คู่มือเตรียมสอบ CPA วิชาการบัญชี 1 (TAS/TFRS Financial Accounting - Master Guide)
จัดทำขึ้นเป็นพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญทางบัญชีการเงินและติวเตอร์เตรียมสอบ CPA สำหรับผู้มุ่งมั่นสู่การสอบผ่าน CPA ประเทศไทย
[!IMPORTANT] คู่มือเล่มนี้รวบรวมข้อสอบปรนัย CPA บัญชี 1 ทั้งหมดจำนวน 368 ข้อ จากคลังข้อสอบจริง โดยจัดหมวดหมู่ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินอ้างอิง เรียงลำดับจากความถี่สูงสุดไปต่ำสุด เพื่อเน้นจุดออกข้อสอบที่สำคัญที่สุด
📌 สารบัญกลุ่มมาตรฐานการบัญชี (เรียงตามความถี่ที่ออกสอบ)
- TFRS 3: การรวมธุรกิจ (ออกสอบ 45 ข้อ)
- TFRS 16: สัญญาเช่า (ออกสอบ 40 ข้อ)
- TAS 40: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ออกสอบ 39 ข้อ)
- TAS 2: สินค้าคงเหลือ (ออกสอบ 38 ข้อ)
- TAS 19: ผลประโยชน์ของพนักงาน (ออกสอบ 25 ข้อ)
- TFRS 10: งบการเงินรวม (ออกสอบ 24 ข้อ)
- TAS 37: ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น (ออกสอบ 20 ข้อ)
- TAS 16: ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (ออกสอบ 20 ข้อ)
- TAS 12: ภาษีเงินได้ (ออกสอบ 19 ข้อ)
- TAS 28: เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า (ออกสอบ 17 ข้อ)
- กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน (ออกสอบ 16 ข้อ)
- TAS 38: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (ออกสอบ 16 ข้อ)
- TFRS 11: การร่วมการงาน (ออกสอบ 14 ข้อ)
- TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน (ออกสอบ 13 ข้อ)
- TAS 36: การด้อยค่าของสินทรัพย์ (ออกสอบ 10 ข้อ)
- TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืม (ออกสอบ 8 ข้อ)
- TFRS 6: การสำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่ (ออกสอบ 4 ข้อ)
TFRS 3: การรวมธุรกิจ
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- การรวมธุรกิจตาม TFRS 3 บังคับให้ใช้วิธีการซื้อ (Acquisition Method) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการระบุผู้ซื้อ, การกำหนดวันซื้อกิจการ (Acquisition Date ซึ่งเป็นวันที่ผู้ซื้อได้รับอำนาจควบคุมเหนือผู้ถูกซื้อ), การรับรู้และวัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่ระบุได้ ณ วันซื้อด้วยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) และการคำนวณส่วนต่างเป็นค่าความนิยม (Goodwill) หรือกำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม (Gain on Bargain Purchase)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'การแต่งงานจดทะเบียนสมรส' - วันที่สองบริษัทรวมร่างกัน จะต้องวัดทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ ณ วันจดทะเบียนด้วยราคาตลาดในวันแต่งงานทันที ส่วนของกำนัลที่ต้องจ่ายแพงเกินจริงเพื่อแต่งเข้าคือ 'ค่าความนิยม (Goodwill)' ส่วนของแถมที่ได้มาฟรีๆ ในราคาถูกคือ 'กำไรส้มหล่น (Bargain Purchase)'
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 24 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมในช่วงเวลาเดิมอย่างน้อยทุกปี
- B) กิจการไม่จำเป็นต้องทดสอบของค่าความนิยมในช่วงเวลาเดิมทุกปี แต่ต้องไม่แตกต่างช่วงเวลากันมาก
- C) กิจการต้องตัดจำหน่ายค่าความนิยมทุกๆ ปี ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
- D) กิจการจะต้องไม่รับรู้ค่าความนิยมเป็นสินทรัพย์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
กิจการมีทางเลือกในการวัดมูลค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 2 วิธี คือวิธีราคาทุน ซึ่งจะเท่ากับ 45 ล้านบาท และวิธีตีราคาเพิ่มซึ่งสามารถแสดงมูลค่าได้เท่ากับ 65 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 39 (ภาคการสอบ: 1/61)
คำถาม: อ้างถึง ม.บช. 12 เรื่องภาษีเงินได้ ข้อใดเป็นผลแตกต่างชั่วคราว ตัวเลือก:
- A) การตัดค่าเสื่อมราคาในการคำนวณภาษีเงินได้สูงกว่าค่าเสื่อมราคาในการจัดทำรายงานทางการเงิน
- B) การรับรู้ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ
- C) การตั้งประมาณการหนี้สินค่าเบี้ยปรับเงินเพิ่มทางภาษีอากร
- D) ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์นั่งส่วนที่มีราคาทุนสูงกว่า 1 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 12: หากค่าเสื่อมราคาทางภาษีสูงกว่าทางบัญชี จะทำให้มูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) สูงกว่าฐานภาษี (Tax Base) ก่อให้เกิด ผลแตกต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) ซึ่งนาไปสู่หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL)
คำถามข้อที่ 46 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: รำยการต่อไปนี้ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปี ยกเว้นข้อใด ตัวเลือก:
- A) ค่าควำมนิยม
- B) สินทรัพย์องค์กร
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่ทรำบอำยุการใช้งำน
- D) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้งำน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 36: สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบการด้อยค่าทุกปีไม่ว่าจะบ่งชี้หรือไม่ คือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ส่วน สินทรัพย์องค์กร (Corporate Assets) จะทดสอบเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น (ยกเว้นกรณีถูกปันส่วนเข้าหน่วยที่มี Goodwill) ดังนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อยกเว้นที่ถูกต้องที่สุด
คำถามข้อที่ 61 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: กิจการซื้อหุ้นบริษัทแห่งหนึ่ง 7,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ105 บาท จำนวนหุ้นสามัญจดทะเบียนทั้งหมดของกิจการแห่งนี้คือ 10,000 หุ้น และกิจการมีส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 630,000 บาท ทั้งนี้ กิจการประเมินมูลค่ายุติธรรมของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม เท่ากับ 315,000 บาท ค่าความนิยมจากการซื้อกิจการครั้งนี้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 420,000 บาท
- B) 294,000 บาท
- C) 0 บาท
- D) 126,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตามการคำนวณดังนี้ : ((7,000 x 105) + มูลค่ายุติธรรมของ NCI 315,000) FMV ของสินทรัพย์สุทธิ 630,000 = 420,000 บาท
คำถามข้อที่ 64 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: บ. ให้เช่าคลังสินค้า โดยมี.ค.ลังสินค้า 1 แห่ง ให้บริการเก็บสินค้าโดยลูกค้าจะเข้ามาในพื้นที่คลังตามเวลาที่กำหนด หากจะมารับ สินค้าจะต้องแจ้งบริษัทเสมอ และบ.ทำระบบที่ใช้ระบุตำแหน่งสินค้า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) คลังเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- B) สัญญาดังกล่าวเป็นการเช่า
- C) บริษัทต้องวัดมูลค่าคลังด้วยมูลค่ายุติธรรมเสมอ
- D) สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาบริการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 86 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการไม่ต้องรับรู้หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในกรณีใด ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ
- B) กิจการรับรู้ผลต่างมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิจากการรวมธุรกิจมากกว่าเงินลงทุน
- C) กิจการตัดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี
- D) ทุกข้อก่อให้เกิดหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจไม่ถือเป็นผลต่างชั่วคราวที่ต้องรับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (TAS12.15)
คำถามข้อที่ 90 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการซื้อส่วนได้เสียทั้งหมดในบริษัทย่อยเป็นเงิน 80,000 ล้านบาท โดยที่มูลค่าตามบัญชีของ บ.ย่อยเท่ากับ 48,500 ล้านบาท ในขณะ ที่มูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทย่อยมีคดีความ 1,500 ล้านบาท แต่ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายยืนยันว่า กิจการจะไม่แพ้แน่นอน ให้คำนวนหาค่าความนิยม ตัวเลือก:
- A) 1,500 ล้านบาท
- B) 3,000 ล้านบาท
- C) 31,500 ล้านบาท
- D) 30,000 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การคำนวณ: เงินลงทุน (Cost) = 80,000 ล้านบาท มูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์สุทธิ = 50,000 ล้านบาท (โจทย์ให้ตัวเลข FV สุทธิมาแล้ว และแม้มีคดีความ ถ้าตีมูลค่ารวมใน Net Assets แล้วก็ใช้ยอดนี้ หรือถ้าแยกออกมา การรับรู้ 30,000 สื่อว่าใช้ยอด 50,000 หักกลบเลย) Goodwill = 80,000 - 50,000 = 30,000 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 94 (ภาคการสอบ: 1/63)
คำถาม: ซื้อกิจการเป็นสัดส่วน 90% จ่ายเงิน 1,000 บาท ในจำนวนนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายทางตรงที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ 50 บาท และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ หลังจากรวมธุรกิจ 10 บาท กิจการจะบันทึกเงินลงทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 950 บาท
- B) 1,000 บาท
- C) 1,050 บาท
- D) 1,060 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TFRS 3: มูลค่าเงินลงทุน (สิ่งตอบแทนที่โอนให้) คือมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่จ่ายไป (1,000 บาท) ส่วนค่าใช้จ่ายทางตรงในการรวมธุรกิจ (50 บาท) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน ทันที ไม่รวมเป็นราคาทุนของเงินลงทุน
คำถามข้อที่ 102 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: กิจการให้พนักงานกู้เงินโดยคิดดอกเบี้ยตํ่า ในเวลา 3 ปี แสดงคำนวนเป็นตารางคิดดอกเบี้ยจำนวนที่หักให้พนักงาน ในระหว่่าง 3 ปี หากพนักงานลาออก พนักงานต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่เหลือทั้งหมด ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) บันทึกกำไร ณ วันที่ให้กู้
- B) บันทึกขาดทุน ณ วันที่ให้กู้
- C) บันทึกค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี ณ วันให้กู้
- D) บันทึกเงินกู้ ณ วันให้กู้ตามจำนวนเงินที่ให้กู้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 103 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ก่อนที่จะรับรู้กำไรจากการซื้อในราคาตํ่ากว่ามูลค่ายุติธรรม รายการใดเป็นรายการที่ผู้ซื้อไม่ต้องทบทวนกระบวนการวัดมูลค่า ตัวเลือก:
- A) การระบุสินทรัพย์และหนี้สินที่ได้รับมาทั้งหมด
- B) สิ่งตอบแทนที่โอนให้
- C) มูลค่ายุติธรรมสิ่งตอบแทนที่ได้รับมา
- D) วันที่กิจการตกลงซื้อธุรกิจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TFRS 3: ก่อนรับรู้กำไรจากการต่อรองราคา (Bargain Purchase) ผู้ซื้อต้องทบทวนการวัดมูลค่าของ (a) สินทรัพย์/หนี้สินที่ได้มา (b) ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม และ (c) สิ่งตอบแทนที่โอนให้ เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้อง แต่ วันที่ซื้อ ไม่ใช่รายการมูลค่าที่ต้องทบทวนเพื่อการคำนวณกำไร
คำถามข้อที่ 133 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: บ.A จ่ายซื้อ บ.B ในสัดส่วน 100% มูลค่าจ่ายซื้อ 20 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชีและมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิ บ.B เท่ากับ 15 ล้านบาท และ 18 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งสินทรัพย์ของ B มีเพียงรายการเดียว คือ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ค่าความนิยมเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:
- A) GW 2 ล้าน
- B) GW 3 ล้าน
- C) ไม่เกิดค่าความนิยม
- D) กำไรจากการต่อรอง 2 ล้าน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หากกิจการที่ซื้อมามีสินทรัพย์เพียงรายการเดียว (ที่ดิน) และไม่มีกระบวนการ (Process) ทางธุรกิจ อาจไม่เข้าข่ายนิยามของ "ธุรกิจ" แต่เป็นการซื้อสินทรัพย์ (Asset Acquisition) จึงปันส่วนราคาซื้อให้สินทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรม และ ไม่รับรู้ค่าความนิยม (Goodwill)
คำถามข้อที่ 134 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: สินทรัพย์รายการใดที่ไม่ต้องทดสอบด้อยค่าทุกปี ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยม
- B) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุใช้งาน
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนระหว่างพัฒนา
- D) สินทรัพย์สัมปทานเหมืองแร่ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
(ดูเหมือนเฉลยในไฟล์จะเลือกข้อนี้ แต่ตามมาตรฐาน TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน หรือ ยังไม่พร้อมใช้ ซึ่ง Intangible ระหว่างพัฒนาเข้าข่ายยังไม่พร้อมใช้ จึงต้องทดสอบทุกปี ดังนั้นคำตอบที่ถูกควรเป็นสินทรัพย์ที่มีอายุแน่นอนถ้ามีในตัวเลือกอื่น)
คำถามข้อที่ 139 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ TAS 38 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:
- A) บทภาพยนตร์
- B) สิทธิการดำเนินงานทางด่วน
- C) ค่าความนิยม
- D) เครื่องหมายการค้าที่กิจการซื้อมา เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ค่าความนิยม (Goodwill) ที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐาน TAS 38 แต่ให้ถือปฏิบัติตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ (เนื่องจาก Goodwill ระบุตัวตนไม่ได้แยกต่างหาก)
คำถามข้อที่ 164 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 3 เรื่องการรวมธุรกิจ ข้อใดไม่ใช่สิ่งตอบแทนที่โอนให้ ตัวเลือก:
- A) มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่ซื้อของสินทรัพย์ที่ผู้ซื้อโอนไป
- B) มูลค่ายุติธรรมของหนี้สินที่ผู้ซื้อก่อขึ้นเพื่อจ่ายชำระให้แก่เจ้าของเดิมของผู้ถูกซื้อ
- C) มูลค่ายุติธรรมของส่วนได้เสียในส่วนของเจ้าของที่ออกโดยผู้ซื้อ
- D) มูลค่ายุติธรรมของสิทธิ์ที่จะได้รับคืนจากผู้ถูกซื้อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ในการรวมธุรกิจ กิจการผู้ซื้อต้องใช้วิธีซื้อ เว้นแต่จะเป็นการรวมธุรกิจภายใต้การควบคุมเดียวกันที่ให้ใช้วิธีรวมส่วนได้
