คู่มือเตรียมสอบ CPA วิชาการบัญชี 1 (TAS/TFRS Financial Accounting - Master Guide)

จัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญทางบัญชีการเงินและติวเตอร์เตรียมสอบ CPA สำหรับผู้มุ่งมั่นสู่การสอบผ่าน CPA ประเทศไทย

[!IMPORTANT] คู่มือเล่มนี้รวบรวมข้อสอบปรนัย CPA บัญชี 1 ทั้งหมดจำนวน 368 ข้อ จากคลังข้อสอบจริง โดยจัดหมวดหมู่ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินอ้างอิง เรียงลำดับจากความถี่สูงสุดไปต่ำสุด เพื่อเน้นจุดออกข้อสอบที่สำคัญที่สุด

📌 สารบัญกลุ่มมาตรฐานการบัญชี (เรียงตามความถี่ที่ออกสอบ)

  1. TFRS 3: การรวมธุรกิจ (ออกสอบ 45 ข้อ)
  2. TFRS 16: สัญญาเช่า (ออกสอบ 40 ข้อ)
  3. TAS 40: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ออกสอบ 39 ข้อ)
  4. TAS 2: สินค้าคงเหลือ (ออกสอบ 38 ข้อ)
  5. TAS 19: ผลประโยชน์ของพนักงาน (ออกสอบ 25 ข้อ)
  6. TFRS 10: งบการเงินรวม (ออกสอบ 24 ข้อ)
  7. TAS 37: ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น (ออกสอบ 20 ข้อ)
  8. TAS 16: ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (ออกสอบ 20 ข้อ)
  9. TAS 12: ภาษีเงินได้ (ออกสอบ 19 ข้อ)
  10. TAS 28: เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า (ออกสอบ 17 ข้อ)
  11. กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน (ออกสอบ 16 ข้อ)
  12. TAS 38: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ออกสอบ 16 ข้อ)
  13. TFRS 11: การร่วมการงาน (ออกสอบ 14 ข้อ)
  14. TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน (ออกสอบ 13 ข้อ)
  15. TAS 36: การด้อยค่าของสินทรัพย์ (ออกสอบ 10 ข้อ)
  16. TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืม (ออกสอบ 8 ข้อ)
  17. TFRS 6: การสำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่ (ออกสอบ 4 ข้อ)

TFRS 3: การรวมธุรกิจ

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

กิจการมีทางเลือกในการวัดมูลค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 2 วิธี คือวิธีราคาทุน ซึ่งจะเท่ากับ 45 ล้านบาท และวิธีตีราคาเพิ่มซึ่งสามารถแสดงมูลค่าได้เท่ากับ 65 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 1/61)

คำถาม: อ้างถึง ม.บช. 12 เรื่องภาษีเงินได้ ข้อใดเป็นผลแตกต่างชั่วคราว ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 12: หากค่าเสื่อมราคาทางภาษีสูงกว่าทางบัญชี จะทำให้มูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) สูงกว่าฐานภาษี (Tax Base) ก่อให้เกิด ผลแตกต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) ซึ่งนาไปสู่หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL)

คำถามข้อที่ 46 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: รำยการต่อไปนี้ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปี ยกเว้นข้อใด ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 36: สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบการด้อยค่าทุกปีไม่ว่าจะบ่งชี้หรือไม่ คือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ส่วน สินทรัพย์องค์กร (Corporate Assets) จะทดสอบเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น (ยกเว้นกรณีถูกปันส่วนเข้าหน่วยที่มี Goodwill) ดังนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อยกเว้นที่ถูกต้องที่สุด

คำถามข้อที่ 61 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: กิจการซื้อหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง 7,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ105 บาท จำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนทั้งหมดของกิจการแห่งนี้คือ 10,000 หุ้น และกิจการมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 630,000 บาท ทั้งนี้ กิจการประเมินมูลค่ายุติธรรมของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม เท่ากับ 315,000 บาท ค่าความนิยมจากการซื้อกิจการครั้งนี้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตามการคำนวณดังนี้ : ((7,000 x 105) + มูลค่ายุติธรรมของ NCI 315,000) – FMV ของสินทรัพย์สุทธิ 630,000 = 420,000 บาท

คำถามข้อที่ 64 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: บ. ให้เช่าคลังสินค้า โดยมี.ค.ลังสินค้า 1 แห่ง ให้บริการเก็บสินค้าโดยลูกค้าจะเข้ามาในพื้นที่คลังตามเวลาที่กำหนด หากจะมารับ สินค้าจะต้องแจ้งบริษัทเสมอ และบ.ทำระบบที่ใช้ระบุตำแหน่งสินค้า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 86 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการไม่ต้องรับรู้หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในกรณีใด ตัวเลือก:

ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจไม่ถือเป็นผลต่างชั่วคราวที่ต้องรับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (TAS12.15)

คำถามข้อที่ 90 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการซื้อส่วนได้เสียทั้งหมดในบริษัทย่อยเป็นเงิน 80,000 ล้านบาท โดยที่มูลค่าตามบัญชีของ บ.ย่อยเท่ากับ 48,500 ล้านบาท ในขณะ ที่มูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทย่อยมีคดีความ 1,500 ล้านบาท แต่ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายยืนยันว่า กิจการจะไม่แพ้แน่นอน ให้คำนวนหาค่าความนิยม ตัวเลือก:

การคำนวณ: เงินลงทุน (Cost) = 80,000 ล้านบาท มูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์สุทธิ = 50,000 ล้านบาท (โจทย์ให้ตัวเลข FV สุทธิมาแล้ว และแม้มีคดีความ ถ้าตีมูลค่ารวมใน Net Assets แล้วก็ใช้ยอดนี้ หรือถ้าแยกออกมา การรับรู้ 30,000 สื่อว่าใช้ยอด 50,000 หักกลบเลย) Goodwill = 80,000 - 50,000 = 30,000 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 94 (ภาคการสอบ: 1/63)

คำถาม: ซื้อกิจการเป็นสัดส่วน 90% จ่ายเงิน 1,000 บาท ในจำนวนนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายทางตรงที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ 50 บาท และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังจากรวมธุรกิจ 10 บาท กิจการจะบันทึกเงินลงทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 3: มูลค่าเงินลงทุน (สิ่งตอบแทนที่โอนให้) คือมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่จ่ายไป (1,000 บาท) ส่วนค่าใช้จ่ายทางตรงในการรวมธุรกิจ (50 บาท) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ทันที ไม่รวมเป็นราคาทุนของเงินลงทุน

คำถามข้อที่ 102 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: กิจการให้พนักงานกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยตํ่า ในเวลา 3 ปี แสดงคำนวนเป็นตารางคิดดอกเบี้ยจำนวนที่หักให้พนักงาน ในระหว่่าง 3 ปี หากพนักงานลาออก พนักงานต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่เหลือทั้งหมด ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 103 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ก่อนที่จะรับรู้กำไรจากการซื้อในราคาตํ่ากว่ามูลค่ายุติธรรม รายการใดเป็นรายการที่ผู้ซื้อไม่ต้องทบทวนกระบวนการวัดมูลค่า ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 3: ก่อนรับรู้กำไรจากการต่อรองราคา (Bargain Purchase) ผู้ซื้อต้องทบทวนการวัดมูลค่าของ (a) สินทรัพย์/หนี้สินที่ได้มา (b) ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม และ (c) สิ่งตอบแทนที่โอนให้ เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้อง แต่ วันที่ซื้อ ไม่ใช่รายการมูลค่าที่ต้องทบทวนเพื่อการคำนวณกำไร

คำถามข้อที่ 133 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: บ.A จ่ายซื้อ บ.B ในสัดส่วน 100% มูลค่าจ่ายซื้อ 20 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชีและมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิ บ.B เท่ากับ 15 ล้านบาท และ 18 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งสินทรัพย์ของ B มีเพียงรายการเดียว คือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ค่าความนิยมเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:

หากกิจการที่ซื้อมามีสินทรัพย์เพียงรายการเดียว (ที่ดิน) และไม่มีกระบวนการ (Process) ทางธุรกิจ อาจไม่เข้าข่ายนิยามของ "ธุรกิจ" แต่เป็นการซื้อสินทรัพย์ (Asset Acquisition) จึงปันส่วนราคาซื้อให้สินทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรม และ ไม่รับรู้ค่าความนิยม (Goodwill)

คำถามข้อที่ 134 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: สินทรัพย์รายการใดที่ไม่ต้องทดสอบด้อยค่าทุกปี ตัวเลือก:

(ดูเหมือนเฉลยในไฟล์จะเลือกข้อนี้ แต่ตามมาตรฐาน TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน หรือ ยังไม่พร้อมใช้ ซึ่ง Intangible ระหว่างพัฒนาเข้าข่ายยังไม่พร้อมใช้ จึงต้องทดสอบทุกปี ดังนั้นคำตอบที่ถูกควรเป็นสินทรัพย์ที่มีอายุแน่นอนถ้ามีในตัวเลือกอื่น)

คำถามข้อที่ 139 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: ข้อใดไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ TAS 38 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:

ค่าความนิยม (Goodwill) ที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐาน TAS 38 แต่ให้ถือปฏิบัติตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ (เนื่องจาก Goodwill ระบุตัวตนไม่ได้แยกต่างหาก)

คำถามข้อที่ 164 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 3 เรื่องการรวมธุรกิจ ข้อใดไม่ใช่สิ่งตอบแทนที่โอนให้ ตัวเลือก:

ในการรวมธุรกิจ กิจการผู้ซื้อต้องใช้วิธีซื้อ เว้นแต่จะเป็นการรวมธุรกิจภายใต้การควบคุมเดียวกันที่ให้ใช้วิธีรวมส่วนได้

คำถามข้อที่ 177 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขายมาเป็นเวลานาน ในวันที่ 1 ม.ค.25x1 มีกฎหมายออกมาให้เรียก คืนและทำลายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.25x2 ซึ่งบริษัทไม่สามารถหลีกเลี่ยงการไม่ ทำตามกฎหมายได้ จึงได้ประมาณการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าเป็นสินค้าคงเหลือที่ต้องเรียกคืนและทำลาย ณ 31 ธ.ค.25x1 มูลค่าสินค้าคงเหลือ 2 ล้านบาท มูลค่าปัจจุบันของประมาณการค่าทำลายสินค้า 1.95 ล้านบาท และ มูลค่าเงินในอนาคตของประมาณการค่าทำลายสินค้า 2.1 ล้านบาท ข้อใดถูกต้องในการประมาณการหนี้สิน ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 178 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: รายการใดที่ไม่กระทบ DTA DTL ตัวเลือก:

ค่าความนิยม (Goodwill) ที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ เป็นข้อยกเว้นตาม TAS 12 ที่ ไม่ต้องรับรู้ หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) แม้ว่ามูลค่าตามบัญชีจะสูงกว่าฐานภาษี (เนื่องจากฐานภาษีมักเป็น 0)

คำถามข้อที่ 188 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: สินทรัพย์รายการใดที่ไม่ต้องทดสอบด้อยค่าทุกปี ตัวเลือก:

(ดูเหมือนเฉลยในไฟล์จะเลือกข้อนี้ แต่ตามมาตรฐาน TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน หรือ ยังไม่พร้อมใช้ ซึ่ง Intangible ระหว่างพัฒนาเข้าข่ายยังไม่พร้อมใช้ จึงต้องทดสอบทุกปี ดังนั้นคำตอบที่ถูกควรเป็นสินทรัพย์ที่มีอายุแน่นอนถ้ามีในตัวเลือกอื่น)

คำถามข้อที่ 193 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: บริษัทมีอาคาร 3 หลัง อาคารหลังที่ 1 บริษัทใช้เอง อาคารหลังที่ 2 ให้บริษัทย่อยเช่า และอาคารหลังที่ 3 ให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันเช่า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 194 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: 1 เม.ย.25x1 บริษัทนารถบรรทุก มีมูลค่าตามบัญชี 800,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 1,000,000 บาท ไป แลกเปลี่ยนกับรถยนต์ผู้บริหารซึ่งมีมูลค่ายุติธรรม 1,400,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 204 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ในการรวมกิจการ จะวัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน ด้วยมูลค่ายุติธรรม ยกเว้นรายการใดที่ต้องรับรู้ตาม TFRS ที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือก:

ในการรวมธุรกิจ สินทรัพย์และหนี้สินที่ได้มาต้องวัดด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ยกเว้นรายการที่มีมาตรฐานเฉพาะกำหนดไว้ต่างหาก เช่น ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (TAS 12), ผลประโยชน์พนักงาน (TAS 19), สัญญาเช่า (TFRS 16) ซึ่งสินทรัพย์สิทธิการใช้ให้วัดมูลค่าตาม TFRS 16 (โดยใช้วิธีปฏิบัติเหมือนสัญญาเช่าใหม่ ณ วันซื้อ)

คำถามข้อที่ 211 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: รายการใดไม่ต้องปรับใช้ TAS 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) ได้รับการยกเว้นจากขอบเขตของ TAS 36 เนื่องจากมีข้อกำหนดการปรับลดมูลค่า (Review carrying amount) ระบุไว้ใน TAS 12 อยู่แล้ว

คำถามข้อที่ 221 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: หากมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ 100 บาท ค่าความนิยม 20 บาท และมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (RA) 110 บาท ตัวเลือก:

การคำนวณ: หน่วยสินทรัพย์รวม = 100 + 20 (Goodwill) = 120.Recoverable Amount = 110.Loss = 10. ปันส่วนให้ ค่าความนิยม ก่อนจนหมด

คำถามข้อที่ 233 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: บริษัทมีอาคาร 3 หลัง อาคารหลังที่ 1 บริษัทใช้เอง อาคารหลังที่ 2 ให้บริษัทย่อยเช่า และอาคารหลังที่ 3 ให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันเช่า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 235 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 1 เม.ย.25x1 บริษัทนารถบรรทุก มีมูลค่าตามบัญชี 800,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 1,000,000 บาท ไปแลกเปลี่ยน กับรถยนต์ผู้บริหารซึ่งมีมูลค่ายุติธรรม 1,400,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 244 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ข้อใดต้องรับรู้ด้อยค่าตาม TAS 36 ตัวเลือก:

(โจทย์น่าจะถามว่าข้อใด ไม่ต้อง ทดสอบทุกปี) สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible (อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้) ส่วน PPE จะทดสอบก็ต่อเมื่อมี ข้อบ่งชี้ (Indication) เท่านั้น

คำถามข้อที่ 257 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: บริษัท ก มาซื้อหุ้น 80% ของบริษัท ข ที่ทำการพัฒนาวัคซีน โดยบริษัท ข ทำการพัฒนาวัคซีนเสร็จเพียง 70% บริษัท ก คาดว่าจะการพัฒนาวัคซีนของบริษัท ข จะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 270 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: กิจการมีการเปลี่ยน 1) วิธีคิดค่าเสื่อมราคาจากเส้นตรง เป็น sum of the year digit 2)มูลค่าคงเหลือ 3) อายุ การให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 272 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ผลแตกต่างชั่วคราวใดที่ทำให้เกิด DTL ตัวเลือก:

การตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น (Revaluation Surplus) ทำให้ BV > Tax Base เกิดผลแตกต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี จึงทำให้เกิด หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) (รับรู้ใน OCI)

คำถามข้อที่ 275 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: กิจการมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รายการหนึ่งมูลค่าตามบัญชี 120 ล้านบาท ซึ่งกิจการใช้วิธีตีราคาใหม่ ซึ่ง มูลค่าตามบัญชีกรณีที่ไม่ได้ตีราคาเท่ากับ 100 ล้านบาท หากมูลค่าจากการตีราคา ณ สิ้นปีเท่ากับ 70 ล้านบาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 284 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: รายจ่ายรายการใดไม่นามาใช้ในการคำนวณค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ ตัวเลือก:

การคำนวณค่าความนิยม จะนาสิ่งตอบแทนที่โอนให้, NCI, และส่วนได้เสียเดิม มาเปรียบเทียบกับสินทรัพย์สุทธิที่ได้มา ส่วน ค่าใช้จ่ายในการรวมธุรกิจ (เช่น ค่าที่ปรึกษากฎหมาย) ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนทันที ไม่รวมเป็นต้นทุน

คำถามข้อที่ 285 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ตาม TAS16 ตัวเลือก:

อาคารที่ซื้อมาจากการรวมธุรกิจและมีเจตนาขายทันที (และเข้าเงื่อนไข) จัดประเภทเป็น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย ตาม TFRS 5 ไม่ใช่ PPE ตาม TAS 16

คำถามข้อที่ 294 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: สินทรัพย์ที่ต้องทำการทดสอบการด้อยค่าทุกปี ไม่รวมถึงรายการใดต่อไปนี้ ตัวเลือก:

ตาม TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปีคือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ ส่วน สินทรัพย์องค์กร จะทดสอบเมื่อมีข้อบ่งชี้ (หรือทดสอบร่วมกับหน่วยสินทรัพย์ฯ) +2

คำถามข้อที่ 295 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ซื้อกิจการ ผู้ถูกซื้อ มีข้อมูลดังนี้ ทุน 100,000 กำไรสะสม 80,000 โดยจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ใช้จ่ายในการ ออกเอกสาร 2,000 สินทรัพย์ FMV>BV 20,000 หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 6,000 ค่าความนิยม 10,000 ผลตอบแทนที่ซื้อ มีมูลค่าเท่าใด ตัวเลือก:

คำนวณจาก: สินทรัพย์สุทธิ (ทุน 100,000 + กำไรสะสม 80,000 + ปรับมูลค่ายุติธรรม 20,000 - ภาษีรอตัดบัญชี 6,000) + ค่าความนิยม 10,000 = 194,000 + 10,000 = 204,000 (ค่าใช้จ่ายในการออกเอกสารไม่รวมเป็นต้นทุนการรวมธุรกิจ) +1

คำถามข้อที่ 299 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 3 ข้อใดไม่สามารถวัดมูลค่าใหม่ภายใน1ปี (measurement period) นับจากการรวมธุรกิจสำเร็จ ตัวเลือก:

ช่วงเวลาวัดมูลค่า (ภายใน 1 ปี) ใช้ปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์ที่ได้มา หนี้สิน หรือสิ่งตอบแทนที่โอนให้ แต่ ค่าใช้จ่ายในการรวมธุรกิจ (Acquisition-related costs) ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ไม่มีการวัดมูลค่าใหม่ในช่วงนี้ +1

คำถามข้อที่ 300 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ข้อใดที่ไม่เกี่ยวกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ตาม TAS 36 ตัวเลือก:

สินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็นถือไว้เพื่อขายให้วัดมูลค่าตาม TFRS 5 (ราคาทุน หรือ FV หักต้นทุนการขาย ตัวที่ต่ำกว่า) จึงไม่อยู่ในขอบเขตของ TAS 36

คำถามข้อที่ 302 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบด้อยค่าประจำปี ไม่รวมรายการในข้อใด ตัวเลือก:

รายจ่ายวิจัย ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ จึงไม่ต้องทดสอบการด้อยค่า (ส่วน ก, ค, ง ต้องทดสอบทุกปี) +1

คำถามข้อที่ 314 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: 1 มค 25x1 กิจการทำสัญญาเช่า 12 เดือนโดยไม่มีเงื่อนไขในการยืดอายุ แต่ 1 ตุลา 25x1 คุยกับเจ้าของว่าจะ เช่าต่ออีก 2 ปี โดยเริ่ม ณ 1 มค 25x2 เป็นต้นไป ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 317 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่จำเป็นต้องทดสอบด้อยค่าสินทรัพย์ทุกรอบรายงาน ตัวเลือก:

สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบการด้อยค่าทุกปี คือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ ส่วนสินทรัพย์ที่มี อายุการใช้งานทราบได้แน่นอน (ข้อ b) จะทดสอบก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น

คำถามข้อที่ 318 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ที่ระบุได้ตาม TAS38 ตัวเลือก:

ค่าความนิยม (Goodwill) ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตาม TAS 38 เพราะขาดคุณสมบัติเรื่อง "การระบุได้" (Identifiability) (แยกขายต่างหากไม่ได้) แต่ให้ถือปฏิบัติตาม TFRS 3

คำถามข้อที่ 336 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็น “วันซื้อกิจการสำเร็จ” ตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:

วันที่ผู้ซื้อมีอำนาจควบคุม (Control) กิจการที่ถูกซื้ออย่างสมบูรณ์

คำถามข้อที่ 337 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ที่ไม่สามารถระบุได้และแยกแสดงรายการได้ ตัวเลือก:

Goodwill ไม่สามารถแยกออกมาขายหรือระบุตัวตนได้ต่างหาก (Unidentifiable)

คำถามข้อที่ 338 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

กิจการมีทางเลือกในการวัดมูลค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 2 วิธี คือวิธีราคาทุน ซึ่งจะเท่ากับ 45 ล้านบาท และวิธีตีราคาเพิ่มซึ่งสามารถแสดงมูลค่าได้เท่ากับ 65 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 349 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: วันใดต่อไปนี้ถือว่าเป็น “วันซื้อกิจการสำเร็จ” ตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:

วันที่สามารถกำหนดนโยบายหรือแต่งตั้งกรรมการได้ (Control)

คำถามข้อที่ 360 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “ถูกต้อง” เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เกิดจากการคํ้าประกัน (Indemnification Asset) ตาม TFRS 3 เรื่อง การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:

ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

คำถามข้อที่ 363 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: บริษัท A จำกัด ทำสัญญาซื้อหุ้นของบริษัท B จำกัด เพื่อให้ได้อำนาจควบคุม โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้ • 30 มิถุนายน 25X1 บริษัท A และผู้ถือหุ้นของบริษัท B ลงนามในสัญญาซื้อหุ้น • 20 กรกฎาคม 25X1 บริษัท A เริ่มมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการบริหารและมีอำนาจในการตัดสินใจ เกี่ยวกับกิจกรรมที่สำคัญของบริษัท B • 31 กรกฎาคม 25X1 บริษัท A ชำระเงินค่าซื้อหุ้นครบถ้วนให้แก่ผู้ขาย ตามมาตรฐาน TFRS 3 การรวมธุรกิจ วันที่ซื้อกิจการ (Acquisition date) คือข้อใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณค่าความนิยม: ค่าความนิยม (Goodwill) = สิ่งตอบแทนที่โอนให้ + ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) + มูลค่ายุติธรรมของหุ้นเดิม - มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ระบุได้ที่ได้มา

การบันทึกบัญชี ณ วันซื้อกิจการ:

Dr. สินทรัพย์ต่าง ๆ (มูลค่ายุติธรรม)
Dr. ค่าความนิยม (Goodwill) (ถ้ามี)
  Cr. หนี้สินต่าง ๆ (มูลค่ายุติธรรม)
  Cr. สิ่งตอบแทนที่โอนให้ (เช่น เงินสด หรือหุ้นทุนของบริษัทผู้ซื้อ)
  Cr. ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)
  Cr. กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม (ถ้ามี)

TFRS 16: สัญญาเช่า

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 เมื่อกิจการบันทึกบัญชีตามสัญญาเช่าด ำเนินงำน. แต่พอสิ้นสุดสัญญำ กิจการได้รับสิทธิซื้อ สินทรัพย์ กิจการจะต้องปฏิบัติทำงบัญชีอย่ำงไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 กิจการเช่าพื้นที่เปิดร้ำนกำแฟ ท ำสัญญำ 1 เมษำยน 25x1 ค่าเช่าปีละ 1.20 ล้ำนบาท เริ่มคิด ค่าเช่าในวันที่เปิดขาย ซึ่งวันที่ 1 พฤษภำคม กิจการเข้ำตกแต่งพื้นที่ และ 1 มิ.ย. เริ่มขาย บริษัทท ำสัญญาเช่า 1 ปี บริษัทจะต้องเริ่ม บันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ำยเดือนใด และบันทึกค่าเช่าเดือนละเท่ำไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 บริษัทไอซ์ จำกัดขายสินทรัพย์ให้กับบริษัทไฟ จำกัดแล้วเช่าสินทรัพย์ดังกล่ำวกลับทันทีเป็น เวลำ 10 ปี โดยต้องจ่ำยค่าเช่ารำยปีปีละ 1.10 ล้ำนบาทเป็นเวลำ10ปี บริษัทไอซ์ควรบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่ำงไร พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 20, 21, 27, 28 ก.พ. , 5, 6 มี.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตของมำตรฐำนการบัญชีฉบับนี้ ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: กิจการจ่ายสิทธิการเช่า 3,000 ล้านบาท โดยทำสัญญาเช่า 30 ปี ค่าเช่าปีละ 5 ล้านบาท ต่อสัญญาเช่าได้อีก 30 ปี โดยค่าเช่าปีที่ 31- 60 ภายหลังต่อสัญญาจะไม่ต่ำกว่าปีละ 5 ล้านบาท ซึ่งกิจการยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะต่อสัญญาเช่าหรือไม่ ค่าเช่าต่อปีเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: ข้อใดไม่จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน

คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: กิจการผู้เช่าทำสัญญาเช่า 3 ปี โดยจ่ายค่าเช่าปีละ 1 ล้านบาท 2 ล้านบาท และ 3 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งผู้เช่าต้องเสียค่าย้ายสิ่งของ 4 แสนบาท แต่ผู้ให้เช่าออกให้ 3 แสนบาท กิจการผู้เช่าจะต้องบันทึกค่าเช่าปีแรกเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: ให้วัดมูลค่าต้นทุนของสินทรัพย์ ในกรณีที่บริษัทมีต้นทุนก่อสร้าง 300 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 โดยที่1) กิจการมีหนี้สินจากสัญญาเช่า การเงิน ณ 1 มค x1 มูลค่า 200 ล้านบาท ยอดคงเหลือ ณ 31 มค x1 คือ 100 ล้านบาท และไม่มียอดคงเหลือเลย ณ 28 กพ x1 อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และ 2) กิจการมีเงินเบิกเกินบัญชีในไตรมาสที่ 1 ทั้งหมด 200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: บริษัท ก เช่าพื้นที่ บริษัท ข โดยเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน ปีที่ 1, 2, และ 3 มีอัตราค่าเช่าเท่ากับ 1, 2 , 3 ล้านบาทตามลำดับ โดยที่ บริษัท ก จ่ายค่าขนย้าย 4 แสนบาท แต่บริษัท ข ช่วยจ่าย 3 แสนบาท บริษัท ก ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 1/60)

