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกหรือผู้มีส่วนได้เสียทั่วไปที่ไม่มีความผูกพันตามสัญญา
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| หัวข้อ | เงื่อนไขเวลา |
|---|---|
| ระยะเวลาปิดสมุดทะเบียนโอนหุ้นสูงสุด | ไม่เกิน 14 วันก่อนวันประชุม |
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 11: การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคล) (ออกสอบ 5 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อให้บริการด้านการทำบัญชีหรือการสอบบัญชี จะต้องมาจดทะเบียนการประกอบธุรกิจกับสภาวิชาชีพบัญชี และต้องเสียค่าธรรมเนียมพร้อมแจ้งการต่ออายุทะเบียนการประกอบธุรกิจเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบเหมือน 'ป้ายวงกลมเสียภาษีรถยนต์ประจำปี' นิติบุคคลที่ทำมาหากินในชื่อสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานสอบบัญชีต้องรายงานตัวและจ่ายค่าธรรมเนียมต่อสภาวิชาชีพทุกปี ห้ามขาด
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: นิติบุคคล ประกอบธุรกิจรับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้อง ต่อ ทะเบียนการประกอบธุรกิจ ต่อ สภา ฯ ตัวเลือก:
- A) 1 ปี
- B) 2 ปี
- C) 3 ปี
- D) 4 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลตามมาตรา 11 ต้องชำระค่าธรรมเนียมและต่อทะเบียนเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: นิติบุคคล ประกอบธุรกิจรับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้อง ต่อ ทะเบียนการประกอบธุรกิจ ต่อ สภา ฯ ตัวเลือก:
- A) 1 ปี
- B) 2 ปี
- C) 3 ปี
- D) 4 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลตามมาตรา 11 ต้องชำระค่าธรรมเนียมและต่อทะเบียนเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: นิติบุคคล ประกอบธุรกิจรับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้อง ต่อ ทะเบียนการประกอบธุรกิจ ต่อ สภา ฯ ตัวเลือก:
- A) 1 ปี
- B) 2 ปี
- C) 3 ปี
- D) 4 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลตามมาตรา 11 ต้องชำระค่าธรรมเนียมและต่อทะเบียนเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: นิติบุคคล ประกอบธุรกิจรับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้อง ต่อ ทะเบียนการประกอบธุรกิจ ต่อ สภา ฯ ตัวเลือก:
- A) 1 ปี
- B) 2 ปี
- C) 3 ปี
- D) 4 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลตามมาตรา 11 ต้องชำระค่าธรรมเนียมและต่อทะเบียนเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: นิติบุคคล ประกอบธุรกิจรับทำบัญชี และสอบบัญชี ต้อง ต่อ ทะเบียนการประกอบธุรกิจ ต่อ สภา ฯ ตัวเลือก:
- A) 1 ปี
- B) 2 ปี
- C) 3 ปี
- D) 4 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลตามมาตรา 11 ต้องชำระค่าธรรมเนียมและต่อทะเบียนเป็นรายปี (ทุก 1 ปี)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| หน้าที่ | กำหนดเวลา |
|---|---|
| การต่อทะเบียนการประกอบธุรกิจของนิติบุคคล | ทุกๆ 1 ปี (รายปี) |
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 42: การขึ้นทะเบียนและหน้าที่ของผู้ทำบัญชี) (ออกสอบ 5 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ทำบัญชี (Bookkeeper) มีหน้าที่จัดทำบัญชีให้แก่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี โดยต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีกับสภาวิชาชีพบัญชี และมีหน้าที่พัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบผู้ทำบัญชีเป็น 'ผู้รักษาพยาบาลด่านแรก' ของงบการเงิน ต้องลงทะเบียนประวัติและใบวิชาชีพกับส่วนกลาง และต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มความรู้ (CPD) ทุกปีเพื่อรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: นายเด่นชัยเป็นผู้ทําบัญชี แต่ไม่รับรองการทําบัญชี ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) โปร่งใส
- B) ชื่อสัตย์ สุจริต
- C) เที่ยงธรรม
- D) ความรู้ ความสามารถ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ทำบัญชีที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายแต่ปฏิเสธที่จะลงลายมือชื่อรับรองการทำบัญชี ถือเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและขัดต่อหลักความซื่อสัตย์สุจริต
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ผู้ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพ คือข้อใด ตัวเลือก:
- A) ขึ้นเพื่อเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- B) ขึนเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาติ
- C) ขึ้นเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร
- D) ขึ้นเพื่อเป็นผู้ทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้ขึ้นทะเบียนคือผู้ทำบัญชีที่ไม่ใช่สมาชิกสามัญตามที่สภาวิชาชีพบัญชี据กำหนด
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: นายเด่นชัยเป็นผู้ทําบัญชี แต่ไม่รับรองการทําบัญชี ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) โปร่งใส
- B) ชื่อสัตย์ สุจริต
- C) เที่ยงธรรม
- D) ความรู้ ความสามารถ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ทำบัญชีที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายแต่ปฏิเสธที่จะลงลายมือชื่อรับรองการทำบัญชี ถือเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและขัดต่อหลักความซื่อสัตย์สุจริต
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ผู้ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพ คือข้อใด ตัวเลือก:
- A) ขึ้นเพื่อเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- B) ขึนเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาติ
- C) ขึ้นเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร
- D) ขึ้นเพื่อเป็นผู้ทําบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้ขึ้นทะเบียนคือผู้ทำบัญชีที่ไม่ใช่สมาชิกสามัญตามที่สภาวิชาชีพบัญชี据กำหนด
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: นายเด่นชัยเป็นผู้ทําบัญชี แต่ไม่รับรองการทําบัญชี ผิดจรรยาบรรณข้อใด ตัวเลือก:
- A) โปร่งใส
- B) ชื่อสัตย์ สุจริต
- C) เที่ยงธรรม
- D) ความรู้ ความสามารถ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ทำบัญชีที่มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายแต่ปฏิเสธที่จะลงลายมือชื่อรับรองการทำบัญชี ถือเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและขัดต่อหลักความซื่อสัตย์สุจริต
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| เงื่อนไขผู้ทำบัญชี | ตัวเลข / เงื่อนไขเวลา |
|---|---|
| การขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชี | ต้องยื่นแจ้งสภาวิชาชีพก่อนเริ่มทำงาน |
| การพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD) ของผู้ทำบัญชี | 12 ชั่วโมงต่อปี (ต้องมีเนื้อหาบัญชีไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 70 ทวิ: การจำหน่ายเงินกำไรไปต่างประเทศ) (ออกสอบ 4 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดจำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นใดที่กันไว้จากกำไรไปต่างประเทศ ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยหักจากจำนวนเงินที่จำหน่ายไปนั้นในอัตราร้อยละ 10
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'กวาดกำไรข้ามกำแพง โดนหัก 10%' เปรียบเหมือน 'ค่าผ่านด่านศุลกากรกำไร' เมื่อบริษัททำมาหากินในไทยจนมีกำไรสะสม แล้วต้องการโอนกำไรนั้นกลับไปให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ สรรพากรจะตัดหน้าหักเก็บภาษีทันที 10% ของยอดโอน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: สํานักงานสาขาในประเทศไทยโอนกําไรสุทธิ 2,000,000 บาท ไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 600,000 บาท
- B) 300,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การโอนเงินกำไรออกไปต่างประเทศของสาขาต่างประเทศในไทย ต้องเสียภาษีการโอนกำไรในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 ทวิ ดังนั้นโอน 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 200,000 บาท
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: สํานักงานสาขาในประเทศไทยโอนกําไรสุทธิ 2,000,000 บาท ไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 600,000 บาท