คำถามข้อที่ 177 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขายมาเป็นเวลานาน ในวันที่ 1 ม.ค.25x1 มีกฎหมายออกมาให้เรียก คืนและทำลายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.25x2 ซึ่งบริษัทไม่สามารถหลีกเลี่ยงการไม่ ทำตามกฎหมายได้ จึงได้ประมาณการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าเป็นสินค้าคงเหลือที่ต้องเรียกคืนและทำลาย ณ 31 ธ.ค.25x1 มูลค่าสินค้าคงเหลือ 2 ล้านบาท มูลค่าปัจจุบันของประมาณการค่าทำลายสินค้า 1.95 ล้านบาท และ มูลค่าเงินในอนาคตของประมาณการค่าทำลายสินค้า 2.1 ล้านบาท ข้อใดถูกต้องในการประมาณการหนี้สิน ตัวเลือก:
- A) บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ไม่ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน
- B) บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน 2 ล้านบาท
- C) บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน 1.95 ล้านบาท
- D) บริษัท อิเล็กส์ จำกัด ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน 2.1 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 178 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: รายการใดที่ไม่กระทบ DTA DTL ตัวเลือก:
- A) รัฐบาลปรับลดอัตราภาษี
- B) ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน
- C) หนี้สินตามสัญญาเช่า
- D) ค่าความนิยม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ค่าความนิยม (Goodwill) ที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจ เป็นข้อยกเว้นตาม TAS 12 ที่ ไม่ต้องรับรู้ หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) แม้ว่ามูลค่าตามบัญชีจะสูงกว่าฐานภาษี (เนื่องจากฐานภาษีมักเป็น 0)
คำถามข้อที่ 188 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: สินทรัพย์รายการใดที่ไม่ต้องทดสอบด้อยค่าทุกปี ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยม
- B) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุใช้งาน
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนระหว่างพัฒนา
- D) สินทรัพย์สัมปทานเหมืองแร่ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(ดูเหมือนเฉลยในไฟล์จะเลือกข้อนี้ แต่ตามมาตรฐาน TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน หรือ ยังไม่พร้อมใช้ ซึ่ง Intangible ระหว่างพัฒนาเข้าข่ายยังไม่พร้อมใช้ จึงต้องทดสอบทุกปี ดังนั้นคำตอบที่ถูกควรเป็นสินทรัพย์ที่มีอายุแน่นอนถ้ามีในตัวเลือกอื่น)
คำถามข้อที่ 193 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัทมีอาคาร 3 หลัง อาคารหลังที่ 1 บริษัทใช้เอง อาคารหลังที่ 2 ให้บริษัทย่อยเช่า และอาคารหลังที่ 3 ให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันเช่า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) อาคารหลังที่ 1 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อาคารหลังที่ 2 เป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- B) อาคารหลังที่ 1 และ 2 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อาคารหลังที่ 3 เป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการ ลงทุน
- C) อาคารหลังที่ 1 หลังที่ 2 และ 3 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ทั้งหมด
- D) อาคารหลังที่ 1 หลังที่ 2 และ 3 เป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ทั้งหมด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 194 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: 1 เม.ย.25x1 บริษัทนารถบรรทุก มีมูลค่าตามบัญชี 800,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 1,000,000 บาท ไป แลกเปลี่ยนกับรถยนต์ผู้บริหารซึ่งมีมูลค่ายุติธรรม 1,400,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 200,000 บาท
- B) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 300,000 บาท
- C) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 600,000 บาท
- D) ไม่มีกำไรจากการแลกเปลี่ยนเนื่องจากขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 204 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ในการรวมกิจการ จะวัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน ด้วยมูลค่ายุติธรรม ยกเว้นรายการใดที่ต้องรับรู้ตาม TFRS ที่เกี่ยวข้อง ตัวเลือก:
- A) ลูกหนี้การค้า
- B) สินค้าคงเหลือ
- C) สินทรัพย์สิทธิการใช้
- D) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ในการรวมธุรกิจ สินทรัพย์และหนี้สินที่ได้มาต้องวัดด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ยกเว้นรายการที่มีมาตรฐานเฉพาะกำหนดไว้ต่างหาก เช่น ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (TAS 12), ผลประโยชน์พนักงาน (TAS 19), สัญญาเช่า (TFRS 16) ซึ่งสินทรัพย์สิทธิการใช้ให้วัดมูลค่าตาม TFRS 16 (โดยใช้วิธีปฏิบัติเหมือนสัญญาเช่าใหม่ ณ วันซื้อ)
คำถามข้อที่ 211 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: รายการใดไม่ต้องปรับใช้ TAS 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยม
- B) ที่ดินของอาคารสำนักงานกิจการให้เช่า
- C) สินทรัพย์สิทธิการใช้
- D) สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) ได้รับการยกเว้นจากขอบเขตของ TAS 36 เนื่องจากมีข้อกำหนดการปรับลดมูลค่า (Review carrying amount) ระบุไว้ใน TAS 12 อยู่แล้ว
คำถามข้อที่ 221 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: หากมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ 100 บาท ค่าความนิยม 20 บาท และมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (RA) 110 บาท ตัวเลือก:
- A) ด้อยค่าความนิยม 10 บาท
- B) ด้อยค่าสินทรัพย์ 10 บาท
- C) ปันส่วนด้อยค่าค่าความนิยมและสินทรัพย์ตามสัดส่วนมูลค่าตามบัญชี
- D) ไม่ด้อยเพราะ RA สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีไม่รวมค่าความนิยม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: หน่วยสินทรัพย์รวม = 100 + 20 (Goodwill) = 120.Recoverable Amount = 110.Loss = 10. ปันส่วนให้ ค่าความนิยม ก่อนจนหมด
คำถามข้อที่ 233 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัทมีอาคาร 3 หลัง อาคารหลังที่ 1 บริษัทใช้เอง อาคารหลังที่ 2 ให้บริษัทย่อยเช่า และอาคารหลังที่ 3 ให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องกันเช่า ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) อาคารหลังที่ 1 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อาคารหลังที่ 2 เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- B) อาคารหลังที่ 1 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อาคารหลังที่ 3 เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- C) อาคารหลังที่ 1 หลังที่ 2 และ 3 เป็น ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ทั้งหมด
- D) อาคารหลังที่ 1 หลังที่ 2 และ 3 เป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ทั้งหมด ปีที่ CF แต่ละปี PVIF 6% PV 1 100,000 0.9434 94,340 2 100,000 0.8900 89,000 3 100,000 0.8396 83,962 4 107,000 0.7921 84,754 5 107,000 0.7473 79,957 รวม 432,012 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 235 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 1 เม.ย.25x1 บริษัทนารถบรรทุก มีมูลค่าตามบัญชี 800,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 1,000,000 บาท ไปแลกเปลี่ยน กับรถยนต์ผู้บริหารซึ่งมีมูลค่ายุติธรรม 1,400,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ไม่มีกำไรจากการแลกเปลี่ยนเนื่องจากขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์
- B) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 200,000 บาท
- C) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 300,000 บาท
- D) กำไรจากการแลกเปลี่ยน 600,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 244 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดต้องรับรู้ด้อยค่าตาม TAS 36 ตัวเลือก:
- A) สินค้าคงเหลือ
- B) สินทรัพย์ภาษีเงินได้
- C) สินทรัพย์ผลประโยชน์พนักงาน
- D) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(โจทย์น่าจะถามว่าข้อใด ไม่ต้อง ทดสอบทุกปี) สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบทุกปีคือ Goodwill และ Intangible (อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้) ส่วน PPE จะทดสอบก็ต่อเมื่อมี ข้อบ่งชี้ (Indication) เท่านั้น
คำถามข้อที่ 257 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: บริษัท ก มาซื้อหุ้น 80% ของบริษัท ข ที่ทำการพัฒนาวัคซีน โดยบริษัท ข ทำการพัฒนาวัคซีนเสร็จเพียง 70% บริษัท ก คาดว่าจะการพัฒนาวัคซีนของบริษัท ข จะสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ถือเป็นการรวมธุรกิจ เพราะ บริษัท ก ซื้อหุ้นบริษัท ข 80%
- B) ไม่ถือเป็นการรวมธุรกิจ เพราะบริษัท ก ไม่ได้ผลผลิต
- C) ถือเป็นการรวมธุรกิจ เพราะ บริษัท ก ได้ 3 อย่าง (input process output)
- D) ข้อมูลไม่เพียงพอ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 270 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: กิจการมีการเปลี่ยน 1) วิธีคิดค่าเสื่อมราคาจากเส้นตรง เป็น sum of the year digit 2)มูลค่าคงเหลือ 3) อายุ การให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) 1)ปรับย้อนหลัง ส่วน 2) และ 3) เปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป
- B) ปรับย้อนหลัง ทั้ง 1) 2) และ 3)
- C) กิจการต้องทบทวน 1) 2) และ 3) อย่างน้อยทุกสิ้นรอบ
- D) ไม่มีตัวเลือกที่ถูกต้อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 272 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ผลแตกต่างชั่วคราวใดที่ทำให้เกิด DTL ตัวเลือก:
- A) ขาดทุนยกมา 5 ปี
- B) ค่าความนิยม
- C) ส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน
- D) ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น (Revaluation Surplus) ทำให้ BV > Tax Base เกิดผลแตกต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี จึงทำให้เกิด หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) (รับรู้ใน OCI)
คำถามข้อที่ 275 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: กิจการมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รายการหนึ่งมูลค่าตามบัญชี 120 ล้านบาท ซึ่งกิจการใช้วิธีตีราคาใหม่ ซึ่ง มูลค่าตามบัญชีกรณีที่ไม่ได้ตีราคาเท่ากับ 100 ล้านบาท หากมูลค่าจากการตีราคา ณ สิ้นปีเท่ากับ 70 ล้านบาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) รับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคาเข้า P/L 50 ล้านบาท
- B) รับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคาเข้า OCI 50 ล้านบาท
- C) รับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคาเข้า P/L 30 ล้านบาท
- D) รับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคาเข้า OCI 30 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 284 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: รายจ่ายรายการใดไม่นามาใช้ในการคำนวณค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ ตัวเลือก:
- A) ค่าที่ปรึกษากฎหมาย
- B) เงินสดจ่ายค่าหุ้น
- C) สิ่งตอบแทนที่ต้องจ่ายเมื่อเข้าเงื่อนไข
- D) มูลค่ายุติธรรมของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณค่าความนิยม จะนาสิ่งตอบแทนที่โอนให้, NCI, และส่วนได้เสียเดิม มาเปรียบเทียบกับสินทรัพย์สุทธิที่ได้มา ส่วน ค่าใช้จ่ายในการรวมธุรกิจ (เช่น ค่าที่ปรึกษากฎหมาย) ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนทันที ไม่รวมเป็นต้นทุน
คำถามข้อที่ 285 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ตาม TAS16 ตัวเลือก:
- A) เครื่องมือที่ให้พนักงานใช้
- B) หมูเด้งในสวนสัตว์เขาเขียว
- C) โรงแรมที่เช่าตามสัญญาเช่าเงินทุน
- D) อาคารที่ประกาศขายทันทีหลังจากซื้อมาจากการรวมธุรกิจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อาคารที่ซื้อมาจากการรวมธุรกิจและมีเจตนาขายทันที (และเข้าเงื่อนไข) จัดประเภทเป็น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย ตาม TFRS 5 ไม่ใช่ PPE ตาม TAS 16
คำถามข้อที่ 294 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: สินทรัพย์ที่ต้องทำการทดสอบการด้อยค่าทุกปี ไม่รวมถึงรายการใดต่อไปนี้ ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุการใช้ประโยชน์ยังไม่ทราบแน่นอน
- B) ค่าความนิยม
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
- D) สินทรัพย์องค์กร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตาม TAS 36 สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปีคือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ ส่วน สินทรัพย์องค์กร จะทดสอบเมื่อมีข้อบ่งชี้ (หรือทดสอบร่วมกับหน่วยสินทรัพย์ฯ) +2
คำถามข้อที่ 295 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ซื้อกิจการ ผู้ถูกซื้อ มีข้อมูลดังนี้ ทุน 100,000 กำไรสะสม 80,000 โดยจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ใช้จ่ายในการ ออกเอกสาร 2,000 สินทรัพย์ FMV>BV 20,000 หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 6,000 ค่าความนิยม 10,000 ผลตอบแทนที่ซื้อ มีมูลค่าเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 200,000 บาท
- B) 204,000 บาท
- C) 210,000 บาท
- D) 216,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
คำนวณจาก: สินทรัพย์สุทธิ (ทุน 100,000 + กำไรสะสม 80,000 + ปรับมูลค่ายุติธรรม 20,000 - ภาษีรอตัดบัญชี 6,000) + ค่าความนิยม 10,000 = 194,000 + 10,000 = 204,000 (ค่าใช้จ่ายในการออกเอกสารไม่รวมเป็นต้นทุนการรวมธุรกิจ) +1
คำถามข้อที่ 299 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 3 ข้อใดไม่สามารถวัดมูลค่าใหม่ภายใน1ปี (measurement period) นับจากการรวมธุรกิจสำเร็จ ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยม
- B) สิ่งตอบแทนโอนให้
- C) ค่าใช้จ่ายรวมธุรกิจ
