จำนิยามกันก่อน

1. กำไรทางบัญชี (Accounting Profit)
กำไรตามสมุดบัญชี ที่นักบัญชีทำตามมาตรฐานเป๊ะๆ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย) เป็นตัวเลข "ก่อน" ที่จะเอาไปหักภาษี
2. กำไร (ขาดทุน) ทางภาษี (Tax Profit)
กำไรตามใจสรรพากร เป็นตัวเลขกำไรทางบัญชีที่ถูกเอามา "ปรับปรุง/บวกกลับ" ตามกฎหมายภาษี เพื่อเอาตัวเลขนี้ไปคูณเรทภาษีและจ่ายเงินจริงๆ
3. ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน (Current Tax)
เงินภาษีสดๆ ที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้สรรพากรในปีนี้ (หรือที่สรรพากรต้องคืนให้) ซึ่งคำนวณมาจาก "กำไรทางภาษี" ในข้อ 2
4. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (Tax Expense)
บรรทัด "ค่าภาษี" ที่โชว์ในหน้างบกำไรขาดทุน มันคือตัวเลข ภาษีที่ต้องจ่ายจริงปีนี้ (ข้อ 3) รวมกับ ภาษีของอนาคต (รอการตัดบัญชี) เพื่อให้ตัวเลขค่าภาษีในงบ สะท้อนกำไรที่แท้จริงตามบัญชี
5. หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Liability - DTL)

6. สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Asset - DTA)

ตัวอย่าง : สินทรัพย์สิทธิการใช้ต้นงวด มูล่า 900 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคา 90 ล้าบาท ค่าเช่ารายปี 100 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีดอกเบี้ยจ่ายรวมอยู่ 30 ล้านบาท เป็น DTA หรือ DTL
ตอบ:รายการนี้ถือว่าก่อให้เกิด DTA (สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) สุทธิครับ! โดยจะเกิดจากส่วนต่างจำนวน 20 ล้านบาท

Step 1 บัญชี (Book): กิจการต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายใน PNL 2 ตัว คือ ค่าเสื่อมราคา ROU (90 ล้านบาท) + ดอกเบี้ยจ่าย (30 ล้านบาท) = รวมค่าใช้จ่ายทางบัญชี 120 ล้านบาท

Step 2 ภาษี (Tax): สรรพากรจะรับรู้ค่าใช้จ่ายตามจำนวน "ค่าเช่าที่จ่ายจริง" ในงวดนั้น = ค่าใช้จ่ายทางภาษี 100 ล้านบาท

Step 3 เข้าสมการหารวย/จน: บัญชีหักค่าใช้จ่ายไป 120 ล้าน แต่สรรพากรให้หักแค่ 100 ล้าน แปลว่ากำไรทางบัญชีจะต่ำกว่ากำไรทางภาษีอยู่ 20 ล้านบาท ในมุมมองนี้บัญชี "จนลง" (บัญชีจนกว่าสรรพากร)

สรุป: กฎเหล็กคือ "รวยขึ้นเป็น DTL / จนลงเป็น DTA" เมื่อบัญชีจนลง จึงต้องตั้ง DTA (สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) จากส่วนต่าง 20 ล้านบาทนี้

ตารางศักดิ์สิทธิ์ จำ จำ จำ

Screenshot 2026-05-28 130904