- B) 300,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การโอนเงินกำไรออกไปต่างประเทศของสาขาต่างประเทศในไทย ต้องเสียภาษีการโอนกำไรในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 ทวิ ดังนั้นโอน 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 200,000 บาท
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: สํานักงานสาขาในประเทศไทยโอนกําไรสุทธิ 2,000,000 บาท ไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 600,000 บาท
- B) 300,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การโอนเงินกำไรออกไปต่างประเทศของสาขาต่างประเทศในไทย ต้องเสียภาษีการโอนกำไรในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 ทวิ ดังนั้นโอน 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 200,000 บาท
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: สํานักงานสาขาในประเทศไทยโอนกําไรสุทธิ 2,000,000 บาท ไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 600,000 บาท
- B) 300,000 บาท
- C) 200,000 บาท
- D) 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การโอนเงินกำไรออกไปต่างประเทศของสาขาต่างประเทศในไทย ต้องเสียภาษีการโอนกำไรในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 ทวิ ดังนั้นโอน 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 200,000 บาท
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และชำระภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จำหน่ายเงินกำไร
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 83/5: การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีขายทอดตลาด) (ออกสอบ 4 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ในกรณีที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยส่วนราชการหรือบุคคลอื่นที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ผู้ขายทอดตลาดมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากราคาขายทอดตลาดนั้น
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ทุบค้อนประมูล สรรพากรเอาภาษีจากคนขายทอดตลาด' เปรียบเหมือน 'นายหน้าเก็บตังค์พิเศษ' เมื่อศาลหรือกรมบังคับคดีนำทรัพย์ของลูกหนี้ที่จด VAT มาประมูลขายทอดตลาด เจ้าหน้าที่ผู้ทุบค้อนมีหน้าที่ต้องเก็บเงินส่วนของ VAT จากราคาขายส่งให้สรรพากรโดยตรงแทนตัวผู้ประกอบการเดิม
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บุคคลใดต้องนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในการขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการจดทะเบียน
- B) ผู้ซื้อ
- C) ผู้ขายทอดตลาด
- D) พูดทอดตลาดที่ผู้ซื้อมอบอำนาจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การนำสินค้าไปใช้เอง ความรับผิดเกิดเมื่อนำไปใช้
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: สินค้าขายทอดตลาด ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบเสียภาษีซื้อ ตัวเลือก:
- A) ผู้ขายทอดตลาด
- B) ผู้ซื้อสินค้าจากการขายทอดตลาด
- C) ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ทอดตลาด
- D) ผู้ประกอบการจดทะเบียน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ขายทอดตลาดมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (มาตรา 83/5)
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: บุคคลใดต้องนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในการขายทอดตลาดทรัพย์ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการจดทะเบียน
- B) ผู้ซื้อ
- C) ผู้ขายทอดตลาด
- D) พูดทอดตลาดที่ผู้ซื้อมอบอำนาจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การนำสินค้าไปใช้เอง ความรับผิดเกิดเมื่อนำไปใช้
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: สินค้าขายทอดตลาด ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบเสียภาษีซื้อ ตัวเลือก:
- A) ผู้ขายทอดตลาด
- B) ผู้ซื้อสินค้าจากการขายทอดตลาด
- C) ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ทอดตลาด
- D) ผู้ประกอบการจดทะเบียน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ขายทอดตลาดมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (มาตรา 83/5)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ผู้ขายทอดตลาดต้องนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 41: การฝึกหัดงานสอบบัญชี) (ออกสอบ 4 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชี (CPA Trainee) ต้องแจ้งรายละเอียดการเริ่มฝึกหัดงานและลงทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีภายในเวลาที่กำหนด และต้องควบคุมการฝึกหัดงานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สภารับรอง รวมถึงเก็บชั่วโมงฝึกงานให้ครบถ้วนในระยะเวลาที่กำหนด
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบการฝึกหัดงานเป็น 'การฝึกบินร่วมกับกัปตัน' ก่อนจะได้รับใบอนุญาตบินเดี่ยว (CPA) ต้องยื่นรายงานตัวต่อหอบังคับการบิน (สภาฯ) เพื่อบันทึกเวลาฝึกบินจริงโดยมีกัปตันคอยเซ็นรับรอง
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ผู้มีความประสงค์จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องฝึกหัดงาน ตัวเลือก:
- A) ภายใน 3 ปีและอย่างน้อย 3,000ชั่วโมงนับแต่ขึ้นทะเบียนฝึกหัดงาน
- B) ภายใน3ปี
- C) ภายใน3 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่ขึ้นทะเบียนฝึกหัดงาน และฝึกอย่างน้อย 3,000 ชั่วโมง
- D) ภายใน3 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่ขึ้นทะเบียนฝึกหัดงาน และฝึกอย่างน้อย 3,000 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้องฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 5 ปี และต้องมีชั่วโมงฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: การปฏิบัติของผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชี ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ผู้ฝึกหัดการสอบบัญชีต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- B) แจ้งการฝึกหัดงานสอบบัญชี ภายใน 2 เดือนเมื่อครบรอบการฝึกหัดสอบ
- C) แจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ภายใน 2 เดือน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
- D) เมื่อผู้ฝึกหัดเก็บชั่วโมงไม่ครบครบใน 5 ปีก็ลิ้นสภาพการเป็นผู้ฝึกหัดการสอบบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผู้ฝึกหัดงานต้องแจ้งการฝึกหัดงานภายใน 2 เดือนนับแต่วันเริ่มฝึกหัดงาน
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องตาม พรบ. วิชาชีพบัญชี 2547 ตัวเลือก:
- A) ผู้ฝึกหัดงานคือผู้ฝึกหัดงานในสำนักงานสอบบัญชี
- B) ผู้ให้การฝึกหัดงานคือผู้สอบบัญชีที่ให้การฝึกหัดงาน
- C) ผู้ฝึกหัดงานเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
- D) ผู้ฝึกหัดงานต้องฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ฝึกหัดงานสามารถฝึกปฏิบัติงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สภาวิชาชีพบัญชีให้การรับรอง โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติงานในสำนักงานสอบบัญชีในรูปแบบสาธารณะเท่านั้น
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ในกรณีที่ผู้ฝึกหัดงาน มีการเปลี่ยนแปลงผู้ให้การฝึกหัดงาน จะต้องแจ้งต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ภายใน 2 เดือน นับจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
- B) ภายใน 2 เดือน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง
- C) ภายใน 1 เดือน นับจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง
- D) ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การเปลี่ยนแปลงผู้ให้การฝึกหัดงานสอบบัญชี จะต้องยื่นคำขอและแจ้งรายละเอียดต่อคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| ขั้นตอนการฝึกงาน | กำหนดเวลา |
|---|---|
| การยื่นแจ้งขอฝึกหัดงาน | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันเริ่มฝึกหัดงาน |
| ระยะเวลาฝึกงานขั้นต่ำ | ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันเริ่มฝึก |