- D) NCI เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ช่วงเวลาวัดมูลค่า (ภายใน 1 ปี) ใช้ปรับปรุงมูลค่าของสินทรัพย์ที่ได้มา หนี้สิน หรือสิ่งตอบแทนที่โอนให้ แต่ ค่าใช้จ่ายในการรวมธุรกิจ (Acquisition-related costs) ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ไม่มีการวัดมูลค่าใหม่ในช่วงนี้ +1
คำถามข้อที่ 300 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ข้อใดที่ไม่เกี่ยวกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ตาม TAS 36 ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายตาม TFRS 5
- B) เงินลงทุนตาม บ.ร่วม
- C) ค่าความนิยม
- D) สินทรัพย์องค์กร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็นถือไว้เพื่อขายให้วัดมูลค่าตาม TFRS 5 (ราคาทุน หรือ FV หักต้นทุนการขาย ตัวที่ต่ำกว่า) จึงไม่อยู่ในขอบเขตของ TAS 36
คำถามข้อที่ 302 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: สินทรัพย์ที่ต้องทดสอบด้อยค่าประจำปี ไม่รวมรายการในข้อใด ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่ทราบอายุการใช้งาน
- B) รายจ่ายวิจัย
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พรัอมใช้งาน
- D) ค่าความนิยม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รายจ่ายวิจัย ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ จึงไม่ต้องทดสอบการด้อยค่า (ส่วน ก, ค, ง ต้องทดสอบทุกปี) +1
คำถามข้อที่ 314 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: 1 มค 25x1 กิจการทำสัญญาเช่า 12 เดือนโดยไม่มีเงื่อนไขในการยืดอายุ แต่ 1 ตุลา 25x1 คุยกับเจ้าของว่าจะ เช่าต่ออีก 2 ปี โดยเริ่ม ณ 1 มค 25x2 เป็นต้นไป ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) สัญญาเก่าไม่เข้า TFRS 16 เพราะถือเป็นสัญญาเช่าระยะสั้น ยกมาต้น x2 4,000,000 ปันผล 150,000 เพิ่มทุน 500,000 ยกไปสิ้น x2 5,000,000 กำไร (ผลต่าง) 650,000 5,150,000 5,150,000 ส่วนของเจ้าของ
- B) ถือเป็นการแปลงสัญญา โดยเริ่มคิดสินทรัพย์สิทธิการใช้ใหม่ ณ 1 ตค รวมเป็นสัญญาเหลือ 15 เดือน
- C) ถือเป็นสัญญาสัญญาใหม่ สิทธิการใช้ เริ่มณ 1 มค 25x2
- D) xxx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 317 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่จำเป็นต้องทดสอบด้อยค่าสินทรัพย์ทุกรอบรายงาน ตัวเลือก:
- A) ค่าความนิยม
- B) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ทราบอายุแน่นอนที่ได้จากการรวมธุรกิจ
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่ทราบอายุ
- D) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้งาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สินทรัพย์ที่ ต้อง ทดสอบการด้อยค่าทุกปี คือ 1. ค่าความนิยม 2. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่อายุไม่ทราบแน่นอน 3. สินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ยังไม่พร้อมใช้ ส่วนสินทรัพย์ที่มี อายุการใช้งานทราบได้แน่นอน (ข้อ b) จะทดสอบก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น
คำถามข้อที่ 318 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ที่ระบุได้ตาม TAS38 ตัวเลือก:
- A) สิทธิบัตรที่ซื้อมาจากกิจการอื่น
- B) สิทธิในการทำธุรกิจ
- C) ค่าความนิยมที่ได้จากการรวมธุรกิจ
- D) สิทธิบัตร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ค่าความนิยม (Goodwill) ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนตาม TAS 38 เพราะขาดคุณสมบัติเรื่อง "การระบุได้" (Identifiability) (แยกขายต่างหากไม่ได้) แต่ให้ถือปฏิบัติตาม TFRS 3
คำถามข้อที่ 336 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถือว่าเป็น “วันซื้อกิจการสำเร็จ” ตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:
- A) วันที่เซ็นสัญญาซื้อกิจการ
- B) วันที่ผู้ซื้อได้อำนาจควบคุมกิจการ เช่น มีสิทธิแต่งตั้งกรรมการบริหาร
- C) วันที่ชำระค่าซื้อกิจการครบถ้วน
- D) วันที่ถือหุ้นเกิน 50% ของสิทธิออกเสียง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
วันที่ผู้ซื้อมีอำนาจควบคุม (Control) กิจการที่ถูกซื้ออย่างสมบูรณ์
คำถามข้อที่ 337 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ที่ไม่สามารถระบุได้และแยกแสดงรายการได้ ตัวเลือก:
- A) สิทธิบัตร
- B) เครื่องหมายการค้า
- C) ลิขสิทธิ์
- D) ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
Goodwill ไม่สามารถแยกออกมาขายหรือระบุตัวตนได้ต่างหาก (Unidentifiable)
คำถามข้อที่ 338 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ทดสอบการด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีตัวตนที่มีอายุใช้งานที่ไม่แน่นอนเมื่อมีข้อบ่งชี้
- B) ทดสอบการด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่พร้อมใช้งานเมื่อมีข้อบ่งชี้
- C) กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมเมื่อมีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า
- D) กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมทุกปี แม้ว่าจะมีหรือไม่มีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
กิจการมีทางเลือกในการวัดมูลค่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 2 วิธี คือวิธีราคาทุน ซึ่งจะเท่ากับ 45 ล้านบาท และวิธีตีราคาเพิ่มซึ่งสามารถแสดงมูลค่าได้เท่ากับ 65 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 349 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: วันใดต่อไปนี้ถือว่าเป็น “วันซื้อกิจการสำเร็จ” ตาม TFRS 3 การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:
- A) วันที่โอนค่าหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม
- B) วันที่แจ้งโอนหุ้นต่อนายทะเบียนบริษัท
- C) วันที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้น
- D) วันที่ผู้ซื้อมีสิทธิควบคุมกิจการ เช่น แต่งตั้งกรรมการบริหารได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
วันที่สามารถกำหนดนโยบายหรือแต่งตั้งกรรมการได้ (Control)
คำถามข้อที่ 360 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “ถูกต้อง” เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เกิดจากการคํ้าประกัน (Indemnification Asset) ตาม TFRS 3 เรื่อง การรวมธุรกิจ ตัวเลือก:
- A) ผู้ซื้อไม่ต้องรับรู้สินทรัพย์ที่เกิดจากการคํ้าประกัน หากสินทรัพย์หรือหนี้สินที่เกี่ยวข้องได้รับการรับรู้แล้ว ในการรวมธุรกิจ
- B) ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องพิจารณาความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากผู้ให้การคํ้าประกันเมื่อรับรู้สินทรัพย์ที่ เกิดจากการคํ้าประกัน
- C) หากการคํ้าประกันเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หรือหนี้สินที่รับรู้ในการรวมธุรกิจ ผู้ซื้อควรรับรู้สินทรัพย์ที่เกิด จากการคํ้าประกันในเวลาเดียวกันกับรายการที่ได้รับการคํ้าประกัน
- D) สินทรัพย์ที่เกิดจากการคํ้าประกันต้องรับรู้เฉพาะเมื่อผู้ขายได้จ่ายเงินชดเชยให้ผู้ซื้อแล้วเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
คำถามข้อที่ 363 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: บริษัท A จำกัด ทำสัญญาซื้อหุ้นของบริษัท B จำกัด เพื่อให้ได้อำนาจควบคุม โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้ • 30 มิถุนายน 25X1 บริษัท A และผู้ถือหุ้นของบริษัท B ลงนามในสัญญาซื้อหุ้น • 20 กรกฎาคม 25X1 บริษัท A เริ่มมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการบริหารและมีอำนาจในการตัดสินใจ เกี่ยวกับกิจกรรมที่สำคัญของบริษัท B • 31 กรกฎาคม 25X1 บริษัท A ชำระเงินค่าซื้อหุ้นครบถ้วนให้แก่ผู้ขาย ตามมาตรฐาน TFRS 3 การรวมธุรกิจ วันที่ซื้อกิจการ (Acquisition date) คือข้อใด ตัวเลือก:
- A) 30 มิถุนายน 25X1
- B) 20 กรกฎาคม 25X1
- C) 31 กรกฎาคม 25X1
- D) วันที่ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นตามกฎหมาย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณค่าความนิยม:
ค่าความนิยม (Goodwill) = สิ่งตอบแทนที่โอนให้ + ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) + มูลค่ายุติธรรมของหุ้นเดิม - มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ระบุได้ที่ได้มา
การบันทึกบัญชี ณ วันซื้อกิจการ:
Dr. สินทรัพย์ต่าง ๆ (มูลค่ายุติธรรม)
Dr. ค่าความนิยม (Goodwill) (ถ้ามี)
Cr. หนี้สินต่าง ๆ (มูลค่ายุติธรรม)
Cr. สิ่งตอบแทนที่โอนให้ (เช่น เงินสด หรือหุ้นทุนของบริษัทผู้ซื้อ)
Cr. ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)
Cr. กำไรจากการซื้อในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม (ถ้ามี)
TFRS 16: สัญญาเช่า
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- สัญญาเช่าด้านผู้เช่า (Lessee) ภายใต้ TFRS 16 ยกเลิกการจำแนกประเภทสัญญาเช่าดำเนินงานและสัญญาเช่าการเงิน โดยบังคับให้ผู้เช่าต้องรับรู้ 'สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Asset - ROU)' และ 'หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability)' ณ วันเริ่มสัญญาเช่า โดยหนี้สินคำนวณจากมูลค่าปัจจุบัน (PV) ของค่าเช่าที่ยังไม่ได้จ่าย คิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยตามนัยของสัญญาเช่าหรืออัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมส่วนเพิ่ม (IBR) ข้อยกเว้นคือสัญญาเช่าระยะสั้น (ไม่เกิน 12 เดือน) หรือสัญญาเช่าสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำ (Low-value assets)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ถังน้ำรั่วสองข้าง (ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม)' - เสมือนเรากู้เงินมาซื้อสิทธิ์ใช้งานสินทรัพย์ (ROU) ดังนั้นตลอดอายุสัญญาเช่า เราจะต้องคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ ROU (เหมือนอาคารทั่วไป) ควบคู่ไปกับการชำระเงินค่าเช่าที่จะต้องแยกเป็นตัวดอกเบี้ยจ่ายและตัดจ่ายเงินต้นออกไปทุกสิ้นงวดงบการเงิน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 7 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 เมื่อกิจการบันทึกบัญชีตามสัญญาเช่าด ำเนินงำน. แต่พอสิ้นสุดสัญญำ กิจการได้รับสิทธิซื้อ สินทรัพย์ กิจการจะต้องปฏิบัติทำงบัญชีอย่ำงไร ตัวเลือก:
- A) ปรับปรุงบัญชีย้อนหลังให้เป็นสัญญาเช่าการเงิน
- B) ปรับปรุงกำไรสะสม
- C) บันทึกรับรู้ด้วยมูลค่าตามบัญชีโดยประมำณ หักด้วยค่าเสื่อมราคาสะสม พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 20, 21, 27, 28 ก.พ. , 5, 6 มี.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม
- D) บันทึกรับรู้สินทรัพย์ที่ได้รับสิทธิซื้อด้วยราคายุติธรรม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 9 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 กิจการเช่าพื้นที่เปิดร้ำนกำแฟ ท ำสัญญำ 1 เมษำยน 25x1 ค่าเช่าปีละ 1.20 ล้ำนบาท เริ่มคิด ค่าเช่าในวันที่เปิดขาย ซึ่งวันที่ 1 พฤษภำคม กิจการเข้ำตกแต่งพื้นที่ และ 1 มิ.ย. เริ่มขาย บริษัทท ำสัญญาเช่า 1 ปี บริษัทจะต้องเริ่ม บันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ำยเดือนใด และบันทึกค่าเช่าเดือนละเท่ำไร ตัวเลือก:
- A) 1 เมษำยน 25x1 / 100,000 บาท
- B) 1 เมษายน 25x1 / น้อยกว่า 100,000 บาท
- C) 1 มิถุนายน 25x1 / 100,000 บาท
- D) 1 มิถุนายน 25x1 / น้อยกว่า 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 11 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 17 บริษัทไอซ์ จำกัดขายสินทรัพย์ให้กับบริษัทไฟ จำกัดแล้วเช่าสินทรัพย์ดังกล่ำวกลับทันทีเป็น เวลำ 10 ปี โดยต้องจ่ำยค่าเช่ารำยปีปีละ 1.10 ล้ำนบาทเป็นเวลำ10ปี บริษัทไอซ์ควรบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่ำงไร พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 20, 21, 27, 28 ก.พ. , 5, 6 มี.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม ตัวเลือก:
- A) บันทึกสัญญาเช่ากลับเป็นสัญญาเช่าการเงิน
- B) บันทึกสัญญาเช่ากลับเป็นสัญญาเช่าด ำเนินงำน
- C) บันทึกค่าเช่าที่จ่ำยในแต่ละงวดเป็นค่าใช้จ่ำยประจำงวด
- D) ถือว่าเป็นธุรกรรมขายขาด ให้ตัดบัญชีสินทรัพย์ออกจำกงบการเงินเมื่อการขายเสร็จสิ้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 12 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตของมำตรฐำนการบัญชีฉบับนี้ ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาก่อสร้างระยะยาว
- B) ที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์
- C) สินทรัพย์ตามสัญญาเช่าการเงิน
- D) อสังหำริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่รับรู้มูลค่าตามวิธีราคาทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 14 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: กิจการจ่ายสิทธิการเช่า 3,000 ล้านบาท โดยทำสัญญาเช่า 30 ปี ค่าเช่าปีละ 5 ล้านบาท ต่อสัญญาเช่าได้อีก 30 ปี โดยค่าเช่าปีที่ 31- 60 ภายหลังต่อสัญญาจะไม่ต่ำกว่าปีละ 5 ล้านบาท ซึ่งกิจการยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะต่อสัญญาเช่าหรือไม่ ค่าเช่าต่อปีเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 5 ล้านบาท
- B) 50 ล้านบาท
- C) 55 ล้านบาท
- D) 105 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 15 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: ข้อใดไม่จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:
- A) ที่ดินที่ถือครองไว้ยังไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์
- B) อสังหาริมทรัพย์ระหว่างก่อสร้างเพื่อใช้เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- C) อาคารที่กิจการเช่าภายใต้สัญญาเช่าการเงินและให้เช่าต่อด้วยสัญญาเช่าดำเนินงาน
- D) อสังหาริมทรัพย์ที่ให้กิจการอื่นเช่าภายใต้สัญญาเช่าการเงิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน
คำถามข้อที่ 17 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: กิจการผู้เช่าทำสัญญาเช่า 3 ปี โดยจ่ายค่าเช่าปีละ 1 ล้านบาท 2 ล้านบาท และ 3 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งผู้เช่าต้องเสียค่าย้ายสิ่งของ 4 แสนบาท แต่ผู้ให้เช่าออกให้ 3 แสนบาท กิจการผู้เช่าจะต้องบันทึกค่าเช่าปีแรกเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 1 ล้านบาท