คำถาม: กิจการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์รายการหนึ่งเป็นเวลา 5 ปี ค่าเช่าปีละ 600,000 บาท จ่ายทุกวันที่ 1 ตุลาคมเริ่มจ่ายครั้ง แรก 1 ตุลาคม 25x3 กิจการจะต้องบันทึกบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3 อย่างไร ตัวเลือก:

ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าคำนวณตามเกณฑ์คงค้าง โดยจ่ายไป 600,000 บาทสำหรับ 1 ปี (12 เดือน) เริ่ม 1 ต.ค. 25x3 ในปี 25x3 มีค่าเช่าเกิดขึ้นจริง 3 เดือน (ต.ค. - ธ.ค.) = 150,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 9 เดือนจึงเป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า = 450,000 บาท

คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 2/60)

คำถาม: ค่าเช่า ปีละ 300,000 บาท สัญญาเช่าดำเนินงาน ระยะเวลาเช่า 3 ปี ผู้ให้เช่าจ่ายค่าขนย้ายให้ 30,000 บาทรับรู้ค่าเช่าปีต่อปี เท่าใด ตัวเลือก:

ค่าเช่าจ่ายสุทธิตลอดอายุสัญญาเช่า = (300,000 x 3) - 30,000 = 870,000 บาท ทยอยรับรู้ด้วยวิธีเส้นตรงปีละ = 870,000 / 3 = 290,000 บาท

คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 2/60)

คำถาม: บริษัท แต๋ว จำกัด ทำสัญญาเช่าการเงินเครื่องจักรรายการหนึ่งเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งต้องเสียค่าเช่าปีละ 1,000,000 บาท โดยผู้ให้ เช่าคาดว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์รายการนี้ ณ วันสิ้นสุดสัญญาเช่าเท่ากับ 50,000 บาท เเต่ผู้เช่าได้ประกันมูลค่าคงเหลือ เพียง 30,000 บาทเท่านั้น จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าของผู้เช่า = ผลรวมของค่าเช่ารายงวดตลอดอายุสัญญาเช่า (1,000,000 x 3 = 3,000,000) บวกกับจำนวนเงินที่ผู้เช่ารับประกันมูลค่าคงเหลือ (30,000) รวมเป็น 3,030,000 บาท

คำถามข้อที่ 47 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: บริษัทน้องแต๋ว จำกัด ท ำสัญญาเช่าโรงงำน 3 ปี ค่าเช่าปีแรก 120,000 บาทปีที่ 2 150,000 บาท ปีที่ 3 200,000 บาท โดยผู้ให้เช่าให้ใช้เครื่องจักรฟรีช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมของค่าใช้เครื่องจักรเท่ำกับ 30,000 บาท และวันท ำสัญญำผู้เช่าได้จ่ำยเงินล่วงหน้ำแก่ผู้ให้เช่า 50,000 บาทค่าเช่าปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: ค่าเช่าจ่ายรวม = 470,000หัก สิ่งจูงใจ (เครื่องจักรฟรี) = 30,000หัก สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงิน (เงินสดที่ผู้ให้เช่าจ่ายให้) = 50,000ต้นทุนสุทธิ = 390,000 / 3 ปี = 130,000 บาท/ปี

คำถามข้อที่ 48 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: บริษัทน้องติ๋ม จำกัด ท ำสัญญาเช่าโรงงำน 3 ปี ปีแรก 120,000 ปีที่ 2 150,000 ปีที่ 3 200,000 บาท โดยผู้ให้เช่า ให้ใช้เครื่องจักรฟรีช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมของค่าใช้เครื่องจักรเท่ำกับ 30,000 บาท และวันท ำ สัญญำผู้ให้เช่าจ่ำยเงินเพื่อจูงใจผู้เช่า 50,000 บาทค่าเช่าปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: ค่าเช่าจ่ายรวม = 470,000หัก สิ่งจูงใจ (เครื่องจักรฟรี) = 30,000หัก สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงิน (เงินสดที่ผู้ให้เช่าจ่ายให้) = 50,000ต้นทุนสุทธิ = 390,000 / 3 ปี = 130,000 บาท/ปี

คำถามข้อที่ 77 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลของสัญญาเช่าการเงิน  มูลค่าปัจจุบันของจำนวนเงินขั้นตํ่า 285,000 บาท  มูลค่ายุติธรรม 300,000 บาท  อายุสัญญา 3 ปี อายุการให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์ 4 ปี ไม่มีประกันมูลค่าคงเหลือ ข้อใดคือค่าเสื่อมราคาที่บันทึกตามสัญญาเช่าการเงิน ตัวเลือก:

การคำนวณ: ราคาทุนของสินทรัพย์ = ต่ำกว่าระหว่าง FV (300k) กับ PV (285k) -> ใช้ 285,000 การคิดค่าเสื่อมราคา: เนื่องจากไม่ระบุว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิซื้อ ให้ใช้อายุที่สั้นกว่าระหว่าง อายุสัญญา (3 ปี) กับ อายุสินทรัพย์ (4 ปี) -> ใช้ 3 ปี ค่าเสื่อมราคา = 285,000 / 3 = 95,000 บาท/ปี

คำถามข้อที่ 104 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ข้อใดต้องนามารวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สินตามสัญญาเช่าตาม TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 16: ในการคำนวณหนี้สินตามสัญญาเช่า ให้นาเฉพาะ "ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับดัชนีหรืออัตรา" (Index or Rate) มารวมคำนวณ ส่วนค่าเช่าที่ผันแปรตามยอดขายหรือการใช้งาน (Performance/Usage based) ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น

คำถามข้อที่ 108 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ข้อใดไม่สามารถใช้วิธีคิดผลขาดทุนทางด้านเครดิต ด้วยวิธี Simplified approach ตัวเลือก:

ไม่มีเฉลยอธิบาย

คำถามข้อที่ 112 (ภาคการสอบ: 3/63)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช้พิจารณาการจัดประเภทรายการของสินทรัพย์ทางการเงิน ตัวเลือก:

กิจการต้องจัดประเภทสินทรัพย์ทางการเงินใน 3 รูปแบบต่อไปนี้ 1) สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าภายหลังด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2) ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (Fair Value through Other Comprehensive Income - FVOCI) หรือ 3) ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (Fair Value Through Profit and Loss - FVPL) ตามเกณฑ์ทั้งสองข้อดังต่อไปนี้ 1) ตามโมเดลธุรกิจ (business model) ของกิจการในการจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน และ 2) ตามลักษณะของกระแสเงินสดตามสัญญาของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งข้อกำหนดในสัญญาของกิจการไม่ใช่เงื่อนไขในการใช้จัดประเภทเครื่องมือทางการเงิน

คำถามข้อที่ 122 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ข้อใดกล่าวผิด ตัวเลือก:

(ข้อความไม่ครบ) แต่หลักการคือ ผู้เช่าต้องรับรู้ ROU และ Lease Liability สำหรับสัญญาเช่าทุกสัญญา เว้นแต่จะเป็นสัญญาระยะสั้น (<12 เดือน) หรือสินทรัพย์มูลค่าต่ำ

คำถามข้อที่ 153 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: เมื่อวันที่ 1/1/25x1 บริษัทสัญญาเช่าสำนักงาน ปีละ 100 ล้านบาท จ่ายทุกวันสิ้นปี เริ่ม 31/12/25x1 อายุสัญญา 5 ปี อัตราเงินกู้ส่วนส่วนเพิ่ม 5% Wacc 4.5% ดอกเบี้ยหนี้สิน 4% ให้คำนวณหาดอกเบี้ยจ่ายสำหรับปี 25x1 ตัวเลือก:

ดอกเบี้ยจ่ายคำนวณจาก หนี้สินตามสัญญาเช่า × อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมส่วนเพิ่ม (Incremental Borrowing Rate) ที่ 5% (ไม่ใช่ WACC หรืออัตราดอกเบี้ยหนี้สินอื่น)

คำถามข้อที่ 155 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการเช่าอาคาร อายุสัญญาเช่าเริ่มตั้งแต่ 1/1/25x3 ถึง 31/12/25x9 กิจการมีส่วนปรับปรุงอาคารของอาคารที่ เช่า มูลค่า 3,500,000 อายุประโยชน์ 15 ปี กิจการต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาส่วนปรับปรุงอาคารเท่ากับเท่าใดในปี 25x4 ปี PVIF 5% ค่าเช่าจ่ายมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่า 1 0.9524 100 95.24 2 0.9070 100 90.70 3 0.8638 100 86.38 4 0.8227 100 82.27 5 0.7835 100 78.35 มูลค่าปัจจุบันค่าเช่า 432.94 อัตราดอกเบี้ย 5% ดอกเบี้ยปี 25x1 21.65 https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/ ตัวเลือก:

ตัดค่าเสื่อมราคาตามระยะเวลาที่สั้นกว่าระหว่าง อายุสัญญาเช่า (7 ปี) กับอายุการใช้งาน (15 ปี) • ค่าเสื่อม = 3,500,000 / 7 ปี = 500,000 บาท/ปี

คำถามข้อที่ 157 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ในการจัดทำงบเฉพาะกิจการ กิจการจะรวมต้นทุนกู้ยืมรายการใดเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ตัวเลือก:

ผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการกู้ยืมเงินตราต่างประเทศ สามารถรวมเป็นต้นทุนการกู้ยืมได้ เฉพาะส่วนที่ถือเป็นการปรับปรุงต้นทุนดอกเบี้ย ให้เท่ากับอัตราดอกเบี้ยท้องถิ่น

คำถามข้อที่ 163 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 เรื่อง “การยินยอมลดค่าเช่าอันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19” ข้อใดผิด ตัวเลือก:

(โจทย์น่าจะถามผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่ถือเป็น Lease Modification) หากไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญา ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการบันทึกบัญชีสัญญาเช่าเดิม

คำถามข้อที่ 167 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: จ่ายค่าเช่าปีละ 100 ล้านบาท 5 ปี แต่ค่าเช่าขึ้นตาม CPI โดย ณ สิ้นปีที่ 1 CPI +5% ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:

การบันทึกบัญชีเริ่มแรกของสัญญาเช่า (Initial Recognition): เดบิต สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Asset) และเครดิต หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability) ด้วยมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าที่ต้องจ่าย (17.73 ล้านบาท)

คำถามข้อที่ 169 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน

คำถามข้อที่ 176 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: 1/1/25x1 บจ. ทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อสร้างอาคารโดยจ่ายค่าเช่างวดแรกไปตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญาเช่า สัญญามี อายุ 3 ปี จ่ายค่าเช่าอีก 2 งวดๆ ละ 5,000,000 บาทจ่ายทุกๆ สิ้นปี สัญญาหมดอายุ 31/12/25x2 เมื่อสิ้นสุดสัญญา ต้องจ่ายค่ารื้อถอนอีก 2,000,000 อัตราคิดลดที่เหมาะสมคือ 10% โดย PVIF n=3, i=10% เท่ากับ 0.7513 PVIFa n=2, i=10% เท่ากับ 1.7355 ให้คำนวณหามูลค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่รับรู้ ณ วันที่ 1/1/25x1 ตัวเลือก:

คำนวณมูลค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU): 1. งวดแรกจ่ายทันที: 5,000,000 บาท (ไม่ต้องคิดลด) 2. งวดที่ 2 และ 3 (Annuity): 5,000,000 × 1.7355 = 8,677,500 บาท 3. ประมาณการค่ารื้อถอน (PV): 2,000,000 × 0.7513 = 1,502,600 บาท • รวม: 5,000,000 + 8,677,500 + 1,502,600 = 15,180,100 บาท

คำถามข้อที่ 180 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 ข้อใดที่ต้องรวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สินสัญญาเช่า ตัวเลือก:

องค์ประกอบของหนี้สินตามสัญญาเช่า ประกอบด้วย ค่าเช่าคงที่ (Fixed payments), ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับดัชนี/อัตรา, มูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะจ่าย, และราคาใช้สิทธิซื้อ (ถ้าแน่ใจ)

คำถามข้อที่ 189 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 บริษัททำสัญญาเช่า 3 ปี จ่ายค่าเช่าปีละ 1 ล้านบาททุกวันสิ้นปี ณ ต้นปี จ่ายค่ามัดจำที่จะได้คืน ณ สิ้นสุดสัญญา 500,000 บาท และต้องตั้งประมาณการรื้อถอน 500,000 บาทซึ่งเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้ว อัตรา ดอกเบี้ย 5% ต่อปี บริษัทต้องรับรู้ ROU เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

คำนวณ ROU: PV ของค่าเช่า (1M x PVIF_annuity, 3yr, 5%) + PV ประมาณการค่ารื้อถอน (500k) + เงินมัดจำ (500k) [ตัวเลขขึ้นอยู่กับการเปิดตาราง PV]

คำถามข้อที่ 200 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: สัญญาในข้อใดเป็นไปตามข้อปฏิบัติของ TFRS16 ตัวเลือก:

สัญญาเช่าที่มีสิทธิเช่าช่วง (Sublease) มักเข้าข่ายสัญญาเช่าตาม TFRS 16 และไม่สามารถใช้ข้อยกเว้นสัญญาเช่ามูลค่าต่ำได้

คำถามข้อที่ 201 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: บริษัททำสัญญาเช่า 1 ปี ค่าเช่า 230,000 บาทต่อเดือน จ่ายค่าเช่าทุกสิ้นปี เริ่ม 1 มี.ค. 25x1 สัญญาเช่าระบุว่า หากยกเลิกผู้เช่าต้องจ่ายค่าปรับ 1.2 เท่าของค่าเช่าที่เหลือ ต่อมาบริษัทต้องย้ายสำนักงานเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 25x2 บริษัทต้องบันทึกบัญชีปรับปรุงรายการปี 25x1 อย่างไร ตัวเลือก:

สัญญาสร้างภาระ (Onerous Contract) ต้องตั้งประมาณการหนี้สินจากต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (Lower of Cost of fulfilling or Penalty) • กรณีนี้ย้ายออกต้องจ่ายค่าปรับ หรือจ่ายค่าเช่าต่อจนครบ ต้องเลือกทางที่จ่ายต่ำสุดและบันทึกเป็นหนี้สิน

คำถามข้อที่ 208 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: กิจการต้องวัดมูลค่าหุ้นกู้ที่มีสิทธิแปลงสภาพ (Convertible bond) อย่างไร ตัวเลือก:

หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) ฝั่งผู้ออกต้องแยกส่วนหนี้สินและทุน แต่ฝั่งผู้ถือ (สินทรัพย์) หากไม่ผ่านการทดสอบ SPPI (เพราะมีสิทธิแปลงสภาพ) จะต้องวัดมูลค่าด้วย FVPL (Fair Value through Profit or Loss)

คำถามข้อที่ 220 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดไม่เป็นต้นทุนการกู้ยืมตาม TAS 23 ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืมต้องเกิดจาก "หนี้สิน" หากหุ้นบุริมสิทธิ์จัดเป็นตราสารทุน เงินปันผลที่จ่าย ไม่ใช่ ต้นทุนการกู้ยืม

คำถามข้อที่ 228 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 ข้อใดไม่เข้าข้อยกเว้นการรับรู้ ROU ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 16: ข้อยกเว้นสินทรัพย์มูลค่าต่ำ (Low-value assets) ห้าม ใช้กับสินทรัพย์ที่นามา ให้เช่าช่วง (Sublease) ต่อ

คำถามข้อที่ 231 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 1/1/25×1 กิจการทำสัญญาเช่าที่ดิน จ่ายปีละ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% อายุสัญญาเช่า 10 ปี ต่อมา 31/12/×7 กิจการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 2 ปี เงินงวดใหม่คือ 107,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราใหม่ เท่ากับ 6% ให้ คำนวณมูลค่าหนี้สินสัญญาเช่า ณ วันที่ 31/12/x7 ตัวเลือก:

การคำนวณ: เป็นการคำนวณ PV ของกระแสเงินสดใหม่ (100k ช่วงแรก + 107k ช่วงขยาย) ด้วยอัตราดอกเบี้ยใหม่ 6% (เฉลยคำนวณมาให้แล้วในตาราง Source 1204)

คำถามข้อที่ 271 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดไม่รวมในการคำนวนค่าเช่าขั้นตํ่า ตัวเลือก:

ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานหรือการใช้ (เช่น % ยอดขาย) ไม่รวม ในการคำนวณหนี้สินตามสัญญาเช่า (แต่ตัดเป็น Expense เมื่อเกิด)

คำถามข้อที่ 288 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9 ตัวเลือก:

เครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (FV) (เช่น FVTPL) จะรับรู้การเปลี่ยนแปลงมูลค่าในกำไรขาดทุนอยู่แล้ว จึง ไม่อยู่ ในขอบเขตของการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (Impairment)

คำถามข้อที่ 289 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: 1 ก.พ. เซ็นสัญญาเช่าเครื่องจักร โดย 1 มิ.ย. ส่งมอบ ซึ่ง 15 ก.พ. เริ่มประกอบเครื่องจักร 1มิ.ย. ขนส่งเครื่องจักร และ 3 มิ.ย. เครื่องจักรติดตั้งพร้อมใช้งาน สัญญาเช่ามีผลวันใด ตัวเลือก:

วันเริ่มต้นสัญญาเช่า (Lease Commencement Date) คือวันที่ผู้ให้เช่าจัดสรรสินทรัพย์เพื่อให้ผู้เช่าเริ่มใช้สิทธิ์ของตนได้ ซึ่งในกรณีนี้คือวันที่เครื่องจักรติดตั้งพร้อมใช้งานในวันที่ 5 มิถุนายน

คำถามข้อที่ 334 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน

คำถามข้อที่ 347 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “อยู่นอกขอบเขต” ของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน) ตัวเลือก:

สัญญาซื้อขายสินค้าเพื่อใช้ในการดำเนินงานปกติ ไม่อยู่ในขอบเขต TFRS 9

คำถามข้อที่ 368 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: บริษัท ก ทำสัญญาเช่าสำนักงานเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยชำระค่าเช่า ปีละ 200,000 บาท ณ สิ้นปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 หลังจากบันทึกบัญชีตาม TFRS 16 แล้ว กิจการมีสินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use asset) = 800,000 บาท หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease liability) = 900,000 บาท สำหรับวัตถุประสงค์ทางภาษี ค่าเช่าจะ ถือเป็น ค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายเงิน และไม่รับรู้สินทรัพย์หรือหนี้สินจากสัญญาเช่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ตาม TAS 12 ภาษีเงินได้ กิจการควรรับรู้ สินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณหนี้สินสัญญาเช่า: หนี้สินสัญญาเช่า = PV ของเงินจ่ายชำระตามสัญญาเช่าในอนาคต สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU) = หนี้สินสัญญาเช่า + เงินจ่ายล่วงหน้า + ต้นทุนทางตรงเริ่มแรก - แรงจูงใจที่ได้รับ

การบันทึกบัญชี ณ วันเริ่มสัญญาเช่า:

Dr. สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Asset)
  Cr. หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability)

การบันทึกบัญชีเมื่อจ่ายค่าเช่าและบันทึกดอกเบี้ย/ค่าเสื่อมสะสมประจำงวด:

Dr. ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense)
Dr. หนี้สินตามสัญญาเช่า (ส่วนของเงินต้น)
  Cr. เงินสด / ธนาคาร

Dr. ค่าเสื่อมราคา - สินทรัพย์สิทธิการใช้
  Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม - สินทรัพย์สิทธิการใช้

TAS 40: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: กิจการต้องวัดมูลค่าหนี้สินเงินบำนาญ อย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: 1 มค x2 ลูกหนี้ตั้งใจจ่ายหุ้นมูลค่า 2 ล้านบาทจากเงินกู้ทั้งหมด 10 ล้านบาทให้ธนาคาร โดยมีดอกเบี้ยคงค้าง 500,000 อัตรา ดอกเบี้ยเดิม 12% และวันนี้ มูลค่ายุติธรรมของหุ้นที่ออกคือ 2.8 ล้านบาท หลังจากจ่ายหุ้นกู้ ธนาคารลดเงินต้นให้อีก 4 ล้านบาท และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 10% อยากทราบว่ากำไรจากการปรับโครงสร้างนี้เท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 1/60)

คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 สินทรัพย์รายการหนึ่งที่มีมูลค่าตามบัญชี 100 บาท อายุการใช้งาน 10 ปี มีมูลค่ายุติธรรม 62 บาท ซึ่ง หากต้องการขายสินทรัพย์ชิ้นนี้ จะต้องจ่ายค่าขนส่ง 3 บาท ค่านายหน้า 4 บาท นอกจากนี้สินทรัพย์รายการนี้มีมูลค่าปัจจุบันที่ คำนวณจากกระแสเงินสดรับจากการใช้เท่ากับ 54 บาท สินทรัพย์ชิ้นนี้มีผลขาดทุนด้อยค่าเท่ากับเท่าใด และมีมูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount) คือมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย (62 - 3 - 4 = 55) หรือมูลค่าจากการใช้ (54) แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า ซึ่งเท่ากับ 55 บาท ดังนั้น มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเท่ากับ มูลค่าตามบัญชี (100) หัก มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (55) = 45 บาท

คำถามข้อที่ 55 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: อ้างถึง ม.รง. 3 ข้อใดไม่ต้องรับรู้และวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 75 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการจะบันทึกการแลกเปลี่ยนที่ขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์อย่างไร ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: หากการแลกเปลี่ยน ขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์ (Lacks commercial substance) กิจการต้องวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับมาด้วย มูลค่าตามบัญชี (Book Value) ของสินทรัพย์ที่นาไปแลก (ไม่รับรู้กำไร/ขาดทุน)

คำถามข้อที่ 85 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ที่ทำธุรกรรมขายแล้วเช่ากลับดังนี้ ราคาทุนเดิม 10,000,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 8,000,000 บาท ขายแล้วเช่ากลับคืนโดยขายไป 1,800,000 บาท ซึ่งมูลค่ายุติธรรมตอนนั้น 1,850,000 บาท แล้วเช่ากลับระยะเวลาสั้นๆ ด้วยค่าเช่า ตามราคาตลาด การขายแล้วเช่ากลับในครั้งนี้จะก่อให้เกิดรายการ ตัวเลือก:

การวิเคราะห์ (Sale and Leaseback - TAS 17 เดิม): BV = 2,000,000 (10M - 8M). ขายได้ 1,800,000 (ซึ่งต่ำกว่า FV 1,850,000). เกิดผลขาดทุน 200,000. เนื่องจากเป็นการขายขาดทุนและเช่ากลับในราคาตลาด (Fair Rental) ผลขาดทุนนั้นให้ รับรู้ทันทีในกำไรขาดทุน (ไม่ต้องตั้งรอตัดบัญชี)

คำถามข้อที่ 88 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: เครื่องจักร ราคาทุน 540,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 324,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 270,000 บาท กิจการใช้วิธีตีราคาเพิ่มเป็นราคา ทุนเปลี่ยนแทน กิจการบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:

การคำนวณ (Proportionate Restatement): FV (270,000) / BV (216,000) = 1.25 เท่า ปรับปรุงราคาทุน: 540,000 x 1.25 = 675,000 (เพิ่มขึ้น 135,000) ปรับปรุงค่าเสื่อมสะสม: 324,000 x 1.25 = 405,000 (เพิ่มขึ้น 81,000) บันทึก: Dr. เครื่องจักร 135,000, Cr. ค่าเสื่อมสะสม 81,000, Cr. OCI 54,000

คำถามข้อที่ 105 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: กิจการลงทุน ในบริษัท ก ที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 2% ควรลงบัญชีเงินลงทุนด้วยวิธีใด ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 9: เงินลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ต้องวัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) เสมอ (ไม่ว่าจะเป็น FVPL หรือ FVOCI) การใช้ราคาทุนอนุโลมให้เฉพาะกรณีที่หา Fair Value ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น ซึ่งมาตรฐานใหม่บังคับใช้ Fair Value เป็นหลัก

คำถามข้อที่ 113 (ภาคการสอบ: 3/63)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการบัญชีป้องกันความเสี่ยงตาม TFRS 9 ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 9: ประเภทการบัญชีป้องกันความเสี่ยงมี 3 ประเภท คือ 1. Fair value hedge 2. Cash flow hedge และ 3. Net investment hedge ส่วน "Interest hedge" เป็นชื่อกลยุทธ์ ไม่ใช่ชื่อประเภททางบัญชี

คำถามข้อที่ 121 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน

คำถามข้อที่ 126 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: กิจการมีมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์โครงการ 200 ล้านบาท และมีมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตามโครงการ ผลประโยชน์ 500 ล้านบาท อัตราคิดลด 5% ไม่มีเพดานสินทรัพย์ กิจการจะรับรู้ดอกเบี้ยสุทธิเท่าใด ตัวเลือก:

ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest) = (ภาระผูกพัน 500M - สินทรัพย์โครงการ 200M) × อัตราคิดลด 5% = 300M × 5% = 15 ล้านบาท (เป็นดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ)

คำถามข้อที่ 127 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x4 บริษัทมีกองทุน (สินทรัพย์โครงการ) เพื่อใช้สำหรับจ่ายผลประโยชน์หลังออกจากงาน ของพนักงาน กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 100 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตาม โครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานมีจำนวน 70 ล้านบาท สินทรัพย์ส่วนเกินดังกล่าวไม่มีผลต่อจำนวนเงิน แก่บริษัท แม้ว่ากองทุนจะมีสินทรัพย์เพียงพอต่อภาระผูกพันของโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานทั้ง หมดแล้วก็ตาม ในกรณีนี้ กิจการจะแสดงหนี้สินผลประโยชน์พนักงานเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

หากสินทรัพย์โครงการ (100M) มากกว่าภาระผูกพัน (70M) จะเกิดสินทรัพย์สุทธิ 30M แต่ถ้ามาตรฐานระบุว่า ไม่อนุญาตให้ได้รับคืน (Asset Ceiling = 0) กิจการจะแสดงหนี้สิน (สินทรัพย์) สุทธิเท่ากับ 0 บาท (ปรับลดสินทรัพย์ลงด้วย OCI)

คำถามข้อที่ 131 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: กิจการมีการปรับมูลค่ายุติธรรมหนี้สินทางการเงินจำนวน 100,000 บาทซึ่งรวม 10,000 บาทที่เป็นการปรับจากการเปลี่ยนแปลง credit rating ข้อใดผิด ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)

คำถามข้อที่ 140 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน? ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน

คำถามข้อที่ 142 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: กิจการคาดการณ์ว่าจะขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศในอีก 6 เดือนข้างหน้า ต้องทำการป้องกันความเสี่ยงแบบใด ตัวเลือก:

การป้องกันความเสี่ยงสำหรับรายการคาดการณ์ในอนาคต (Forecast Transaction) เช่น การขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จัดเป็น Cash Flow Hedge

คำถามข้อที่ 148 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ปี 25x1 กิจการมีที่ดินราคาทุน 1.5 ล้านบาท ปี 25x2 มูลค่ายุติธรรมเหลือ 0.8 ล้านบาท ในปี 25x3 มูลค่า ยุติธรรม เป็น 1.6 ล้านบาท หากกิจการเลือกใช้วิธีตีราคาใหม่ในการแสดงมูลค่าที่ดิน กิจการจะบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวเลือก:

• ปี X2 (FV 0.8 < ทุน 1.5): ขาดทุน 0.7 เข้า P/L • ปี X3 (FV 1.6): กำไร 0.8 → กลับรายการขาดทุนใน P/L ก่อน (0.7) ส่วนที่เหลือ (0.1) เข้า OCI

คำถามข้อที่ 156 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: บริษัทสั่งซื้อสินค้าเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศและได้ทำการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น การป้องกันความ เสี่ยงดังกล่าวถูกจัดประเภทอย่างไรตาม TFRS 9 ตัวเลือก:

(สืบเนื่องจากข้อ 12) การป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นการจัดการ ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด (Cash Flow Risk)

คำถามข้อที่ 159 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ปี 25x1 ที่ดินราคาทุน 4 ล้านบาท ต่อมาตีราคาเพิ่มเป็น 4.3 ล้านบาท ต่อมาปี 25x2 กิจการเปลี่ยนเป็นให้เช่า วัดด้วยมูลค่ายุติธรรม 4.2 ล้านบาท กิจการต้องบันทึกบัญชี ณ วันเปลี่ยนประเภทในปี 25x2 อย่างไร ตัวเลือก:

การโอน PPE (ที่ตีราคา) ไปเป็น IP (ราคาทุน) อาจต้องปรับปรุงรายการ ผลต่างหรือส่วนที่เคยตีราคาไว้อาจต้องโอนออกหรือรับรู้ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (ข้อนี้คำตอบ a น่าจะเป็นการโอนออกตามมูลค่าบัญชีที่ปรับปรุงแล้ว)

คำถามข้อที่ 165 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ซื้อหุ้นกู้ 1/1/x1 ในราคา 580,000 บาท โดยจ่ายค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมเพิ่ม 10,000 บาท มูลค่าหน้าตั๋ว 600,000 บาท โดยตั้งใจถือแบบ FVTPL ต่อมา 31/12/x1 มูลค่ายุติธรรมเป็น 578,100 บาท วันที่ 1/1/x2 เปลี่ยน โมเดลธุรกิจ เป็นถือแบบ FVOCI ณ วันที่ 1/1/x1 และ 1/1/x2 กิจการจะแสดงมูลค่าของเงินลงทุนในหุ้นกู้ ดังกล่าวเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

(การคำนวณมูลค่าตามบัญชีแบบ Amortized Cost) คำนวณจากยอดคงเหลือต้นงวด + ดอกเบี้ยที่แท้จริง - ดอกเบี้ยรับเงินสด

คำถามข้อที่ 172 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: หากกิจการซื้อรถให้ผู้บริหารโดยการแลกที่ดินมูลค่าตามบัญชี 3 ล้านบาท กับรถยนต์ที่มีมูลค่ายุติธรรม 4 ล้านบาท โดยวันที่แลกมูลค่ายุติธรรมของที่ดินเท่ากับ 5.5 ล้านบาท กิจการจะรับรู้กำไรขาดทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ปกติการแลกเปลี่ยนจะวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม (FV) ของสินทรัพย์ที่ให้ไป เว้นแต่ FV ของสินทรัพย์ที่ได้รับจะชัดเจนกว่า ในข้อนี้คำตอบใช้ FV ของรถที่ได้รับ (4 ล้าน) หักด้วย BV ของที่ดินที่ให้ไป (3 ล้าน) = กำไร 1 ล้านบาท (หากใช้ FV ที่ดิน 5.5 ล้าน จะกำไร 2.5 ล้าน แต่ไม่มีในตัวเลือก หรือโจทย์อาจสื่อว่าตกลงแลกกันที่มูลค่า 4 ล้าน)

คำถามข้อที่ 198 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุพันธ์ทางการเงิน ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 202 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: ปี 25x1 ลงทุนในหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 20 บาท จ่ายค่านายหน้า 1,000 บาท โดยบริษัทจัด ประเภทและวัดค่าเงินลงทุนด้วย FVOCI ระหว่างปีได้รับเงินปันผลหุ้นละ 10 บาท สิ้นปี 25x1 มูลค่ายุติธรรม หุ้น ละ 23 บาท ปี 25×2 ขายหุ้นออกไปทั้งหมดในราคา 211,000 บาท ให้ระบุผลกระทบที่มีต่อกำไรขาดทุนของปี 25x1 และ 25x2 ตัวเลือก:

เงินลงทุนตราสารทุน (Equity) ที่เลือกวัดด้วย FVOCI การเปลี่ยนแปลงมูลค่าและ กำไร/ขาดทุนจากการขาย จะรับรู้ใน OCI และโอนเข้ากำไรสะสมโดยตรง ห้าม โอนเข้า P/L (Recycle) ยกเว้นเงินปันผลที่เข้า P/L

คำถามข้อที่ 203 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: ข้อใดถูกต้องการทดสอบกระจุกตัว ตาม TFRS 3 ตัวเลือก:

การทดสอบการกระจุกตัว (Concentration Test) เป็นทางเลือก (Optional) ที่ช่วยให้ประเมินได้ง่ายว่าสิ่งที่ได้มาไม่ใช่ธุรกิจ (Asset Acquisition) หากมูลค่ายุติธรรมส่วนใหญ่กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว

คำถามข้อที่ 212 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 9 หากกิจการเลือกวัดมูลค่ายุติธรรมสำหรับหนี้สินทางการเงิน ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 216 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: หากกิจการเปลี่ยนหมวดจาก PPE ที่วัดมูลค่าด้วยราคาที่ตีใหม่เข้าเป็น IP กิจการจะต้อง ตัวเลือก:

การโอน PPE (Revaluation Model) ไปเป็น IP (Fair Value Model) ให้วัดมูลค่ายุติธรรม ณ วันโอน ผลต่างระหว่าง FV กับ BV ให้ปฏิบัติเหมือนการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น (เข้า OCI)

คำถามข้อที่ 241 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ถ้ากิจการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า มูลค่าตามบัญชีของ PPE จะแสดงที่ ตัวเลือก:

เมื่อสินทรัพย์เกิดการด้อยค่า มูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) จะถูกปรับลดลงให้เท่ากับ มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount)

คำถามข้อที่ 242 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: กิจการจะแสดงเงินลงทุนโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงาน ณ สิ้นรอบระยะเวลารายงานด้วย ตัวเลือก:

สินทรัพย์ของโครงการ (Plan Assets) ในโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ (Defined Benefit Plan) ต้องวัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน

คำถามข้อที่ 250 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: กิจการมีอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ใช้งานรับรู้ด้วยวิธีราคาทุน แต่จะเปลี่ยนเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่รับรู้ ด้วยมูลค่ายุติธรรม ต้นทุนเริ่มแรกของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว 24 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชี 16 ล้านบาท มูลค่า ยุติธรรม 26 ล้านบาท กิจการจะจะรับรู้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ณ วันเปลี่ยนประเภทเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 252 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: นาเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาทุน 10,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 8,000 บาทแลกกับเครื่องถ่ายเอกสารที่มีมูลค่า ยุติธรรม 10,000 บาท โดยจ่ายเงินสดเพิ่มเติม 7,000 บาท ให้บันทึกบัญชี ตัวเลือก:

การแลกเปลี่ยนที่มีเนื้อหาเชิงพาณิชย์: รับรู้สินทรัพย์ใหม่ด้วย มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่ได้มา (10,000) หรือ FV ของสินทรัพย์ที่ให้ไป + เงินสดจ่าย

คำถามข้อที่ 261 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ซื้อที่ดินราคาทุน 10 ล้านบาทถือเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) ต่อมารับรู้ส่วนเกินทุนจากการตีราคา (OCI) 2 ล้านบาท ต่อมาโอนหมวดสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (IP) มีมูลค่ายุติธรรม 13 ล้าน บาท โดยบริษัทมีนโยบายสำหรับ IP ใช้วิธีราคาทุน แต่ที่ดินใช้ตีราคาเพิ่ม ต้องบันทึกบัญชีโอนหมวดสินทรัพย์ อย่างไร ตัวเลือก:

การโอนจาก PPE (ส่วนที่ตีราคาใหม่) ไปเป็น IP (วิธีราคาทุน หรือ FV) หากมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาเดิมอยู่ จะยังคงค้างใน Equity (OCI) จนกว่าจะจำหน่ายสินทรัพย์นั้น ส่วนผลต่าง ณ วันโอน (ถ้าใช้วิธี FV) จะเข้า OCI

คำถามข้อที่ 269 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุพันธ์ตาม TFRS 9 ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 282 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่การวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9 ตัวเลือก:

รูปแบบการวัดมูลค่า (Measurement Category) ตาม TFRS 9 มี 3 ประเภทหลักคือ 1. ราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2. FVOCI 3. FVTPL ส่วน "ราคาทุนหักค่าเผื่อการด้อยค่า" ไม่ใช่ชื่อเรียกประเภทการวัดมูลค่ามาตรฐานของเครื่องมือทางการเงินในปัจจุบัน

คำถามข้อที่ 292 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x4 บริษัทมีกองทุน (สินทรัพย์โครงการ) เพื่อใช้สำหรับจ่ายผลประโยชน์หลังออกจากงาน ของพนักงาน กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 50 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตาม โครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานมีจำนวน 40 ล้านบาท สินทรัพย์ส่วนเกินดังกล่าวไม่มีผลต่อจำนวนเงิน แก่บริษัท แม้ว่ากองทุนจะมีสินทรัพย์เพียงพอต่อภาระผูกพันของโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานทั้ง หมดแล้วก็ตาม ในกรณีนี้ เพดานของสินทรัพย์โครงการเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

Asset Ceiling คือมูลค่าปัจจุบันของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่กิจการจะได้รับคืน (Refund) หรือลดเงินสมทบในอนาคต เมื่อโจทย์ระบุว่า "ไม่อนุญาตให้จ่ายคืน.และไม่มีผลต่อเงินสมทบ" แสดงว่ามูลค่าเพดานสินทรัพย์ = 0

คำถามข้อที่ 304 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องตามหลักการคิดค่าเสื่อมของมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 16 ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 322 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: อ้างถึง TAS 40 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หากกิจการวัดมูลค่าด้วยวิธีราคาทุน กับวิธีมูลค่ายุติธรรม กิจการ ต้องเปิดเผยข้อมูลใด ตัวเลือก:

ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีราคาทุน (Cost Model) หรือวิธีมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Model) กิจการต้องเปิดเผย รายได้ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

คำถามข้อที่ 329 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:

ตอบข้อ a) ผลขาดทุนจากการด้อยค่า หมายถึง จำนวนซึ่งมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สูงกว่ามูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืน ซึ่งหมายถึง จำนวนที่สูงกว่าระหว่างมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย และ มูลค่าจาก การใช้

คำถามข้อที่ 342 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) ตาม TAS 40 ตัวเลือก:

กิจการมีสิทธิเลือกนโยบายบัญชีได้ว่าจะใช้ Cost Model หรือ Fair Value Model

คำถามข้อที่ 343 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: บริษัทแห่งหนึ่งมีสินทรัพย์ถาวรมูลค่า 30,000 บาท ใช้ประโยชน์ได้ 5 ปี และตัดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง เมื่อ สิ้นปีที่ 2 มีข้อมูลดังนี้ มูลค่าที่ได้รับคืน (VIU) = 7,000 บาท / มูลค่ายุติธรรมหลังหักต้นทุนขาย (FVLCTS) = 9,000 บาท กิจการต้องรับรู้ค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวนเท่าใด? ตัวเลือก:

BV (18,000) เทียบกับมูลค่าที่ได้รับคืน (9,000) มูลค่าที่ได้รับคืนใช้ตัวที่สูงกว่า (9,000)

คำถามข้อที่ 350 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดมูลค่า “เมื่อเริ่มแรก” ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตาม TAS 40 ตัวเลือก:

ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การบันทึกบัญชีปรับมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น ณ วันสิ้นปี (Fair Value Model):

Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
  Cr. กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ในกำไรหรือขาดทุน - PL)

การโอนย้ายประเภทอสังหาริมทรัพย์ (จากอาคารใช้งาน PPE ไปเป็นเพื่อการลงทุนด้วยวิธี Fair Value):

Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (วัดด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันโอน)
Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคาร (PPE)
  Cr. อาคาร - ราคาทุน (PPE)
  Cr. ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ (OCI) (ผลต่างส่วนเกินมูลค่ายุติธรรมสูงกว่ามูลค่าบัญชี)

TAS 2: สินค้าคงเหลือ

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการรำยงำนทำงการเงินฉบับที่ 20 กิจการจะรับรู้ต้นทุนการเปิดหน้ำดินเพื่อท ำเหมืองเปิดอย่ำงไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 16 เรื่องที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ นิยำมต่อไปนี้ข้อใดผิด ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)

คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: กิจการมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนราคาทุน 2.5 ล้านบาท กิจการเริ่มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อมีไว้ขาย ทำให้มีการโอน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนไปเป็นสินค้าคงเหลือ โดย ณ วันโอนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมีราคายุติธรรม 4 ล้านบาท กิจการ จะบันทึกบัญชีอย่างไร หากกิจการใช้วิธีมูลค่ายุติธรรมในการบันทึกบัญชีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: กิจการต้องแสดงมูลค่าสินค้าคงเหลืออย่างไร ตัวเลือก:

ตาม TAS 2 สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realisable Value - NRV) แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า

คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: กิจการจะต้องใช้วิธีการค ำนวณต้นทุนแบบใดส ำหรับเพชรที่มีลักษณะเฉพำะ และมีมูลค่าสูง ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 2: สำหรับสินค้าที่ไม่มีลักษณะเหมือนกันและไม่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ (Not ordinarily interchangeable) หรือสินค้าที่ผลิตขึ้นเฉพาะโครงการ (เช่น เพชรที่มีลักษณะเฉพาะและมูลค่าสูง) กิจการต้องคำนวณต้นทุนด้วยวิธี ราคาเจาะจง (Specific Identification)

คำถามข้อที่ 66 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น โดยไม่ปิดเข้ากำไรขาดทุนหรือกำไรสะสม.. 2) ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ถือเป็น ผลประโยชน์หลังออกจากงาน (Post-employment benefits) ไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น (Short-term benefits) เหมือนโบนัส, วันลาพักร้อน, หรือสวัสดิการรถยนต์

คำถามข้อที่ 67 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: ข้อแรกถามว่าข้อใดเป็นppe ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต จัดเป็น PPE ส่วนอสังหาฯ ถือครองรอราคา/ให้เช่า เป็นอสังหาฯ เพื่อการลงทุน (TAS 40) และอสังหาฯ รอขาย เป็นสินค้าคงเหลือ (TAS 2)

คำถามข้อที่ 91 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ 200,000 ได้ส่วนลดการค้า 30% และ20% และเงื่อนไขส่วนลดเงินสด 2/15 n/40 โดยปกติบริษัทจะ จ่ายในเวลาเพื่อให้ได้รับส่วนลดเสมอ บริษัทจ่ายค่าอากรขาเข้า 3,500 บาท ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งให้ก่อน 4,000 บาท การส่งเป็นแบบ FOB ต้นทุนสินค้าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: ราคาตั้ง 200,000 หัก ส่วนลดการค้า (30%, 20%) -> 200,000 x 0.7 x 0.8 = 112,000 หัก ส่วนลดเงินสด (2%) -> 112,000 x 0.98 = 109,760 (นโยบายรับส่วนลดเสมอ) บวก อากรขาเข้า 3,500 บวก ค่าขนส่ง (FOB Shipping Point) 4,000 รวม = 117,260 บาท

คำถามข้อที่ 98 (ภาคการสอบ: 1/63)

คำถาม: รายจ่ายรายการใดสามารถรวมเป็นต้นทุนของสินค้าคงเหลือได้ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 2: ต้นทุนสินค้าคงเหลือประกอบด้วยราคาซื้อ ค่าแปลงสภาพ และต้นทุนอื่นๆ เพื่อให้สินค้าอยู่ในสถานที่และสภาพพร้อมขาย ค่าขนส่งไปยังผู้รับฝากขาย ถือเป็นต้นทุนในการนาสินค้าไปสู่สถานที่พร้อมขาย (รวมเป็นต้นทุนสินค้าได้) ส่วนค่าเช่าคลังสินค้า (ถ้าไม่ใช่กระบวนการผลิต) และผลขาดทุน FX มักเป็นค่าใช้จ่าย

คำถามข้อที่ 115 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: หากทุกข้อใช้ระยะเวลานานในการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ข้อใดมาตรฐานฉบับที่ 23 ไม่ได้บังคับให้รับรู้ต้นทุนกู้ยืมเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนสินทรัพย์ ตัวเลือก:

ตามมาตรฐาน TAS 23 ไม่ต้อง รวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสำหรับ: 1. สินทรัพย์ที่วัดมูลค่าด้วย FV (เช่น สินทรัพย์ชีวภาพ) 2. สินค้าคงเหลือที่ผลิตจำนวนมากและทำเป็นประจำ (Repetitive basis)

คำถามข้อที่ 117 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: บริษัท มีสินค้าคงเหลือปลายงวด เท่าใด หาก สินค้าคงเหลือต้นงวด 1,200,000 บาท ซื้อมาระหว่างวด 6,000,000 บาท ขายระหว่างงวด 7,600,000 บาท สินค้าเสื่อมคุณภาพระหว่างงวด 100,000 บาท โดยมีข้อมูล เพิ่มเติม: 1. ในการขายสินค้าจะมีอัตรากำไรขั้นต้น 25% 2. สินค้ามีการเสื่อมคุณภาพเป็นประจำทุกงวด ตัวเลือก:

ต้นทุนขายโดยประมาณ = ยอดขาย x (100% - อัตรากำไรขั้นต้น 25%) = 7,600,000 x 75% = 5,700,000 บาท สินค้าคงเหลือปลายงวด = สินค้าต้นงวด (1,200,000) + ซื้อระหว่างงวด (6,000,000) - ต้นทุนขาย (5,700,000) - สินค้าเสื่อมคุณภาพ (100,000) = 1,400,000 บาท

คำถามข้อที่ 118 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ข้อใดไม่เป็นที่ดินอาคารและอุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:

หมูที่เลี้ยงไว้ชำแหละ เพื่อขายเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ถือเป็น สินค้าคงเหลือ (TAS 2) หรือสินทรัพย์ชีวภาพ (TAS 41) ไม่ใช่ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (TAS 16)

คำถามข้อที่ 143 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินค้าคงเหลือ ตามมาตรฐานฉบับที่ 2 ตัวเลือก:

TAS 2 ได้ให้คำจำกัดความของสินค้าคงเหลือไว้ว่า “สินค้าคงเหลือ หมายถึง ทรัพย์สินซึ่ง (ก) มี ไว้เพื่อขายตามลักษณะการประกอบธุรกิจโดยปกติ (Merchandise inventory) หรือ (ข) อยู่ในระหว่าง กระบวนการผลิตเพื่อให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อขาย (Work In Process) หรือ (ค) มีไว้เพื่อใช้ในการผลิต สินค้าหรือให้บริการ” (Raw Material) ซึ่งรวมถึงต้นทุนงานให้บริการซึ่งกิจการยังไม่ได้มีการรับรู้รายได้ที่ เกี่ยวข้อง ดังนั้น ที่ดินที่ถือไว้ระยะยาวเพื่อต้องการการเพิ่มขึ้นของมูลค่าจะไม่ถือเป็นสินค้าคงเหลือ แต่จะ ถือเป็น “อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน” ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40

คำถามข้อที่ 144 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการผลิตคอมพิวเตอร์ มีงานระหว่างทำ 24,000 บาท ต้นทุนทำต่อ 6,000 บาท ณ สิ้นรอบรายงานกิจการคาด ว่าจะสามารถขายสินค้าสำเร็จรูปได้ในราคา 25,000 บาท กิจการจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินค้านี้ ณ วันสิ้น รอบอย่างไร ตัวเลือก:

• ราคาทุน (WIP) = 24,000 บาท • NRV = ราคาขาย 25,000 - ต้นทุนทำต่อ 6,000 = 19,000 บาท • ต้องแสดงมูลค่าที่ต่ำกว่า (19,000) และรับรู้ ผลขาดทุน (24,000 - 19,000) = 5,000 บาท

คำถามข้อที่ 181 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: กิจการมีกำลังการผลิตปกติ 5,000 หน่วย แต่ผลิตได้จริง 2,000 หน่วย โดยมี fixed cost 200,000 บาท กิจการจะรับรู้ Fixed Cost อย่างไร ตัวเลือก:

ปันส่วนต้นทุนคงที่ (Fixed Overhead) ตาม กำลังการผลิตปกติ (Normal Capacity): • อัตรา = 200,000 / 5,000 หน่วย = 40 บาท/หน่วย • เข้าต้นทุนสินค้า (ผลิตจริง) = 2,000 × 40 = 80,000 บาท • ส่วนที่เหลือ (Unallocated) = 200,000 - 80,000 = 120,000 บาท รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน

คำถามข้อที่ 185 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: 31 ธันวาคม 25x1 มีสินค้าคงเหลือ 5,000 หน่วย ต้นทุนหน่วยละ 20 บาท ราคาปกติที่ขายได้ 30 บาท แต่หลังสิ้นรอบ กิจการประมาณราคาที่คาดว่าจะขายได้ 16 บาท 2 มกราคม 25x2 บริษัททำสัญญาจะซื้อขาย 3,000 หน่วย หน่วยละ 25 บาท มูลค่าสินค้าคงเหลือ 31 ธันวาคม 25×1 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

พิจารณา ราคาทุน vs มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) ณ สิ้นงวด โดยใช้เหตุการณ์หลังรอบระยะเวลารายงานมาประกอบ: • ส่วนที่มีสัญญา (3,000 หน่วย): ราคาขาย 25 บาท > ทุน 20 บาท → ใช้ราคาทุน • ส่วนที่ไม่มีสัญญา (2,000 หน่วย): ราคาประมาณการ 18 บาท < ทุน 20 บาท? (แต่โจทย์เฉลยว่าตอบ 100,000 แสดงว่า NRV รวมทั้งหมดอาจสูงกว่าทุน หรือใช้ราคาตามสัญญาอ้างอิงเป็นหลักฐานว่ามูลค่าไม่ได้ลดลงต่ำกว่าทุน) • สรุป: มูลค่า NRV เฉลี่ยรวม (3,000×25 + 2,000×18 = 111,000) สูงกว่าราคาทุนรวม (100,000) จึงแสดงสินค้าด้วย ราคาทุน 100,000 บาท

คำถามข้อที่ 196 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: กิจการมีกำลังการผลิตจริงในปีตํ่ากว่ากำลังการผลิตปกติ (normal capacity) จึงเกิดผลต่างต้นทุนการผลิตคงที่ กิจการจะต้องรับรู้ต้นทุนการผลิตคงที่นั้นอย่างไร ตัวเลือก:

ต้นทุนการผลิตคงที่ (Fixed Overhead) ปันส่วนเข้าสินค้าตาม กำลังการผลิตปกติ หากผลิตจริงต่ำกว่าปกติ ส่วนต่าง (Unallocated overhead) ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย (ต้นทุนขาย) ในงวดนั้นทันที

คำถามข้อที่ 213 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: กิจการมีสินค้าคงเหลือ 1,000 ชิ้น ต้นทุนชิ้นละ 25,000 บาท ในระหว่างปี บริษัทจ่ายค่าคลังสินค้าเดือนละ 200,000 บาท และจ่ายค่านายหน้า 5% ของยอดขาย ราคาที่คาดว่าจะขายได้ คือ 30,000 บาทต่อชิ้น ข้อใด คือมูลค่าสินค้าคงเหลือ ณ 31 ธ.ค. 25x1 ตัวเลือก:

วัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือ NRV ตัวที่ต่ำกว่า:• ราคาทุน = 1,000 ชิ้น × 25,000 = 25,000,000• NRV = (ราคาขาย 30,000 - ค่านายหน้า 5% (1,500)) × 1,000 = 28,500,000• เลือกตัวต่ำกว่าคือ 25 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 222 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดถือเป็นสินค้าคงเหลือตาม TAS 2 ตัวเลือก:

ผลิตผลทางการเกษตรแปรรูปที่ผ่านกระบวนการแล้วจะถือเป็นสินค้าคงเหลือตาม TAS 2 ส่วน ผลิตผลทางการเกษตร ณ จุดเก็บเกี่ยวจะอยู่ในขอบเขตของ TAS41 เรื่องเกษตรกรรม ส่วนสัญญาซื้อ น้ำมันดิบตลาดซื้อขายล่วงหน้าจะถือเป็นเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9

คำถามข้อที่ 226 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดเป็น PPE ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต จัดเป็น PPE ส่วนอสังหาฯ ถือครองรอราคา/ให้เช่า เป็นอสังหาฯ เพื่อการลงทุน (TAS 40) และอสังหาฯ รอขาย เป็นสินค้าคงเหลือ (TAS 2)

คำถามข้อที่ 229 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ให้คำนวณมูลค่าของสินค้าคงเหลือ หากกิจการวัดมูลค่าด้วยวิธี FIFO รายการ กิจกรรม จำนวน ราคาต่อชิ้น(บาท) 1 ม.ค.25x1 150 100 15 ม.ค. 25x1 ซื้อ 50 150 18 ม.ค. 25x1 ขาย - 50 200 20 ม.ค.25x1 ซื้อ 100 250 30 ม.ค..25x1 ขาย - 120 300 คงเหลือ 130 ตัวเลือก:

การคำนวณ: คงเหลือ 130 ชิ้น มาจากล็อตหลังสุด:- 100 ชิ้น (ซื้อ 20 ม.ค. @250) = 25,000- 30 ชิ้น (ซื้อ 15 ม.ค. @150) = 4,500รวม = 25,000 + 4,500 = 29,500 บาท