| ชั่วโมงฝึกงานสะสมขั้นต่ำ | ไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 83: การยื่นแบบและการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 4 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม in แต่ละเดือนภาษีคิดจาก: 'ภาษีขาย หักด้วย ภาษีซื้อ' ในเดือนภาษีนั้นๆ หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อให้ชำระส่วนต่าง หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายให้เป็นเครดิตภาษีหรือขอคืนเป็นเงินสดได้ โดยมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเป็นรายเดือนภาษี
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สูตรสำเร็จ: 'ภาษีขาย (หน้าด่านรับเงิน) - ภาษีซื้อ (หน้าด่านจ่ายเงิน) = ยอดชำระภาษี' เปรียบเหมือน 'บัญชีรับจ่ายประจำเดือน' สรรพากรเปิดโอกาสให้หักลบกันเองก่อน แล้วค่อยส่งเงินเฉพาะส่วนต่างมาให้รัฐ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัท ห ทําธุรกิจจัดคอนเสิร์ต และขายอสังหาริมทรัพย์ จ้างบริษัท ญี่ปุ่นมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทย โดยบริษัท /เคิดค่าคอนเสิร์ต 10 ล้านบาท ค่าที่พักของนักแสดงและทีมงาน 2 ด้านบาท เมื่อบริษัท ห จ่ายเงิน ให้บริษัท Aude บริษัท ห มีหน้าที่อื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ จํานวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) ไม่มีหน้าที่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36นําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,400,000 บาท
- C) มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นําส่งภาษีมูลค่าเหิ่ม 700,000 บาท
- D) มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 นําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 840,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ค่าบริการจัดคอนเสิร์ต 10 ล้านบาท และค่าที่พัก 2 ล้านบาท ถือเป็นค่าบริการทั้งหมดรวม 12 ล้านบาท ซึ่งผู้ว่าจ้างในไทยต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = 840,000 บาท (ตรงกับข้อ ง)
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: การขอคืนภาษีมูลค่าเพิม กรณีขายสินค้า ให้ยืนคําร้องขอคืนภายในระยะเวลาใด ตัวเลือก:
- A) ภายใน 10 ปีนับจากวันทืออกใบกำกับภาษี
- B) ภายใน 3 ปีนับจากวันทีออกใบกํากับภาษี
- C) ภายใน 10 ปีนับจากวันพันกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี
- D) ภายใน 3 ปีนับจก.ากจันพันกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การยื่นคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ยื่นภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีของเดือนภาษีนั้นๆ ตามมาตรา 84/1 (ตรงกับข้อ ง)
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: หจก.จีน จดทะเบียนในไทยจ่ายค่าออกแบบให้บริษัท R ในฮ่องกง ต้องยื่นแบบอะไร ตัวเลือก:
- A) ภพ 30
- B) ภพ 30.2
- C) ภพ 36
- D) ภพ 30.9 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หจก. จดทะเบียนในไทย เมื่อจ่ายค่าบริการออกแบบที่ทำในต่างประเทศแต่นำผลมาใช้ในไทย ต้องยื่นนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% โดยใช้แบบ ภ.พ.36 (ตรงกับข้อ ค)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นขอจดทะเบียน โดย แบบ ภ.พ.01
- B) ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นขอเปลี่ยนแปลงโดย แบบ ภ.พ.09
- C) ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นขอแบบแสดงรายการโดย แบบ ภ.พ.30
- D) ผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นเสียภาษีโดย แบบ ภ.พ.40 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
แบบแสดงรายการของภาษีมูลค่าเพิ่มคือ ภ.พ.30 ส่วนแบบ ภ.ธ.40 เป็นแบบแสดงรายการของภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่มีแบบชื่อ ภ.พ.40 ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต)
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 44-45: หน้าที่และการวางหลักประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม) (ออกสอบ 3 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- นิติบุคคลที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจสอบบัญชีหรือทำบัญชี จะต้องจัดให้มีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามตามอัตราและวิธีการที่กำหนดในกฎหมาย (เช่น ร้อยละ 3 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว หรือทำประกันภัยความรับผิดทางวิชาชีพ)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'เปิดบริษัทสอบบัญชี ต้องวางเงินมัดจำกันเหนียว 3%' เปรียบเหมือน 'ถุงลมนิรภัยทางการเงิน' หากเกิดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบจนสร้างความเสียหายแก่บุคคลภายนอก สภาฯ มีระบบหลักประกันนี้คอยจ่ายชดเชยเพื่อรักษาเสถียรภาพวิชาชีพ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บจก. X ทุนจดทะเบียน 2 ล้าน มีรายได้จากการสอบบัญชี 3 ล้าน แจ้งหลักประกันครบถ้วนตามกฎหมาย ต่อมา 1 ก.ค. เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 2 ล้านบาท มีรายได้สอบบัญชีครึ่งปี 2 ล้าน วันที่ 31 ก.ค. ต้องแจ้งหลักประกันเป็นจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 60,000
- B) 90,000
- C) 120,000
- D) 150,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หลักประกันตามส่วนของทุนคิดเป็นร้อยละ 3 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว โดยเมื่อเพิ่มทุนเป็น 4 ล้านบาท ทุนส่วนนี้ต้องแจ้งหลักประกันจำนวน 120,000 บาท (3% ของ 4 ล้านบาท)
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บจก. X ทุนจดทะเบียน 2 ล้าน มีรายได้จากการสอบบัญชี 3 ล้าน แจ้งหลักประกันครบถ้วนตามกฎหมาย ต่อมา 1 ก.ค. เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 2 ล้านบาท มีรายได้สอบบัญชีครึ่งปี 2 ล้าน วันที่ 31 ก.ค. ต้องแจ้งหลักประกันเป็นจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 60,000
- B) 90,000
- C) 120,000
- D) 150,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หลักประกันตามส่วนของทุนคิดเป็นร้อยละ 3 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว โดยเมื่อเพิ่มทุนเป็น 4 ล้านบาท ทุนส่วนนี้ต้องแจ้งหลักประกันจำนวน 120,000 บาท (3% ของ 4 ล้านบาท)
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บจก. X ทุนจดทะเบียน 2 ล้าน มีรายได้จากการสอบบัญชี 3 ล้าน แจ้งหลักประกันครบถ้วนตามกฎหมาย ต่อมา 1 ก.ค. เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 2 ล้านบาท มีรายได้สอบบัญชีครึ่งปี 2 ล้าน วันที่ 31 ก.ค. ต้องแจ้งหลักประกันเป็นจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 60,000
- B) 90,000
- C) 120,000
- D) 150,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หลักประกันตามส่วนของทุนคิดเป็นร้อยละ 3 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว โดยเมื่อเพิ่มทุนเป็น 4 ล้านบาท ทุนส่วนนี้ต้องแจ้งหลักประกันจำนวน 120,000 บาท (3% ของ 4 ล้านบาท)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| เงื่อนไขหลักประกัน | ตัวเลขที่ต้องจำ |
|---|---|
| สัดส่วนหลักประกันนิติบุคคลสอบบัญชี | ร้อยละ 3 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว หรือทำประกันภัยความรับผิด |
| กำหนดเวลาแจ้งรายละเอียดหลักประกันต่อสภา | ภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หรือเมื่อมีการเพิ่มทุนชำระแล้ว |
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 66: การอุทธรณ์คำสั่งของสภาวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 3 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ในกรณีที่สภาวิชาชีพบัญชีมีคำสั่งปฏิเสธไม่ยอมออกใบอนุญาต CPA หรือลงโทษทางจรรยาบรรณ ผู้รับคำสั่งมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'สภาสั่งแบน แต่อยากสู้ต่อ ให้ไปยื่น กกบ. ใน 30 วัน' เปรียบเทียบสภาวิชาชีพเหมือนศาลชั้นต้น และ กกบ. เหมือนศาลอุทธรณ์ หากไม่พอใจคำสั่งปฏิเสธหรือตัดสิทธิ์ของสภาฯ ต้องรีบขึ้นศาลสองเพื่อขอความเป็นธรรมใน 30 วัน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) รับอุทธรณ์การออกใบอนุญาตผู้สอบบัญชี
- B) กำหนดมาตรฐานบัญชี
- C) กำหนดจรรยาบรรณ
- D) ตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การอุทธรณ์คำสั่งสภาวิชาชีพบัญชี ต้องยื่นต่อคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.)