- B) 2 ล้านบาท
- C) 2.03 ล้านบาท
- D) 2.13 ล้านบาท ปีที่ ค่าเช่า (ล้านบาท) 1 1.00 2 2.00 3 3.00 ค่าขนย้าย 0.40 หัก ค่าชดเชยจากผู้ให้เช่า - 0.30 รวมค่าเช่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 21 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: ให้วัดมูลค่าต้นทุนของสินทรัพย์ ในกรณีที่บริษัทมีต้นทุนก่อสร้าง 300 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 โดยที่1) กิจการมีหนี้สินจากสัญญาเช่า การเงิน ณ 1 มค x1 มูลค่า 200 ล้านบาท ยอดคงเหลือ ณ 31 มค x1 คือ 100 ล้านบาท และไม่มียอดคงเหลือเลย ณ 28 กพ x1 อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี และ 2) กิจการมีเงินเบิกเกินบัญชีในไตรมาสที่ 1 ทั้งหมด 200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี ตัวเลือก:
- A) 0.83 บาท
- B) 5.83 ล้านบาท
- C) 5 ล้านบาท
- D) 0 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 23 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: บริษัท ก เช่าพื้นที่ บริษัท ข โดยเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน ปีที่ 1, 2, และ 3 มีอัตราค่าเช่าเท่ากับ 1, 2 , 3 ล้านบาทตามลำดับ โดยที่ บริษัท ก จ่ายค่าขนย้าย 4 แสนบาท แต่บริษัท ข ช่วยจ่าย 3 แสนบาท บริษัท ก ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ค่าเช่าจ่าย 2 ล้านบาทต่อปี / ค่าขนย้าย 1 แสนบาท
- B) ค่าเช่าจ่าย 2.33 ล้านบาท / ค่าขนย้าย 0 บาท
- C) ค่าเช่าจ่าย 2 ล้านบาทต่อปี / ค่าขนย้าย 4 แสนบาท / รายได้อื่น 3 แสนบาท
- D) ค่าเช่าจ่าย 1.9 ล้านบาท / ค่าขนย้าย 4 แสนบาท พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 24, 25 ก.ย. 1, 2, 8, 9 ต.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม ล้านบาท คำนวณเงินสดจ่ายตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เงินต้นค้างชำระ 10.00 ดอกเบี้ยค้างชาระ 0.50 รวมมูลค่าตามบัญชีของหนี้สิน 10.50 หัก มูลค่ายุติธรรมของที่ดินที่โอนให้ - 2.80 มูลค่าตามบัญชีของหนี้สินคงเหลือ 7.70 หัก ลดหนี้ - 4.00 มูลหนี้ที่นาไปคิดดอกเบี้ย 10% 2 ปี 3.70 คำนวณผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ มูลค่าตามบัญชีของหนี้สินก่อนปรับโครงสร้างหนี้ 10.50 หัก มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ (ก่อนคิดลด)ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้: ที่ดิน - 2.80 เงินต้น - 3.70 ดอกเบี้ย (3.7m x 10% x 2 ปี) - 0.74 มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่โอนให้ - 7.24 ผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 3.26 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 32 (ภาคการสอบ: 1/60)
คำถาม: กิจการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์รายการหนึ่งเป็นเวลา 5 ปี ค่าเช่าปีละ 600,000 บาท จ่ายทุกวันที่ 1 ตุลาคมเริ่มจ่ายครั้ง แรก 1 ตุลาคม 25x3 กิจการจะต้องบันทึกบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3 อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า 600,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3
- B) ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า 450,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3
- C) ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า 150,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3
- D) ค่าเช่าจ่าย 450,000 บาท สำหรับปี 25x3 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าคำนวณตามเกณฑ์คงค้าง โดยจ่ายไป 600,000 บาทสำหรับ 1 ปี (12 เดือน) เริ่ม 1 ต.ค. 25x3 ในปี 25x3 มีค่าเช่าเกิดขึ้นจริง 3 เดือน (ต.ค. - ธ.ค.) = 150,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 9 เดือนจึงเป็นค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า = 450,000 บาท
คำถามข้อที่ 34 (ภาคการสอบ: 2/60)
คำถาม: ค่าเช่า ปีละ 300,000 บาท สัญญาเช่าดำเนินงาน ระยะเวลาเช่า 3 ปี ผู้ให้เช่าจ่ายค่าขนย้ายให้ 30,000 บาทรับรู้ค่าเช่าปีต่อปี เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 300,000 บาท
- B) 290,000 บาท
- C) 310,000 บาท
- D) 330,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ค่าเช่าจ่ายสุทธิตลอดอายุสัญญาเช่า = (300,000 x 3) - 30,000 = 870,000 บาท ทยอยรับรู้ด้วยวิธีเส้นตรงปีละ = 870,000 / 3 = 290,000 บาท
คำถามข้อที่ 36 (ภาคการสอบ: 2/60)
คำถาม: บริษัท แต๋ว จำกัด ทำสัญญาเช่าการเงินเครื่องจักรรายการหนึ่งเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งต้องเสียค่าเช่าปีละ 1,000,000 บาท โดยผู้ให้ เช่าคาดว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์รายการนี้ ณ วันสิ้นสุดสัญญาเช่าเท่ากับ 50,000 บาท เเต่ผู้เช่าได้ประกันมูลค่าคงเหลือ เพียง 30,000 บาทเท่านั้น จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 3,000,000 บาท
- B) 3,050,000 บาท
- C) 3,030,000 บาท
- D) 3,020,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องจ่ายตามสัญญาเช่าของผู้เช่า = ผลรวมของค่าเช่ารายงวดตลอดอายุสัญญาเช่า (1,000,000 x 3 = 3,000,000) บวกกับจำนวนเงินที่ผู้เช่ารับประกันมูลค่าคงเหลือ (30,000) รวมเป็น 3,030,000 บาท
คำถามข้อที่ 47 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: บริษัทน้องแต๋ว จำกัด ท ำสัญญาเช่าโรงงำน 3 ปี ค่าเช่าปีแรก 120,000 บาทปีที่ 2 150,000 บาท ปีที่ 3 200,000 บาท โดยผู้ให้เช่าให้ใช้เครื่องจักรฟรีช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมของค่าใช้เครื่องจักรเท่ำกับ 30,000 บาท และวันท ำสัญญำผู้เช่าได้จ่ำยเงินล่วงหน้ำแก่ผู้ให้เช่า 50,000 บาทค่าเช่าปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:
- A) 156,667 บาท
- B) 146,667 บาท
- C) 140,000 บาท
- D) 130,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ: ค่าเช่าจ่ายรวม = 470,000หัก สิ่งจูงใจ (เครื่องจักรฟรี) = 30,000หัก สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงิน (เงินสดที่ผู้ให้เช่าจ่ายให้) = 50,000ต้นทุนสุทธิ = 390,000 / 3 ปี = 130,000 บาท/ปี
คำถามข้อที่ 48 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: บริษัทน้องติ๋ม จำกัด ท ำสัญญาเช่าโรงงำน 3 ปี ปีแรก 120,000 ปีที่ 2 150,000 ปีที่ 3 200,000 บาท โดยผู้ให้เช่า ให้ใช้เครื่องจักรฟรีช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมของค่าใช้เครื่องจักรเท่ำกับ 30,000 บาท และวันท ำ สัญญำผู้ให้เช่าจ่ำยเงินเพื่อจูงใจผู้เช่า 50,000 บาทค่าเช่าปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:
- A) 156,667 บาท
- B) 146,667 บาท
- C) 140,000 บาท
- D) 130,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การคำนวณ: ค่าเช่าจ่ายรวม = 470,000หัก สิ่งจูงใจ (เครื่องจักรฟรี) = 30,000หัก สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงิน (เงินสดที่ผู้ให้เช่าจ่ายให้) = 50,000ต้นทุนสุทธิ = 390,000 / 3 ปี = 130,000 บาท/ปี
คำถามข้อที่ 77 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลของสัญญาเช่าการเงิน มูลค่าปัจจุบันของจำนวนเงินขั้นตํ่า 285,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 300,000 บาท อายุสัญญา 3 ปี อายุการให้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์ 4 ปี ไม่มีประกันมูลค่าคงเหลือ ข้อใดคือค่าเสื่อมราคาที่บันทึกตามสัญญาเช่าการเงิน ตัวเลือก:
- A) 95,000 บาท
- B) 71,250 บาท
- C) 100,000 บาท
- D) 75,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: ราคาทุนของสินทรัพย์ = ต่ำกว่าระหว่าง FV (300k) กับ PV (285k) -> ใช้ 285,000 การคิดค่าเสื่อมราคา: เนื่องจากไม่ระบุว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิซื้อ ให้ใช้อายุที่สั้นกว่าระหว่าง อายุสัญญา (3 ปี) กับ อายุสินทรัพย์ (4 ปี) -> ใช้ 3 ปี ค่าเสื่อมราคา = 285,000 / 3 = 95,000 บาท/ปี
คำถามข้อที่ 104 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ข้อใดต้องนามารวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สินตามสัญญาเช่าตาม TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ตัวเลือก:
- A) ค่าเช่าผันแปรตามกำไรสุทธิ
- B) ค่าเช่าผันแปรตามยอดขาย
- C) ค่าเช่าผันแปรตามอัตรา เช่นอัตราดอกเบี้ย LIBOR เป็นต้น
- D) ค่านายหน้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TFRS 16: ในการคำนวณหนี้สินตามสัญญาเช่า ให้นาเฉพาะ "ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับดัชนีหรืออัตรา" (Index or Rate) มารวมคำนวณ ส่วนค่าเช่าที่ผันแปรตามยอดขายหรือการใช้งาน (Performance/Usage based) ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้น
คำถามข้อที่ 108 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ข้อใดไม่สามารถใช้วิธีคิดผลขาดทุนทางด้านเครดิต ด้วยวิธี Simplified approach ตัวเลือก:
- A) ลูกหนี้ที่มีองค์ประกอบในการจัดหาเงินอย่างเป็นนัยสำคัญตาม TFRS 15
- B) สินทรัพย์ตามสัญญา ตาม TFRS 15
- C) ลูกหนี้สัญญาเช่าตาม TFRS 16
- D) ลูกหนี้เงินให้กู้แก่ย่อย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ไม่มีเฉลยอธิบาย
คำถามข้อที่ 112 (ภาคการสอบ: 3/63)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช้พิจารณาการจัดประเภทรายการของสินทรัพย์ทางการเงิน ตัวเลือก:
- A) ตามกระแสเงินสดตามสัญญาของกิจการ
- B) ตามข้อกำหนดในสัญญาของกิจการ
- C) ตามกราคมวามตั้งใจและความสามารถในการถือครองหลักทรัพย์
- D) ตามโมเดล ธุรกิจของกิจการในการจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
กิจการต้องจัดประเภทสินทรัพย์ทางการเงินใน 3 รูปแบบต่อไปนี้ 1) สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าภายหลังด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2) ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (Fair Value through Other Comprehensive Income - FVOCI) หรือ 3) ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (Fair Value Through Profit and Loss - FVPL) ตามเกณฑ์ทั้งสองข้อดังต่อไปนี้ 1) ตามโมเดลธุรกิจ (business model) ของกิจการในการจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน และ 2) ตามลักษณะของกระแสเงินสดตามสัญญาของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งข้อกำหนดในสัญญาของกิจการไม่ใช่เงื่อนไขในการใช้จัดประเภทเครื่องมือทางการเงิน
คำถามข้อที่ 122 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 เรื่องสัญญาเช่า ข้อใดกล่าวผิด ตัวเลือก:
- A) การชำระเงินต้นถือเป็นกิจกรรมการดำเนินงาน
- B) การชำระดอกเบี้ย ถือเป็นกิจกรรมการจัดหาเงิน
- C) การจ่ายค่าเช่าผันแปรถือเป็นกิจกรรมการดำเนินงาน
- D) การจ่ายค่าเช่าระยะสั้นถือเป็นกิจกรรมการดำเนินงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
(ข้อความไม่ครบ) แต่หลักการคือ ผู้เช่าต้องรับรู้ ROU และ Lease Liability สำหรับสัญญาเช่าทุกสัญญา เว้นแต่จะเป็นสัญญาระยะสั้น (<12 เดือน) หรือสินทรัพย์มูลค่าต่ำ
คำถามข้อที่ 153 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: เมื่อวันที่ 1/1/25x1 บริษัทสัญญาเช่าสำนักงาน ปีละ 100 ล้านบาท จ่ายทุกวันสิ้นปี เริ่ม 31/12/25x1 อายุสัญญา 5 ปี อัตราเงินกู้ส่วนส่วนเพิ่ม 5% Wacc 4.5% ดอกเบี้ยหนี้สิน 4% ให้คำนวณหาดอกเบี้ยจ่ายสำหรับปี 25x1 ตัวเลือก:
- A) 21 ล้านบาท
- B) 19 ล้านบาท
- C) 18 ล้านบาท
- D) 17 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ดอกเบี้ยจ่ายคำนวณจาก หนี้สินตามสัญญาเช่า × อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมส่วนเพิ่ม (Incremental Borrowing Rate) ที่ 5% (ไม่ใช่ WACC หรืออัตราดอกเบี้ยหนี้สินอื่น)
คำถามข้อที่ 155 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการเช่าอาคาร อายุสัญญาเช่าเริ่มตั้งแต่ 1/1/25x3 ถึง 31/12/25x9 กิจการมีส่วนปรับปรุงอาคารของอาคารที่ เช่า มูลค่า 3,500,000 อายุประโยชน์ 15 ปี กิจการต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาส่วนปรับปรุงอาคารเท่ากับเท่าใดในปี 25x4 ปี PVIF 5% ค่าเช่าจ่ายมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่า 1 0.9524 100 95.24 2 0.9070 100 90.70 3 0.8638 100 86.38 4 0.8227 100 82.27 5 0.7835 100 78.35 มูลค่าปัจจุบันค่าเช่า 432.94 อัตราดอกเบี้ย 5% ดอกเบี้ยปี 25x1 21.65 https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/ ตัวเลือก:
- A) 200,000 บาท
- B) 233,333 บาท
- C) 350,000 บาท
- D) 500,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตัดค่าเสื่อมราคาตามระยะเวลาที่สั้นกว่าระหว่าง อายุสัญญาเช่า (7 ปี) กับอายุการใช้งาน (15 ปี) • ค่าเสื่อม = 3,500,000 / 7 ปี = 500,000 บาท/ปี
คำถามข้อที่ 157 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ในการจัดทำงบเฉพาะกิจการ กิจการจะรวมต้นทุนกู้ยืมรายการใดเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ตัวเลือก:
- A) ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนกู้เงินตราต่างประเทศเพื่อสร้างโรงงานส่วนที่เอาไปปรับปรุงต้นทุนดอกเบี้ย
- B) ดอกเบี้ยเงินกู้สัญญาเช่าซื้อรถยนต์
- C) ค่าธรรมเนียมการกู้ยืมเงินทั่วไปจากธนาคารมาใช้ในบริษัท
- D) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมบริษัทใหญ่ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการกู้ยืมเงินตราต่างประเทศ สามารถรวมเป็นต้นทุนการกู้ยืมได้ เฉพาะส่วนที่ถือเป็นการปรับปรุงต้นทุนดอกเบี้ย ให้เท่ากับอัตราดอกเบี้ยท้องถิ่น
คำถามข้อที่ 163 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 เรื่อง “การยินยอมลดค่าเช่าอันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19” ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) ปรับใช้กับการเปลี่ยนแปลงการจ่ายชำระตามสัญญาเช่าก่อให้เกิดสิ่งตอบแทนสำหรับสัญญาเช่าหลัง ปรับปรุงที่มีจำนวนเกือบเท่าเดิมหรือน้อยกว่าสิ่งตอบแทนสำหรับสัญญาเช่าก่อนการเปลี่ยนแปลงทันที
- B) ปรับใช้กับการจ่ายชำระซึ่งเดิมครบกำหนดในหรือก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เท่านั้น