คำถามข้อที่ 240 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตุลาคมงที่คือ 160,000 บาท โดยกำลังการผลิตเท่ากับ 100,000 ชิ้น แต่ระหว่าง ปีมีการผลิตเพียง 40,000 ชิ้น ค่าใช้จ่ายในการผลิตุลาคมงที่ที่สามารถรับรู้เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าคงเหลือเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:

ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ต้องปันส่วนเข้าสู่ต้นทุนสินค้าตาม กำลังการผลิตปกติ (Normal Capacity) • อัตราปันส่วน = 160,000 / 100,000 = 1.6 บาท/ชิ้น • รับรู้เป็นต้นทุน = 1.6 × 40,000 (ผลิตจริง) = 64,000 บาท (ส่วนที่เหลือ 96,000 ตัดเป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน)

คำถามข้อที่ 263 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน 31/12/25x1 บริษัทมีสินค้ามูลค่าตามบัญชี 1 ล้านบาท มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะ ได้รับ 1.5 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 7/01/25x2 มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ เท่ากับ 1.1 ล้านบาท ซึ่งวันที่ 15/01/25x2 กิจการได้ขายสินค้าไปในราคา 0.9ล้านบาท รายงานทางการเงินของกิจการได้รับการอนุมัติให้ เผยแพร่ เมื่อวันที่ 1/3/25x2 กิจการต้องแสดงมูลค่าของสินค้าคงเหลือในงบฐานะการเงิน 31/12/25x1 เท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:

อ้างถึง TAS 10 ราคาขายสินค้าคงเหลือภายหลังรอบระยะเวลารายงาน ซึ่งถือเป็นหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือนั้น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน

คำถามข้อที่ 265 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: กิจการซื้อวัตถุดิบรับรู้อากรขาเข้าตํ่าไปจึงเสียค่าปรับ2ล้านบาท กิจการต้องรับรู้ค่าปรับอากรรับรู้เป็น ตัวเลือก:

ค่าปรับอากรขาเข้า (จากการสำแดงเท็จหรือผิดพลาด) ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาด ไม่ใช่ต้นทุนที่จำเป็นเพื่อให้สินค้าอยู่ในสภาพพร้อมขาย จึงไม่รวมเป็นต้นทุนสินค้า (บันทึกเป็น Expense)

คำถามข้อที่ 283 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: สวนสัตว์เขาเขียวจะจัดประเภทของหมูเด้งเป็นสินทรัพย์ประเภทใด ตัวเลือก:

สัตว์ในสวนสัตว์ (เช่น หมูเด้ง) ที่มีไว้เพื่อจัดแสดง ไม่ได้มีไว้ขายหรือเพื่อเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตน (PPE) ตาม TAS 16 (ไม่ใช่ TAS 41 ที่เน้นเพื่อการเกษตร)

คำถามข้อที่ 290 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: บริษัททำสัญญาซื้อสินค้าซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่ง โดยส่งมอบ 15 ม.ค. 5,000,000 บาท ณ วันที่ 31ธ.ค. NRV = 4,750,000 บาท 15 ม.ค. ได้รับสินค้าแล้ว NRV = 5,100,000 บาท มูลค่าของสินค้าในงบเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ปกติสินค้าต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (Lower of Cost or NRV) แต่ในกรณีนี้หากมูลค่า NRV ปรับตัวสูงขึ้นกลับมาเท่าเดิมหรือสูงกว่าทุนภายหลัง (เช่นในวันที่ 15 ม.ค.) และเป็นหลักฐานยืนยันถึงมูลค่าที่แท้จริง อาจพิจารณาใช้ราคาทุนเดิมได้ (ตามเฉลยที่เลือกข้อ b)

คำถามข้อที่ 291 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ข้อใดสามารถรวมเป็นต้นทุนของสินค้าคงเหลือ ตัวเลือก:

ต้นทุนสินค้าคงเหลือรวมถึงต้นทุนแปลงสภาพ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายการผลิตทางอ้อม (Overhead) เช่น ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรหรือสินทรัพย์สิทธิการใช้ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต (ส่วนของเสียเกินปกติ, ค่าเก็บรักษา, ค่าขนส่งออก ตัดเป็น Expense)

คำถามข้อที่ 309 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ให้คำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือต่อชิ้น ซื้อสินค้า 10 ล้าน อากรนาเข้า 0.2 ล้าน ต้นทุนผันแปร 1.5 ล้าน ต้นทุนคงที่ 1 ประมาณการผลิตได้ 1 ล้านชิ้น ผลิตจริง 0.8 ล้านชิ้น ตัวเลือก:

ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย = (11.7 ล้าน / 0.8 ล้านหน่วยผลิตจริง) = 14.625 ต้นทุนคงที่ปันส่วนตามกำลังการผลิตปกติ = (1 ล้าน / 1 ล้านหน่วย) = 1.0 รวม = 14.625 + 1.0 = 15.625 บาท +2

คำถามข้อที่ 315 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: กิจการซื้อมาขายไปมีค่าขนส่งสินค้าเข้าและดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ยืมเพื่อซื้อสินค้า จงระบุค่าใช้จ่ายที่รับรู้เป็น ต้นทุนสินค้าคงเหลือได้ ตัวเลือก:

• ค่าขนส่งเข้า (Freight-in): ถือเป็นต้นทุนในการนาสินค้ามาให้อยู่ในสภาพพร้อมขาย (รวมเป็นต้นทุนสินค้าได้) • ดอกเบี้ยจ่าย: เป็นต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน ยกเว้นจะเป็นสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ตาม TAS 23

คำถามข้อที่ 326 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือที่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุฯ ตัวเลือก:

สินค้าที่เบิกไปใช้ก่อสร้างสินทรัพย์ของกิจการเอง จะถูกโอนไปเป็นต้นทุนของสินทรัพย์นั้น (PPE) ไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามข้อกำหนดของ TAS 2 (ซึ่งเน้นเปิดเผยต้นทุนที่ตัดเป็นค่าใช้จ่าย, ยอดคงเหลือ, การปรับลดมูลค่า)

คำถามข้อที่ 327 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ซื้อที่ดินทำเหมืองแร่ ได้แร่ 5,000,000 ตัน โดยต้องปรับปรุงที่ดินให้กลับสู่สภาพเดิม หลังการปรับปรุงแล้ว ที่ดินมี มูลค่าที่จะได้รับ 2,000,000บาท ต้นทุนที่ดินและค่าปรับปรุงมีดังนี้ ที่ดิน มูลค่า 15,000,000 บาท ค่าปรับปรุง พื้นที่ 2,000,000 บาท ให้หาค่าตัดจำหน่ายต่อตัน ตัวเลือก:

(จากข้อมูลการคำนวณในไฟล์) เป็นการปันส่วนต้นทุนการเปิดหน้าดิน (Stripping Activity Asset) เข้าสู่ต้นทุนผลผลิตตามสัดส่วนปริมาณแร่

คำถามข้อที่ 328 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: กรณีกิจการมีการตรวจนับสินค้าคงเหลือซํ้ากัน 2 ครั้ง จะส่งผลกระทบต่อ สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ อย่างไร ตัวเลือก:

สินค้าคงเหลือสูงเกินจริง → ต้นทุนขายต่ำไป → กำไรและส่วนของเจ้าของสูงไป (หนี้สินไม่กระทบ)

คำถามข้อที่ 335 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดคือความหมายของคำว่า “มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ” ตัวเลือก:

นิยามตาม TAS 2 คือ ราคาขายหักต้นทุนส่วนเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการขาย

คำถามข้อที่ 348 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: กิจการซื้อที่ดินไว้เพื่อขาย (จำแนกเป็นสินค้าคงเหลือ) ต้นทุน 100,000 บาท ณ 31 ธ.ค. 25x1 ต่อมา 31 ธ.ค. 25x2 เปลี่ยนวัตถุประสงค์เป็น “ให้เช่า” และวัด IP ด้วย โมเดลมูลค่ายุติธรรม ที่ 120,000 บาท รายการบันทึก บัญชีใดถูกต้องตาม TAS 40 ตัวเลือก:

การโอน Inventory → IP (FV) ผลต่างรับรู้เข้ากำไรขาดทุน (Fair value gain/loss) ทันที

คำถามข้อที่ 353 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถือเป็น “ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost)” ตาม TAS 19 ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 356 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ข้อใดเข้าเงื่อนไขเรื่องต้นทุนกู้ยืม ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 357 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: อ้างถึง TAS 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ หากกิจการมี “สินทรัพย์องค์กร (Corporate Assets)” เช่น อาคาร สำนักงานใหญ่ ซึ่งไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้โดยอิสระ กิจการควรดำเนินการทดสอบการด้อยค่าอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 362 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก จำกัด มีสินค้าคงเหลือ 450 หน่วย ต้นทุน หน่วยละ 42 บาท ต่อมาบริษัทได้ ซื้อสินค้าเพิ่มเติมดังนี้ วันที่ จำนวน (หน่วย) ราคาต่อหน่วย (บาท) 10 ม.ค. 25X1 600 44 15 ม.ค. 25X1 750 46 20 ม.ค. 25X1 300 48 บริษัทใช้วิธี เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) และบันทึกสินค้าคงเหลือแบบ Perpetual ณ วันที่ 31 มกราคม 25x1 พบว่าสินค้าคงเหลือมีจำนวน 600 หน่วย ต้นทุนสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 31 มกราคม 25x1 เท่ากับข้อใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณ NRV: NRV = ราคาขายคาดการณ์ - ต้นทุนทำต่อจนเสร็จ - ค่าใช้จ่ายขายประมาณการ

การบันทึกบัญชีปรับลดมูลค่าสินค้า (Write-down to NRV):

Dr. ต้นทุนขาย (หรือผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า)
  Cr. ค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (หรือลดมูลค่าสินค้าโดยตรง)

TAS 19: ผลประโยชน์ของพนักงาน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 1/60)

คำถาม: กิจการซื้อเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูง โดยกิจการจ่ายค่าฝึกอบรมพนักงานเพื่อใช้เครื่องจักรดังกล่าวเป็นเงิน 1,000,000 บาท และเงินเดือนพนักงานระหว่างฝึกอบรม 100,000 บาท กิจการจะต้องรับรู้รายจ่ายทั้งสองอย่างไร ตัวเลือก:

ค่าฝึกอบรมพนักงานและเงินเดือนพนักงานระหว่างฝึกอบรมไม่ถือเป็นต้นทุนเริ่มแรกของเครื่องจักร เนื่องจากไม่ทำให้สินทรัพย์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ดังนั้น รายจ่ายทั้งสองควรรวมกันและรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในงบกำไรขาดทุน 1,000,000 + 100,000 = 1,100,000 บาท

คำถามข้อที่ 42 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: กิจการได้เปลี่ยนแปลงอัตรำคิดลด จำก 6% เป็น 5% ส ำหรับโครงการผลประโยชน์พนักงำน ที่กิจการจะแจกบ้ำน พร้อมที่ดินส ำหรับผู้ที่ท ำงำนครบ 40 ปี การเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวจะส่งผลท ำให้กิจการอำจต้องรับรู้…อันเป็นผล จำกการวัดมูลค่าใหม่ของหนี้สินผลประโยชน์พนักงำน ตัวเลือก:

การวิเคราะห์: ผลประโยชน์เมื่อทำงานครบ 40 ปี (คล้ายรางวัลเกียรติยศ) ถือเป็น "ผลประโยชน์พนักงานระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) ซึ่งมาตรฐานกำหนดให้รับรู้กำไร/ขาดทุนจากการประมาณการ (Actuarial Gain/Loss) ใน กำไรหรือขาดทุน (P/L)เมื่อลดอัตราคิดลด (6% -> 5%) มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันจะสูงขึ้น เกิดผลขาดทุนจากการประมาณการ ทำให้ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

คำถามข้อที่ 60 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: ข้อใดเป็นผลประโยชน์พนักงานระยะสั้น ตัวเลือก:

โดยหลักการ ผลประโยชน์พนักงานระยะสั้นเป็นผลประโยชน์ที่กิจการจะจ่ายให้กับพนักงานภายใน 12 เดือนหลังจากสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ดังนั้น โบนัสที่จะจ่ายในอีก 3 ปีข้างหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับผลการทำงานของพนักงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ถือเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นแต่จะถือเป็นผลประโยชน์ระยะยาวอื่น

คำถามข้อที่ 63 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: ข้อใดไม่รวมเป็นมูลค่า PPE ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 65 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: ผลกำไรขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงทางคณิตศาสตร์ประกันภัยฯ สำหรับหนี้สินผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานรับรู้เข้า ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: กำไร/ขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Gain/Loss) ต้องรับรู้ใน กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) และ ห้าม โอนกลับเข้าไปในกำไรหรือขาดทุนในภายหลัง (แต่อาจโอนภายในส่วนของเจ้าของได้)

คำถามข้อที่ 72 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) เช่น วันลาพักร้อนสะสม, รางวัลเมื่อทำงานครบกำหนด แต่ ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ จัดเป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment Benefits) เหมือนกับบำนาญ

คำถามข้อที่ 73 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดเป็นผลประโยชน์หลังออกจากงาน ตัวเลือก:

ตอบข้อ d

คำถามข้อที่ 81 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาว ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) เช่น วันลาพักร้อนสะสม, รางวัลเมื่อทำงานครบกำหนด แต่ ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ จัดเป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment Benefits) เหมือนกับบำนาญ

คำถามข้อที่ 87 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดถือเป็นต้นทุนที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: ต้นทุนของสินทรัพย์รวมถึงรายจ่ายเพื่อให้สินทรัพย์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งรวมถึง ต้นทุนในการทดสอบระบบ (Testing costs) (หักด้วยรายได้จากการขายผลผลิตตัวอย่าง ถ้ามี) ส่วนค่าอบรมและค่าย้ายถือเป็นค่าใช้จ่าย

คำถามข้อที่ 106 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: บริษัทแห่งหนึ่งหักเงินเดือนพนักงาน 3% ทุกเดือน เพื่อเป็นเงินเก็บให้กับพนักงาน โดยบันทึกเป็นเงินฝากของบริษัท หากพนักงานอยู่ จนเกษียณจะได้เงินก้อนนี้พร้อมดอกเบี้ย แต่หากพนักงานอยู่ไม่ถึงเกษียณ บริษัทจะย้ายเงินก้อนนี้มาเข้าอีกบัญชีเพื่อเอาไปใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายของบริษัทต่อไป ข้อใดถูก ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: เงินที่หักไว้และเก็บในบัญชีบริษัท (ไม่ได้โอนไปกองทุนแยกต่างหากที่มีสถานะนิติบุคคล) ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ของโครงการ (Plan Asset) แต่เป็นสินทรัพย์ของบริษัทเอง และบริษัทมีหนี้สินภาระผูกพันต่อพนักงานแยกต่างหาก ดังนั้นจึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ของกิจการตามปกติ

คำถามข้อที่ 110 (ภาคการสอบ: 3/63)

คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นรายการ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ตัวเลือก:

ค่าอบรมพนักงานจะถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด (TAS16.19.3)

คำถามข้อที่ 132 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์พนักงานตาม TAS 19 ตัวเลือก:

การให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน (Share Option) เป็นการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based Payment) ซึ่งอยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 ไม่ใช่ TAS 19

คำถามข้อที่ 138 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: กิจการมีนโยบายให้รางวัลพนักงานที่ทำงานเกิน 20 ปี หลังเกษียณ 200,000 บาท ต่อมา กิจการเปลี่ยน นโยบายเป็น 250,000 บาท โดย กิจการมีโครงการภาระผูกพันพนักงานยกมา 2,000,000 บาท ต่อมากิจการได้เปลี่ยนแปลงโครงการใหม่ตอนสิ้นงวด ทำให้โครงการภาระ ผูกพันพนักงาน เป็น 2,500,000 บาท กิจการต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 145 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: บริษัทซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศโดยมีรายจ่ายดังนี้ ให้คำนวณจำนวนที่สามารถรวมเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน เครื่องจักร • อากร 50,000 บาท • ค่าติดตั้ง 200,000 บาท • ค่าฝึกอบรมพนักงานเรียนรู้เครื่องจักรใหม่ 30,000 บาท • ค่าทดสอบการผลิต 300,000 บาท ตัวเลือก:

ราคาทุนเครื่องจักร = อากรขาเข้า 50,000 + ค่าติดตั้ง 200,000 + ค่าทดสอบ 300,000 = 550,000 บาท (ไม่รวมค่าฝึกอบรม 30,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย)

คำถามข้อที่ 149 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: บริษัทย้ายเครื่องจักรจากโรงงานที่จีนมาโรงงานที่ไทย โดยมีรายจ่ายดังนี้ ให้คำนวณจำนวนที่สามารถรวมเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนเครื่องจักร • อากร 50,000 บาท • ค่าติดตั้ง 200,000 บาท • ค่าฝึกอบรมพนักงานเรียนรู้เครื่องจักรใหม่ 30,000 บาท • ค่าทดสอบการผลิต 300,000 บาท ตัวเลือก:

ต้นทุนในการย้ายสถานที่ตั้ง (Relocation) หรือการย้ายเครื่องจักรเดิม ไม่ถือเป็นต้นทุนของสินทรัพย์ ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที

คำถามข้อที่ 171 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: อ้างถึง TAS 19 เรื่อง ผลประโยชน์พนักงาน การรับรู้ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 183 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: กิจการสามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จในปี 25x0 จึงประกาศให้โบนัสพนักงานจำนวน 90,000บาท โดยจะให้ในช่วงปี 25x0-25x2 ปีละ30,000บาทเฉพาะกับพนักงานที่ยังทำงานให้กับบริษัทอยู่ ณ สิ้นปีนั้นๆ ข้อใด “ไม่”ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 184 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: (TAS19) ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้นที่ให้แก่พนักงาน ตัวเลือก:

ผลประโยชน์ที่จ่ายตามอายุงาน (Long-service award) เช่น ครบ 5 ปี, 10 ปี จัดเป็น ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น (Other Long-term Benefits) ไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น (Short-term) เนื่องจากภาระผูกพันไม่ได้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 12 เดือนนับจากสิ้นรอบปีที่พนักงานทำงาน

คำถามข้อที่ 227 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์พนักงาน ตัวเลือก:

การให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน (Share Option) เป็นการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based Payment) ซึ่งอยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 ไม่ใช่ TAS 19

คำถามข้อที่ 232 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: การเปลี่ยนอายุเกษียณของพนักงานจาก 60 ปี เป็น 55 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอะไร และรับรู้รายการ อย่างไร ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: การเปลี่ยนเงื่อนไข (อายุเกษียณ) ถือเป็น ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost) รับรู้ใน P/L ทันที

คำถามข้อที่ 243 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: ข้อ a, b, c จัดเป็น "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term) ส่วน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment) ซึ่งมีการจัดประเภทแยกต่างหาก

คำถามข้อที่ 255 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: กิจการซื้อสินค้า ราคาขาย 20,000 บาท โดยสามารถทยอยจ่ายได้งวดละ 5,100 บาท จำนวน 4 งวด แต่ พนักงานจัดส่งทำของชำรุด จึงต้องนากลับไปซ่อม ค่าซ่อม 3,000 บาท ต้นทุนสินค้าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ต้นทุนสินค้าคือราคาซื้อเงินสด (20,000) ส่วนดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระ (ส่วนต่าง 5,100×4 - 20,000) เป็นต้นทุนทางการเงิน และค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการขนส่ง (โดยพนักงานทำชำรุด) เป็นค่าใช้จ่าย (Abnormal waste)

คำถามข้อที่ 258 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: บ. ปรับปรุงภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานจาก 55 ปีเป็น 60 ปี ส่งผลให้ต้องรับรู้ปมก.หส.เพิ่ม 12 mb บัน ทึกบช.อย่างไร ตัวเลือก:

การปรับปรุงโครงการ (Plan Amendment) ที่ทำให้ภาระผูกพันเพิ่มขึ้น ถือเป็น ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost) ต้องรับรู้เข้า กำไรหรือขาดทุน (P/L) ทันที

คำถามข้อที่ 267 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดผิดเกี่ยวกับโครงการผลประโยชน์พนักงานที่กำหนดไว้ ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)

คำถามข้อที่ 325 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขต TAS19 ตัวเลือก:

การจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (เช่น ขายหุ้นราคาต่ำให้พนักงาน, ESOP) อยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 Share-based Payment ไม่ใช่ TAS 19

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณหนี้สินโครงการผลประโยชน์สิ้นปี: หนี้สินสุทธิโครงการบำนาญ = ภาระผูกพันผลประโยชน์สะสม (DBO) - มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์โครงการ (Plan Assets)

การบันทึกบัญชีรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด:

Dr. ต้นทุนบริการปัจจุบัน (Current Service Cost)
Dr. ต้นทุนดอกเบี้ย (Interest Cost)
  Cr. ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานสุทธิ

การบันทึกการปรับปรุงผลต่างทางคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Loss) ใน OCI:

Dr. กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) - ผลขาดทุนทางคณิตศาสตร์ประกันภัย
  Cr. ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานสุทธิ

TFRS 10: งบการเงินรวม

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการรำยงำนทำงกรเงินฉบับที่ 10 ณ วันต้นปี บริษัทใหญ่ซื้อบริษัทย่อย 80% ในราคา 500,000 บาท ซึ่ง ณ วันนั้น บริษัทย่อยมีทุนหุ้นสำมัญ300,000 บาท กำไรสะสม 210,000 บาท โดยสินทรัพย์และหนี้สินทุกรำยการมีมูลค่ายุติธรรมเท่ำกับมูลค่า ตามบัญชี ยกเว้นอำคำรที่มูลค่าตามบัญชีต ่ำไป 30,000 บาท (อำยุใช้งำนคงเหลือ 10 ปี) และอุปกรณ์มีมูลค่าตามบัญชีต ่ำเกินไป 40,000 บาท (อำยุใช้งำนคงเหลือ 5 ปี) สิ้นปีบริษัทย่อยมีกำไร 100,000 บาทและจ่ำยเงินปันผล 40,000 บาท ส่วนได้เสียที่ไม่มี อ ำนาจควบคุม (NCI) ณ วันสิ้นปีเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 41 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: บริษัทใหญ่ให้บริษัทย่อยเช่าอำคำรส ำนักงำน กิจการจะแสดงรำยการธุรกรรมดังกล่ำวอย่ำงไร ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 40: 1. งบเฉพาะกิจการ: บริษัทใหญ่ให้เช่าอาคารเพื่อหาค่าเช่า จึงจัดเป็น "อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน"2. งบการเงินรวม: มองในมุมของกลุ่มกิจการ อาคารนี้ถูกใช้ดำเนินงานโดยบริษัทย่อย (Owner-occupied) จึงต้องจัดประเภทเป็น "ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)"

คำถามข้อที่ 71 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สิทธิเพื่อการคุ้มครองที่ระบุไว้ใน TFRS10 ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 10: "สิทธิเพื่อการคุ้มครอง" (Protective Rights) คือสิทธิที่มีไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ (เช่น เจ้าหนี้ หรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) โดยไม่ได้ให้อำนาจในการควบคุมกิจการ (เช่น ข้อ a, b, c) แต่ สิทธิออกเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง โดยทั่วไปถือเป็น "สิทธิที่มีเนื้อหาสาระ" (Substantive Rights) ที่ก่อให้เกิด อำนาจควบคุม จึงไม่ใช่สิทธิเพื่อการคุ้มครอง

คำถามข้อที่ 76 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดอยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับที่ 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

ตอบข้อ b) เงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นตัวเลือกเดียวที่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับที่ 36 การ ด้อยค่าของสินทรัพย์ ส่วนตัวเลือกอื่นมีมาตรฐานอื่นกำกับอยู่

คำถามข้อที่ 82 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูก 70% โดยลูกขายของให้แม่ ราคาขาย 100 บาท ทุน 80 บาท แต่แม่ยังไม่ได้ขายสินค้าดังกล่าวออกไปให้กับคน นอก หากลูกรายงานกำไรสุทธิ 50 บาท ส่วนแบ่งกำไรของ NCI จะเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ (Upstream Sale - ลูกขายแม่): กำไรสุทธิของลูก = 50 บาท หัก กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Profit) ในสินค้าคงเหลือปลายงวด: ราคาขาย 100 - ทุน 80 = กำไร 20 บาท (สินค้ายังอยู่กับแม่ กำไรนี้ยังถือว่าไม่เกิดในมุมมองกลุ่ม) กำไรของลูกที่ปรับปรุงแล้ว = 50 - 20 = 30 บาท ส่วนแบ่งของ NCI (30%) = 30 x 30% = 9 บาท

คำถามข้อที่ 89 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: บ.A และ บ. B ร่วมกันตั้งบริษัท C โดย A และ B โอนสินทรัพย์สุทธิทั้งหมดให้กับ C แล้วเลิกกิจการไป ซึ่งผู้ถือหุ้น A ถือหุ้นใน C 80% ในขณะที่ ผู้ถือหุ้น B ถือหุ้นใน C 20% ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

การวิเคราะห์: A และ B ตั้ง C. A ถือ 80% แสดงว่า A เป็นผู้ซื้อ (Acquirer) ในทางบัญชี. ในงบการเงินรวม สินทรัพย์ของ A (ผู้ซื้อ) จะแสดงด้วยมูลค่าเดิม (BV) ส่วนสินทรัพย์ของ B (ผู้ถูกซื้อ) จะถูกวัดมูลค่าใหม่ด้วย มูลค่ายุติธรรม (FV) ณ วันซื้อ

คำถามข้อที่ 92 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: บริษัทเอ เข้าลงทุนในบริษัท ก โดย จ่าย 30% เมื่อวันที่ 1 ม.ค. x1 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. x1ประกาศให้เอ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการเข้า มาบริหาร เมื่อวันที่ 1 มี.ค. x1 เอ ส่งกรรมการเข้ามาบริหาร และเดือน มิ.ย. จ่ายเงิน 70% ที่เหลือ วันซื้อกิจการคือวันใด ตัวเลือก:

ตาม TFRS 3 วันซื้อคือวันที่ผู้ซื้อได้อำนาจควบคุมในกิจการที่ถูกซื้อ ซึ่งคือวันที่ 1 มีนาคม x1 เมื่อผู้ซื้อเริ่มมีส่วนร่วมในการบริหารโดยส่งกรรมการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจสั่งการดำเนินงานได้จริง