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บุคคลใดไม่ต้องเป็นสมาชิกวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) กรรมการจรรยาบรรณ
- B) ผู้ทําบัญชี
- C) ผู้สอบบัญชี
- D) ผู้ทรงคุณวุฒิ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับดูแลฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลวิชาชีพบัญชี ตัวเลือก:
- A) ร่างข้อบังคับของผู้ทำบัญชี
- B) อนุมัติข้อบังคับของผู้ทำบัญชี
- C) เสนอแนะข้อบังคับของผู้ทำบัญชี
- D) ประกาศใช้ข้อบังคับของผู้ทำบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (ก.บ.บ.) มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบข้อบังคับของสภาวิชาชีพบัญชีก่อนที่จะประกาศใช้
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| หน้าที่ | กำหนดเวลา |
|---|---|
| การยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อ กกบ. | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากสภาวิชาชีพบัญชี |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 79: ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือบริการ) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมถึงค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือค่าชดเชยอื่นใด แต่ไม่รวมถึงส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่แสดงไว้ชัดเจนในใบกำกับภาษี
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'เก็บ VAT จากราคาสุทธิบนบิลหลักหักส่วนลดลดราคาทันที' เปรียบเหมือน 'ตราชั่งของสรรพากร' ราคาสินค้าจริงหลังหักส่วนลดการค้า ณ จุดขายคือฐานในการคูณ 7% ส่วนลดประเภทไปจ่ายเงินเร็วทีหลัง (Cash Discount) ห้ามเอามาหักจากฐานภาษีนี้
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ตามมาตรา 77/1(8) และ 77/1(10) ของประมวลรัษฎากร รายรับใดต่อไปนี้จัดเป็นรายรับที่ต้องนำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลือก:
- A) รายรับจากการขายสินค้าและการให้บริการ
- B) รายรับจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น
- C) รายรับจากการขายพืชผลทางการเกษตรที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
- D) รายรับจากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตามประมวลรัษฎากร ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือให้บริการคือมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือให้บริการนั้น
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัท จ่ายค่าดาวน์โหลดรูปภาพการ์ตูนเพื่อนํามาใช้ติดบนผลิตภัณฑ์ของบริษัท ให้แก่บริษัทต่างประเทศ โดยมีข้อตกลงว่าจะออกภาษีฑิ่ต้องหักตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แทนบริษัทต่างประเทศ ข้อได้ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ไม่ต้องนําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวนเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม และยืนแบบ ภพ36 และนําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวนเป็นรายได้เพื่อคํานวนภาษีเงินได้นิติบุคคล หักและนําส่ง ภงด.54
- B) นําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวนเป็นฐานภาพีมูลค่าเพิม และยื่นแบบ ภพ 36 และนําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวนเป็นรายได้เพื่อคํานวนภาษีเงินได้นิติบุคคล หักและนําส่ง ภงด 54
- C) ไม่ต้องนําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวณเป็นฐานภาษี
- D) นําภาษีที่ออกแทนมารวมคํานวนเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิม และยืนแบบ ภพ 36 และนําภาษีที่ออกแทนมารวมเป็นรายจ่ายในการคํานวนภาษีเงินได้นิติบุคคล หักและนําส่ง ภงด 54 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การออกภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนบริษัทต่างประเทศ ต้องนำภาษีที่ออกแทนนั้นไปบวกรวมเป็นมูลค่าบริการเพื่อคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) และนำส่ง ภ.ง.ด.54 รวมคำนวณเป็นรายได้ด้วย (ตรงกับข้อ ข)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ส่วนลดที่จะไม่นำมารวมในฐานภาษี ต้องเป็นส่วนลดหรือค่าลดหย่อนที่แสดงให้เห็นชัดเจนในใบกำกับภาษี ณ ขณะที่ออกใบกำกับภาษีเท่านั้น
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 82/13: การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ดังกล่าว
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ทะลุ 1.8 ล้าน ต้องจดใน 30 วัน' เปรียบเหมือน 'เกณฑ์การเติบโตบังคับ' เมื่อธุรกิจของคุณโตขึ้นจนรายรับสะสมแตะ 1.8 ล้านบาท สรรพากรจะถือว่าคุณเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่และบังคับติดตั้งระบบเก็บภาษีส่งรัฐใน 30 วัน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัท แก้วบัวราย เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนธันวาคม 250 ได้มีการขายสินค้าได้จ้านวนเงิน963,000บาท เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และไม่มีรายการซื้อแต่อย่างใด บริษัท ต้องนําส่งภาษีในเดือนนี้เป็นเป็นจํานวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 63000
- B) 67,410
- C) 96,300
- D) ไม่มีภาระภาษี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
มูลค่ายอดขายรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 963,000 บาท คำนวณเป็นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่ง = 963,000 x 7 / 107 = 63,000 บาท (ตรงกับข้อ ก)
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัท แก้วบัวราย เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนธันวาคม 250 ได้มีการขายสินค้าได้จ้านวนเงิน963,000บาท เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และไม่มีรายการซื้อแต่อย่างใด บริษัท ต้องนําส่งภาษีในเดือนนี้เป็นเป็นจํานวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 63000
- B) 67,410
- C) 96,300
- D) ไม่มีภาระภาษี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
มูลค่ายอดขายรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 963,000 บาท คำนวณเป็นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่ง = 963,000 x 7 / 107 = 63,000 บาท (ตรงกับข้อ ก)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| เงื่อนไขการจด VAT | ตัวเลข / กำหนดเวลา |
|---|---|
| เกณฑ์รายรับขั้นต่ำที่ต้องจดทะเบียน VAT | เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี |
| กำหนดเวลายื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม | ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ตรี(12) / 65 ทวิ(12): ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ในการคำนวณกำไรสุทธิเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทสามารถนำผลขาดทุนสุทธิยกมาของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนๆ ที่ค้างอยู่ย้อนหลังไปได้ไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน มาหักออกเป็นรายจ่ายได้ตามกฎหมาย