- C) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นของสัญญาเช่า
- D) ไม่มีผลกระทบใด ๆ กับสัญญาเช่าที่ทำไปแล้ว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(โจทย์น่าจะถามผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่ถือเป็น Lease Modification) หากไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญา ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการบันทึกบัญชีสัญญาเช่าเดิม
คำถามข้อที่ 167 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: จ่ายค่าเช่าปีละ 100 ล้านบาท 5 ปี แต่ค่าเช่าขึ้นตาม CPI โดย ณ สิ้นปีที่ 1 CPI +5% ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:
- A) Dr. ROU 17.73 ล้านบาท / Lease Lia. 17.73 ล้านบาท
- B) Dr. ROU 20 ล้านบาท / Lease Lia. 20 ล้านบาท
- C) Dr. ROU 5 ล้านบาท / Lease Lia. 5 ล้านบาท
- D) ไม่ต้องบันทึกบัญชีใดๆ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การบันทึกบัญชีเริ่มแรกของสัญญาเช่า (Initial Recognition): เดบิต สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Asset) และเครดิต หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability) ด้วยมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าที่ต้องจ่าย (17.73 ล้านบาท)
คำถามข้อที่ 169 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:
- A) เครื่องจักรที่ให้เช่าเพื่อผลิตสินค้า
- B) อาคารเพื่อให้เช่าระหว่างก่อสร้าง
- C) อาคารที่ให้พนักงานของบริษัทเช่าตามสัญญาเช่าดำเนินงาน
- D) อาคารที่ให้นายขยันเช่า ตามสัญญาเช่าดำเนินงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน
คำถามข้อที่ 176 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: 1/1/25x1 บจ. ทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อสร้างอาคารโดยจ่ายค่าเช่างวดแรกไปตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญาเช่า สัญญามี อายุ 3 ปี จ่ายค่าเช่าอีก 2 งวดๆ ละ 5,000,000 บาทจ่ายทุกๆ สิ้นปี สัญญาหมดอายุ 31/12/25x2 เมื่อสิ้นสุดสัญญา ต้องจ่ายค่ารื้อถอนอีก 2,000,000 อัตราคิดลดที่เหมาะสมคือ 10% โดย PVIF n=3, i=10% เท่ากับ 0.7513 PVIFa n=2, i=10% เท่ากับ 1.7355 ให้คำนวณหามูลค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่รับรู้ ณ วันที่ 1/1/25x1 ตัวเลือก:
- A) 15,000,000 บาท
- B) 17,000,000 บาท
- C) 13,677,500 บาท
- D) 15,180,100 บาท * 5m + (5m x 1.7355) + (2m x 0.7513) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
คำนวณมูลค่าสินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU): 1. งวดแรกจ่ายทันที: 5,000,000 บาท (ไม่ต้องคิดลด) 2. งวดที่ 2 และ 3 (Annuity): 5,000,000 × 1.7355 = 8,677,500 บาท 3. ประมาณการค่ารื้อถอน (PV): 2,000,000 × 0.7513 = 1,502,600 บาท • รวม: 5,000,000 + 8,677,500 + 1,502,600 = 15,180,100 บาท
คำถามข้อที่ 180 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 ข้อใดที่ต้องรวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของหนี้สินสัญญาเช่า ตัวเลือก:
- A) ค่าเช่าคงที่
- B) ค่าเช่าผันแปร
- C) ค่าเช่าคิดตามการใช้บริการจริง
- D) เงินประกันมูลค่าคงเหลือ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
องค์ประกอบของหนี้สินตามสัญญาเช่า ประกอบด้วย ค่าเช่าคงที่ (Fixed payments), ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับดัชนี/อัตรา, มูลค่าคงเหลือที่คาดว่าจะจ่าย, และราคาใช้สิทธิซื้อ (ถ้าแน่ใจ)
คำถามข้อที่ 189 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 บริษัททำสัญญาเช่า 3 ปี จ่ายค่าเช่าปีละ 1 ล้านบาททุกวันสิ้นปี ณ ต้นปี จ่ายค่ามัดจำที่จะได้คืน ณ สิ้นสุดสัญญา 500,000 บาท และต้องตั้งประมาณการรื้อถอน 500,000 บาทซึ่งเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้ว อัตรา ดอกเบี้ย 5% ต่อปี บริษัทต้องรับรู้ ROU เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 2,791,329 บาท
- B) 3,291,329 บาท
- C) 3,500,000 บาท
- D) 4,000,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
คำนวณ ROU: PV ของค่าเช่า (1M x PVIF_annuity, 3yr, 5%) + PV ประมาณการค่ารื้อถอน (500k) + เงินมัดจำ (500k) [ตัวเลขขึ้นอยู่กับการเปิดตาราง PV]
คำถามข้อที่ 200 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: สัญญาในข้อใดเป็นไปตามข้อปฏิบัติของ TFRS16 ตัวเลือก:
- A) สัญญาเช่าตึก 2 ปีที่มีสิทธิเช่าช่วง
- B) สัญญาเช่าที่ดินเพื่อสำรวจแหล่งแร่
- C) สัญญาเช่าสินทรัพย์ชีวภาพ
- D) สัญญาสัมปทานบริการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สัญญาเช่าที่มีสิทธิเช่าช่วง (Sublease) มักเข้าข่ายสัญญาเช่าตาม TFRS 16 และไม่สามารถใช้ข้อยกเว้นสัญญาเช่ามูลค่าต่ำได้
คำถามข้อที่ 201 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัททำสัญญาเช่า 1 ปี ค่าเช่า 230,000 บาทต่อเดือน จ่ายค่าเช่าทุกสิ้นปี เริ่ม 1 มี.ค. 25x1 สัญญาเช่าระบุว่า หากยกเลิกผู้เช่าต้องจ่ายค่าปรับ 1.2 เท่าของค่าเช่าที่เหลือ ต่อมาบริษัทต้องย้ายสำนักงานเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 25x2 บริษัทต้องบันทึกบัญชีปรับปรุงรายการปี 25x1 อย่างไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกหนี้สิน 1,012,000 บาท
- B) บันทึกหนี้สินสัญญาสร้างภาระ ปี 25x1 เพิ่มขึ้น 460,000 บาท
- C) บันทึกหนี้สินสัญญาสร้างภาระ ปี 25x1 เพิ่มขึ้น 552,000 บาท
- D) ไม่ต้องบันทึกปรับปรุงรายการใดๆ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สัญญาสร้างภาระ (Onerous Contract) ต้องตั้งประมาณการหนี้สินจากต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (Lower of Cost of fulfilling or Penalty) • กรณีนี้ย้ายออกต้องจ่ายค่าปรับ หรือจ่ายค่าเช่าต่อจนครบ ต้องเลือกทางที่จ่ายต่ำสุดและบันทึกเป็นหนี้สิน
คำถามข้อที่ 208 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการต้องวัดมูลค่าหุ้นกู้ที่มีสิทธิแปลงสภาพ (Convertible bond) อย่างไร ตัวเลือก:
- A) วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ (FVOCI)
- B) วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน (FVPL)
- C) วัดด้วยมูลค่าทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost)
- D) วัดด้วยมูลค่าทุนหักค่าเผื่อด้อยค่าสะสม (Cost – Impairment) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) ฝั่งผู้ออกต้องแยกส่วนหนี้สินและทุน แต่ฝั่งผู้ถือ (สินทรัพย์) หากไม่ผ่านการทดสอบ SPPI (เพราะมีสิทธิแปลงสภาพ) จะต้องวัดมูลค่าด้วย FVPL (Fair Value through Profit or Loss)
คำถามข้อที่ 220 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่เป็นต้นทุนการกู้ยืมตาม TAS 23 ตัวเลือก:
- A) ดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ไม่ได้จัดประเภทเป็นหนี้สินทางการเงิน
- B) ดอกเบี้ยหนี้สินสัญญาเช่า
- C) ดอกเบี้ยที่คำนวณด้วยวิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
- D) ดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่กิจการใช้เป็นเครื่องมือระดมทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืมต้องเกิดจาก "หนี้สิน" หากหุ้นบุริมสิทธิ์จัดเป็นตราสารทุน เงินปันผลที่จ่าย ไม่ใช่ ต้นทุนการกู้ยืม
คำถามข้อที่ 228 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 16 ข้อใดไม่เข้าข้อยกเว้นการรับรู้ ROU ตัวเลือก:
- A) เช่ารถ 6 เดือน
- B) เช่าคอมมูลค่าตํ่าอายุสัญญาเช่า 2 ปี
- C) เช่าแท็บแล็ตซึ่งมีมูลค่าตํ่ามาให้เช่าช่วง
- D) เช่าอาคารอายุสัญญา 1 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TFRS 16: ข้อยกเว้นสินทรัพย์มูลค่าต่ำ (Low-value assets) ห้าม ใช้กับสินทรัพย์ที่นามา ให้เช่าช่วง (Sublease) ต่อ
คำถามข้อที่ 231 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 1/1/25×1 กิจการทำสัญญาเช่าที่ดิน จ่ายปีละ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 5% อายุสัญญาเช่า 10 ปี ต่อมา 31/12/×7 กิจการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปอีก 2 ปี เงินงวดใหม่คือ 107,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราใหม่ เท่ากับ 6% ให้ คำนวณมูลค่าหนี้สินสัญญาเช่า ณ วันที่ 31/12/x7 ตัวเลือก:
- A) 444,191 บาท
- B) 432,012 บาท
- C) 272,325 บาท
- D) 267,301 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ: เป็นการคำนวณ PV ของกระแสเงินสดใหม่ (100k ช่วงแรก + 107k ช่วงขยาย) ด้วยอัตราดอกเบี้ยใหม่ 6% (เฉลยคำนวณมาให้แล้วในตาราง Source 1204)
คำถามข้อที่ 271 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดไม่รวมในการคำนวนค่าเช่าขั้นตํ่า ตัวเลือก:
- A) เงินค่าเช่าคงที่หักลูกหนี้สิ่งจูงใจ
- B) ค่าเช่าผันแปรตามผลการดำเนินงาน
- C) เงินประกันมูลค่าคงเหลือที่คาดว่าต้องจ่าย
- D) มูลค่าสิทธิเลือกซื้อที่คาดว่าจะใช้สิทธิ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ค่าเช่าผันแปรที่ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานหรือการใช้ (เช่น % ยอดขาย) ไม่รวม ในการคำนวณหนี้สินตามสัญญาเช่า (แต่ตัดเป็น Expense เมื่อเกิด)
คำถามข้อที่ 288 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9 ตัวเลือก:
- A) สัญญาคํ้าประกันที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรม
- B) ลูกหนี้ตามสัญญาเช่า
- C) สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา (TFRS15)
- D) ภาระผูกพันวงเงินสินเชื่อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
เครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (FV) (เช่น FVTPL) จะรับรู้การเปลี่ยนแปลงมูลค่าในกำไรขาดทุนอยู่แล้ว จึง ไม่อยู่ ในขอบเขตของการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (Impairment)
คำถามข้อที่ 289 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: 1 ก.พ. เซ็นสัญญาเช่าเครื่องจักร โดย 1 มิ.ย. ส่งมอบ ซึ่ง 15 ก.พ. เริ่มประกอบเครื่องจักร 1มิ.ย. ขนส่งเครื่องจักร และ 3 มิ.ย. เครื่องจักรติดตั้งพร้อมใช้งาน สัญญาเช่ามีผลวันใด ตัวเลือก:
- A) 1 ก.พ.
- B) 15 ก.พ.
- C) 1 มิ.ย.
- D) 3 มิ.ย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
วันเริ่มต้นสัญญาเช่า (Lease Commencement Date) คือวันที่ผู้ให้เช่าจัดสรรสินทรัพย์เพื่อให้ผู้เช่าเริ่มใช้สิทธิ์ของตนได้ ซึ่งในกรณีนี้คือวันที่เครื่องจักรติดตั้งพร้อมใช้งานในวันที่ 5 มิถุนายน
คำถามข้อที่ 334 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:
- A) ที่ดินถือไว้เก็งกำไร
- B) อพาร์ทเม้นท์ปล่อยเช่า
- C) หอพักที่สร้างให้พนักงานอยู่และเก็บค่าเช่า
- D) อาคารให้เช่าตามสัญญาเช่าดำเนินงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน
คำถามข้อที่ 347 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “อยู่นอกขอบเขต” ของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน) ตัวเลือก:
- A) สัญญาจะซื้อหรือขายสินค้าที่ไม่ใช่ทางการเงินซึ่งสามารถชำระเป็นเงินสดเสมือนเป็นตราสารทาง การเงิน
- B) สัญญาซื้อขายสินค้าจริงเพื่อใช้ตามการดำเนินงานปกติของกิจการ (own use)
- C) อนุพันธ์แฝงที่อยู่ในสัญญาเช่า
- D) ข้อ a–c ถูกทั้งหมด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สัญญาซื้อขายสินค้าเพื่อใช้ในการดำเนินงานปกติ ไม่อยู่ในขอบเขต TFRS 9
คำถามข้อที่ 368 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: บริษัท ก ทำสัญญาเช่าสำนักงานเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยชำระค่าเช่า ปีละ 200,000 บาท ณ สิ้นปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 หลังจากบันทึกบัญชีตาม TFRS 16 แล้ว กิจการมีสินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use asset) = 800,000 บาท หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease liability) = 900,000 บาท สำหรับวัตถุประสงค์ทางภาษี ค่าเช่าจะ ถือเป็น ค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายเงิน และไม่รับรู้สินทรัพย์หรือหนี้สินจากสัญญาเช่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ตาม TAS 12 ภาษีเงินได้ กิจการควรรับรู้ สินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่าใด ตัวเลือก:
- A) DTL 20,000 บาท
- B) DTA 20,000 บาท
- C) DTL 180,000 บาท
- D) ไม่เกิด DTA หรือ DTL เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณหนี้สินสัญญาเช่า:
หนี้สินสัญญาเช่า = PV ของเงินจ่ายชำระตามสัญญาเช่าในอนาคต
สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU) = หนี้สินสัญญาเช่า + เงินจ่ายล่วงหน้า + ต้นทุนทางตรงเริ่มแรก - แรงจูงใจที่ได้รับ
การบันทึกบัญชี ณ วันเริ่มสัญญาเช่า:
Dr. สินทรัพย์สิทธิการใช้ (ROU Asset)
Cr. หนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability)
การบันทึกบัญชีเมื่อจ่ายค่าเช่าและบันทึกดอกเบี้ย/ค่าเสื่อมสะสมประจำงวด:
Dr. ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense)
Dr. หนี้สินตามสัญญาเช่า (ส่วนของเงินต้น)
Cr. เงินสด / ธนาคาร
Dr. ค่าเสื่อมราคา - สินทรัพย์สิทธิการใช้
Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม - สินทรัพย์สิทธิการใช้
TAS 40: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) คือที่ดินหรืออาคารที่ถือครองไว้เพื่อหาประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า หรือเพื่อการเพิ่มขึ้นของมูลค่า หรือทั้งสองอย่าง (ไม่ใช่เพื่อใช้ผลิตสินค้าหรือใช้ในการบริหารงานปกติ) การวัดมูลค่าภายหลังสามารถเลือกได้ระหว่างวิธีราคาทุน (Cost Model) หรือ วิธีมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Model) โดยหากใช้วิธีมูลค่ายุติธรรม จะต้องประเมินราคาใหม่ทุกสิ้นปีและห้ามคิดค่าเสื่อมราคา โดยผลต่างกำไร/ขาดทุนต้องนำเข้ากำไรหรือขาดทุนในงวดนั้นทันที