คำถามข้อที่ 95 (ภาคการสอบ: 1/63)

คำถาม: กรณีที่บริษัทใหญ่สูญเสียการควบคุมในบริษัทย่อย ณ วันที่สูญเสียการควบคุม วิธีการปฏิบัติทางการบัญชีข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 96 (ภาคการสอบ: 1/63)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 12: กิจการสามารถนาสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีมาหักกลบกัน (Offset) แสดงยอดสุทธิได้ หากมีสิทธิตามกฎหมายและเป็นภาษีที่เรียกเก็บโดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีเดียวกัน (เช่น ในงบการเงินรวมภายในประเทศเดียวกัน)

คำถามข้อที่ 119 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: บริษัทคํ้าประกันเงินกู้ให้บริษัทย่อย โดยในปี x1 บริษัทย่อยมีความสามารถในการจ่ายชำระได้ตามปกติ บริษัท ต้องปฏิบัติอย่างไร ต้นงวด 1,200,000 ซื้อ 6,000,000 สินค้ามีไว้เพื่อขาย 7,200,000 ต้นทุนขาย (7.6m x 75%) 5,700,000 - เสื่อมสภาพ 100,000 - สินค้าปลายงวด 1,400,000 ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 128 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ก ถือ ข 55% ถือ ค 100% ข ถือ ง 40% และ ค ถือ ง 60% ในงบการเงินรวม ก และบริษัทย่อย จะแสดงส่วนได้ เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมใน ง เท่ากับกี่ % ตัวเลือก:

การคำนวณสัดส่วน NCI ใน ง (ทางอ้อม): • ก ถือ ข 55%, ก ถือ ค 100% • ข ถือ ง 40% (ก มีส่วนได้เสียใน ง ผ่าน ข = 55%×40% = 22%) • ค ถือ ง 60% (ก มีส่วนได้เสียใน ง ผ่าน ค = 100%×60% = 60%) • รวมส่วนได้เสียของกลุ่มบริษัท (Group Interest) = 22% + 60% = 82% • NCI = 100% - 82% = 18%

คำถามข้อที่ 130 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: กิจการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ ปันผล 8% ทุกปี แต่หากปีใดอัตราผลตอบแทนตลาดเกิน 12% กิจการผู้ออกต้องซื้อคืนบวกด้วยปันผล ค้างจ่าย กิจการผู้ลงทุนจะรับรู้เป็นตราสารประเภทใด / และจะต้องรับรู้ปันผลอย่างไร ตัวเลือก:

หุ้นบุริมสิทธิที่มีเงื่อนไขบังคับให้ผู้ออกต้องซื้อคืน (Mandatory Redemption) จัดเป็น หนี้สินทางการเงิน (Financial Liability) หรือตราสารหนี้สำหรับผู้ออก (และเป็นสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้สำหรับผู้ถือ) เงินปันผลที่จ่ายจึงถือเป็น ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense) รับรู้ใน P/L

คำถามข้อที่ 190 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: A กับ B ถือหุ้นใน C ร้อยละ 50 ซึ่ง A มีหน้าที่สนับสนุน C เชิงเทคนิคทั่วไป และ B ซื้อของจาก C โดยทำสัญญา ซื้อขายกันโดยต้องขายให้ B ก่อนลูกค้าอื่น ซึ่งที่ผ่านมา 90% สินค้าของ C ขายให้ B โดยขายในราคาตลาดซึ่งมี กำไร A กับ B มีกรรมการใน C บริษัทละสองที่นั่ง ตัวเลือก:

หาก B ซื้อสินค้า 90% จาก C และมีอำนาจสั่งการหรือกำหนดนโยบาย (ผ่านกรรมการหรือสัญญา) จนมีอำนาจควบคุม (Control) เหนือ C จะถือว่า C เป็นบริษัทย่อยของ B

คำถามข้อที่ 191 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: อ้างถึง TAS 23 ต้นทุนการกู้ยืม ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ตัวเลือก:

สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องใช้เวลานานในการเตรียมพร้อม สินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) ไม่เข้าเงื่อนไขนี้

คำถามข้อที่ 199 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: บริษัท A มีข้อมูลการถือหุ้นในกิจการอื่น 3 บริษัท ดังนี้ : A ถือหุ้นบริษัท ก ถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือ หุ้นรายอื่น อีก 500 ราย, A ถือหุ้นบริษัท ข ถือหุ้นร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 12 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 5 และ A ถือหุ้นบริษัท ค ถือหุ้นร้อยละ 45 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 26 ส่วนผู้ถือหุ้นอีก 3 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 1 จากข้อมูลข้างต้น บริษัท A มีอำนาจควบคุมในบริษัทใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 207 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: วันที่ 30 กย x1 กิจการเข้าทำสัญญาซื้อกิจการ โดยจะจ่ายเงินจ่ายเงินและเลือกคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ ในอีก 15 วันข้างหน้า หากมีวาระประชุมพิเศษ ให้แจ้งล่วงหน้า 30 วัน จะมีอำนาจการควบคุมวันใด ตัวเลือก:

(วันที่ได้รับอำนาจควบคุม Acquisition Date) ปกติคือวันที่ผู้ซื้อโอนสิ่งตอบแทนและได้รับอำนาจในการระบุนโยบาย หรือแต่งตั้งกรรมการ หากสัญญาเงื่อนไขต้องรอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติก่อน อำนาจควบคุมจะเกิด ณ วันที่เงื่อนไขสำเร็จ (วันที่ได้รับอนุมัติ)

คำถามข้อที่ 234 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อมูลการถือหุ้นของบริษัท 3 บริษัท เป็นดังนี้: บริษัท ก ถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่น อีก 500 ราย, บริษัท ข ถือหุ้นร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 12 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 5, บริษัท ค ถือ หุ้นร้อยละ 45 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 26 ส่วนผู้ถือหุ้นอีก 3 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 1 จากข้อมูลข้างต้น บริษัทที่มีอำนาจควบคุมที่เหมาะสมคือข้อใด ตัวเลือก:

วิเคราะห์: ก ถือ 49% ผู้ถือหุ้นอื่นรายย่อยมาก (500 ราย) ทำให้ ก มีอำนาจควบคุมโดยพฤตินัย (De facto control) ชัดเจนที่สุด

คำถามข้อที่ 236 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: บริษัท A กับ บริษัท B ถือหุ้นในบริษัท C ร้อยละ 49 โดยบริษัท A มีหน้าที่สนับสนุนเชิงเทคนิคทั่วไปให้กับ บริษัท B ส่วนบริษัท B จะซื้อสินค้าจากบริษัท C ซึ่งทั้ง A และ B ส่งผู้บริหารบริษัทละ 2 คน เข้าไปบริหารงาน ในบริษัท C และบริษัท B ทำสัญญาซื้อขายกับ C โดยต้องขายให้ B ก่อนลูกค้าอื่น ที่ผ่านมา 90% สินค้าของ C ขายให้ B โดยขายในราคาตลาด ซึ่งมีกำไร ตัวเลือก:

วิเคราะห์: B เป็นผู้ซื้อหลัก (90%) และกำหนดทิศทางธุรกิจ (Customer dependence & participation). A เป็นเพียงผู้สนับสนุนเทคนิค. B จึงมีอำนาจควบคุมเนื้อหาทางเศรษฐกิจมากกว่า

คำถามข้อที่ 293 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: บริษัท A ขายสินค้าให้บริษัท B ที่เกี่ยวข้องกัน ในราคา2,000,000 บาท ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมาจากบริษัทอื่น 1,200,000 บาท และบริษัท B ขายสินค้าให้บริษัทอื่นไปครึ่งนึง และที่เหลือเป็นสินค้าปลายงวด ให้บันทึกบัญชี การจัดทำงบการเงินรวม ตัวเลือก:

คำนวณ: กำไรในสินค้าคงเหลือปลายงวด (Unrealized Profit) = (ราคาขาย 2M - ทุน 1.2M) × สัดส่วนที่เหลือ 50% = 400,000 บาท ปรับปรุง: Dr. ต้นทุนขาย 400,000 / Cr. สินค้าคงเหลือ 400,000

คำถามข้อที่ 298 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุในเรื่อง ภาษีเงินได้ ตัวเลือก:

มาตรฐานกำหนดให้เปิดเผยส่วนประกอบหลักของค่าใช้จ่ายภาษี และการกระทบยอด (Reconciliation) อัตราภาษี แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดการคำนวณภาษีในหมายเหตุ +1

คำถามข้อที่ 310 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 9 ข้อใดคือ hold to collect ตัวเลือก:

โมเดลถือเพื่อรับกระแสเงินสด (HTC) อนุญาตให้ขายได้กรณีความเสี่ยงเครดิตเพิ่ม (ก), ซื้อหนี้เสียมาบริหาร (ข), หรือถือเพื่อสภาพคล่องของสถาบันการเงิน (ง) ส่วนการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) เพื่อขาย (ค) ไม่ใช่ HTC +1

คำถามข้อที่ 320 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 10 เรื่อง งบการเงินรวม ข้อใดผิด ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)

คำถามข้อที่ 354 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ซื้อเครื่องจักรในราคา 500,000 บาท ตอนดัชนีผู้บริโภค 100 ต่อมามูลค่ายุติธรรมของเครื่องจักรเท่ากับ 495,000 บาท ดัชนีผู้บริโภค 98 ถ้าใช้แนวคิดการรักษาระดับทุนทางการเงินโดยใช้อำนาจซื้อคงที่ รายการนี้จะได้กำไรหรือ ขาดทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 355 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: บริษัท ก และ บริษัท ข ถือ บริษัท ค 30%และ40%ตามลำดับ และบริษัท ข ถือ บริษัท ก 40% คำถาม: บริษัท ค อยู่ใต้การควบคุมของใคร ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การตัดบัญชีเงินลงทุนข้ามฝั่งและจัดสรรส่วนแบ่งรายย่อย (NCI) ณ วันซื้อหุ้น:

Dr. ทุนเรือนหุ้น - บริษัทย่อย
Dr. กำไรสะสม - บริษัทย่อย
Dr. ค่าความนิยม (Goodwill) (ถ้ามี)
  Cr. เงินลงทุนในบริษัทย่อย (บัญชีบริษัทใหญ่)
  Cr. ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)

TAS 37: ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

  1. หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities): ไม่ต้องรับรู้ในงบการเงิน แต่ให้เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เว้นแต่โอกาสเกิดมีน้อยมาก (Remote)
  2. สินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Assets): ห้ามรับรู้ในงบการเงิน แต่เปิดเผยได้เมื่อมีโอกาสได้เงินค่อนข้างแน่ (Probable)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการรำยงำนทำงการเงิน ฉบับที่ 1 ในกรณีที่กิจการประมำณหนี้สินที่เกิดจำกการรื้อถอนบูรณะเพิ่มขึ้น กิจการจะถือปฏิบัติอย่ำงไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: 10 ระยะเวลาเช่า (ปี) 3.00 ค่าเช่าต่อปี 2.03 6. บริษัทให้วันหยุดพนงที่ยังจ่ายเงินเดือนปีละ 5 วันต่อคน และยกสะสมไปใช้ปีถัดไปได้ โดยที่ต้องใช้ของปีนั้นให้หมดก่อน ถึงจะใช้ของปี เก่าได้ และสิ้นปี x1 บริษัทประมาณว่ามีพนงไม่ได้ใช้วันหยุดรวม 40 วัน โอกาสที่พนงจะใช้ 80% โดยข้อเท็จจริงในปี x2 มีพนงมาใช้ วันหยุด 36 วัน บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินตอนสิ้นปี x1 เท่ากับกี่วัน ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: หากมีการเปลี่ยนแปลงลดประมาณการหนี้สินจากการรื้อถอน โดยที่สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องมีการตัดค่าเสื่อมราคาจนเหลือเท่ากับศูนย์ กิจการจะต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ a) กิจการต้องรับรู้การเปลี่ยนแปลงประมาณการด้วยวิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป โดยในข้อนี้ สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องถูกตัดค่าเสื่อมราคาจนหมดแล้ว จึงต้องรับรู้มูลค่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นรายได้อื่นใน กำไรขาดทุนประจำงวด

คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 1/61)

คำถาม: บริษัทแมว จำกัด ปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม กฏหมายดังกล่าวอยู่ ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการคาดหมายว่าน่าจะผ่านแน่นอน ซึ่งหากผ่านกิจการจะต้องจ่ายค่า ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมจำนวนมาก กิจการจะต้องถือปฏิบัติอย่างไรกับการปล่อยสารพิษดังกล่าว ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 37: แม้กฎหมายจะยังไม่มีผลบังคับใช้ ณ วันสิ้นรอบ แต่หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ (Virtually Certain) ว่ากฎหมายจะผ่านและกิจการมีภาระผูกพันจากการกระทำในอดีต (ปล่อยสารพิษ) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือก่อให้เกิดภาระผูกพันจากการอนุมาน (Constructive Obligation) กิจการต้องรับรู้ประมาณการหนี้สินในงบกำไรขาดทุน

คำถามข้อที่ 111 (ภาคการสอบ: 3/63)

คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3 กิจการมีมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตามโครงการผลประโยชน์จำนวน 38 ล้านบาท และมีมูลค่า ยุติธรรมสินทรัพย์โครงการ 45 ล้านบาท โดยกำหนดเพดาน รับรู้ 6 ล้านบาท กิจการควรรับรู้หนี้ (สินทรัพย์)ผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ สุทธิใบงบแสดงฐานะการเงิน หรือไม่ อย่างไร ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 19: กิจการมีสินทรัพย์สุทธิ (ส่วนเกิน) = 45 - 38 = 7 ล้านบาท แต่มาตรฐานกำหนดให้รับรู้สินทรัพย์ไม่เกิน "เพดานสินทรัพย์" (Asset Ceiling) ซึ่งโจทย์กำหนดไว้ที่ 6 ล้านบาท ดังนั้นจึงรับรู้ได้เพียง 6 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 129 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: 1/1/25x1 กิจการถูกฟ้องคดี ทนายแจ้งว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะชนะคดี ต่อมาวันที่ 1/1/25x2 ทนาย แจ้งว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะแพ้คดี และต้องจ่ายค่าเสียหาย 500,000 บาท และวันที่ 31/12/25x2 ศาลตัดสินว่าแพ้คดี และกิจการได้จ่ายค่าเสียหายในวันที่ 1/3/25x3 กิจการต้องต้องประมาณการหนี้สินเมื่อใด ตัวเลือก:

(โจทย์อาจมีวันที่ผิดพลาด หรือถามว่าต้องตั้งเมื่อไหร่) • ณ 1/1/x2 ทราบว่าน่าจะแพ้และต้องจ่าย 500,000 (เป็นเหตุการณ์หลังรอบระยะเวลารายงานปี x1 ที่ต้องปรับปรุงหรือไม่?) • หาก ณ 31/12/x1 สถานการณ์บ่งชี้ว่าชนะ ก็ยังไม่ต้องตั้ง แต่ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนในปี x2 ก็ตั้งในปี x2 แต่ถ้าถามตามหลักความระมัดระวังและเหตุการณ์หลังรอบฯ ที่ชัดเจน (แพ้และจ่ายปี x3) การตั้งสำรองควรทำเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ (Probable) ซึ่งคือช่วง 1/1/25x2 เป็นต้นไป (แต่ถ้าเฉลยตอบ a. 31/12/25x1 อาจมองว่าเป็น Adjusting Event ที่ทำให้งบปี x1 ต้องปรับปรุง)

คำถามข้อที่ 146 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: การประมาณการหนี้สินหมายถึงหนี้สินที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องใด ตัวเลือก:

ประมาณการหนี้สิน (Provision) คือหนี้สินที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ จังหวะเวลา (Timing) หรือ จำนวนเงิน (Amount) ที่ต้องจ่ายชำระในอนาคต

คำถามข้อที่ 150 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ตัวเลือก:

ตอบข้อ d)

คำถามข้อที่ 166 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการไปสำรวจและประเมินแร่สองแห่ง ที่ อำเภอ A โดยรับรู้รายจ่ายสำรวจและประเมินเป็นสินทรัพย์ 44 ล้าน และที่อำเภอ B โดยรับรู้รายจ่ายสำรวจปละประเมินเป็นค่าใช้จ่าย 17 ล้าน ทั้งนี้ บริษัทมีประมาณการหนี้สิ้นรื้อ ถอน อำเภอ A 6 ล้าน อำเภอ B 3 ล้าน บริษัทต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ a

คำถามข้อที่ 174 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: กิจการประกอบธุรกิจผลิตและปล่อยสารพิษในอากาศ โดยในวันที่ 15/12/25x1 ถูกปรับตามกฎหมาย จำนวน 50,000 บาท ครบกำหนดจ่ายชำระ 13/1/25x2 และบริษัทมีแผนการติดตั้งเครื่องกรองอากาศในโรงงานเพิ่ม 5 เครื่อง ค่าติดตั้ง 20,000 บาทต่อเครื่อง โดยจะจ่ายเมื่อติดตั้งเสร็จทั้งหมด 5 เครื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการยังไม่ได้จ่ายชำระ ค่าปรับและติดตั้งเครื่องกรองอากาศแล้วเสร็จ 3 เครื่อง กิจการจะต้องรับรู้หนี้สินจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:

กิจการต้องรับรู้หนี้สินจากภาระผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว: 1. ค่าปรับ (Legal Obligation) = 50,000 บาท 2. ค่าติดตั้งเครื่องกรอง (เฉพาะส่วนที่ติดตั้งเสร็จแล้ว 3 เครื่อง) = 3×20,000=60,000 บาท รวม = 50,000+60,000=110,000 บาท

คำถามข้อที่ 214 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 25 ธ.ค. x1 กิจการถูกเรียกค่าปรับ 2 ล้านบาทจากหน่วยงาน ถึงกำหนดชำระในอีก 3 เดือน อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เสียค่าปรับอีก บริษัทจึงออกมาประกาศเกี่ยวกับโครงการ ESG ประมาณการรายจ่าย 15 ล้านบาท ทั้งนี้ รายจ่ายและระยะเวลาโครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท บริษัทต้องตั้งประมาณ การหนี้สิน ณ 31 ธ.ค. x1 เท่าใด ตัวเลือก:

• ค่าปรับ 2 ล้าน: เป็นภาระผูกพันตามกฎหมายแล้ว (Legal Obligation) ต้องตั้งหนี้สินทันที• โครงการ ESG 15 ล้าน: ยังไม่ได้รับอนุมัติและยังไม่มีการสื่อสารที่สร้างภาระผูกพันจากการอนุมาน (Constructive Obligation) ที่ชัดเจน จึงยังไม่ต้องตั้งประมาณการ

คำถามข้อที่ 215 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: อ้างถึง TFRIC1 ข้อความเกี่ยวกับประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอนข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 217 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: บริษัท ทวีหนี้สิน จำกัด ที่ตั้งอยู่ชั้น 14 อาคารล้านสิริ 25 ธันวาคม 66 ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมโดนปรับ 2 ล้านบาทต้องจ่ายภายใน 3 เดือน นายเศรษฐี กรรมการ จึงประกาศจะทำระบบกำจัดมลพิษและให้เบ๊ๆ ไป ศึกษาโครงการคาดว่าจะใช้เงิน 15 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดซํ้าโดยยังไม่รู้จังหวะเวลา/จำนวนเงินที่ แน่นอนประมาณการหนี้สิน ของบริษัท ทวีหนี้สิน จำกัด ณ 31 ธันวาคม 66 คือ ตัวเลือก:

เหตุผล: เหมือนข้อ 11 ค่าปรับ 2 ล้านแน่นอนแล้ว ส่วนโครงการ 15 ล้านยังเป็นเพียงแผนศึกษา ไม่ใช่ภาระผูกพันปัจจุบัน

คำถามข้อที่ 246 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: กิจการประกอบธุรกิจผลิตและได้ปล่อยสารพิษในอากาศ โดยในวันที่ 15/12/25x1 ถูกปรับตามกฎหมาย จำนวน 60,000 บาท ครบกำหนดจ่ายชำระ 13/1/25x2 และบริษัทมีแผนการติดตั้งเครื่องกรองอากาศในโรงงานเพิ่ม 5 เครื่อง ค่าติดตั้ง 20,000 บาทต่อเครื่อง โดยจะจ่ายเมื่อติดตั้งเสร็จทั้งหมด 5 เครื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการยังไมได้จ่ายชำระค่าปรับและติดตั้งเครื่องกรองอากาศแล้วเสร็จ 3 เครื่อง กิจการจะต้องรับรู้หนี้สินจำนวน เท่าใด ตัวเลือก:

• ค่าปรับ (Legal Obligation) = 80,000 บาท (ต้องตั้งหนี้สินทันที) • ค่าติดตั้งเครื่องกรอง: เป็นรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) จะตั้งหนี้สินเฉพาะส่วนที่ติดตั้งแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน (3 เครื่อง × 10,000? หรือตามโจทย์อาจเป็นยอดค้างจ่ายอื่น) [ตามเฉลย 110,000 น่าจะมาจาก ค่าปรับ 80,000 + หนี้สินค่าติดตั้งที่เกิดขึ้นแล้ว 30,000]

คำถามข้อที่ 249 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประมาณการหนี้สิน ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 262 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารับประกันการซ่อม 6 เดือน ต้นทุนการซ่อมเบา 500,000 บาท และ 2 ล้านบาทสำหรับการ ซ่อมแซมที่รุนแรง โอกาสที่จะไม่เกิดการซ่อม 80% ซ่อมเบา 15% ซ่อมรุนแรง 5% กิจการต้องตั้งประมาณหนี้สิน การรับประกันเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การรับประกันใช้ Expected Value: • ซ่อมเบา: 500,000 × 15% = 75,000 • ซ่อมหนัก: 2,000,000 × 5% = 100,000 • ไม่ซ่อม: 0 × 80% = 0 • รวม = 175,000 บาท

คำถามข้อที่ 311 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: บริษัทขายรถ โดยรับประกันค่าซ่อมจากความเสียหายระยะเวลา 2 ปี กรณีที่ความเสียหายเกิดจากตัวเครื่องยนต์ ค่าซ่อมแซมความเสียหาย 100,000 บาทต่อคัน แต่หากเกิดจากส่วนอื่นจะมีค่าซ่อมแซม 20,000 บาทต่อคัน ใน ระหว่างปี บริษัทขายรถยนต์ได้ 10 คัน จากประสบการณ์ในอดีต 85% ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น 15% ความ เสียหายเกิดจากเครื่องยนต์ และ 10% เสียหายจากส่วนอื่น บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินค่าซ่อมเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:

คำอธิบายในไฟล์: โจทย์ให้ข้อมูลความน่าจะเป็นรวมกันได้ 110% (85+15+10) ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักความน่าจะเป็น จึงไม่สามารถใช้วิธีค่าที่คาดหวัง (Expected Value) ได้ จึงต้องใช้วิธีเลือกโอกาสที่ เป็นไปได้มากที่สุด (Most Likely Outcome) แทน ซึ่งคือ "ไม่มีความเสียหาย" (85%) ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน

คำถามข้อที่ 319 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ลูกค้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1,000,000 บาท โดยที่ปรึกษากฎหมายให้ความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ 50% ที่ บริษัทต้องจ่ายชดเชย บริษัทต้อง ตัวเลือก:

ความเป็นไปได้ที่ 50% ถือว่ายังไม่ถึงระดับ "เป็นไปได้ค่อนข้างแน่" (Probable, >50%) จึงยังไม่บันทึกเป็นหนี้สิน (Provision) แต่ให้เปิดเผยข้อมูลเป็น หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liability) ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

คำถามข้อที่ 339 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: บริษัทได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท บริษัทประเมินความเสียหาย และส่ง เอกสารเคลมกับบริษัทประกันภัย ซึ่ง ณ 31/12/25x1 บริษัทยังไม่ได้รับสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย แต่ ทนายความบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย บริษัทจะถือปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับ ธุรกรรมข้างต้น ณ 31/12/25x1 ตัวเลือก:

หากมีความเป็นไปได้สูง (Probable) ให้เปิดเผยในหมายเหตุ ห้ามบันทึกจนกว่าจะแน่นอน

คำถามข้อที่ 346 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: บริษัทได้รับความเสียหายจาก อุบัติเหตุมูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท ณ วันที่ 31/12/25x1 บริษัทยื่นเอกสาร เพื่อขอเคลมค่าความเสียหายจากบริษัทประกันภัย ซึ่งมูลค่าขอเคลมคือ 4 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก บริษัทประกันภัย บริษัทจะต้องถือปฏิบัติกับรายการข้างต้นอย่างไร ตัวเลือก:

บันทึกความเสียหายทันที แต่การเคลมประกัน (Reimbursement) ยังไม่แน่นอน จึงบันทึกไม่ได้

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การบันทึกรับรู้ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า (Expected Value Method):

Dr. ค่าใช้จ่ายประมาณการการรับประกันสินค้า
  Cr. ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า

เมื่อมีการส่งเคลมและชำระจริงในอนาคต:

Dr. ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า
  Cr. เงินสด / อะไหล่สินค้าคงเหลือ

TAS 16: ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 68 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 ซื้อสินทรัพย์ 490,000 บาท มูลค่าคงเหลือ 70,000 บาท อายุการให้ประโยชน์ 5 ปี ณ สิ้นปี 25x3 มีค่าเสื่อมราคา สะสม 336,000 บาท ถามว่า ปี 25x4 จะมีค่าเสื่อมราคาในงบกำไรขาดทุนเท่ากับเท่าใด หากกิจการใช้วิธีเดียวกันในการคิดค่าเสื่อม ราคาตลอดอายุสินทรัพย์ ตัวเลือก:

การคำนวณ: เช็ควิธีการคิดค่าเสื่อมจากข้อมูลปี x3 (สะสม 336,000):ทุนที่คิดค่าเสื่อม = 490,000 - 70,000 = 420,000ลองวิธี ผลรวมจำนวนปี (SYD): ผลรวม 1-5 = 15ปี 1: 5/15 x 420k = 140kปี 2: 4/15 x 420k = 112kปี 3: 3/15 x 420k = 84kรวมสะสม 3 ปี = 336,000 (ตรงกับโจทย์)ดังนั้นหาปีที่ 4 (25x4): 2/15 x 420,000 = 56,000 บาท