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ขาดทุนสะสมหักภาษีได้ไม่เกิน 5 ปีถัดไป' เปรียบเหมือน 'บัตรสะสมแต้มปลอบใจจากรัฐ' เมื่อปีก่อนๆ ทำธุรกิจเจ๊ง สรรพากรยอมให้เอาความล้มเหลว (ผลขาดทุน) นั้นมาใช้ลดยอดภาษีของปีที่ทำกำไรได้ แต่บัตรนี้มีอายุการใช้งานจำกัดแค่ 5 ปีเท่านั้น เกินกว่านั้นสิทธิ์ขาดทุนจะละลายหายไป
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัทรับก่อสร้างหอพักนักศึกษา และโอนกรรมสิทธิ์ให้สถาบันการศึกษาเมื่อก่อสร้างเสร็จ บริษัทจะได้รับรู้รายได้จากค่าเช่าเป็นระยะเวลา 25 ปี่ บริษัทจะนําค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการก่อสร้างหอพักมาเป็นรายจ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ตัดเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อโอนกรรมสิทธิ์
- B) ตัดเป็นค่าเสื่อมราคา 10ปี
- C) ตัดเป็นค่าเสื่อมราคา 20 ปี
- D) ตัดเป็นค่าเสื่อมราคา 25 ปี่ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ค่าก่อสร้างอาคารบนที่ดินผู้อื่นเพื่อสิทธิเช่า 25 ปี ต้องเฉลี่ยตัดเป็นรายจ่ายตามอายุสัญญาเช่า
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: 1/68บริษัท จำกัด เป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม 80 ระยะเวลา 8 ปี ปีที่1 ขาดทุน 5 ล้านบาท ปี่ที่2 ขาดทุน 2 ล้านบาท ปีที่3 กําไร 2 ล้านบาท ปี่ที่4 กําไร 2 ล้านบาท ปีที่5 ขาดทุน 2 ล้านบาท ปีที่6 ขาดทุน 1 ล้านบาท ปีที่7 กําไร 1ล้านบาท ปีที่8 ขาดทุน 1 ล้านบาท มีขาดทุนสะสมยกมาใช้ปีที่ 9 เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 4 ล้านบาท
- B) 5 ล้านบาท
- C) 6 ล้านบาท
- D) 11 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ขาดทุนสะสมสุทธิที่เกิดขึ้นในช่วงได้รับยกเว้น BOI (รวม 11 ล้านบาท) หักล้างกับกำไรสุทธิในช่วง BOI (รวม 5 ล้านบาท) เหลือเป็นผลขาดทุนสะสมสุทธิที่ยกไปหักในรอบปีที่ 9 (หลังหมด BOI) ได้จำนวน 6 ล้านบาท (11 - 5)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| สิทธิประโยชน์ | เงื่อนไขเวลา |
|---|---|
| ระยะเวลานำผลขาดทุนสุทธิยกมาหักกำไร | ไม่เกิน 5 ปีย้อนหลังนับจากรอบบัญชีปัจจุบัน |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(10): การยกเว้นเงินปันผล) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยได้รับจากบริษัทจำกัดอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งหนึ่ง (50%) หรือทั้งหมด (100%) ขึ้นอยู่กับสถานะของบริษัทผู้รับเงินและเงื่อนไขการถือครองหุ้นก่อนและหลังการจ่ายปันผล
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ถือหุ้นมั่นคง 3 เดือนก่อน 3 เดือนหลัง ได้ยกเว้นภาษีปันผลร้อยเปอร์เซ็นต์' เปรียบเหมือน 'รางวัลคนถือหุ้นยาว' รัฐไม่ต้องการให้เกิดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนหลายทอดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน จึงยกเว้นภาษีเงินปันผลให้หากบริษัทผู้รับถือหุ้นไว้มั่นคงไม่ซื้อเข้าขายออกเร็วเกินไป
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ได้รับยกเว้นเงินได้บันผลและส่วนแบ่งกําไรจากกิจการร่วมค้า จดทะเบียนในไทย ตัวเลือก:
- A) บริษัทจดทะเบียนในไทย
- B) ห้างหุ้นส่วนจำกัดจดทะเบียนในไทย
- C) นิติบุคคลจดทะเบียนต่างประเทศ
- D) นิติบุคคลจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในไทย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศไม่ได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้ปันผลตามมาตรา 65 ทวิ (10)
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ได้รับยกเว้นเงินได้บันผลและส่วนแบ่งกําไรจากกิจการร่วมค้า จดทะเบียนในไทย ตัวเลือก:
- A) บริษัทจดทะเบียนในไทย
- B) ห้างหุ้นส่วนจำกัดจดทะเบียนในไทย
- C) นิติบุคคลจดทะเบียนต่างประเทศ
- D) นิติบุคคลจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในไทย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศไม่ได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้ปันผลตามมาตรา 65 ทวิ (10)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| สถานะบริษัทผู้รับเงินปันผล | เงื่อนไขการยกเว้นภาษี (100% Exemption) |
|---|---|
| บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) | ได้รับยกเว้นเงินปันผลทั้งหมด 100% โดยไม่มีเงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้น |
| บริษัทจำกัดทั่วไป | ได้รับยกเว้นเงินปันผลทั้งหมด 100% หากถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายไม่น้อยกว่า 25% และไม่มีการถือหุ้นไขว้กัน |
| ทุกกรณี (ที่จะยกเว้นได้) | ต้องถือหุ้นไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันจ่ายปันผล และไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังวันจ่ายปันผล |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 / พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง: รายได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- รายได้บางประเภทที่ได้รับจากมาตรการสนับสนุนหรือจากกฎหมายพิเศษ จะได้รับการยกเว้นไม่นำมารวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เช่น ดอกเบี้ยคืนเงินภาษีอากรจากกรมสรรพากร (ยกเว้นตาม พ.ร.ฎ. 209) หรือรายได้ของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) เฉพาะส่วนที่เกิดจากการประกอบกิจการได้รับการส่งเสริมโดยตรง
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'เงินคืนสรรพากรได้ดอกเบี้ย = ดอกเบี้ยนั้นยกเว้นภาษี' เปรียบเหมือน 'ข้อยกเว้นพิเศษจากการเยียวยา' เมื่อรัฐจ่ายคืนภาษีช้าและต้องชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้เสียภาษี รัฐจะละเว้นไม่เก็บภาษีซ้อนจากเงินชดเชยส่วนนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่ต้องนำรายได้ในข้อใดมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวเลือก:
- A) รายได้จากสาขาในต่างประเทศ
- B) ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าในประเทศไทย
- C) ค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิด
- D) ดอกเบี้ยจากภาษีที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ดอกเบี้ยเงินคืนภาษีอากรจากกรมสรรพากร ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 209)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ไม่ได้รับยกเว้น ภ.ง.ด.นิติบุคคล จากรายได้ใด ตัวเลือก:
- A) รายได้จากการขายเศษซากวัตถุพลอยได้จากการผลิตสินค้าที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
- B) ดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่ได้รับจากการนำรายได้ที่ขายสินค้าที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปฝาก โดยได้รับเพียง 1% จากรายได้ที่ได้รับจากการขายสินค้าที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