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'อพาร์ตเมนต์สร้างเงินไร้ค่าเสื่อม' - การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร หากเลือกวิธี Fair Value Model จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องหักค่าเสื่อมราคาในแต่ละปีให้ตัวเลขกำไรในงบดูแย่ แต่จะสะท้อนราคาตลาดจริงแทน ซึ่งมีผลบวกกลับหรือหักลบในงบกำไรขาดทุนได้ทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 19 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: กิจการต้องวัดมูลค่าหนี้สินเงินบำนาญ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) มูลค่ายุติธรรม
- B) มูลค่าปัจจุบัน
- C) ราคาทุนเดิม
- D) ราคาเปลี่ยนแทน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 22 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: 1 มค x2 ลูกหนี้ตั้งใจจ่ายหุ้นมูลค่า 2 ล้านบาทจากเงินกู้ทั้งหมด 10 ล้านบาทให้ธนาคาร โดยมีดอกเบี้ยคงค้าง 500,000 อัตรา ดอกเบี้ยเดิม 12% และวันนี้ มูลค่ายุติธรรมของหุ้นที่ออกคือ 2.8 ล้านบาท หลังจากจ่ายหุ้นกู้ ธนาคารลดเงินต้นให้อีก 4 ล้านบาท และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 10% อยากทราบว่ากำไรจากการปรับโครงสร้างนี้เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0.83 บาท
- B) 5.83 ล้านบาท
- C) 5 ล้านบาท
- D) 0 e. 3.26 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 31 (ภาคการสอบ: 1/60)
คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 สินทรัพย์รายการหนึ่งที่มีมูลค่าตามบัญชี 100 บาท อายุการใช้งาน 10 ปี มีมูลค่ายุติธรรม 62 บาท ซึ่ง หากต้องการขายสินทรัพย์ชิ้นนี้ จะต้องจ่ายค่าขนส่ง 3 บาท ค่านายหน้า 4 บาท นอกจากนี้สินทรัพย์รายการนี้มีมูลค่าปัจจุบันที่ คำนวณจากกระแสเงินสดรับจากการใช้เท่ากับ 54 บาท สินทรัพย์ชิ้นนี้มีผลขาดทุนด้อยค่าเท่ากับเท่าใด และมีมูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) ผลขาดทุนด้อยค่า 0 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 100 บาท
- B) ผลขาดทุนด้อยค่า 38 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 62 บาท
- C) ผลขาดทุนด้อยค่า 46 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 54 บาท
- D) ผลขาดทุนด้อยค่า 45 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 55 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount) คือมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย (62 - 3 - 4 = 55) หรือมูลค่าจากการใช้ (54) แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า ซึ่งเท่ากับ 55 บาท ดังนั้น มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเท่ากับ มูลค่าตามบัญชี (100) หัก มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (55) = 45 บาท
คำถามข้อที่ 55 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: อ้างถึง ม.รง. 3 ข้อใดไม่ต้องรับรู้และวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
- B) หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
- C) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
- D) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 75 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการจะบันทึกการแลกเปลี่ยนที่ขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์อย่างไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกสินทรัพย์ที่รับมาด้วย มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ที่นาไปแลก
- B) บันทึกสิ่งที่รับมาด้วยมูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่ได้รับ
- C) บันทึกสิ่งที่รับด้วยมูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่นาไปแลก
- D) บันทึกด้วยมูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่นาไปแลก เว้นแต่กรณีที่มูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่ได้มามีหลักฐานชัดเจนกว่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 16: หากการแลกเปลี่ยน ขาดเนื้อหาเชิงพาณิชย์ (Lacks commercial substance) กิจการต้องวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้รับมาด้วย มูลค่าตามบัญชี (Book Value) ของสินทรัพย์ที่นาไปแลก (ไม่รับรู้กำไร/ขาดทุน)
คำถามข้อที่ 85 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ที่ทำธุรกรรมขายแล้วเช่ากลับดังนี้ ราคาทุนเดิม 10,000,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 8,000,000 บาท ขายแล้วเช่ากลับคืนโดยขายไป 1,800,000 บาท ซึ่งมูลค่ายุติธรรมตอนนั้น 1,850,000 บาท แล้วเช่ากลับระยะเวลาสั้นๆ ด้วยค่าเช่า ตามราคาตลาด การขายแล้วเช่ากลับในครั้งนี้จะก่อให้เกิดรายการ ตัวเลือก:
- A) รับรู้ผลขาดทุนจากการขายเข้ากำไรขาดทุน 200,000 บาท รับรู้ผลขาดทุนรอตัดบัญชี 50,000 บาท
- B) รับรู้ผลขาดทุนจากการขายเข้ากำไรขาดทุน 200,000 บาท รับรู้ผลขาดทุนรอตัดบัญชี 0 บาท
- C) รับรู้ผลขาดทุนจากการขายเข้ากำไรขาดทุน 0 บาท รับรู้ผลขาดทุนรอตัดบัญชี 200,000 บาท
- D) รับรู้ผลขาดทุนจากการขายเข้ากำไรขาดทุน 50,000 บาท รับรู้ผลขาดทุนรอตัดบัญชี 200,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การวิเคราะห์ (Sale and Leaseback - TAS 17 เดิม): BV = 2,000,000 (10M - 8M). ขายได้ 1,800,000 (ซึ่งต่ำกว่า FV 1,850,000). เกิดผลขาดทุน 200,000. เนื่องจากเป็นการขายขาดทุนและเช่ากลับในราคาตลาด (Fair Rental) ผลขาดทุนนั้นให้ รับรู้ทันทีในกำไรขาดทุน (ไม่ต้องตั้งรอตัดบัญชี)
คำถามข้อที่ 88 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: เครื่องจักร ราคาทุน 540,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 324,000 บาท มูลค่ายุติธรรม 270,000 บาท กิจการใช้วิธีตีราคาเพิ่มเป็นราคา ทุนเปลี่ยนแทน กิจการบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:
- A) เดบิต เครื่องจักร 135,000 บาท
- B) เดบิต เครื่องจักร 270,000 บาท
- C) เดบิต เครื่องจักร 81,000 บาท
- D) เดบิต เครื่องจักร 324,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ (Proportionate Restatement): FV (270,000) / BV (216,000) = 1.25 เท่า ปรับปรุงราคาทุน: 540,000 x 1.25 = 675,000 (เพิ่มขึ้น 135,000) ปรับปรุงค่าเสื่อมสะสม: 324,000 x 1.25 = 405,000 (เพิ่มขึ้น 81,000) บันทึก: Dr. เครื่องจักร 135,000, Cr. ค่าเสื่อมสะสม 81,000, Cr. OCI 54,000
คำถามข้อที่ 105 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: กิจการลงทุน ในบริษัท ก ที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 2% ควรลงบัญชีเงินลงทุนด้วยวิธีใด ตัวเลือก:
- A) ราคาตามบัญชี
- B) ราคาทุนหักค่าเผื่อสะสมถ้ามี
- C) มูลค่ายุติธรรม
- D) ตามสัดส่วนสินทรัพย์สุทธิของบริษัท ก. เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TFRS 9: เงินลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ต้องวัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) เสมอ (ไม่ว่าจะเป็น FVPL หรือ FVOCI) การใช้ราคาทุนอนุโลมให้เฉพาะกรณีที่หา Fair Value ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น ซึ่งมาตรฐานใหม่บังคับใช้ Fair Value เป็นหลัก
คำถามข้อที่ 113 (ภาคการสอบ: 3/63)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการบัญชีป้องกันความเสี่ยงตาม TFRS 9 ตัวเลือก:
- A) การป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสด (Cash flow hedge)
- B) การป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ย (Interest hedge)
- C) การป้องกันความเสี่ยงมูลค่ายุติธรรม (Fair Value hedge)
- D) ป้องกันความเสี่ยงจากเงินลงทุนสุทธิในการดำเนินงานต่างประเทศ (Hedges of a net investment in a foreign operation) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TFRS 9: ประเภทการบัญชีป้องกันความเสี่ยงมี 3 ประเภท คือ 1. Fair value hedge 2. Cash flow hedge และ 3. Net investment hedge ส่วน "Interest hedge" เป็นชื่อกลยุทธ์ ไม่ใช่ชื่อประเภททางบัญชี
คำถามข้อที่ 121 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:
- A) ที่ดินซื้อมาเพื่อการพัฒนาในอนาคต โดยใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าในปีถัดไป
- B) ที่ดินที่ซื้อมาเพื่อเก็งกำไร
- C) อาคารที่เป็นของกิจการและให้พนักงานเช่า
- D) อาคารเช่ามาเพื่อให้เช่าภายใต้สัญญาเข่าดำเนินงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน
คำถามข้อที่ 126 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: กิจการมีมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์โครงการ 200 ล้านบาท และมีมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตามโครงการ ผลประโยชน์ 500 ล้านบาท อัตราคิดลด 5% ไม่มีเพดานสินทรัพย์ กิจการจะรับรู้ดอกเบี้ยสุทธิเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 10 ล้านบาท
- B) 15 ล้านบาท
- C) 25 ล้านบาท
- D) 30 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest) = (ภาระผูกพัน 500M - สินทรัพย์โครงการ 200M) × อัตราคิดลด 5% = 300M × 5% = 15 ล้านบาท (เป็นดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ)
คำถามข้อที่ 127 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x4 บริษัทมีกองทุน (สินทรัพย์โครงการ) เพื่อใช้สำหรับจ่ายผลประโยชน์หลังออกจากงาน ของพนักงาน กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 100 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตาม โครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานมีจำนวน 70 ล้านบาท สินทรัพย์ส่วนเกินดังกล่าวไม่มีผลต่อจำนวนเงิน แก่บริษัท แม้ว่ากองทุนจะมีสินทรัพย์เพียงพอต่อภาระผูกพันของโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานทั้ง หมดแล้วก็ตาม ในกรณีนี้ กิจการจะแสดงหนี้สินผลประโยชน์พนักงานเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 30 บาท
- C) 70 บาท
- D) 100 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
หากสินทรัพย์โครงการ (100M) มากกว่าภาระผูกพัน (70M) จะเกิดสินทรัพย์สุทธิ 30M แต่ถ้ามาตรฐานระบุว่า ไม่อนุญาตให้ได้รับคืน (Asset Ceiling = 0) กิจการจะแสดงหนี้สิน (สินทรัพย์) สุทธิเท่ากับ 0 บาท (ปรับลดสินทรัพย์ลงด้วย OCI)
คำถามข้อที่ 131 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: กิจการมีการปรับมูลค่ายุติธรรมหนี้สินทางการเงินจำนวน 100,000 บาทซึ่งรวม 10,000 บาทที่เป็นการปรับจากการเปลี่ยนแปลง credit rating ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) รับรู้เข้า OCI 10,000 บาท
- B) รับรู้เข้า P/L 100,000 หากไม่มีนัยสำคัญ
- C) รับรู้เข้า P/L 90,000 บาท
- D) รับรู้เข้า P/L 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)
คำถามข้อที่ 140 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน? ตัวเลือก:
- A) ที่ดินที่กิจการถือครองไว้เพื่อหวังกำไรจากการเพิ่มมูลค่าของที่ดินนั้นในระยะยาว
- B) ที่ดินที่ถือครองไว้ โดยปัจจุบันยังไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการใช้ในอนาคต
- C) อาคารที่กิจการเคยให้เช่า แต่ปัจจุบันทำการซ่อมแซมก่อน และเมื่อปรับปรุงเสร็จ จะยังให้เช่าด้วยสัญญาดำเนินงานต่อ
- D) อาคารที่กิจการไว้ใช้เอง แต่ต่อมาไม่ได้ใช้ จึงจะนาออกไปให้เช่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 40: อสังหาฯ เพื่อการลงทุนต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าเช่าหรือมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ข้อ c. คืออาคารที่ไม่ได้ใช้ดำเนินงาน (Idle PPE) ซึ่งยังคงถือเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (TAS 16) จนกว่าจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ชัดเจน
คำถามข้อที่ 142 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: กิจการคาดการณ์ว่าจะขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศในอีก 6 เดือนข้างหน้า ต้องทำการป้องกันความเสี่ยงแบบใด ตัวเลือก:
- A) การป้องกันความเสี่ยงมูลค่ายุติธรรม
- B) การป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสด
- C) การป้องกันความเสี่ยงเงินลงทุนในต่างประเทศ
- D) การป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิต เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การป้องกันความเสี่ยงสำหรับรายการคาดการณ์ในอนาคต (Forecast Transaction) เช่น การขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จัดเป็น Cash Flow Hedge
คำถามข้อที่ 148 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ปี 25x1 กิจการมีที่ดินราคาทุน 1.5 ล้านบาท ปี 25x2 มูลค่ายุติธรรมเหลือ 0.8 ล้านบาท ในปี 25x3 มูลค่า ยุติธรรม เป็น 1.6 ล้านบาท หากกิจการเลือกใช้วิธีตีราคาใหม่ในการแสดงมูลค่าที่ดิน กิจการจะบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ปี x2 -0.7m ใน OCI และ ปี x3 +0.7m ใน P/L และ +0.1m ใน OCI
- B) ปี x2 -0.7m ใน OCI และ ปี x3 +0.8m ใน OCI
- C) ปี x2 -0.7m ใน P/L และ ปี x3 +0.7m ใน P/L และ +0.1m ใน OCI
- D) ปี x2 -0.7m ใน P/L และ ปี x3 +0.8m ใน P/L เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
• ปี X2 (FV 0.8 < ทุน 1.5): ขาดทุน 0.7 เข้า P/L • ปี X3 (FV 1.6): กำไร 0.8 → กลับรายการขาดทุนใน P/L ก่อน (0.7) ส่วนที่เหลือ (0.1) เข้า OCI
คำถามข้อที่ 156 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บริษัทสั่งซื้อสินค้าเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศและได้ทำการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น การป้องกันความ เสี่ยงดังกล่าวถูกจัดประเภทอย่างไรตาม TFRS 9 ตัวเลือก:
- A) ความเสี่ยงมูลค่ายุติธรรม
- B) ความเสี่ยงกระแสเงินสด
- C) ความเสี่ยงจากการดำเนินงานต่างประเทศ
- D) ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
(สืบเนื่องจากข้อ 12) การป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นการจัดการ ความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด (Cash Flow Risk)
คำถามข้อที่ 159 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ปี 25x1 ที่ดินราคาทุน 4 ล้านบาท ต่อมาตีราคาเพิ่มเป็น 4.3 ล้านบาท ต่อมาปี 25x2 กิจการเปลี่ยนเป็นให้เช่า วัดด้วยมูลค่ายุติธรรม 4.2 ล้านบาท กิจการต้องบันทึกบัญชี ณ วันเปลี่ยนประเภทในปี 25x2 อย่างไร ตัวเลือก:
- A) Dr. IP 4.2 ล้านบาท / Dr. OCI 0.1 ล้านบาท / Cr. PPE 4.3 ล้านบาท