คำถามข้อที่ 93 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่ได้ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: รายจ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามปกติ (Repairs and Maintenance) เพื่อรักษาสภาพสินทรัพย์ ถือเป็น ค่าใช้จ่ายในงวด ไม่สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ ต่างจากค่าเปลี่ยนอะไหล่สำคัญ หรือต่อเติมที่เพิ่มประโยชน์

คำถามข้อที่ 99 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ข้อใดไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 5: สินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็น "สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย" ให้หยุดคิดค่าเสื่อมราคา และวัดมูลค่าด้วย Fair Value less cost to sell หรือ Book Value แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ส่วนข้ออื่น (หลุมฝังกลบ, อาคาร, เครื่องจักรหยุดพัก) ต้องคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ

คำถามข้อที่ 147 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการมีที่ดินที่ใช้ดำเนินกิจการสาขาจำนวน 3 แห่ง กิจการต้องการใช้วิธีตีราคาใหม่ของที่ดิน กิจการต้องทำ อย่างไร ตัวเลือก:

หากกิจการเลือกใช้นโยบายการตีราคาใหม่ (Revaluation Model) จะต้องถือปฏิบัติกับสินทรัพย์ ทั้งกลุ่ม (Entire Class) นั้นๆ (เช่น ที่ดินทั้งหมด) จะเลือกปฏิบัติเฉพาะบางรายการหรือบางสาขาไม่ได้

คำถามข้อที่ 170 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: ต้นทุนเกิดขึ้นภายหลังรายการใด ที่ไม่สามารถนามารวมเป็นมูลค่าตามบัญชีของรายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ได้ ตัวเลือก:

ต้นทุนในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามปกติ (Repairs and Maintenance) เพื่อรักษาสภาพสินทรัพย์ ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย ในงวดที่เกิดขึ้นทันที ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสินทรัพย์

คำถามข้อที่ 195 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: 1 ม.ค.25x1 บริษัทมีอาคารราคาทุน 1,000,000 บาท อายุ 30 ปี ต่อมา 31 ธ.ค.25x1 ตีราคาอาคารเพิ่มเป็น 1,200,000 บาท บริษัทจะมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่แสดงเป็นองค์ประกอบอื่นของส่วนผู้ถือหุ้น ณ 31 ธ.ค. 25x2 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

คำนวณส่วนเกินทุน (Surplus) หรือยอดคงเหลือหลังจากตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนตามอายุการใช้งาน

คำถามข้อที่ 209 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: กิจการควรจัดประเภทสินทรัพย์รายการใดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:

รถยนต์ที่ซื้อมาเพื่อให้เช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ถือเป็น PPE ของผู้ให้เช่า (เพราะผู้ให้เช่ายังคงความเสี่ยงและผลตอบแทนหลัก) และคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ

คำถามข้อที่ 225 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดควรจัดประเภทเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ถือเป็น PPE

คำถามข้อที่ 237 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 1 ม.ค.25x1 บริษัทมีอาคารมูลค่า 1,000,000 บาท อายุ 30 ปี ต่อมา 31 ธ.ค.25x1 ตีราคาอาคารเพิ่มเป็น 1,200,000 บาท ส่วนเกินทุนอื่นจากการตีราคา PPE ณ 31 ธ.ค.25x2 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: 31/12/x1: Surplus = 1.2M - (1M*29/30) = 233,333.31/12/x2: โอนส่วนต่างค่าเสื่อมออก = (1.2M/29) - (1M/30) = 41,379 - 33,333 = 8,046.Surplus คงเหลือ = 233,333 - 8,046 = 225,287 บาท

คำถามข้อที่ 245 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: 1 ม.ค.25x1 กิจการซื้ออุปกรณ์ราคา 420,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี คิดค่าเสื่อมราคาวิธียอดลดลงทวีคูณ มี มูลค่าคงเหลือ 20,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี สิ้นสุด 31 ธ.ค.25x3 มีจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:

วิธีลดลงทวีคูณ (Double Declining): อัตรา = 2/5 = 40% (เริ่ม 1 ม.ค. X1) • ปี X1: 420,000 × 40% = 168,000 (BV=252,000) • ปี X2: 252,000 × 40% = 100,800 (BV=151,200) • ปี X3: 151,200 × 40% = 60,480 บาท (BV คงเหลือ 90,720 > ซาก 20,000 จึงคิดได้เต็ม)

คำถามข้อที่ 251 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: 1 ต.ค.25x1 กิจการซื้ออุปกรณ์ราคา 420,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี คิดค่าเสื่อมราคาวิธียอดลดลงทวีคูณ มี มูลค่าคงเหลือ 20,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี สิ้นสุด 31 ธ.ค.25x3 มีจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:

(โจทย์เหมือนข้อ 7 แต่เริ่มซื้อ 1 ต.ค. X1): • ปี X1 (3 เดือน): 420k×40%×3/12 = 42,000 (BV=378,000) • ปี X2: 378k×40% = 151,200 (BV=226,800) • ปี X3: 226.8k×40% = 90,720 บาท

คำถามข้อที่ 256 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นต้นทุนของ PPE ตัวเลือก:

ต้นทุนการขนย้ายสินทรัพย์ไปยังสถานที่ใหม่ (Relocation costs) ภายหลังจากที่สินทรัพย์ติดตั้งพร้อมใช้งานครั้งแรกแล้ว ถือเป็น ค่าใช้จ่าย ไม่รวมเป็นต้นทุนของสินทรัพย์

คำถามข้อที่ 266 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ PPE ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 276 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: การคิดค่าเสื่อมราคาวิธีใดไม่เหมาะสม ตัวเลือก:

มาตรฐานการบัญชี (เช่น TAS 16, TAS 38) ระบุว่าวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่อ้างอิงจากรายได้ (Revenue-based method) ไม่เหมาะสม สำหรับสินทรัพย์ที่มีตัวตน เพราะรายได้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่น (เช่น เงินเฟ้อ, ราคาขาย) ซึ่งไม่ได้สะท้อนการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์นั้นโดยตรง

คำถามข้อที่ 280 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: กิจการตีราคาที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รายการหนึ่งเท่ากับ 50 ล้านบาท โดย PPE รายการดังกล่าวมี BV 60 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคาสะสม 20 ล้านบาท กิจการจะบันทึกบัญชีปรับปรุงตามสัดส่วนอย่างไร ตัวเลือก:

ปรับปรุงตามสัดส่วน (Proportional Restatement): ราคาทุนและค่าเสื่อมสะสมปรับเพิ่มขึ้น 25% (จาก BV 40 เป็น FV 50) ทำให้เกิดส่วนเกินทุน (OCI) 10 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 301 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ก ร่วมการงานกับ ข โดยก ลงเครื่องจักร ข ลงแรงงาน ส่วนแบ่ง 30:70 ก ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:

ในการร่วมดำเนินงาน (Joint Operation) ผู้ร่วมดำเนินงานต้องรับรู้สินทรัพย์ที่ตนควบคุม (เช่น เครื่องจักรที่นามาลง) ดังนั้น ก. บันทึกเครื่องจักรเป็น PPE ของตนเอง ไม่ใช่เงินลงทุน +1

คำถามข้อที่ 316 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ตาม TAS16 ตัวเลือก:

พืชให้ผลิตผล (Bearer Plant) เช่น ต้นยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน ถือเป็นสินทรัพย์ประเภท PPE ตาม TAS 16 (ส่วนผลผลิตที่อยู่บนต้นเป็น TAS 41)

คำถามข้อที่ 331 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: เครื่องจักร ราคา1,000,000 บาท คาดการณ์ผลิตสินค้าได้100,000 ชิ้น มูลค่าเศษซากหลังใช้งาน 50,000 บาท 25x1ผลิตสินค้าได้ 20,000 ชิ้น กิจการคิดค่าเสื่อมจำนวนผลผลิต ณสิ้นปี เครื่องจักรมีมูลค่าตามบัญชีเท่าไร ตัวเลือก:

(1M - 50k) / 100k × 20k = 190k (ค่าเสื่อม) BV = 1M - 190k = 810,000

คำถามข้อที่ 359 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: อ้างถึง TAS 16 เรื่องที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หากกิจการใช้วิธีตีราคา (Revaluation Model) สำหรับ PPE ข้อใด ต่อไปนี้ “ไม่ใช่” ข้อมูลที่มาตรฐานกำหนดให้ต้องเปิดเผยในงบการเงิน ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 361 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: วันที่ 1 กรกฎาคม 25x1 กิจการซื้อรถราคา 700,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าคงเหลือ 1,000 บาท และ ตัดค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีเส้นตรง ต่อมา ณ สิ้นปี 25x3 กิจการประเมินอายุการใช้งานคงเหลือใหม่เป็น 3 ปี และ ไม่มีมูลค่าคงเหลือ ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี 25x3 เท่ากับข้อใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณราคาทุนเริ่มต้นที่พ่วงประมาณการรื้อถอน: ราคาทุนเริ่มต้น = จ่ายซื้อสุทธิ + ต้นทุนขนส่งติดตั้ง + มูลค่าปัจจุบัน (PV) ของค่ารื้อถอนในอนาคต

การบันทึกบัญชี ณ วันซื้อสินทรัพย์:

Dr. เครื่องจักร / อาคาร
  Cr. เงินสด / เจ้าหนี้
  Cr. ประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอน (Decommissioning Provision - มูลค่าปัจจุบัน)

TAS 12: ภาษีเงินได้

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

  1. ผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (Deductible Temporary Difference) -> เกิดสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA)
  2. ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) -> เกิดหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) เกณฑ์นี้ใช้ประเมินภาระภาษีข้ามปีตามเกณฑ์คงค้าง

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 50 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: บริษัทซื้อรถยนต์นั่งมำในราคา 2,600,000 บาทอำยุการให้ประโยชน์ทำงบัญชีและภำษีเท่ำกันคือ 5 ปี อัตรำภำษี 20% กิจการจะรับรู้สินทรัพย์(หนี้สิน)ภำษีรอตัดบัญชีเท่ำไหร่ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 12: 1. ทางบัญชีและภาษีตัดค่าเสื่อมเท่ากัน (5 ปี) จึงไม่มีผลต่างชั่วคราวจากการตัดค่าเสื่อม2. ประเด็นส่วนเกินมูลค่ารถยนต์ (ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทที่สรรพากรไม่ให้หัก) ถือเป็น ผลแตกต่างถาวร (Permanent Difference) หรือเข้าข่ายข้อยกเว้นการรับรู้เริ่มแรก (Initial Recognition Exemption) ซึ่งมาตรฐานไม่ให้รับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

คำถามข้อที่ 52 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: หำกกิจการซื้อรถหรูราคา 3,000,000 บาท โดยตัดค่าเสื่อมราคา 20% ต่อปี ธุรกรรมข้ำงต้นจะมีค่าเสื่อมราคา ทำงบัญชี / สินทรัพย์ภำษีเงินได้รอตัดบัญชี ในปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: ค่าเสื่อมทางบัญชี = 3,000,000 x 20% = 600,000 บาทภาษีเงินได้รอตัดบัญชี = 0 บาท (เนื่องจากผลต่างเกิดจากการจำกัดมูลค่าต้นทุนทางภาษี ซึ่งเป็น Permanent Difference หรือเข้าข่าย Initial Recognition Exemption ไม่บันทึก Deferred Tax)

คำถามข้อที่ 57 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: จากการที่กฎหมายแรงงานเปลี่ยนอัตราเงินชดเชยเลิกจ้างจาก 300 วันเป็น 400 วัน กระทบภาษีรอตัดอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 59 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่เงินนาส่งรัฐ ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 62 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: ช่วงที่ผ่านมา มีการประกาศกฎหมายลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลออกมาในเดือนธันวาคม จาก 30% เหลือ 20% สำหรับกำไรที่เริ่ม 1 ม.ค. x2 กิจการจะต้องคำนวณภาษีสำหรับปี 25x1 อย่างไร ตัวเลือก:

กิจการต้องวัดมูลค่าหนี้สิน (หรือสินทรัพย์) ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน โดยใช้อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้อยู่ ณ สิ้นรอบระยะเวลารายงาน และ วัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีด้วยอัตราภาษีสำหรับงวดที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีหรือในงวดที่กิจการคาดว่าจะจ่ายชำระหนี้สินภาษี (TAS12.46-47)

คำถามข้อที่ 69 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: กิจการถูกฟ้องคดีเกี่ยวภาษีเงินได้ ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินให้กิจการแพ้คดี ต่อมากิจการดูข้อพิพากษาของศาลฎีกาที่มีเหตุการณ์ เหมือนกันนั้นศาลตัดสินเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ทางฝ่ายบริหารและทนายจึงคิดว่ากิจการมีโอกาสชนะ จึงยื่นอุทธรณ์มูลค่าของความ เสียหายคือ 100,000 บาท อ้างถึง TAS 37 ต้องรับรู้หรือเปิดเผยอย่างไร ตัวเลือก:

การวิเคราะห์: แม้ศาลชั้นต้นตัดสินแพ้ แต่ฝ่ายบริหารและทนายเชื่อมั่นว่าจะชนะในชั้นอุทธรณ์ แสดงว่าภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินนั้น "ยังไม่เป็นไปได้ค่อนข้างแน่" (Not Probable outflow) จึง ไม่ต้องบันทึกหนี้สิน แต่เนื่องจากมีความไม่แน่นอน จึงควร เปิดเผยข้อมูลหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liability) ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

คำถามข้อที่ 78 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้คือเงินที่นาส่งรัฐ ตามการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 21 ตัวเลือก:

อ้างอิง IFRIC 21: นิยามของ "เงินที่นาส่งรัฐ" (Levy) คือเงินที่รัฐบาลจัดเก็บจากกิจการตามข้อกำหนดของกฎหมาย (ไม่รวมภาษีเงินได้ หรือเบี้ยปรับ)

คำถามข้อที่ 124 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์มีราคาทุน 300,000 บาท มูลค่าตามบัญชี 200,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสมทางภาษี 180,000 บาท กิจการจะรับรู้ภาษีรอตัดบัญชีอย่างไร หากอัตราภาษี 20% ตัวเลือก:

การคำนวณ: • มูลค่าตามบัญชี (BV) = 200,000 • ฐานภาษี (TB) = ทุน 300,000 - ค่าเสื่อมภาษี 180,000 = 120,000 • ผลต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable) = 200,000 - 120,000 = 80,000 • DTL = 80,000 × 20% = 16,000 บาท

คำถามข้อที่ 136 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: บริษัท ต้องตั้ง DTA ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 เท่ากับเท่าใดโดยที่ มีค่าเผื่อผลขาดทุนลูกหนี้ 50,000 บาท / หนี้สินผลประโยชน์ พนักงาน 100,000 บาท / ขาดทุนทางภาษียกมา 200,00 บาท โดยขาดทุนที่ยกมาจะหมดสิทธิในปี 25×1 จำนวน 150,000 บาท ปี 25×2 จำนวน 50,000 บาท โดยบริษัท มีกำไรสุทธิปี 25×1 จำนวน 80,000 บาท ประมาณการกำไรสุทธิปี 25×2 100,000 บาท โดย อัตราภาษี 20% ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 137 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: ค่าสร้างอาคารมูลค่า 80,000,000 ล้านบาท และมีวิศวกรของกิจการดูแล2 คน โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับวิศวกรดังต่อไปนี้ เงินเดือน 2,160,000 บาท / โบนัส 360,000 บาท / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 108,000 บาท / ประกันสังคม 27,000 บาท / ผลประโยชน์หลัง ออกจากงาน 90,000 บาท ต้นทุนของอาคารรวมเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ราคาทุนของอาคาร ประกอบด้วยต้นทุนทางตรงทั้งหมดเพื่อให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน: • ค่าก่อสร้าง = 80,000,000 • เงินเดือนวิศวกรคุมงาน = 2,160,000 • โบนัส = 360,000 • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ = 108,000 • ประกันสังคม = 27,000 • ผลประโยชน์หลังออกจากงาน = 90,000 • รวม = 82,745,000 บาท (ในไฟล์ตัวเลือกที่ถูกอาจเป็น d หรือคำนวณในกรอบสี่เหลี่ยม)

คำถามข้อที่ 158 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการตีราคาที่ดินเพิ่ม 1 ล้านบาท กิจการจะรับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวเลือก:

หากมีการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นและรับรู้ใน OCI จะเกิดผลต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) ทำให้ต้องบันทึก หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL) โดยรับรู้คู่กับ OCI

คำถามข้อที่ 206 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 1 กค x7 ซื้อเครื่องจักร 600,000 บาท อายุการใช้งาน 6 ปี แต่ทางภาษี ให้คิด 5 ปี ณ 31 ธค x7 มูลค่าตาม บัญชี 550,000 บาท ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

คำนวณ: • ฐานภาษี (TB) = 600,000 × (4.5/5 ปี) = 540,000 บาท (หักค่าเสื่อมตามภาษีครึ่งปีแรก)• มูลค่าตามบัญชี (BV) = 550,000 บาท• ผลต่างชั่วคราว (Taxable) = 550,000 - 540,000 = 10,000 บาท• DTL (หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี) = 10,000 × 20% = 2,000 บาท (โจทย์ถาม DTA/DTL ตามบริบทน่าจะเป็น DTL จาก Taxable temp diff)

คำถามข้อที่ 259 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 ซื้ออุปกรณ์มูลค่า 2,000 บาท คิดค่าเสื่อมราคา 4ปี ไม่มีมูลค่าคงเหลือ ค่าเสื่อมทางภาษีคิด 800 บาท 600 บาท 400 บาท 200 บาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% ต่อมาปี 25x2 ตีราคาเพิ่มเป็น 2,500 บาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25x2 ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)

คำถามข้อที่ 278 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: กำไรก่อนภาษี 200 บาท ซึ่งรวมค่าปรับที่ไม่สามารถใช้คำนวณภาษีได้ 5 บาท ค่าเสื่อมราคาทางบัญชี 70 บาท แต่ค่าเสื่อมทางภาษี 110 บาท อัตราภาษี 40% กำไรสำหรับปี เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

คำนวณ: กำไรทางบัญชี 200 + ผลต่างถาวร (ค่าปรับ) 5 = 205 ภาษีเงินได้ = 205 × 40% = 82 บาท กำไรสุทธิ = กำไรทางบัญชี 200 - ภาษี 82 = 118 บาท

คำถามข้อที่ 303 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: สินทรัพย์ราคาทุน 2 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชี 1.5 ล้านบาท ค่าเสื่อมสะสมทางภาษี 1.1 ล้านบาท อัตราภาษี 20% ผลต่างชั่วคราวจำนวนเท่าใดและสินทรัพย์หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่าใด ตัวเลือก:

ราคาตามบัญชี (1.5 ล้าน) > ฐานภาษี (2.0 - 1.1 = 0.9 ล้าน) เกิด ผลแตกต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable) จำนวน 0.6 ล้าน คูณ 20% = หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL) 120,000 +1

คำถามข้อที่ 321 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: จากการคำนวณกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษี กิจการควรรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เป็นเท่าใด (อัตราภาษี 20%)  กำไรทางบัญชี 600,000  ผลแตกต่างถาวร (30,000)  คงเหลือ 570,000  ผลแตกต่างชั่วคราว (40,000)  กำไรทางภาษี 530,000 ตัวเลือก:

ค่าใช้จ่ายภาษี (Tax Expense) คำนวณจากกำไรทางบัญชีที่ปรับปรุงผลแตกต่างถาวรแล้ว • กำไรทางบัญชี 600,000 - ผลต่างถาวร 30,000 = 570,000 • ค่าใช้จ่ายภาษี = 570,000 × 20% = 114,000 บาท (ผลแตกต่างชั่วคราวจะกระทบการแบ่งส่วนระหว่าง Current Tax กับ Deferred Tax แต่ยอดรวมค่าใช้จ่ายภาษียังคงเดิม หากอัตราภาษีคงที่)

คำถามข้อที่ 345 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: กิจการมีค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 บาท ซึ่งไม่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ในปัจจุบันหรืออนาคต (non-deductible expense) หากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลคือ 20% ฐานภาษีของค่าใช้จ่ายนี้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี ไม่สามารถนามาหักลดหย่อนในอนาคตได้ ฐานภาษีจึงเป็น 0

คำถามข้อที่ 364 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ข้อใดอธิบายความหมายของ “ค่าใช้จ่าย (รายได้) ภาษีเงินได้” ได้ถูกต้องที่สุด ตาม TAS 12 ภาษีเงินได้ ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 367 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก ซื้อรถยนต์นั่งมาในราคา 1,800,000 บาท กิจการตัดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีเส้นตรง อัตรา 20% ต่อปี ทั้งทางบัญชีและทางภาษี ตามกฎหมายภาษีอากร ค่าเสื่อมราคาของ รถยนต์นั่งสามารถนามา หักภาษีได้จากมูลค่ารถไม่เกิน 1,000,000 บาท กิจการคาดว่าจะขายรถยนต์คันนี้ในอนาคต ให้พิจารณาว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการต้องรับรู้ สินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred tax) เท่าใด หาก อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับ 20% ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณ DTA และ DTL: DTA หรือ DTL = ผลต่างชั่วคราว ณ สิ้นงวด x อัตราภาษีเงินได้

การบันทึกรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA):

Dr. สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Asset)
  Cr. รายได้ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (หรือหักลดค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ประจำงวด)

TAS 28: เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: บริษัทกอร์ จำกัด ทำสัญญาร่วมดำเนินงานกับ บริษัทเฮง จำกัด ในการเปลี่ยนหลอดไฟโครงการหมู่บ้านจัดสรร กอร์จัดหาอุปกรณ์และ หลอดไฟ และรับผิดชอบหากอุปกรณ์ไม่ได้คุณภาพ เฮง จัดหาช่างและดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟ ทั้งสองดำเนินกิจการแยกต่าง หากแต่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล กิจการแห่งนี้ถือเป็น ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: ข้อใดเป็นแนวคิดเกี่ยวกับงบการเงินรวม ณ วันรวมธุรกิจที่ถูกต้อง ตัวเลือก:

ณ วันรวมธุรกิจ สินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทใหญ่ (Parent) จะแสดงด้วยมูลค่าตามบัญชี ส่วนสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทย่อย (Subsidiary) จะต้องปรับปรุงเป็นมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ณ วันที่ซื้อและรวมเข้าในงบการเงินรวม

คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 2/60)

คำถาม: บริษัท ติ๋ม จำกัด มีอาคาร 3 เเห่ง แห่งแรกใช้เป็นอาคารสำนักงานของตนเอง แห่งที่สอง ให้บริษัทย่อยเช่าใช้เป็นอาคาร สำนักงาน และแห่งที่สาม ให้เช่าดำเนินงานเป็นสำนักงานของบริษัทร่วม บริษัทจะจัดประเภทอาคารเหล่านี้อย่างไรในงบ การเงินรวม ตัวเลือก:

ในงบการเงินรวม อาคารสำนักงานของตนเอง (อาคาร 1) และอาคารที่ให้บริษัทย่อยเช่า (อาคาร 2) จัดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) เนื่องจากกลุ่มกิจการใช้อาคารนั้น ส่วนอาคารที่ให้บริษัทร่วมเช่าดำเนินงาน (อาคาร 3) จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน

คำถามข้อที่ 44 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: ข้อใดใม่ใช่แนวทำงในการวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่แสดงมูลค่าในงบเฉพำะกิจการ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ สามารถเลือกวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้ 3 วิธีคือ: 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity) หรือ 3. มูลค่ายุติธรรมตาม TFRS 9 ส่วน วิธีตีราคาใหม่ (Revaluation Model) ไม่ใช่วิธีที่อนุญาตสำหรับเงินลงทุน (ใช้กับ PPE/Intangibles)

คำถามข้อที่ 49 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: ข้อใดเป็นที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ ตาม TAS 16 ตัวเลือก:

คอนโดมิเนียมที่ให้พนักงานของบริษัทเช่าเพื่อเป็นสวัสดิการ จัดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) ตาม TAS 16 เนื่องจากถือไว้เพื่อการบริการทางปกครองและการจัดสวัสดิการพนักงาน

คำถามข้อที่ 51 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: กิจการจะแสดงมูลค่าของค่าควำมนิยมที่เกิดจำกการซื้อหุ้นบริษัทร่วมอย่ำงไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ c) กิจการผู้ลงทุนไม่ต้องแสดงมูลค่าของค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อหุ้นบริษัทร่วม เนื่องจากจะถือเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย

คำถามข้อที่ 79 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้คือการวัดมูลค่า เงินลงทุนในบริษัทย่อย เงินลงทุนในบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการ I วิธีราคาทุน II ตามวิธีตาม IFRS 9 เมื่อมีผลบังคับใช้ III วิธีส่วนได้เสีย ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ สามารถเลือกบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วม ได้ 3 วิธี: 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity) หรือ 3. ตาม TFRS 9 (Fair Value)

คำถามข้อที่ 97 (ภาคการสอบ: 1/63)

คำถาม: กิจการจะนาเสนอมูลค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือกิจการร่วมค้า ในงบการเงินเฉพาะด้วย … ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ กิจการสามารถเลือกวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วม/ร่วมค้า ได้ 3 วิธีคือ 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) หรือ 3. ตาม TFRS 9 (มูลค่ายุติธรรม)

คำถามข้อที่ 135 (ภาคการสอบ: 2/64)

คำถาม: กิจการสามารถตีมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้หรือไม่ ราคาตามบัญชี ราคาขาย ต้นทุนทางตรงที่เกี่ยวข้อง หน้าต่างอลูมิเนียม 70,000 64,000 8,000 หน้าต่างเหล็ก 86,000 94,000 9,200 หน้าต่างกระจก 112,000 186,400 18,100 หน้าต่างนิรภัย 140,000 154,800 14,800 รวม 408,000 499,200 50,100 ตัวเลือก:

เงินลงทุนในบริษัทร่วมต้องทดสอบการด้อยค่าหากมีข้อบ่งชี้ (เช่น ล้มละลาย) และรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้ตาม TAS 36

คำถามข้อที่ 179 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: ข้อใดอยู่ในขอบเขตของ TAS 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

ขอบเขตของ TAS 36 ครอบคลุมถึงเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้า (แต่ไม่รวมสินทรัพย์ทางการเงินตาม TFRS 9, สินทรัพย์สัญญาตาม TFRS 15, สินทรัพย์ภาษีรอตัดบัญชี)

คำถามข้อที่ 219 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดผิด ตัวเลือก:

ตอบข้อ d) กิจการไม่ต้องตัดจ่ายค่าความนิยมตามอายุให้ประโยชน์ / กิจการจะต้องไม่แสดงค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อหุ้นบริษัทร่วมเป็นรายการแยกต่างหากในงบการเงินรวม (โดยให้รวมอยู่ในบัญชีเงินลงทุนในบริษัทร่วม) / หากบริษัทย่อยมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น กิจการจะต้องวัดมูลค่าภาระผูกพัน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าความนิยมเพิ่มขึ้น / กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมทุกๆ ปีแม้จะไม่มีข้อบ่งชี้ก็ตาม

คำถามข้อที่ 254 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดคือวิธีใช้ในการรวมธุรกิจ ตัวเลือก:

วิธีการบัญชีสำหรับการรวมธุรกิจตาม TFRS 3 คือ วิธีซื้อ (Acquisition Method) เท่านั้น (วิธีส่วนได้เสียใช้วัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม ไม่ใช่การรวมธุรกิจ)

คำถามข้อที่ 274 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตของภาษีเงินได้ตาม TAS 12 ตัวเลือก:

(โจทย์ถามข้อยกเว้น หรือรายการที่ไม่กระทบภาษีแบบปกติ) เงินอุดหนุนรัฐบาล (TAS 20) มีวิธีปฏิบัติเฉพาะ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ต้องพิจารณาผลกระทบทางภาษีถ้าฐานภาษีต่างกัน (แต่ตัวเลือกอื่น เช่น ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม ก็ต้องพิจารณา DTA/DTL) ข้อนี้ต้องดูบริบทโจทย์ว่าถามข้อยกเว้นการรับรู้ DTL หรือไม่

คำถามข้อที่ 287 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: 25X1 บริษัท ก ซื้อหุ้นใน บริษัท ข 25% จำนวนเงิน 90,000 บาท บริษัท ข มีกำไร 215,000 บาท จ่ายปันผล 50,000 บาท ต่อมาปี 25x2 บริษัท ก ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 15% เป็นเงิน 325,000 บาท ในปี 25x2 บริษัท ข มีกำไร 320,000 บาท จ่ายเงินปันผล 50,000 เงินลงทุนในบริษัท ข คงเหลือ ณ สิ้นปี 25x2 เท่าไหร่ ตัวเลือก:

คำนวณ (วิธีส่วนได้เสีย): เงินลงทุนเดิม (25%) = 90,000 + (215,000×25%) - (50,000×25%) = 131,250 ซื้อเพิ่ม (15%) = 325,000 ส่วนแบ่งกำไรปี X2 (40%) = 320,000 × 40% = 128,000 ปันผลรับปี X2 (40%) = 50,000 × 40% = (20,000) รวม: 131,250 + 325,000 + 128,000 - 20,000 = 564,250

คำถามข้อที่ 330 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ลงทุนในบ.ร่วม 20% 11,000 บาท ณ วันที่ลงทุน ทุนจดทะเบียนเท่ากับ 30,000 บาท กำไรสะสม 8,000 บาท โดยมูลค่ายุติธรรมของสินค้าคงเหลือมากกว่ามูลค่าตามบัญชี 2,000 บาท ในปี x1 กำไร 4,000 บาท x2 กำไร 8,000 บาทจ่ายปันผลปีละ 1,500 บาท มูลค่าเงินลงทุน 31/12/x2 ในงบเฉพาะกิจการ และงบการเงินรวม ตัวเลือก:

งบเฉพาะ: ราคาทุน (11,000) งบรวม: วิธีส่วนได้เสีย (11,000 + ส่วนแบ่งกำไร 2,000 - ปันผล 600 = 12,400)

คำถามข้อที่ 351 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ตาม TAS 27 เรื่องงบการเงินเฉพาะกิจการ กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในงบ การเงินเฉพาะกิจการด้วยวิธีใด ตัวเลือก:

TAS 27 (ปรับปรุงใหม่) ให้เลือกได้ 3 วิธีสำหรับงบเฉพาะกิจการ

คำถามข้อที่ 352 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ผู้ลงทุนซื้อ บ.ร่วม สัดส่วน 25% เป็นเงิน 13,000 บาท ซึ่งส่วนของเจ้าของบริษัทร่วมประกอบด้วย หุ้นสามัญ 30,000 บาท กำไรสะสม 8,000 บาท โดยมูลค่าตามบัญชีของสินค้าคงเหลือตํ่ากว่ามูลค่ายุติธรรม 2,000 บาท โดยผู้ลงทุนยอมจ่ายเงินค่าความนิยม 3,000 บาท ทั้งนี้ บริษัทร่วมมีกำไรสุทธิในปี 25x1, 25x2 เท่ากับ 6,000 บาท และ 10,000 บาท เงินปันผล ปีละ2,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

อ้างถึง TAS 28 ผู้ลงทุนต้องรับรู้มูลค่าเงินลงทุนด้วยวิธีส่วนได้เสีย = 13,000 บาท + ((6,000 + 10,000 - ตัดจ่ายส่วน ต่างสินค้า 2,000 - ปันผล 2 ปี 4,000 บาท) x 25%) = 15,500 บาทในปี 25x2

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณมูลค่าเงินลงทุนสุทธิปลายงวด: เงินลงทุนสะสมปลายงวด = ราคาทุนเริ่มต้น + (กำไรสุทธิบริษัทร่วม x %) - (ปันผลรับ x %)

การบันทึกบัญชีรับรู้ส่วนแบ่งกำไรประจำปี:

Dr. เงินลงทุนในบริษัทร่วม
  Cr. ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (กำไรขาดทุน - PL)

การบันทึกบัญชีเมื่อบริษัทร่วมประกาศจ่ายปันผล:

Dr. เงินสด / ลูกหนี้เงินปันผล
  Cr. เงินลงทุนในบริษัทร่วม

กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 2/58)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:

ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance) เป็นลักษณะเชิงคุณภาพพื้นฐาน (Fundamental qualitative characteristic) ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม (Enhancing qualitative characteristic) ซึ่งได้แก่ ความเปรียบเทียบได้ ความพิสูจน์ยืนยันได้ ความทันเวลา และความเข้าใจได้

คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: มำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 34 เรื่องงบการเงินระหว่างกำล ได้อนุญำตให้กิจการวัดมูลค่าสินค้ำคงเหลือด้วยการประมำณการแทน วิธีการตรวจนับสินค้ำ. ข้อกำหนดดังกล่ำวเกี่ยวข้องกับลักษณะเชิงคุณภำพของรำยงำนทำงการเงินข้อใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 56 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ข้อใดเป็นคุณภาพเสริมทั้งหมด ตัวเลือก:

การดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) เป็น "ข้อสมมติ" (Underlying Assumption) ในการจัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพ (Qualitative Characteristic) +1

คำถามข้อที่ 80 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: เหตุใด TFRS จึงใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิมมากกว่าเกณฑ์อื่นในการวัดมูลค่าที่แสดงในงบการเงิน ตัวเลือก:

ทฤษฎีบัญชี: เกณฑ์ราคาทุนเดิม (Historical Cost) มักได้รับความเชื่อถือในแง่ของความสามารถในการ พิสูจน์ยืนยันได้ (Verifiability) เพราะมีหลักฐานจากการทำรายการจริงในอดีต (ใบเสร็จ/สัญญา) ชัดเจนกว่ามูลค่าอื่นที่มาจากการประมาณการ

คำถามข้อที่ 101 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: การนาเสนองบการเงินสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ การพิสูจน์ได้แบ่งเป็นทางตรงและทางอ้อม ข้อใดไม่ใช่ การพิสูจน์ทางอ้อม ตัวเลือก:

อ้างอิงทฤษฎีการตรวจสอบ: การพิสูจน์ยืนยันมีทางตรง (Direct) และทางอ้อม (Indirect) การสังเกตการตรวจนับ (Observation) เป็นการตรวจสอบ ทางตรง เพื่อพิสูจน์ความมีอยู่จริง ส่วนข้ออื่นๆ เป็นเทคนิคการคำนวณหรือวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบซึ่งเป็นทางอ้อม

คำถามข้อที่ 141 (ภาคการสอบ: 1/65)

คำถาม: ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะเชิงคุณภาพพื้นฐานของข้อมูลทางการเงินที่มีประโยชน์ ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 187 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน หนี้สินจะมีอยู่เมื่อ…. ยกเว้นข้อใด ตัวเลือก:

ตามกรอบแนวคิดฯ (ปรับปรุงใหม่) องค์ประกอบของหนี้สินคือ 1. ภาระผูกพันในปัจจุบัน 2. ผลจากเหตุการณ์ในอดีต 3. การโอนทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ (เงื่อนไข "วัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ" เป็นเกณฑ์การรับรู้รายการ ไม่ใช่นิยามของหนี้สิน)

คำถามข้อที่ 205 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: กิจการต้องเลิกรับรู้สินทรัพย์เมื่อใด ตัวเลือก:

กิจการจะตัดรายการสินทรัพย์ออกจากงบการเงิน (Derecognition) เมื่อ สูญเสียอำนาจการควบคุม (Loss of Control) ในสินทรัพย์นั้น หรือเมื่อสิทธิในการได้รับกระแสเงินสดสิ้นสุดลง

คำถามข้อที่ 239 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: อะไรไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:

ความมีสาระสำคัญ (Materiality) เป็นแง่มุมเฉพาะกิจการของ "ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ" (Relevance) ซึ่งเป็นลักษณะเชิงคุณภาพ พื้นฐาน (Fundamental) ไม่ใช่ ลักษณะเชิงคุณภาพ เสริม (Enhancing) ซึ่งได้แก่ ความเปรียบเทียบกันได้, พิสูจน์ยืนยันได้, ทันเวลา, และเข้าใจได้

คำถามข้อที่ 253 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ข้อใดถูกต้องตามกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ตัวเลือก:

(เป็นโจทย์ทฤษฎีเกี่ยวกับกรอบแนวคิด)

คำถามข้อที่ 281 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ขัอใดเป็นลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:

ลักษณะเชิงคุณภาพ เสริม (Enhancing) ประกอบด้วย: 1. ความสามารถในการเปรียบเทียบได้ (Comparability) 2. การพิสูจน์ยืนยันได้ 3. ความทันเวลา 4. ความเข้าใจได้ (ส่วน "ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ" เป็นลักษณะเชิงคุณภาพ พื้นฐาน)

คำถามข้อที่ 296 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ข้อใดไม่ใช่ลักษณะคุณภาพ ตัวเลือก:

การดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) เป็น "ข้อสมมติ" (Underlying Assumption) ในการจัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพ (Qualitative Characteristic) +1

คำถามข้อที่ 312 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: สินทรัพย์ 25x1, 25x2 เท่ากับ 16,000,000 บาท และ 19,000,000 บาทตามลำดับ หนี้สิน 25x1, 25x2 เท่ากับ 12,000,000 บาท และ 14,000,000 บาท ตามลำดับ โดยมีการเพิ่มทุนในปี 25x2 จำนวน 500,000 บาท จ่ายปัน ผลปี 25x2 จำนวน 150,000 บาท ให้หากำไรขาดทุนสุทธิของปี 25x2 ตัวเลือก:

คำนวณหาการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์สุทธิ (ส่วนของเจ้าของ): • ปี 25x1: สินทรัพย์ 16M - หนี้สิน 12M = ทุน 4M • ปี 25x2: สินทรัพย์ 19M - หนี้สิน 14M = ทุน 5M • ทุนเพิ่มขึ้น 1M = กำไรสุทธิ + เพิ่มทุน (0.5M) - ปันผล (0.15M) • กำไรสุทธิ = 1M - 0.5M + 0.15M = 0.65 ล้านบาท (650,000 บาท)

คำถามข้อที่ 332 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดคือลักษณะย่อยของ “การเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม (representation faithfulness) ก. ครบถ้วน ข. ปราศจากข้อผิดพลาด ค. เป็นกลาง ง. สาระสำคัญ ตัวเลือก:

ประกอบด้วย: 1. ครบถ้วน 2. เป็นกลาง 3. ปราศจากข้อผิดพลาด (สาระสำคัญไม่ใช่ลักษณะย่อยนี้)

คำถามข้อที่ 341 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของการรายงานทางการเงินทั่วไป ตามกรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน พ.ศ. 2563 ตัวเลือก:

งบการเงินไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดมูลค่าที่แท้จริง (True Value) ของกิจการ

คำถามข้อที่ 344 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: กรณีที่กิจการซื้อเครื่องมือช่าง เช่น ค้อนและสิ่ว ซึ่งมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที โดย มิได้รับรู้เป็นสินทรัพย์ถาวร กิจการนี้ใช้หลักการบัญชีข้อใดเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ตัวเลือก:

หากมูลค่าไม่เป็นสาระสำคัญ การบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่คุ้มต้นทุนทางบัญชี

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

ไม่มีตัวอย่างการบันทึกบัญชีพิเศษเฉพาะตัวในหัวข้อนี้


TAS 38: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 3/58)

คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการบัญชีฉบับที่ 32 กิจการจะต้องรับรู้รำยจ่ำยเกี่ยวกับต้นทุนเวปไซต์ เป็นค่าใช้จ่ำยเมื่อไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: ต้นทุนการพัฒนาเว็บไซด์สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ตั้งแต่ขั้นตอนใด ตัวเลือก:

ตามแนวปฏิบัติเรื่องต้นทุนเว็บไซต์ (SIC 32) ต้นทุนการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การพัฒนาเนื้อหาและการออกแบบกราฟิก สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ในช่วงขั้นตอนการพัฒนา

คำถามข้อที่ 54 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: กิจการควรจัดประเภท Crypto currency ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนรายการหนึ่งเป็น ตัวเลือก:

ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 58 (ภาคการสอบ: 1/62)

คำถาม: บริษัท บันทึกต้นทุนวิจัยและพัฒนาไว้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 10 ล้านบาท ต่อมาสิ้นปีที่ 1 คาดว่าตลาดจะไม่นิยมสินค้าแบบนี้แล้ว จึงคาดว่าน่าจะได้รับมูลค่าลดลงจำนวน 3 ล้านบาท ต่อมาพบว่าตลาดไม่นิยมสินค้านี้แล้ว ในปีถัดไปจึงวางแผนว่าจะไม่ทำการวิจัย พัฒนาต่อ บริษัทต้องรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนนี้ในงบแสดงฐานะการเงินสิ้นปีที่ 2 จำนวน ตัวเลือก:

ตอบข้อ a) 0 บาท กิจการต้องตัดรายการสินทรัพย์เมื่อไม่ได้รับประโยชน์อีกต่อไป

คำถามข้อที่ 107 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ข้อใดถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:

ตอบข้อ c) กิจการต้องรับรู้รายจ่ายที่เกิดขึ้นภายในกิจการในการพัฒนาและดำเนินการเว็บไซต์ของกิจการตามที่กำหนดไว้ใน TAS 38 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน จากโจทย์จะมีเพียงเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้อสินค้าที่เห็นแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคและเชิงพาณิชย์

คำถามข้อที่ 116 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ค่าใช้จ่ายในการวางแผน 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการศึกษาและเลือก Platform ที่เหมาะสม 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเนื้อหาเพื่อแสดงบนเว็บไซต์ 80,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างถ่ายภาพ เพื่อถ่าย สินค้าของบริษัทลงบนเว็บไซต์ 10,000 บาท ต้นทุนเว็บไซต์ที่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

ตาม SIC 32 เรื่อง ต้นทุนเว็บไซต์: • ขั้นวางแผน (50,000) → ค่าใช้จ่าย (วิจัย) • ขั้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน/Platform (20,000) → สินทรัพย์ • ขั้นพัฒนากราฟิก (10,000) → สินทรัพย์ • ขั้นพัฒนาเนื้อหา (Content) (80,000) → สินทรัพย์ (ถ้าใช้เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าอาจต้องพิจารณาตัดจ่าย แต่ในบริบทนี้ให้รับรู้ส่วนที่เป็นการพัฒนาเพื่อใช้งาน) (หมายเหตุ: คำตอบ 80,000 อาจมาจากการรวม Platform 20k + กราฟิก 10k + วางแผน? หรือเฉพาะ Content? ปกติ Content เพื่อโฆษณาตัดเป็น Expense แต่ถ้าเป็น Content หลักของเว็บอาจเป็นสินทรัพย์ ต้องดูบริบทเฉลย)

คำถามข้อที่ 120 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: ซื้อวัคซีนที่พัฒนาแล้ว มูลค่า 500,000 บาท ได้ส่วนลด 50% มีค่าจ้างที่ปรึกษาการซื้อวัคซีน 50,000 บาท มีค่า ประชาสัมพันธ์วัคซีนให้รู้จักในวงกว้าง 60,000 จะรับรู้เป็นสินทรัพย์เท่าใด ตัวเลือก:

ราคาทุน: ราคาซื้อ 500,000 - ส่วนลด 50% (250,000) + ค่าที่ปรึกษา (50,000) = 300,000 บาท (ค่าประชาสัมพันธ์ 60,000 เป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหาร)

คำถามข้อที่ 151 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการสามารถรับรู้รายจ่ายเพื่อการวิจัยเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเมื่อใด https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/ ตัวเลือก:

รายจ่ายในช่วง การวิจัย (Research Phase) ไม่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ ต้องรับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย ในงวดที่เกิดขึ้นเสมอ

คำถามข้อที่ 160 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการให้เงินกู้ 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5% PD 1% LGD 20% กิจการจะต้องรับรู้ 12 months ECL เท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:

(เกี่ยวกับรายการสินทรัพย์ไม่มีตัวตน) การรับรู้รายการต้นทุนการพัฒนาที่เข้าเงื่อนไขเป็นสินทรัพย์ (Capitalized) ส่วนที่ไม่เข้าเงื่อนไข (วิจัย) ตัดเป็นค่าใช้จ่าย (P/L)

คำถามข้อที่ 161 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุจำกัดซึ่งมีราคาทุนในปี x1 1,500,000 บาท ปี x2 FMV เท่ากับ 800,000 บาท และปี x3 1,600,000 บาท หากกิจการมีนโยบายตีราคาใหม่สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ให้บันทึกบัญชีการ ตีราคาในปี x3 ตัวเลือก:

ตอบข้อ b

คำถามข้อที่ 175 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: อ้างถึง TAS 38 ข้อใดถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:

อ้างอิง SIC 32: ต้นทุนเว็บไซต์จะบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อสามารถสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตได้โดยตรง เช่น เว็บไซต์ที่ใช้ขายสินค้า (e-Commerce) ส่วนเว็บเพื่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์/ให้ข้อมูล ถือเป็นค่าใช้จ่ายทันที

คำถามข้อที่ 186 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นลักษณะของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:

นิยามของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือ 1. เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง 2. ระบุได้ 3. ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน (Non-monetary asset)

คำถามข้อที่ 210 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของอนุพันธ์ ตัวเลือก:

ลักษณะสำคัญของอนุพันธ์ (Derivative) คือ 1. มูลค่าเปลี่ยนตามตัวแปร 2. ลงทุนสุทธิน้อยหรือศูนย์ 3. ชำระในอนาคต ส่วนคุณสมบัติ "แยกออกมาได้" (Separable) เป็นเกณฑ์ของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (TAS 38) หรือ Embedded Derivative ไม่ใช่นิยามหลักของตัวอนุพันธ์เอง

คำถามข้อที่ 247 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างรายจ่ายในการสำรวจและประเมินค่าทรัพยากรแร่ ตาม TFRS 6 ตัวเลือก:

รายจ่ายในการ "พัฒนา" (Development) เกิดขึ้นหลังจากพบปริมาณสำรองที่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์แล้ว ไม่ถือเป็นรายจ่ายในการ "สำรวจและประเมินค่า" (Exploration & Evaluation)

คำถามข้อที่ 260 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ปี 25x1 บริษัท ก ทำวิจัยโดยมีรายจ่ายเกิดขึ้น 1,230,000 บาท หลังจากนั้นสามารถพิสูจน์ความเป็นไปได้เชิง เทคนิค ตลาด และพานิชย์ ต่อมามีการพัฒนา 430,000 บาท และไปจดสิทธิบัตรต่อ บริษัท ก บันทึกรายจ่าย ดังกล่าวในงบกำไรขาดทุนปี 25x1 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

รายจ่ายในช่วง "วิจัย" (1,230,000) ต้องรับรู้เป็น ค่าใช้จ่ายทันที (ส่วนช่วงพัฒนา 420,000 หากเข้าเงื่อนไขสินทรัพย์จึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้)

คำถามข้อที่ 340 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “อาจ” ถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนของกิจการเหมืองแร่ ตาม TFRS 6 และ TAS 38 ตัวเลือก:

สิทธิสำรวจเป็น Intangible ส่วนสินทรัพย์จับต้องได้อื่นๆ เป็น PPE ทั่วไป

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การบันทึกบัญชีตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (อายุใช้งานจำกัด):

Dr. ค่าตัดจำหน่าย - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
  Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

TFRS 11: การร่วมการงาน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

  1. การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation): ผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินของตนเอง -> รับรู้สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนที่ถืออยู่โดยตรงในงบการเงิน
  2. การร่วมค้า (Joint Venture): ผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ (Net Assets) ของกิจการร่วม -> ต้องบันทึกเงินลงทุนด้วยวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) เท่านั้น

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 2/58)

คำถาม: ประเภทของการร่วมการงานมีกี่ประเภท ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 11 การร่วมการงานมี 2 ประเภท คือ 1. การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation) และ 2. การร่วมค้า (Joint Venture)

คำถามข้อที่ 83 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: A B C ถือหุ้นสัดส่วน 51% 30% และ 19 % ตามลำดับในบริษัทติ๋ม จำกัด โดยร่วมรับผลตอบแทนในสินทรัพย์สุทธิ โดยกำหนดว่าหากมี วาระสำคัญในการดำเนินงาน จะต้องได้รับเสียงโหวตไม่ตํ่ากว่า 75% บริษัทติ๋มถือเป็น ตัวเลือก:

การวิเคราะห์: A(51) + B(30) + C(19). มติสำคัญต้องใช้ 75%. ลำพัง A (51%) คุมไม่ได้. ต้องใช้ A+B (51+30=81%) จึงจะผ่านมติได้ (A+C หรือ B+C ก็ไม่ถึง 75%). สถานการณ์นี้ A และ B ต้องตกลงกันเสมอจึงจะเกิดการควบคุม (Joint Control). และเนื่องจากมีสิทธิใน "สินทรัพย์สุทธิ" จึงจัดเป็น การร่วมค้า (Joint Venture)

คำถามข้อที่ 84 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: A B C ถือหุ้นสัดส่วน 40 40 30 % ร่วมรับผลตอบแทนในสินทรัพย์สุทธิ โดยกำหนดว่าหากมีวาระสำคัญในการดำเนินงาน จะต้องได้รับ เสียงโหวตไม่ตํ่ากว่า 50% หุ้นส่วนแต่ละคนจะถือว่าการลงทุนครั้งนี้เป็น ตัวเลือก:

การวิเคราะห์: A(40), B(40), C(30) (ตัวเลขโจทย์อาจพิมพ์ผิดรวมเกิน 100 แต่สมมติเป็นสัดส่วนกระจาย) มติต้องใช้ 50%. A+B หรือ A+C หรือ B+C คู่ไหนก็ได้สามารถผ่านมติ (ไม่มีคู่ใดคู่หนึ่งผูกขาดการควบคุมร่วม). กรณีนี้ถือว่าไม่มีใครมีอำนาจควบคุม (No Control) และไม่มีการควบคุมร่วม (No Joint Control) จึงพิจารณาเป็น บริษัทร่วม (Significant Influence)

คำถามข้อที่ 114 (ภาคการสอบ: 3/63)

คำถาม: ก กับ ข ร่วมกัน ถือหุ้นในบริษัท ค ในอัตรา 70:30 โดยมีอำนาจควบคุมร่วม และมีส่วนได้เสียในสินทรัพย์สุทธิตามส่วนที่ลงทุน การลงทุนดังกล่าวถือเป็น ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 11: เมื่อผู้ลงทุนมีอำนาจควบคุมร่วมและมีสิทธิใน สินทรัพย์สุทธิ (Net Assets) ของกิจการที่ลงทุน จะจัดประเภทเป็น "การร่วมค้า" (บันทึกบัญชีด้วยวิธีส่วนได้เสีย)

คำถามข้อที่ 162 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: X และ Y ได้ก่อตั้ง Investee เพื่อดำเนินการขนส่งกาซ โดยที่สินทรัพย์และหนี้สินที่เกิดจากการร่วมการงานนี้จะ ตกเป็นของ investee ในขณะที่ X และ Y จะได้รับส่วนแบ่งกำไรขาดทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยผู้เข้าร่วมการ งานทั้งสองรายไม่มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินของการร่วมการงานนี้แต่อย่างใด X จะต้องบันทึก เงินลงทุนในการร่วมการงานนี้อย่างไร ตัวเลือก:

การลงทุนที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากและผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ คือ การร่วมค้า (Joint Venture) และต้องบันทึกบัญชีด้วย วิธีส่วนได้เสีย (Equity Method)

คำถามข้อที่ 173 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: มด หนู แมว นก ถือหุ้นในไก่ คนละ 40 20 20 20 ตามลำดับ โดยมีกรรมการทั้งหมด 6 คน จากมด 3 คน ที่เหลืออย่าง ละ 1 โดยกำหนดให้ มดเป็นประธานกรรมการและมีสิทธิ์ออกเสียงเพิ่ม 1 เสียง ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้

คำถามข้อที่ 223 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: อ้างถึง TFRS 11 ข้อใดไม่ใช่หลักในการพิจารณาการร่วมการงาน ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 11: การพิจารณา Joint Arrangement ดูที่ สิทธิในสินทรัพย์/ภาระในหนี้สิน (Assets/Liabilities separation) ไม่ได้ดูที่แหล่งเงินกู้ธนาคารเป็นหลัก

คำถามข้อที่ 224 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่การประเมินการควบคุมของการร่วมการงาน ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 11: การควบคุมร่วมดูที่ สิทธิออกเสียง (Voting rights), อำนาจตัดสินใจ แต่ แหล่งเงินทุน ไม่ใช่เกณฑ์หลักในการประเมินอำนาจควบคุม

คำถามข้อที่ 273 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: บริษัทเอ จำกัด ได้ลงทุน ร่วมกับ บริษัท บี จำกัด เป็น บริษัท เอบี จำกัด โดยลงทุนในสัดส่วนที่เท่ากันคือ50% โดยทั้งสองบริษัท ไม่มีสิทธิ์ในสินทรัพย์หรือเทคโนโลยีของบริษัท เอบี จำกัด การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุน แบบใด ตัวเลือก:

การลงทุน 50:50 ที่จัดตั้งบริษัทแยกต่างหาก (Separate Vehicle) และผู้ลงทุนมีสิทธิใน สินทรัพย์สุทธิ ของกิจการ (ไม่ใช่สินทรัพย์รายตัว) จัดเป็น การร่วมค้า (Joint Venture)

คำถามข้อที่ 286 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: การร่วมการงานมีกี่แบบ ตัวเลือก:

ประเภทของการร่วมการงาน (Joint Arrangement) มี 2 แบบ คือ 1. การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation) และ 2. การร่วมค้า (Joint Venture)

คำถามข้อที่ 308 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ก กับ ข มีการร่วมการงาน โดยมีการควบคุมร่วม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:

ผู้ที่มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สิน เรียกว่า ผู้ร่วมดำเนินงาน (Joint Operator) (ถ้ามีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ เรียกว่า ผู้ร่วมค้า / Joint Venturer)

คำถามข้อที่ 333 (ภาคการสอบ: 3/68)

คำถาม: ก และ ข ลงทุนใน ค ในสัดส่วน 50:50 โดยวาระการประชุมสำคัญต้องได้รับคะแนนเสียง 51% ขึ้นไป ก และ ข จะจัดประเภทเงินลงทุนใน ค อย่างไร ตัวเลือก:

ถือหุ้น 50:50 ต้องเห็นชอบร่วมกัน (Joint Control) และจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก

คำถามข้อที่ 358 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: ข้อมูลเงินลงทุนต่อไปนี้ ข้อใดไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการเปิดเผยของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 12 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียในกิจการอื่น ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 365 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: บริษัท ก ข และ ค จัดตั้งกิจการร่วมการงานแห่งหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นดังนี้ บริษัท ก ถือหุ้น 50% บริษัท ข ถือหุ้น 30% และ บริษัท ค ถือหุ้น 20% ซึ่งตามข้อตกลงในสัญญา การตัดสินใจเกี่ยวกับ กิจกรรมที่สำคัญของ กิจการ ต้องได้รับเสียงเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 72% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:

ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)


TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

  1. ราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost): ตราสารหนี้ที่ถือไว้เพื่อรับเงินต้นและดอกเบี้ย (Hold to Collect)
  2. มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI): ตราสารหนี้ที่ถือไว้เพื่อเก็บดอกเบี้ยและเพื่อขาย หรือตราสารทุนที่เลือกรับรู้เข้า OCI แบบถาวร
  3. มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL): ตราสารทุนและอนุพันธ์เก็งกำไร การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญใช้เกณฑ์ Expected Credit Loss (ECL)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 2/59)

คำถาม: บริษัทลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายที่เป็นหุ้นสามัญจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ 10,000 หุ้นๆ ละ 10 เหรียญ อัตรา พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 24, 25 ก.ย. 1, 2, 8, 9 ต.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม แลกเปลี่ยน 25 บาทต่อเหรียญ ปลายปีราคาต่อหุ้นขึ้นเป็น 12 เหรียญ อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 27 บาทต่อเหรียญ แสดงรายการใน กำไรขาดทุน และกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอย่างไร ตัวเลือก:

ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 3/59)

คำถาม: กิจการที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุน วัดค่าเงินลงทุนด้วยมูลค่าใด ตัวเลือก:

ตามมาตรฐานการบัญชีเดิม กิจการที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุนจะวัดมูลค่าเงินลงทุนในความต้องการของตลาดด้วยราคาเสนอซื้อล่าสุด (Bid Price) ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน

คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 1/61)

คำถาม: ในปีปัจจุบันกิจการปรับลดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ต่ำกว่ายอดคงเหลือปีก่อน กิจการจะรับรู้การลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะ สูญดังกล่าวอย่างไร ตัวเลือก:

หลักการบัญชี: เมื่อมีการปรับลดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance) ให้ต่ำลง (Reversal) กิจการจะบันทึกโดยการเดบิต ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และ เครดิต โอนกลับหนี้สงสัยจะสูญ (หรือเครดิตค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญ) เพื่อลดยอดค่าใช้จ่ายในงวดนั้น

คำถามข้อที่ 45 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: กิจการมียอดลูกหนี้การค้ำ ณ 1 มค 25x1 100,000 บาท และลูกหนี้การค้ำ ณ 31 ธค 25x1 120,000 บาท บริษัทตั้งค่าเผื่อสงสัยจะสูญ 2% ของลูกหนี้ ในระหว่างปี 25x1 ได้ตัดหนี้สูญ 1,100 บาท ในงบกำไรขาดทุนของ ปี 25x1 จะแสดงยอดหนี้สงสัยจะสูญเท่ำใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: 1. ค่าเผื่อฯ ยกมา (100,000 x 2%) = 2,0002. หัก ตัดจำหน่ายหนี้สูญระหว่างปี = 1,100 -> คงเหลือตามบัญชี = 9003. ค่าเผื่อฯ ที่ควรเป็น ณ สิ้นปี (120,000 x 2%) = 2,4004. ต้องตั้งเพิ่ม (ผลต่าง) = 2,400 - 900 = 1,500 บาท (ถือเป็นหนี้สงสัยจะสูญในงบกำไรขาดทุน)

คำถามข้อที่ 74 (ภาคการสอบ: 3/62)

คำถาม: กิจการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 2% จากยอดลูกหนี้ ในปี x1 มีลูกหนี้ 1000 บาท ปี x2 มีลูกหนี้ 800 บาท ถามว่าปีที่ 2 จะเกิดผล กระทบอย่างไร ตัวเลือก:

การคำนวณ: ปี x1: ลูกหนี้ 1,000 x 2% = ค่าเผื่อฯ 20 บาท ปี x2: ลูกหนี้ 800 x 2% = ค่าเผื่อฯ 16 บาท ต้องปรับปรุงยอดค่าเผื่อฯ ลดลงจาก 20 เหลือ 16 = ลดลง 4 บาท การลดลงของค่าเผื่อฯ บันทึกเป็น เครดิต โอนกลับหนี้สงสัยจะสูญ (ลดค่าใช้จ่าย)

คำถามข้อที่ 100 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:

FVPL เป็นการจัดประเภทเครื่องมือทางการเงินพื้นฐานของ TFRS 9 แม้กิจการจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ตั้งใจถือจนครบกำหนด แต่หากกิจการต้องการลดการจับคู่อย่างไม่เหมาะสมทางการบัญชี กิจการย่อมมีสิทธิจัดประเภทด้วย FVPL ได้ (TFRS 9.4.1.5)

คำถามข้อที่ 154 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: กิจการกู้เงินโดยต้องการป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จึงทำสัญญาแลกอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Swap) จากอัตราดอกเบี้ยผันแปรเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ กิจการจะถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงแบบใด ตัวเลือก:

การทำ Swap เพื่อแปลงดอกเบี้ยลอยตัว (ที่มีความผันผวนของกระแสเงินสด) ให้เป็นดอกเบี้ยคงที่ เป็นการป้องกันความเสี่ยงใน กระแสเงินสด (Cash Flow Hedge)

คำถามข้อที่ 192 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: 1 ม.ค.25x1 ธนาคารให้กู้เงิน 200,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี ครบกำหนดชำระปีที่ 5 โดยปีที่หนึ่งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ปีที่สองดอกเบี้ยร้อยละ 5 และปีที่ 3-5 ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่ากับ 6.68255 คำถาม รายได้ดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับเท่าใด และมูลค่าตามบัญชีเงินกู้ 31 ธ.ค.25x3 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณรายได้ดอกเบี้ย (Interest Revenue) ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คูณกับมูลค่าตามบัญชีต้นงวด (Gross Carrying Amount) ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา (Coupon Rate)

คำถามข้อที่ 197 (ภาคการสอบ: 2/66)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือทางการเงิน ตัวเลือก:

ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Rent) เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับบริการในอนาคต ไม่ใช่ การได้รับเงินสดหรือสินทรัพย์ทางการเงิน จึงไม่ใช่เครื่องมือทางการเงิน

คำถามข้อที่ 238 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: 1 ม.ค.25x1 ธนาคารให้กู้เงิน 200,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี ครบกำหนดชำระปีที่ 5 โดยปีที่หนึ่งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ปีที่สองดอกเบี้ยร้อยละ 5 และปีที่ 3-5 ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่ากับ 6.68255 รายได้ ดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับเท่าใด และมูลค่าตามบัญชีเงินกู้ 31 ธ.ค.25x3 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณรายได้ดอกเบี้ย (Interest Revenue) ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คูณกับมูลค่าตามบัญชีต้นงวด (Gross Carrying Amount) ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา (Coupon Rate)

คำถามข้อที่ 248 (ภาคการสอบ: 1/67)

คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ทางการเงินวัดมูลค่า FVOCI หากกิจการออกอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงผลการดำเนินงาน ควรวัดมูลค่าอนุพันธ์อย่างไร ตัวเลือก:

(ปกติอนุพันธ์วัดด้วย FVTPL) แต่หากทำ Hedge Accounting สำหรับรายการ FVOCI ส่วนของกำไรขาดทุนจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instrument) อาจรับรู้ใน OCI หรือ P/L ขึ้นอยู่กับประเภทของ Hedge (Cash Flow vs Fair Value Hedge)

คำถามข้อที่ 268 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: ข้อใดผิดเกี่ยวกับกองทุนการรื้อถอนที่ตั้งแยก ตัวเลือก:

ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)

คำถามข้อที่ 324 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่นิยามของ อนุพันธ์ ตัวเลือก:

นิยามของอนุพันธ์ (Derivative) ประกอบด้วย 3 ข้อ: 1. มูลค่าเปลี่ยนตามตัวแปรอ้างอิง 2. ไม่มีเงินลงทุนสุทธิเริ่มแรก (หรือน้อยมาก) 3. ชำระราคาในอนาคต (การเป็นสัญญาแยกต่างหาก ไม่ใช่นิยามหลัก เพราะอนุพันธ์อาจแฝงอยู่ในสัญญาหลักได้)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินประเภท FVTPL:

Dr. สินทรัพย์ทางการเงิน - FVTPL
  Cr. กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน (กำไรขาดทุน - PL)

การคำนวณดอกเบี้ยจ่ายตามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR):

Dr. เงินสด (รับดอกเบี้ยตามอัตรา Coupon)
Dr. สินทรัพย์ทางการเงิน (ส่วนต่างตัวนำมาตัดจ่ายราคาทุนตัดจำหน่าย)
  Cr. รายได้ดอกเบี้ย (คิดจากมูลค่าคงเหลือตามบัญชีต้นงวด x อัตรา EIR)

TAS 36: การด้อยค่าของสินทรัพย์

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 123 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: อาคารมีมูลค่าตามบัญชี 2,000,000 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 1,500,000 บาท ฐานภาษี 1,700,000 บาท (ผลขาดทุนจากการด้อยค่าไม่ถือเป็นคชจ ทางภาษี) tax rate 20% กิจการต้องตั้งภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: • มูลค่าตามบัญชี (หลังด้อยค่า) = 1,500,000 (Impairment loss = 2.0 - 1.5 = 0.5M) • ฐานภาษี = 1,700,000 (กรมสรรพากรไม่ยอมรับขาดทุนด้อยค่า) • ผลแตกต่างชั่วคราวใช้หักภาษี (Deductible) = 1,700,000 - 1,500,000 = 200,000 • DTA = 200,000 × 20% = 40,000 บาท

คำถามข้อที่ 182 (ภาคการสอบ: 1/66)

คำถาม: (TAS36) ข้อใดไม่ใช่ข้อบ่งชี้ “ภายนอก” เกี่ยวกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

การที่สินค้าล้าสมัยหรือชำรุดเสียหาย เป็น แหล่งข้อมูลภายใน (Internal Source) ของการด้อยค่า ส่วนข้อบ่งชี้ภายนอก (External) เช่น ราคาตลาดลดลง, อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น, สภาพแวดล้อมทางกม./เทคโนโลยีเปลี่ยน

คำถามข้อที่ 218 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: ณ สิ้นปี 2561 บริษัท ธนิก จำกัด มีอุปกรณ์มูลค่าตามบัญชี 100ล้านบาท แต่มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของ อุปกรณ์รายการนี้เท่ากับ 80 ล้านบาท ต่อมาปี 62 มีการปรับปรุงสินทรัพย์ 30 ล้านบาท ทำให้มูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืนสิ้นปี 2562 เพิ่มเป็น 140 ล้านบาท บจ.ธนิก ต้องกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าในปี 2562 เท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: กลับรายการได้ไม่เกิน "มูลค่าตามบัญชีเดิมหากไม่มีการด้อยค่า" CA เดิม (หากไม่ด้อยค่า) = 100 + ปรับปรุง 30 = 130.CA ปัจจุบัน (หลังด้อยค่า) = 80 + 30 = 110.ส่วนต่างที่กลับได้สูงสุด = 130 - 110 = 20 ล้านบาท

คำถามข้อที่ 230 (ภาคการสอบ: 3/66)

คำถาม: สิ้นปี 25x1 กิจการมี CGU มูลค่าตามบัญชี 100 ล้านบาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 80 ล้านบาท ต่อมาปี 25x2 ซื้อสินทรัพย์เพิ่มใน CGU ซึ่งสินทรัพย์นี้ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระ มูลค่า 30 ล้านบาท หลังจากซื้อสินทรัพย์นี้แล้วทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเท่ากับ 140 ล้านบาท หากสินทรัพย์ใน CGU ดังกล่าวไม่มีการเสื่อมค่า กิจการสามารถกลับรายการผลขาดทุนการด้อยค่าได้เท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

คำถามข้อที่ 277 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยแท้จริง ตัวเลือก:

การคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) จะรวมค่าธรรมเนียม ต้นทุนการทำรายการ และส่วนลด/ส่วนเกิน แต่ ไม่รวม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดไว้ (Expected Credit Loss - ECL) ยกเว้นกรณีเป็นสินทรัพย์ที่มีการด้อยค่าตั้งแต่กำเนิด

คำถามข้อที่ 305 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: บริษัทเดินรถแห่งหนึ่งทำสัญญากับรัฐบาลโดยต้องเดินรถห้าเส้นทางเท่านั้น คือ ก ข ค ง และ จ บริษัทสามารถ รายงานสินทรัพย์และกระแสเงินสดแยกรายเส้นทางได้ กและข ขาดทุนอย่างมีสารสำคัญ คและง มีกำไรอย่างมาก จ คุ้มทุน มีกี่หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด ตัวเลือก:

เนื่องจากสัญญาบังคับให้เดินรถทั้ง 5 เส้นทาง (ไม่สามารถยกเลิกเส้นทางที่ขาดทุนได้) กระแสเงินสดรับจึงไม่เป็นอิสระจากกัน ต้องพิจารณาเป็นกลุ่มเดียว (1 CGU)

คำถามข้อที่ 306 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: บริษัทเดินรถแห่งหนึ่งทำสัญญากับรัฐบาลจำนวน 5 เส้นทางโดยไม่จำเป็นต้องเดินรถทั้งห้าเส้นทาง สามารถเลือกเดิน รถได้ตามต้องการ เส้นทางเหล่านั้นคือ ก ข ค ง และ จ บริษัทสามารถรายงานสินทรัพย์และกระแสเงินสดแยกราย เส้นทางได้ ซึ่ง ก และ ข ขาดทุนอย่างมีสาระสำคัญ ค และ ง มีกำไรอย่างมาก ส่วน จ แค่คุ้มทุน กิจการจะถือว่ามีกี่ หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสดกี่หน่วย ตัวเลือก:

หากสามารถเลือกเดินรถได้อิสระและรายงานแยกได้ แต่ละเส้นทางถือเป็น CGU แยกต่างหาก +1

คำถามข้อที่ 313 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดคือปัจจัยภายนอกของการด้อยค่า ตัวเลือก:

"มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของกิจการ สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด" (Carrying amount > Market capitalization) ถือเป็น แหล่งข้อมูลภายนอก (External Source) ที่บ่งชี้ว่าสินทรัพย์อาจเกิดการด้อยค่า

คำถามข้อที่ 323 (ภาคการสอบ: 2/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการกำหนดอายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

ปัจจัยในการกำหนดอายุการใช้ประโยชน์ ได้แก่ 1. การใช้ประโยชน์ที่คาดไว้ 2. การชำรุดเสียหายทางกายภาพ 3. ความล้าสมัยทางเทคนิค 4. ข้อจำกัดทางกฎหมาย (กระแสเงินสด เป็นเรื่องของการวัดมูลค่าหรือการด้อยค่า ไม่ใช่ปัจจัยกำหนดอายุการใช้งาน)

คำถามข้อที่ 366 (ภาคการสอบ: 1/69)

คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก ซื้อเครื่องจักรมาในราคา 1,000,000 บาท อายุการให้ประโยชน์ 10 ปี ไม่มีมูลค่า คงเหลือ และกิจการตัดค่าเสื่อมราคาโดยวิธี เส้นตรง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x2 เครื่องจักรเกิดการด้อยค่า โดย หลังรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าแล้ว เครื่องจักรมี มูลค่าตามบัญชี 640,000 บาท ต่อมา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x6 กิจการประเมินว่า มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable amount) ของเครื่องจักรเท่ากับ 580,000 บาท และไม่มีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่าอีกต่อไป ตาม TAS 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ บริษัทควรกลับรายการผล ขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องจักรจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:

ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

สูตรคำนวณมูลค่าด้อยค่า: มูลค่าด้อยค่าที่ต้องรับรู้ = มูลค่าตามบัญชี (Book Value) - Recoverable Amount (ค่าสูงสุดของ FV less Cost หรือ Value in Use)

การบันทึกบัญชีรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า:

Dr. ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (ในกำไรหรือขาดทุน)
  Cr. ค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม (หรือลดมูลค่าสินทรัพย์โดยตรง)

TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืม

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 1/60)

คำถาม: มาตรฐานการบัญชีฉบับใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่ เกิดขึ้นจากการรื้อถอน การบูรณะ และหนี้สินที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตัวเลือก:

มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ไม่เกี่ยวข้องกับการตีความมาตรฐานการ รายงานทางการเงิน ฉบับที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการรื้อถอน การบูรณะ และหนี้สินที่มี ลักษณะคล้ายคลึงกัน

คำถามข้อที่ 70 (ภาคการสอบ: 2/62)

คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถถือเป็นต้นทุนกู้ยืมภายใต้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 23 ได้ ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืมรวมถึง ดอกเบี้ย, การตัดจำหน่ายส่วนลด/ส่วนเกินของ เงินกู้, และผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน (ส่วนปรับปรุงดอกเบี้ย) แต่ ไม่รวม ต้นทุนที่เกี่ยวกับส่วนของเจ้าของ เช่น ต้นทุนการออกหุ้น (Cost of issuing equity)

คำถามข้อที่ 109 (ภาคการสอบ: 2/63)

คำถาม: ก่อสร้างสินทรัพย์โดยมีรายจ่ายในปีดังนี้: 1 ม.ค. 600,000 บาท, 1 ต.ค. 1,500,000 บาท โดยกิจการมีวงเงินกู้ โดยกู้มาสำหรับ ก่อสร้างสินทรัพย์ 900,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% โดยเบิกกู้ดังนี้ 1 ม.ค. 600,000 บาท, 1 ต.ค. 300,000 ส่วนที่เหลือสามารถใช้ เงินกู้ทั่วไปอัตราตั้งเป็นทุนเท่ากับ 10% ให้คำนวณดอกเบี้ยจ่ายที่สามารถรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ ตัวเลือก:

การคำนวณ: 1. เงินกู้เฉพาะ: 900,000 @12% - เบิก 1 ม.ค. 600,000 (12 เดือน) = 72,000 - เบิก 1 ต.ค. 300,000 (3 เดือน) = 9,000 (รวมดอกเบี้ยเฉพาะ = 81,000)2. เงินกู้ทั่วไป: รายจ่ายวันที่ 1 ต.ค. ทั้งหมด 1,500,000 หักใช้เงินกู้เฉพาะไป 300,000 เหลือส่วนที่ต้องใช้เงินกู้ทั่วไป 1,200,000 - ดอกเบี้ย = 1,200,000 x 10% x 3/12 = 30,000รวมทั้งหมด = 81,000 + 30,000 = 111,000 บาท

คำถามข้อที่ 152 (ภาคการสอบ: 2/65)

คำถาม: 1 มี.ค.25x1 กู้เงิน 10 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ในระหว่าปี 25x1 มีการหยุดก่อสร้างเนื่องจาก สถานะการณ์ โควิด 19 เป็นเวลา 1 เดือน โดยบริษัทไม่มีการดำเนินการใดๆ บริษัทจะรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายเป็นต้นทุน ของสินทรัพย์ในปี 25x1 ได้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

• ดอกเบี้ย 10 เดือน = 10 ล้าน × 3% × 10/12 = 250,000 • หยุดพักก่อสร้าง 1 เดือน (ช่วงโควิด): พักดอกเบี้ย = 250,000 × (1/10) = 25,000 • ต้นทุนที่รวมเป็นสินทรัพย์ = 250,000 - 25,000 = 225,000 บาท

คำถามข้อที่ 168 (ภาคการสอบ: 3/65)

คำถาม: กิจการกู้เงินธนาคาร จำนวน 10ล้านบาท วันที่ 1 มี.ค. 25x1 วัตถุประสงค์เพื่อสร้างโรงงาน อัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี ซึ่ง กิจการได้รับเงินจากธนาคารแบ่งเป็น 2 ก้อน 3,000,000 บาท กู้วันที่ 1 มี.ค. 25x1 และ 7,000,000 บาท กู้วันที่ 1 ก.ค. 25x1 ระหว่างปีกิจการได้นาเงินกู้ไปลงทุนระยะสั้นและได้ผลตอบแทนจำนวน 100,000 บาท ต้นทุนกู้ยืมที่ถือเป็น ต้นทุนของสินทรัพย์เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:

การคำนวณ: 1. ดอกเบี้ยก้อนที่ 1 (3 ล้าน): 3,000,000×7%×1210​=175,000 บาท 2. ดอกเบี้ยก้อนที่ 2 (7 ล้าน): 7,000,000×7%×126​=245,000 บาท 3. หัก ผลตอบแทนจากการลงทุนชั่วคราว: (100,000) บาท 4. ต้นทุนการกู้ยืมที่บันทึกเป็นสินทรัพย์ = 175,000+245,000−100,000=320,000 บาท

คำถามข้อที่ 264 (ภาคการสอบ: 2/67)

คำถาม: กิจการต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนกู้ยืมอย่างไร ตัวเลือก:

กิจการต้องเปิดเผย อัตราการตั้งขึ้นเป็นทุน (Capitalization Rate) ที่ใช้ในการคำนวณต้นทุนการกู้ยืมในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

คำถามข้อที่ 279 (ภาคการสอบ: 3/67)

คำถาม: รายจ่ายรายการใดไม่สามารถรับรู้ต้นทุนการกู้ยืมเป็นสินทรัพย์ ตัวเลือก:

สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการเตรียมพร้อมเพื่อใช้งานหรือขาย ดังนั้น อาคารที่ซื้อมาแล้วพร้อมใช้งานทันที จึงไม่สามารถรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนได้

คำถามข้อที่ 307 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขในการรวมต้นทุนการกู้ยืมเข้าเป็นต้นทุนสินทรัพย์ ตัวเลือก:

สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องใช้ระยะเวลานานในการเตรียมพร้อม สินทรัพย์ที่ซื้อมาพร้อมใช้งาน (เช่น เครื่องบินที่ผลิตเสร็จแล้ว) ไม่เข้าเงื่อนไขรวมดอกเบี้ยเป็นต้นทุน +1

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การบันทึกดอกเบี้ยจ่ายรวมเป็นราคาทุนสินทรัพย์ก่อสร้าง:

Dr. งานระหว่างก่อสร้าง (Asset under construction)
  Cr. เงินสด / ดอกเบี้ยค้างจ่าย

TFRS 6: การสำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่

📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)

💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)

🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)

คำถามข้อที่ 43 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: รำยจ่ำยรำยการใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของ TFRS 6 เรื่อง การส ำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยำกรแร่ ตัวเลือก:

อ้างอิง TFRS 6: รายจ่ายที่เกิดขึ้น ก่อน กิจการได้รับสิทธิตามกฎหมายในการสำรวจ (Pre-exploration expenditure) ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับนี้และต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ไม่สามารถรวมเป็นสินทรัพย์ได้

คำถามข้อที่ 53 (ภาคการสอบ: 3/61)

คำถาม: ข้อใดถือเป็นที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ตาม ม.บช. 16 ตัวเลือก:

อ้างอิง TAS 16/41: - พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ต้นมะพร้าว, ต้นยางพารา ที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและมีอายุเกิน 1 ปี ให้ถือปฏิบัติเป็น PPE (TAS 16)- ส่วนต้นโหระพา (พืชล้มลุก/อายุสั้น) หรือ PPE รอขาย (TFRS 5) หรือสินทรัพย์สำรวจ (TFRS 6) ไม่ใช่ PPE

คำถามข้อที่ 125 (ภาคการสอบ: 1/64)

คำถาม: กิจการจะรับรู้ค่าใช้จ่ายการเปิดหน้าเหมืองเพื่อให้ทำงานสะดวกอย่างไร ตัวเลือก:

ค่าใช้จ่ายในการเปิดหน้าดิน (Stripping Costs) ในช่วงการผลิต (Production Phase) เพื่อให้เข้าถึงสินแร่ ให้รับรู้เป็นส่วนหนึ่งของ สินทรัพย์กิจกรรมการเปิดหน้าดิน (Stripping Activity Asset) หรือต้นทุนสัมปทาน

คำถามข้อที่ 297 (ภาคการสอบ: 1/68)

คำถาม: ข้อใดไม่สามารถรวมเป็นต้นทุนของการสำรวจแร่ ตัวเลือก:

ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การขนส่ง หรือการขายแร่ ไม่ถือเป็นสินทรัพย์จากการสำรวจและประเมินค่า +1

📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)

การบันทึกรายจ่ายสำรวจแร่เป็นสินทรัพย์ตามนโยบายบัญชี:

Dr. สินทรัพย์สำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่
  Cr. เงินสด / ธนาคาร