- C) รายได้จากการขายโรงงานเก่าที่เคยใช้ผลิตสินค้าที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน
- D) รายได้จากการขายสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รายได้ที่เป็นดอกเบี้ยจากการนำเงินไปฝากธนาคาร ถือเป็นรายได้ทางการเงินที่ไม่ได้เกิดจากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยตรง จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
รายได้ที่ไม่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการนำเงินทุนหรือรายได้ของบีโอไอไปฝากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เพราะถือเป็นรายได้ทางการเงินที่ไม่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตสินค้าหลักที่ได้รับส่งเสริม
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 86-86/12: ใบกำกับภาษีและการออกใบกำกับภาษี) (ออกสอบ 2 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทุกครั้งที่มีความรับผิดในภาษีเกิดขึ้น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 (เช่น คำว่าใบกำกับภาษี ชื่อที่อยู่ผู้ขาย ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ หมายเลขลำดับ รายการ มูลค่า และจำนวนภาษี)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ไม่มีใบกำกับภาษีหรือเขียนไม่ครบ = ภาษีซื้อต้องห้าม บัญชีต้องบวกกลับ' เปรียบเสมือน 'หนังสือเดินทางของสินค้าจด VAT' หากรายละเอียดบนหนังสือเดินทางขาดตกบกพร่อง สรรพากรจะปฏิเสธไม่ให้ผ่านด่านหักล้างภาษี
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายใด ที่ไม่ต้องออกใบกํากับภาษี ตัวเลือก:
- A) สินค้าเกินจากรายงานสินค้า
- B) สินค้าขาดจากรายงานสินค้า
- C) ให้แสตมป์ลูกค้า และเมื่อมีการขายจะมีส่วนลดจากค่าแสตมป์
- D) ขายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สินค้าขาดจากรายงานถือเป็นการขาย แต่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีเพราะไม่มีผู้รับ
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ค่าซื้อสินค้าแจกให้ลูกค้าที่ซื้อได้ตามเป้า ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) กิจการสามารถนําภาษีซื้อจากค่าซื้อของแจกมาหักภาษีขายได้ และการแจกถือเป็นการขายที่ต้องเสียภาษีขาย
- B) กิจการสามารถเอามูลค่าและปริมาณสินค้ามาลงในรายงาน
- C) กิจการไม่ต้องออกใบกํากับภาษี เนื่องจากไม่ได้เรียกเก็บค่าสินค้าและภาษี
- D) การแจกถือเป็นการขายแต่ได้รับยกเว้นฐานภาษี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การแจกสินค้าถือเป็นการขาย (มาตรา 77/1(8)) ต้องออกใบกำกับภาษี
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ต้องจัดทำใบกำกับภาษีทันทีที่มีความรับผิด (Tax Point) เกิดขึ้น และเก็บรักษาสำเนาใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่า 5 ปี ณ สถานประกอบการ
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 87: หน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีหน้าที่ต้องจัดทำและเก็บรักษา รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (เฉพาะผู้ขายสินค้า) ณ สถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการยื่นแบบภาษีได้
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ซื้อ-ขาย-คลังสินค้า ต้องมีรายงานคู่กันทุกสิ้นเดือน' เปรียบเหมือน 'สมุดบันทึกประจำวันของร้านค้า' ทุกการเคลื่อนไหวของสินค้าเข้า-ออกและบิลภาษี ต้องถูกจดบันทึกภายในเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ในการตรวจสอบสินค้าขาดจากรายงาน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ภัตตาคาร อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องจัดทํารายงานใด ตัวเลือก:
- A) รายงานภาษีซื่อ รายงานภาษีขาย
- B) รายงานภาษีซื่อ รายงานภาษีขาย รายงานวัตถุดิบ
- C) รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย รายงานสินค้าและวัตถุดิบ
- D) รายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย รายงานสินค้าคงเหลือ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (มาตรา 87)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| หน้าที่จัดทำรายงาน | กำหนดเวลา |
|---|---|
| ระยะเวลาลงรายการในรายงานภาษี | ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจ่ายไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น |
| ระยะเวลาเก็บรักษารายงานและเอกสาร | ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ได้จัดทำรายงาน |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(6): การตีราคาสินค้าคงเหลือ) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้ราคาทุนหรือราคาตลาดที่ต่ำกว่า และให้ถือราคานี้เป็นยอดสินค้าคงเหลือยกไปในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไปด้วยตามกฎหมายภาษีอากร
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'เลือกอันที่ถูกที่สุดระหว่างราคาทุนจริงกับราคาตลาดปัจจุบัน' เปรียบเหมือน 'ความรอบคอบทางภาษี' สรรพากรอนุญาตให้ประเมินราคาสินค้าที่ค้างในโกดังตามหลักการบัญชีทั่วไปเพื่อไม่ให้แสดงกำไรที่สูงเกินจริงจากของที่เสื่อมมูลค่าแล้ว
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: สินค้ามีราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 214,000 บาท ราคาตลาด 210,000 ให้บันทึกราคาสินค้าคงเหลือ ตัวเลือก:
- A) 200000
- B) 210000
- C) 214000
- D) 224700 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การตีราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบบัญชี ให้เลือกแสดงด้วยราคาทุน (214,000 / 1.07 = 200,000 บาท) หรือราคาตลาด (210,000 บาท) แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่าตามมาตรา 65 ทวิ (6) จึงบันทึกที่ 200,000 บาท (ตรงกับข้อ ก)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
ราคาสินค้าคงเหลือที่เลือกใช้ ณ วันสิ้นรอบบัญชีปีนี้ จะต้องถูกใช้เป็นยอดสินค้าคงเหลือยกมา ณ วันเริ่มรอบบัญชีของปีถัดไปอย่างต่อเนื่อง
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 91/5: ฐานภาษีสำหรับกิจการที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ฐานภาษีสำหรับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) คือรายรับที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการประกอบกิจการในแต่ละเดือนภาษี โดยให้ใช้เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) คือคำนวณจากเงินสด ค่าตอบแทน หรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการทำธุรกรรมจริง ไม่ใช่เกณฑ์คงค้างหรือเกณฑ์สิทธิ์