- B) Dr. IP 4.2 ล้านบาท / Dr. OCI 0.3 ล้านบาท / Cr. PPE 4.3 ล้านบาท / Cr. R/E 0.2 ล้านบาท
- C) Dr. IP 4.2 ล้านบาท / Dr. OCI 0.3 ล้านบาท / Cr. PPE 4.3 ล้านบาท / Cr. P/L 0.2 ล้านบาท
- D) Dr. IP 4.3 ล้านบาท / Cr. PPE 4.3 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การโอน PPE (ที่ตีราคา) ไปเป็น IP (ราคาทุน) อาจต้องปรับปรุงรายการ ผลต่างหรือส่วนที่เคยตีราคาไว้อาจต้องโอนออกหรือรับรู้ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (ข้อนี้คำตอบ a น่าจะเป็นการโอนออกตามมูลค่าบัญชีที่ปรับปรุงแล้ว)
คำถามข้อที่ 165 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ซื้อหุ้นกู้ 1/1/x1 ในราคา 580,000 บาท โดยจ่ายค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมเพิ่ม 10,000 บาท มูลค่าหน้าตั๋ว 600,000 บาท โดยตั้งใจถือแบบ FVTPL ต่อมา 31/12/x1 มูลค่ายุติธรรมเป็น 578,100 บาท วันที่ 1/1/x2 เปลี่ยน โมเดลธุรกิจ เป็นถือแบบ FVOCI ณ วันที่ 1/1/x1 และ 1/1/x2 กิจการจะแสดงมูลค่าของเงินลงทุนในหุ้นกู้ ดังกล่าวเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 580,000 บาท และ 578,100 บาท https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/
- B) 590,000 บาท และ 578,100 บาท
- C) 600,000 บาท และ 578,100 บาท
- D) 590,000 บาท และ 590,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
(การคำนวณมูลค่าตามบัญชีแบบ Amortized Cost) คำนวณจากยอดคงเหลือต้นงวด + ดอกเบี้ยที่แท้จริง - ดอกเบี้ยรับเงินสด
คำถามข้อที่ 172 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: หากกิจการซื้อรถให้ผู้บริหารโดยการแลกที่ดินมูลค่าตามบัญชี 3 ล้านบาท กับรถยนต์ที่มีมูลค่ายุติธรรม 4 ล้านบาท โดยวันที่แลกมูลค่ายุติธรรมของที่ดินเท่ากับ 5.5 ล้านบาท กิจการจะรับรู้กำไรขาดทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) กำไร 1 ล้านบาท
- B) ขาดทุน 2.5 ล้านบาท เงินต้น % ระยะเวลา ดอกเบี้ย 3,000,000 7% 10/12 เดือน 175,000 7,000,000 7% 6/12 เดือน 245,000 รวม 420,000 หัก ผลตอบแทนจากการลงทุน 100,000 - ดอกเบี้ยที่รวมเป็นต้นทุนของสินทรัพย์ 320,000
- C) ขาดทุน 1.5 ล้านบาท
- D) ไม่มีผลกำไรขาดทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ปกติการแลกเปลี่ยนจะวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม (FV) ของสินทรัพย์ที่ให้ไป เว้นแต่ FV ของสินทรัพย์ที่ได้รับจะชัดเจนกว่า ในข้อนี้คำตอบใช้ FV ของรถที่ได้รับ (4 ล้าน) หักด้วย BV ของที่ดินที่ให้ไป (3 ล้าน) = กำไร 1 ล้านบาท (หากใช้ FV ที่ดิน 5.5 ล้าน จะกำไร 2.5 ล้าน แต่ไม่มีในตัวเลือก หรือโจทย์อาจสื่อว่าตกลงแลกกันที่มูลค่า 4 ล้าน)
คำถามข้อที่ 198 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุพันธ์ทางการเงิน ตัวเลือก:
- A) กิจการต้องวัดมูลค่าอนุพันธ์ด้วยมูลค่ายุติธรรมเข้ากำไรขาดทุนเท่านั้น
- B) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีมูลค่าไม่มากหรือมีมูลค่าเท่ากับศูนย์ ณ วันที่ทำรายการ
- C) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าเปลี่ยนแปลงไปตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หรือดัชนี
- D) สัญญาก่อให้เกิดสินทรัพย์หรือหนี้สินทางการเงินขึ้นอยู่กับมูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่ใช้อ้างอิง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 202 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ปี 25x1 ลงทุนในหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 20 บาท จ่ายค่านายหน้า 1,000 บาท โดยบริษัทจัด ประเภทและวัดค่าเงินลงทุนด้วย FVOCI ระหว่างปีได้รับเงินปันผลหุ้นละ 10 บาท สิ้นปี 25x1 มูลค่ายุติธรรม หุ้น ละ 23 บาท ปี 25×2 ขายหุ้นออกไปทั้งหมดในราคา 211,000 บาท ให้ระบุผลกระทบที่มีต่อกำไรขาดทุนของปี 25x1 และ 25x2 ตัวเลือก:
- A) 0 บาท , 0 บาท
- B) 1,000 บาท , 19,000 บาท
- C) 100,000 บาท , 0 บาท
- D) 101,000 บาท , 19,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
เงินลงทุนตราสารทุน (Equity) ที่เลือกวัดด้วย FVOCI การเปลี่ยนแปลงมูลค่าและ กำไร/ขาดทุนจากการขาย จะรับรู้ใน OCI และโอนเข้ากำไรสะสมโดยตรง ห้าม โอนเข้า P/L (Recycle) ยกเว้นเงินปันผลที่เข้า P/L
คำถามข้อที่ 203 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องการทดสอบกระจุกตัว ตาม TFRS 3 ตัวเลือก:
- A) หากผ่านการทดสอบการกระจุกตัว กลุ่มของกิจกรรมและสินทรัพย์จะถูกพิจารณาว่าไม่ใช่ธุรกิจ และไม่ จำเป็นต้องมีการประเมินอื่นใดอีก
- B) ทดสอบกระจุกตัวจะผ่านได้ก็ต่อเมื่อ FVของสินทรัพย์รวมที่ถูกซื้อ เกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ที่สินทรัพย์ที่ ระบุได้เพียงชิ้นเดียว
- C) ทดสอบกระจุกตัวจะผ่านได้ก็ต่อเมื่อ BVของสินทรัพย์รวมที่ถูกซื้อ เกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ที่สินทรัพย์ที่ ระบุได้เพียงชิ้นเดียว
- D) ข้อ a กับ b เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การทดสอบการกระจุกตัว (Concentration Test) เป็นทางเลือก (Optional) ที่ช่วยให้ประเมินได้ง่ายว่าสิ่งที่ได้มาไม่ใช่ธุรกิจ (Asset Acquisition) หากมูลค่ายุติธรรมส่วนใหญ่กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว
คำถามข้อที่ 212 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 9 หากกิจการเลือกวัดมูลค่ายุติธรรมสำหรับหนี้สินทางการเงิน ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ต้องรับรู้ผ่าน P/ L ทั้งจำนวน
- B) หากเป็นผลเปลี่ยนแปลงจากความเสี่ยงด้านเครดิตให้รับรู้ผ่าน OCI
- C) หากไม่ได้เป็นผลเปลี่ยนแปลงจากความเสี่ยงด้านเครดิตให้รับรู้เข้า P/L
- D) รับรู้ผลต่างจากการวัดมูลค่าเข้า P/L เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 216 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: หากกิจการเปลี่ยนหมวดจาก PPE ที่วัดมูลค่าด้วยราคาที่ตีใหม่เข้าเป็น IP กิจการจะต้อง ตัวเลือก:
- A) วัดมูลค่ายุติธรรม ผลต่างรับรู้เข้า P/L
- B) วัดมูลค่ายุติธรรม ผลต่างรับรู้เข้า OCI
- C) โอนเปลี่ยนหมวดด้วยมูลค่าตามบัญชี ณ วันเปลี่ยนหมวด
- D) โอนเปลี่ยนหมวดด้วยราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การโอน PPE (Revaluation Model) ไปเป็น IP (Fair Value Model) ให้วัดมูลค่ายุติธรรม ณ วันโอน ผลต่างระหว่าง FV กับ BV ให้ปฏิบัติเหมือนการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น (เข้า OCI)
คำถามข้อที่ 241 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ถ้ากิจการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า มูลค่าตามบัญชีของ PPE จะแสดงที่ ตัวเลือก:
- A) มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน
- B) ราคาทุน
- C) มูลค่ายุติธรรม
- D) มูลค่าปัจจุบัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
เมื่อสินทรัพย์เกิดการด้อยค่า มูลค่าตามบัญชี (Carrying Amount) จะถูกปรับลดลงให้เท่ากับ มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount)
คำถามข้อที่ 242 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: กิจการจะแสดงเงินลงทุนโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงาน ณ สิ้นรอบระยะเวลารายงานด้วย ตัวเลือก:
- A) มูลค่ายุติธรรม
- B) มูลค่าปัจจุบัน
- C) มูลค่าตามบัญชี
- D) ราคาทุนเดิม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สินทรัพย์ของโครงการ (Plan Assets) ในโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ (Defined Benefit Plan) ต้องวัดมูลค่าด้วย มูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน
คำถามข้อที่ 250 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: กิจการมีอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ใช้งานรับรู้ด้วยวิธีราคาทุน แต่จะเปลี่ยนเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่รับรู้ ด้วยมูลค่ายุติธรรม ต้นทุนเริ่มแรกของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว 24 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชี 16 ล้านบาท มูลค่า ยุติธรรม 26 ล้านบาท กิจการจะจะรับรู้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ณ วันเปลี่ยนประเภทเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 16 ล้านบาท
- B) 24 ล้านบาท
- C) 25 ล้านบาท
- D) 26 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 252 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: นาเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาทุน 10,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม 8,000 บาทแลกกับเครื่องถ่ายเอกสารที่มีมูลค่า ยุติธรรม 10,000 บาท โดยจ่ายเงินสดเพิ่มเติม 7,000 บาท ให้บันทึกบัญชี ตัวเลือก:
- A) Dr.อุปกรณ์-เครื่องถ่ายฯ 10,000 บาท / Dr.ค่าเสื่อมราคาสะสม 8,000 บาท / Cr.เงินสด7,000 บาท / Cr.อุปกรณ์-คอมฯ 10,000 บาท / Cr.ผลกำไรจากการแลกเปลี่ยน 1,000 บาท
- B) Dr. อุปกรณ์-เครื่องถ่ายฯ 10,000 / Cr. เงินสด 10,000
- C) Dr. อุปกรณ์-เครื่องถ่ายฯ 10,000 / Cr. คอมพิวเตอร์ 10,000
- D) Dr. อุปกรณ์-เครื่องถ่ายฯ 10,000 / Cr. อุปกรณ์-คอมฯ 10,000 / Cr. เงินสด 3,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การแลกเปลี่ยนที่มีเนื้อหาเชิงพาณิชย์: รับรู้สินทรัพย์ใหม่ด้วย มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่ได้มา (10,000) หรือ FV ของสินทรัพย์ที่ให้ไป + เงินสดจ่าย
คำถามข้อที่ 261 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ซื้อที่ดินราคาทุน 10 ล้านบาทถือเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) ต่อมารับรู้ส่วนเกินทุนจากการตีราคา (OCI) 2 ล้านบาท ต่อมาโอนหมวดสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (IP) มีมูลค่ายุติธรรม 13 ล้าน บาท โดยบริษัทมีนโยบายสำหรับ IP ใช้วิธีราคาทุน แต่ที่ดินใช้ตีราคาเพิ่ม ต้องบันทึกบัญชีโอนหมวดสินทรัพย์ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) Dr. IP 12 ล้านบาท / Cr. ที่ดิน 10 ล้านบาท / Cr. OCI 2 ล้านบาท
- B) Dr. IP 10 ล้านบาท / Cr. ที่ดิน 10 ล้านบาท
- C) Dr. IP 13 ล้านบาท / Cr. ที่ดิน 12 ล้านบาท / Cr. OCI 1 ล้านบาท
- D) Dr. IP 12 ล้านบาท / Cr. ที่ดิน 12 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การโอนจาก PPE (ส่วนที่ตีราคาใหม่) ไปเป็น IP (วิธีราคาทุน หรือ FV) หากมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาเดิมอยู่ จะยังคงค้างใน Equity (OCI) จนกว่าจะจำหน่ายสินทรัพย์นั้น ส่วนผลต่าง ณ วันโอน (ถ้าใช้วิธี FV) จะเข้า OCI
คำถามข้อที่ 269 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอนุพันธ์ตาม TFRS 9 ตัวเลือก:
- A) มูลค่าเครื่องมือทางการเงิน จะเปลี่ยนแปลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์และดัชนีราคา
- B) การรับชำระหรือจ่ายเงิน จะเกิดขึ้นในอนาคต
- C) สัญญาอาจก่อให้เกิดสินทรัพย์ทางการเงินหรือหนี้สินทางการเงิน ขึ้นอยู่กับมูลค่ายุติธรรมในแต่ละ ช่วงเวลา
- D) กิจการต้องวัดมูลค่าของอนุพันธ์ด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 282 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่การวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9 ตัวเลือก:
- A) ราคาทุนตัดจำหน่าย
- B) ราคาทุนหักค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่า
- C) มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน
- D) มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
รูปแบบการวัดมูลค่า (Measurement Category) ตาม TFRS 9 มี 3 ประเภทหลักคือ 1. ราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2. FVOCI 3. FVTPL ส่วน "ราคาทุนหักค่าเผื่อการด้อยค่า" ไม่ใช่ชื่อเรียกประเภทการวัดมูลค่ามาตรฐานของเครื่องมือทางการเงินในปัจจุบัน
คำถามข้อที่ 292 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x4 บริษัทมีกองทุน (สินทรัพย์โครงการ) เพื่อใช้สำหรับจ่ายผลประโยชน์หลังออกจากงาน ของพนักงาน กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ายุติธรรมเท่ากับ 50 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตาม โครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานมีจำนวน 40 ล้านบาท สินทรัพย์ส่วนเกินดังกล่าวไม่มีผลต่อจำนวนเงิน แก่บริษัท แม้ว่ากองทุนจะมีสินทรัพย์เพียงพอต่อภาระผูกพันของโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานทั้ง หมดแล้วก็ตาม ในกรณีนี้ เพดานของสินทรัพย์โครงการเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 10 ล้านบาท
- C) 40 ล้านบาท
- D) 50 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
Asset Ceiling คือมูลค่าปัจจุบันของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่กิจการจะได้รับคืน (Refund) หรือลดเงินสมทบในอนาคต เมื่อโจทย์ระบุว่า "ไม่อนุญาตให้จ่ายคืน.และไม่มีผลต่อเงินสมทบ" แสดงว่ามูลค่าเพดานสินทรัพย์ = 0
คำถามข้อที่ 304 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องตามหลักการคิดค่าเสื่อมของมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 16 ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ตัวเลือก:
- A) ค่าเสื่อมราคาต้องบันทึกเข้างบกำไรขาดทุน ยกเว้นค่าเสื่อมราคาที่ต้องเอาไปรวมกับมูลค่าของสินทรัพย์อื่น
- B) การคิดค่าเสื่อมราคาสามารถแยกคิดได้ถึงแม้ว่าสินทรัพย์นั้นจะเป็นองค์ประกอบด้วยกัน แต่สามารถแยกราคา ทุนและอายุการให้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน
- C) หากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์มากกว่ามูลค่าตามบัญชี กิจการก็ต้องคิดค่าเสื่อมต่อไป ถึงแม้ว่ามูลค่าคงเหลือ จะสูงกว่ามูลค่าตามบัญชี
- D) กิจการต้องคิดค่าเสื่อมของสินทรัพย์เมื่อพร้อมใช้งาน และไม่สามารถหยุดคิดค่าเสื่อมราคาได้ แม้จะหยุดใช้งาน ชั่วคราว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 322 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: อ้างถึง TAS 40 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หากกิจการวัดมูลค่าด้วยวิธีราคาทุน กับวิธีมูลค่ายุติธรรม กิจการ ต้องเปิดเผยข้อมูลใด ตัวเลือก:
- A) อายุของส/ท และค่าเสื่อมราคา?