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ธุรกิจเฉพาะเน้นเกณฑ์เงินสด ได้ตังค์จริงค่อยเสียภาษี' เปรียบเสมือน 'เครื่องหยอดเหรียญ' สรรพากรจะนับเงินเหรียญที่หล่นลงมาในตู้จริงเป็นหลักประกันฐานภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจากดอกเบี้ยค้างรับที่ยังเก็บหนี้ไม่ได้ในกลุ่มการเงิน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ลูกค้าชําระค่าสินค้าล่าช้า บริษัทคิดดอกเบี้ยเพิมเติม ดอกเบี้ยชําระค่าสินค้าล่าช้าต้องเสียภาษีอย่างไร - 28 ตัวเลือก:
- A) ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- B) ภาษีธุรกิจเฉพาะ
- C) ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ
- D) ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ดอกเบี้ยจากการชำระค่าสินค้าล่าช้าถือเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าการขายสินค้า ต้องเสีย VAT ไม่ใช่ SBT
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
การคำนวณรายรับที่พึงได้รับตามเกณฑ์เงินสด จะต้องบันทึกและนำส่งรายรับเพื่อเสียภาษีในรอบเดือนภาษีที่มีการรับชำระเงินจริง
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 67 ทวิ: การเสียภาษีครึ่งปีและประมาณการขาดเกิน 25%) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- บริษัทจำกัดต้องยื่นประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน และเสียภาษีครึ่งปีจากกำไรประมาณการนั้น หากประมาณการกำไรสุทธิคลาดเคลื่อนไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ขาด
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ห้ามเดาต่ำกว่าความเป็นจริงเกิน 25%' เปรียบเหมือน 'การเดาน้ำหนักสิ่งของ' สรรพากรยอมให้กะประมาณได้คร่าวๆ เพื่อเก็บเงินก่อนครึ่งปี แต่ถ้าประเมินต่ำเกินไปเพื่อกั๊กเงินสดไว้ในมือเกิน 1 ใน 4 ของน้ำหนักจริงตอนสิ้นปี จะถือว่าเจตนาไม่ซื่อและต้องโดนปรับเพิ่ม
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัทจำกัด มีหน้าที่ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกีครั้ง ตัวเลือก:
- A) 1 ครั้ง ยืน ภงด.50
- B) 1 ครั้ง ยื่น ภงด.51
- C) 2 ครั้ง ยื่น ภงด.51 และภงด.50
- D) 2 ครั้ง ยื่น ภงด.50 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
บริษัทจำกัดต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) และภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| หน้าที่เสียภาษีครึ่งปี | กำหนดเวลา |
|---|---|
| กำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันครบรอบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 71 ทวิ: เกณฑ์บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง - Transfer Pricing) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- ในกรณีที่บริษัทนิติบุคคลมีรายการระหว่างกันกับนิติบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน (เช่น ถือหุ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรืออยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน) เจ้าพนักงานมีอำนาจปรับปรุงรายได้และรายจ่ายให้เป็นไปตามราคาตลาด (Arm's Length Principle)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'บริษัทเครือข่ายถือหุ้นกันเกิน 50% ต้องโยกย้ายราคายุติธรรม' เปรียบเหมือน 'การทำธุรกิจกับพี่น้องตนเอง' สรรพากรจะจับตาดูเป็นพิเศษว่าคุณขายของให้พี่น้องในราคาถูกผิดปกติเพื่อโอนย้ายกำไรไปไว้ที่บริษัทที่เสียภาษีต่ำกว่าหรือไม่ หากสัดส่วนถือหุ้นร่วมกันถึงครึ่งหนึ่ง (50%) จะโดนบังคับใช้ราคาตลาดทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัท จดทะเบียนในตลาด มีผู้ถือหุ้น a b c 20% 35% 45 %และ บริษัท ข จดทะเบียนในตลาด มีผู้ถือหุ้น a b c 60%30% 10% เป็นรายการเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ตัวเลือก:
- A) ไม่เป็น เพราะผู้ถือหุ้นไม่ตรงกัน
- B) ไม่เป็น เพราะ a b ถือหุ้นในบริษัท และบริษัท ข ไม่เกินกว่า 50 %ของแต่ละบริษัท
- C) ไม่เป็น เพราะ a b ไม่สามารถควบคุม บริษัท ก และบริษัท ข ได้
- D) เป็น เพราะทั้งบริษัท ก และบริษัท ข มี a b เป็นผู้ถือหุ้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตามมาตรา 71 ทวิ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันต้องมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด หรือควบคุมการบริหารจัดการ กรณีนี้ผู้ถือหุ้นไม่มีการถือหุ้นข้ามหรือถือหุ้นร่วมกันเกินร้อยละ 50 จึงไม่จัดเป็นบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องกันทางภาษี
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
บริษัทจำกัดที่มีรายได้ตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไปและมีธุรกรรมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน มีหน้าที่ต้องยื่นรายงานความสัมพันธ์ระหว่างกัน (Disclosure Form) พร้อมกับการยื่นงบประจำปี
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ(2): ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) เช่น อาคารถาวรหักได้สูงสุด 5% ต่อปี (อายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 20 ปี) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์หักแบบเร่งรัดได้ใน 3 ปี
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ตึกหัก 20 ปี -> คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์หักเร่งรัด 3 ปี' เปรียบเสมือน 'การชำรุดทรุดโทรมทางกฎหมาย' รัฐยอมรับว่าทรัพย์สินที่ใช้ทำงานย่อมมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ จึงเปิดช่องให้เฉลี่ยตัดจ่ายลดภาษีได้ทุกปีตามเกณฑ์อายุการใช้งานของทรัพย์สินแต่ละประเภท
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัทจักรวาล ได้ออกแบบระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในกิจการ ได้ว่าจ้างบุคคลภายนอกทําโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามที่บริษัทต้องการ ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ไม่สามารถเป็นค่าใช้จ่ายได้หมดในรอบระยะเวลาบัญชี
- B) บันทึกเป็นสินทรัพย์ หักค่าเสื่อมได้ภายใน 3 รอบบัญชี
- C) บันทึกเป็นสินทรัพย์ หักค่าเสื่อมได้ไม่เกิน 5 รอบบัญชี
- D) บันทึกเป็นสินทรัพย์ หักค่าเสื่อมได้ภายใน 10 รอบบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
โปรแกรมคอมพิวเตอร์หักค่าเสื่อมได้ 2 วิธี คือ 10 ปี หรือวิธีเร่งรัด 3 ปี ตาม พ.ร.ฎ. 145
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
การเริ่มหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ให้เริ่มคิดเฉลี่ยตามจำนวนวันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นๆ
พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 (มาตรา 52: โทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- โทษสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพมี 4 สถานตามมาตรา 52 ได้แก่ 1. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร 2. ภาคทัณฑ์ 3. พักใช้ใบอนุญาตหรือพักการขึ้นทะเบียน หรือสั่งห้ามประกอบวิชาชีพด้านที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณโดยมีกำหนดเวลาแต่ไม่เกิน 3 ปี 4. เพิกถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือสั่งห้ามประกอบวิชาชีพ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับจำจำ: 'เตือน -> ภาค -> พัก (ไม่เกิน 3 ปี) -> เพิก' เปรียบเหมือน 'โทษใบเหลืองใบแดงของกรรมการฟุตบอล' เริ่มจากตักเตือน คุมประพฤติ แบนชั่วคราวห้ามลงสนาม และไล่ออกจากลีกวิชาชีพถาวรสำหรับความผิดขั้นร้ายแรง
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) บทลงโทษผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณโดยวาจาหรือหนังสือก็ได้
- B) ใบรับอนุญาตผู้สอบบัญชีสิ้นสุดเมื่อไม่จ่ายค่าสมาชิก
- C) สมาชิกสามัญรับเลือกเป็นคณะกรรมการสภาวิชาชีพ
- D) วุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีเป็นสมาชิกสมทบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
บทลงโทษทางจรรยาบรรณต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่สามารถลงโทษด้วยวาจาได้ (มาตรา 49)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| ประเภทโทษผิดจรรยาบรรณ | กำหนดเวลาสูงสุด |
|---|---|
| การพักใช้ใบอนุญาต CPA | ไม่เกิน 3 ปี |
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 77/1: นิยามผู้ประกอบการและประเภทภาษีซื้อ-ภาษีขาย) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- นิยามทางภาษีระบุว่า 'ผู้ประกอบการ' คือบุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ ส่วน 'ภาษีซื้อ' คือ VAT ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จ่ายให้กับผู้ขาย และ 'ภาษีขาย' คือ VAT ที่ผู้ประกอบการได้เรียกเก็บจากผู้ซื้อ
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- เปรียบผู้ประกอบการเป็น 'คนเดินสารภาษี' มีหน้าที่ชาร์จภาษีขายจากคนอื่น แล้วเอาภาษีซื้อที่ตนเองจ่ายไปมาหักลบกันเพื่อนำส่งผลต่างให้แก่รัฐ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ภาษีขาย ตัวเลือก:
- A) ภาระความรับผิดชอบเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการ
- B) ภาระภาษีทีอยู่ในรายงานภาษีขาย
- C) ภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรณีสินค้าขาดจากรายงาน
- D) ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนําเข้าสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้า จัดเป็นภาษีซื้อ (Input VAT) ของผู้นำเข้า ไม่ใช่ภาษีขาย (Output VAT) (ตรงกับข้อ ง)
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
การคำนวณและปรับยอดภาษีซื้อ-ภาษีขาย ต้องดำเนินการตามเดือนภาษีจริงเพื่อใช้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.พ.30
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 65: เกณฑ์สิทธิ์และรอบระยะเวลาบัญชี) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) บังคับให้ใช้ 'เกณฑ์สิทธิ์' (Accrual Basis) คือให้นำรายได้ที่พึงได้รับในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แม้จะยังไม่ได้รับเงินจริง และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงินจริง มารวมคำนวณเป็นรายรับและรายจ่ายทางภาษี
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'สิทธิ์เกิดขึ้นจริงเมื่อส่งมอบงาน ไม่ใช่เมื่อเงินโอนเข้าบัญชี' เปรียบเหมือน 'เกณฑ์สัจจะคงค้าง' สรรพากรต้องการสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงตามงวดเวลา ไม่เปิดโอกาสให้บริษัทโยกย้ายรายได้ด้วยการจงใจเก็บเงินช้าในปีถัดไปเพื่อเลี่ยงภาษีปีนี้
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: บริษัทมีทรัพย์สินและหนี้สินเงินตราต่างประเทศในวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ข้อใดไม่ถูกต้องในการคำนวณเป็นเงินไทยจากเงินตราต่างประเทศ ตัวเลือก:
- A) ลูกหนี้การค้า อัตราถัวเฉลี่ยซื้อของธนาคารพาณิชย์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้
- B) เจ้าหนี้เงินกู้ อัตราถัวเฉลี่ยขายของธนาคารพาณิชย์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้
- C) การคำนวณการนำเข้าต้องใช้อัตราถัวเฉลี่ยขายในการลงรายงานภาษีซื้อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้
- D) การคำนวณฐานภาษีการส่งออกที่ยังมิได้รับชำระ จะต้องใช้อัตราถัวเฉลี่ยขาย ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
สำหรับการส่งออกที่ยังไม่ได้รับชำระเงิน (ถือเป็นลูกหนี้/สินทรัพย์) ต้องใช้อัตราถัวเฉลี่ยรับซื้อของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ตามมาตรา 65 ทวิ (5) ไม่ใช่ใช้อัตราขาย
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
รอบระยะเวลาบัญชีทั่วไปมีกำหนด 12 เดือน นับแต่วันที่เริ่มต้นรอบบัญชีตามที่แจ้งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ประมวลรัษฎากร (มาตรา 84/2: กำหนดเวลาและเงื่อนไขการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ออกสอบ 1 ข้อ)
⚖️ 1. สรุปหลักกฎหมายสำคัญ (Core Legal Principle)
- กำหนดการยื่นคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับภาษีซื้อส่วนเกิน ให้ยื่นคำขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับเดือนภาษีนั้น หรือในกรณีนำเข้าที่มีการโต้แย้งทางศุลกากร ให้ขอคืนภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยข้อโต้แย้งสิ้นสุด
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- รหัสลับ: 'ลืมขอคืนภาษีซื้อ มีเวลาย้อนหลัง 3 ปี / โต้แย้งศุลกากรต้องยื่นสู้ใน 3 เดือน' เปรียบเหมือน 'ตั๋วหมดอายุช้าแต่ต้องรีบเคลมเมื่อเคลียร์ศุลกากรจบ' สรรพากรให้เวลาผู้ประกอบการทวงตังค์คืนย้อนหลังได้นานถึง 3 ปี แต่ถ้าเป็นเคสฟ้องร้องกันเรื่องพิกัดนำเข้าที่ท่าเรือ เมื่อศุลกากรตัดสินชี้ขาดแล้วต้องยื่นเรื่องคืนเงินใน 3 เดือน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรา (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีนําเข้า หากเกิดข้อโต้แย้งตามกฎหมายศุลกากร การขอคืนดังกล่าวจะกระทําได้เมื่อไร ตัวเลือก:
- A) ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันได้รับแจ้งคําวินิจฉัย
- B) ภายใน6 เดือน นับตั้งแต่วันได้รับแจ้งคําวินิจฉัย
- C) ภายใน 3ปี นับตั้งแต่วันได้รับแจ้งคําวินิจฉัย
- D) ภายใน 10 ปี นับตั้งแต่วันได้รับแจ้งคําวินิจจัย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
กรณีโต้แย้งศุลกากร ต้องขอคืนภายใน 3 เดือนหลังได้รับแจ้งคำวินิจฉัย (มาตรา 84/2(2))
🔢 4. สรุปเงื่อนไขเวลาและตัวเลขที่ต้องจำ (Timeframes & Figures Summary - If Applicable)
| กรณีขอคืนภาษีซื้อ | กำหนดระยะเวลาขอคืน |
|---|---|
| กรณีทั่วไป (ภาษีซื้อเกินรายเดือนภาษี) | ภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบภาษีเดือนนั้น |
| กรณีโต้แย้งพิกัดศุลกากร (นำเข้า) | ภายใน 3 เดือนนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยข้อโต้แย้งสิ้นสุด |
Comments