- B) มูลค่าตามบัญชีก่อนหักค่าเสื่อม
- C) รายได้ค่าเช่า
- D) การด้อยค่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีราคาทุน (Cost Model) หรือวิธีมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Model) กิจการต้องเปิดเผย รายได้ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
คำถามข้อที่ 329 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:
- A) ตามวิธีการตีราคาใหม่ ถ้ากิจการตีราคา PPE ใหม่ รายการใดรายการหนึ่ง กิจการไม่ต้องใช้การตีราคา ใหม่ กับ PPE ที่จัดประเภทเดียวกัน
- B) กิจการสามารถตีราคาใหม่ PPE ที่จัดประเภทเดียวกัน บางรายการได้
- C) การตีราคาบ่อยครั้ง ของ PPE ที่มี FV เปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ ในกรณีดังกล่าวการตีราคาใหม่ ทุก 3 ปี หรือ 5 ปี ถือว่าเพียงพอ
- D) หากการตีราคา PPE ใหม่ ทำให้ BV เพิ่มขึ้น ให้บันทึก BV ที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาใหม่ เข้า P/L เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ a) ผลขาดทุนจากการด้อยค่า หมายถึง จำนวนซึ่งมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สูงกว่ามูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืน ซึ่งหมายถึง จำนวนที่สูงกว่าระหว่างมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย และ มูลค่าจาก การใช้
คำถามข้อที่ 342 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property) ตาม TAS 40 ตัวเลือก:
- A) วัดมูลค่าได้เฉพาะวิธีราคาทุนเท่านั้น
- B) วัดมูลค่าได้เฉพาะวิธีมูลค่ายุติธรรมเท่านั้น
- C) สามารถเลือกวัดมูลค่าได้ทั้งวิธีราคาทุน หรือมูลค่ายุติธรรม
- D) วัดมูลค่าวิธีมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
กิจการมีสิทธิเลือกนโยบายบัญชีได้ว่าจะใช้ Cost Model หรือ Fair Value Model
คำถามข้อที่ 343 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: บริษัทแห่งหนึ่งมีสินทรัพย์ถาวรมูลค่า 30,000 บาท ใช้ประโยชน์ได้ 5 ปี และตัดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง เมื่อ สิ้นปีที่ 2 มีข้อมูลดังนี้ มูลค่าที่ได้รับคืน (VIU) = 7,000 บาท / มูลค่ายุติธรรมหลังหักต้นทุนขาย (FVLCTS) = 9,000 บาท กิจการต้องรับรู้ค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวนเท่าใด? ตัวเลือก:
- A) มูลค่าที่ได้รับคืน 9,000 บาท ด้อยค่า 21,000 บาท
- B) มูลค่าที่ได้รับคืน 7,000 บาท ด้อยค่า 23,000 บาท
- C) มูลค่าที่ได้รับคืน 9,000 บาท ด้อยค่า 9,000 บาท
- D) มูลค่าที่ได้รับคืน 7,000 บาท ด้อยค่า 7,000 บาท มูลค่าตามบัญชีหลังตัดค่าเสื่อม = 30,000 − (30,000/5 × 2) = 18,000 มูลค่าที่ได้รับคืน = Max(7,000, 9,000) = 9,000 ดังนั้น ขาดทุนจากการด้อยค่า = 18,000 − 9,000 = 9,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
BV (18,000) เทียบกับมูลค่าที่ได้รับคืน (9,000) มูลค่าที่ได้รับคืนใช้ตัวที่สูงกว่า (9,000)
คำถามข้อที่ 350 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดมูลค่า “เมื่อเริ่มแรก” ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตาม TAS 40 ตัวเลือก:
- A) วัดมูลค่าด้วยราคาทุน (Cost) เท่านั้น
- B) วัดมูลค่าด้วยราคาทุนรวมต้นทุนที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการทำรายการ (Cost including transaction costs)
- C) วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value)
- D) วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมรวมต้นทุนทำรายการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การบันทึกบัญชีปรับมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น ณ วันสิ้นปี (Fair Value Model):
Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
Cr. กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ในกำไรหรือขาดทุน - PL)
การโอนย้ายประเภทอสังหาริมทรัพย์ (จากอาคารใช้งาน PPE ไปเป็นเพื่อการลงทุนด้วยวิธี Fair Value):
Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (วัดด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันโอน)
Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคาร (PPE)
Cr. อาคาร - ราคาทุน (PPE)
Cr. ส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ (OCI) (ผลต่างส่วนเกินมูลค่ายุติธรรมสูงกว่ามูลค่าบัญชี)
TAS 2: สินค้าคงเหลือ
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วย 'ราคาทุน' หรือ 'มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value - NRV)' แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (LCNRV) ราคาทุนสินค้าประกอบด้วยราคาซื้อหักส่วนลดการค้า, อากรขาเข้าและภาษีนำเข้าที่หักไม่ได้, ค่าขนส่งและค่าเตรียมสถานที่ผลิตสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา (Storage costs) หรือค่าปรับที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาด ห้ามรวมเป็นราคาทุนสินค้า วิธีคำนวณต้นทุนใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (Specific), FIFO หรือถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (ห้ามใช้ LIFO)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ตราชั่งตัดแต้มสินค้าเสื่อมสภาพ' - ทุกสิ้นปีสินค้าคงคลังต้องถูกประเมินราคาตลาดหักค่าใช้จ่ายในการขาย (NRV) เสมอ หากราคาทุนที่บันทึกไว้ในงบสูงเกินความจริงเมื่อเทียบกับราคาที่คาดว่าจะขายได้จริง ตราชั่งของสรรพากรและมาตรฐานบัญชีจะปรับลดราคาในงบลงทันที และรับรู้ผลขาดทุนในงบกำไรขาดทุนเพื่อความระมัดระวังสูงสุด
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 5 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการรำยงำนทำงการเงินฉบับที่ 20 กิจการจะรับรู้ต้นทุนการเปิดหน้ำดินเพื่อท ำเหมืองเปิดอย่ำงไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ำยประจำงวดทั้งจำนวน
- B) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ำยตัดจ่ำยตลอดอำยุของเหมือง
- C) รับรู้เป็นสินทรัพย์ (ต้นทุนพัฒนาเหมืองแร่) ทั้งจำนวน
- D) ปันส่วนมูลค่าที่รับรู้เป็นสินค้าคงเหลือที่ผลิตได้และต้นทุนพัฒนาเหมืองแร่โดยใช้วิธีปันส่วนที่เหมาะสม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 6 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 16 เรื่องที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ นิยำมต่อไปนี้ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) มูลค่าตามบัญชี หมำยถึง มูลค่าของสินทรัพย์ที่รับรู้หลังจำกหักค่าเสื่อมราคาสะสม และผลขาดทุนจำกการด้อยค่า
- B) ค่าเสื่อมราคา หมำยถึง การปันส่วนจำนวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่ำงมีระบบตลอดอำยุการให้ประโยชน์ของ สินทรัพย์นั้น
- C) มูลค่าเฉพาะกิจการ หมายถึง ผลรวมของกระแสเงินสดซึ่งกิจการคาดว่าจะได้รับจากการใช้ประโยชน์จาก สินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และจากการจำหน่ายสินทรัพย์นั้นเมื่อสิ้นอายุการให้ประโยชน์หรือที่คาดว่าจะเกิดเมื่อมี การโอนสินทรัพย์นั้นเพื่อชำระหนี้สิน
- D) มูลค่าคงเหลือ หมำยถึง จำนวนเงินที่กิจการคำดว่าจะได้รับในปัจจุบันจำกการจำหน่ำยสินทรัพย์หลังจำกหักต้นทุนที่คำด ว่าจะเกิดขึ้นจำกการจำหน่ำยสินทรัพย์นั้นหำกสินทรัพย์นั้นมีอำยุและสภำพที่คำดว่าจะเป็น ณ วันสิ้นสุดอำยุการให้ ประโยชน์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)
คำถามข้อที่ 16 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: กิจการมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนราคาทุน 2.5 ล้านบาท กิจการเริ่มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อมีไว้ขาย ทำให้มีการโอน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนไปเป็นสินค้าคงเหลือ โดย ณ วันโอนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนมีราคายุติธรรม 4 ล้านบาท กิจการ จะบันทึกบัญชีอย่างไร หากกิจการใช้วิธีมูลค่ายุติธรรมในการบันทึกบัญชีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตัวเลือก:
- A) เดบิต สินค้าคงเหลือ 2.5 ล้านบาท เครดิต อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 2.5 ล้านบาท
- B) เดบิต สินค้าคงเหลือ 4 ล้านบาท เครดิตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 4 ล้านบาท
- C) เดบิต สินค้าคงเหลือ 4 ล้านบาท เครดิต อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 2.5 ล้านบาท เครดิต กำไรขาดทุน 1.5 ล้าน บาท
- D) เดบิต สินค้าคงเหลือ 4 ล้านบาท เครดิตอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 2.5 ล้านบาท เครดิตกำไรขาดทุน เบ็ดเสร็จอื่น 1.5 ล้านบาท พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 24, 25 ก.ย. 1, 2, 8, 9 ต.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 27 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: กิจการต้องแสดงมูลค่าสินค้าคงเหลืออย่างไร ตัวเลือก:
- A) ราคาทุน
- B) มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ
- C) ราคาทุน หรือ มูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า
- D) ราคาทุนปัจจุบัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตาม TAS 2 สินค้าคงเหลือต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realisable Value - NRV) แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า
คำถามข้อที่ 40 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: กิจการจะต้องใช้วิธีการค ำนวณต้นทุนแบบใดส ำหรับเพชรที่มีลักษณะเฉพำะ และมีมูลค่าสูง ตัวเลือก:
- A) วิธีเฉพาะเจาะจง
- B) FIFO
- C) LIFO
- D) ถัวเฉลี่ยถ่วงน ้ำหนัก เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 2: สำหรับสินค้าที่ไม่มีลักษณะเหมือนกันและไม่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ (Not ordinarily interchangeable) หรือสินค้าที่ผลิตขึ้นเฉพาะโครงการ (เช่น เพชรที่มีลักษณะเฉพาะและมูลค่าสูง) กิจการต้องคำนวณต้นทุนด้วยวิธี ราคาเจาะจง (Specific Identification)
คำถามข้อที่ 66 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น โดยไม่ปิดเข้ากำไรขาดทุนหรือกำไรสะสม.. 2) ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น ตัวเลือก:
- A) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- B) ส่วนแบ่งกำไรประจำปี
- C) วันลาตลอดอายุทำงานสะสมไม่เกิน30 วัน
- D) ค่ารถประจำตำแหน่ง 3) กิจการมียอดงบทดลองดังนี้ : ลูกหนี้ 500,000 บาท หนี้สงสัยจะสูญ 50,000 บาท หนี้สูญ 5,000 บาท (เป็นไปตามประมวลฯ) ฐาน ภาษีของลูกหนี้การค้าเท่ากับเท่าใด 1. 500,000 บาท 2. 450,000 บาท 3. 0 บาท 4. 495,000 บาท 4) สำหรับสินค้าที่ไม่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ควรใช้วิธีใดบันทึก 1. FIFO 2. LIFO 3. Weighed average 4. เฉพาะเจาะจง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 19: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ถือเป็น ผลประโยชน์หลังออกจากงาน (Post-employment benefits) ไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น (Short-term benefits) เหมือนโบนัส, วันลาพักร้อน, หรือสวัสดิการรถยนต์
คำถามข้อที่ 67 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: ข้อแรกถามว่าข้อใดเป็นppe ตัวเลือก:
- A) ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อกินผล
- B) อสังหาถือไว้เฉยๆ
- C) อสังหาถือไว้ขาย
- D) อสังหาให้เช่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต จัดเป็น PPE ส่วนอสังหาฯ ถือครองรอราคา/ให้เช่า เป็นอสังหาฯ เพื่อการลงทุน (TAS 40) และอสังหาฯ รอขาย เป็นสินค้าคงเหลือ (TAS 2)
คำถามข้อที่ 91 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ 200,000 ได้ส่วนลดการค้า 30% และ20% และเงื่อนไขส่วนลดเงินสด 2/15 n/40 โดยปกติบริษัทจะ จ่ายในเวลาเพื่อให้ได้รับส่วนลดเสมอ บริษัทจ่ายค่าอากรขาเข้า 3,500 บาท ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งให้ก่อน 4,000 บาท การส่งเป็นแบบ FOB ต้นทุนสินค้าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 117,260 บาท
- B) 112,000 บาท
- C) 115,500 บาท
- D) 119,500 บาท (บาท) ราคาตั้ง 200,000 หัก ส่วนลด 30% -60,000 คงเหลือ 140,000 หัก ส่วนลด 20% -28,000 คงเหลือ 112,000 หัก ส่วนลดเงินสด 2% -2,240 คงเหลือ 109,760 บวก ค่าอากรขาเข้า 3,500 บวก ค่าขนส่ง 4,000 ต้นทุนสินค้า 117,260 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: ราคาตั้ง 200,000 หัก ส่วนลดการค้า (30%, 20%) -> 200,000 x 0.7 x 0.8 = 112,000 หัก ส่วนลดเงินสด (2%) -> 112,000 x 0.98 = 109,760 (นโยบายรับส่วนลดเสมอ) บวก อากรขาเข้า 3,500 บวก ค่าขนส่ง (FOB Shipping Point) 4,000 รวม = 117,260 บาท
คำถามข้อที่ 98 (ภาคการสอบ: 1/63)
คำถาม: รายจ่ายรายการใดสามารถรวมเป็นต้นทุนของสินค้าคงเหลือได้ ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนทางการเงินกรณีที่จ่ายช้าเกินปกติ
- B) ค่าเช่าคลังสินค้าเพื่อรอขาย
- C) ค่าขนส่งสินค้าไปยังผู้รับฝากขาย
- D) ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในการซื้อสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 2: ต้นทุนสินค้าคงเหลือประกอบด้วยราคาซื้อ ค่าแปลงสภาพ และต้นทุนอื่นๆ เพื่อให้สินค้าอยู่ในสถานที่และสภาพพร้อมขาย ค่าขนส่งไปยังผู้รับฝากขาย ถือเป็นต้นทุนในการนาสินค้าไปสู่สถานที่พร้อมขาย (รวมเป็นต้นทุนสินค้าได้) ส่วนค่าเช่าคลังสินค้า (ถ้าไม่ใช่กระบวนการผลิต) และผลขาดทุน FX มักเป็นค่าใช้จ่าย
คำถามข้อที่ 115 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: หากทุกข้อใช้ระยะเวลานานในการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ข้อใดมาตรฐานฉบับที่ 23 ไม่ได้บังคับให้รับรู้ต้นทุนกู้ยืมเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) หอพักที่กิจการสร้างไว้ให้เช่า
- B) ต้นยางพารา
- C) หมูที่เลี้ยงไว้ชำแหละ
- D) อาคารที่สร้างเพื่อขาย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตามมาตรฐาน TAS 23 ไม่ต้อง รวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสำหรับ: 1. สินทรัพย์ที่วัดมูลค่าด้วย FV (เช่น สินทรัพย์ชีวภาพ) 2. สินค้าคงเหลือที่ผลิตจำนวนมากและทำเป็นประจำ (Repetitive basis)
คำถามข้อที่ 117 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: บริษัท มีสินค้าคงเหลือปลายงวด เท่าใด หาก สินค้าคงเหลือต้นงวด 1,200,000 บาท ซื้อมาระหว่างวด 6,000,000 บาท ขายระหว่างงวด 7,600,000 บาท สินค้าเสื่อมคุณภาพระหว่างงวด 100,000 บาท โดยมีข้อมูล เพิ่มเติม: 1. ในการขายสินค้าจะมีอัตรากำไรขั้นต้น 25% 2. สินค้ามีการเสื่อมคุณภาพเป็นประจำทุกงวด ตัวเลือก:
- A) 1,400,000 บาท
- B) 1,425,000 บาท
- C) 1,500,000 บาท
- D) 1,600,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้นทุนขายโดยประมาณ = ยอดขาย x (100% - อัตรากำไรขั้นต้น 25%) = 7,600,000 x 75% = 5,700,000 บาท สินค้าคงเหลือปลายงวด = สินค้าต้นงวด (1,200,000) + ซื้อระหว่างงวด (6,000,000) - ต้นทุนขาย (5,700,000) - สินค้าเสื่อมคุณภาพ (100,000) = 1,400,000 บาท
คำถามข้อที่ 118 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ข้อใดไม่เป็นที่ดินอาคารและอุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:
- A) ต้นยางที่ปลูกไว้กรีดนํ้ายาง
- B) หมูที่เลี้ยงไว้ชำแหละ
- C) อาคารมีไว้เข่าดำเนินงานในอนาคต
- D) โรงแรมที่เปิดดำเนินงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
หมูที่เลี้ยงไว้ชำแหละ เพื่อขายเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ถือเป็น สินค้าคงเหลือ (TAS 2) หรือสินทรัพย์ชีวภาพ (TAS 41) ไม่ใช่ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (TAS 16)
คำถามข้อที่ 143 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สินค้าคงเหลือ ตามมาตรฐานฉบับที่ 2 ตัวเลือก:
- A) หน้ากากอนามัย
- B) ยางพาราที่ยังไม่กรีดจากต้น
- C) เครื่องฟอกอากาศที่ยังประกอบไม่เสร็จ
- D) ไวน์องุ่นในธุรกิจผลิตไวน์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
TAS 2 ได้ให้คำจำกัดความของสินค้าคงเหลือไว้ว่า สินค้าคงเหลือ หมายถึง ทรัพย์สินซึ่ง (ก) มี ไว้เพื่อขายตามลักษณะการประกอบธุรกิจโดยปกติ (Merchandise inventory) หรือ (ข) อยู่ในระหว่าง กระบวนการผลิตเพื่อให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปเพื่อขาย (Work In Process) หรือ (ค) มีไว้เพื่อใช้ในการผลิต สินค้าหรือให้บริการ (Raw Material) ซึ่งรวมถึงต้นทุนงานให้บริการซึ่งกิจการยังไม่ได้มีการรับรู้รายได้ที่ เกี่ยวข้อง ดังนั้น ที่ดินที่ถือไว้ระยะยาวเพื่อต้องการการเพิ่มขึ้นของมูลค่าจะไม่ถือเป็นสินค้าคงเหลือ แต่จะ ถือเป็น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40
คำถามข้อที่ 144 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการผลิตคอมพิวเตอร์ มีงานระหว่างทำ 24,000 บาท ต้นทุนทำต่อ 6,000 บาท ณ สิ้นรอบรายงานกิจการคาด ว่าจะสามารถขายสินค้าสำเร็จรูปได้ในราคา 25,000 บาท กิจการจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสินค้านี้ ณ วันสิ้น รอบอย่างไร ตัวเลือก:
- A) แสดงมูลค่าสินค้า 18,000 บาท / แสดงผลขาดทุนจากลดลงของสินค้าคงเหลือ 6,000 บาท
- B) แสดงมูลค่าสินค้า 19,000 บาท / แสดงผลขาดทุนจากลดลงของสินค้าคงเหลือ 5,000 บาท
- C) แสดงมูลค่าสินค้า 24,000 บาท / ไม่มีผลขาดทุนจากลดลงของสินค้าคงเหลือ
- D) แสดงมูลค่าสินค้า 25,000 บาท / ไม่มีผลขาดทุนจากลดลงของสินค้าคงเหลือ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
• ราคาทุน (WIP) = 24,000 บาท • NRV = ราคาขาย 25,000 - ต้นทุนทำต่อ 6,000 = 19,000 บาท • ต้องแสดงมูลค่าที่ต่ำกว่า (19,000) และรับรู้ ผลขาดทุน (24,000 - 19,000) = 5,000 บาท
คำถามข้อที่ 181 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: กิจการมีกำลังการผลิตปกติ 5,000 หน่วย แต่ผลิตได้จริง 2,000 หน่วย โดยมี fixed cost 200,000 บาท กิจการจะรับรู้ Fixed Cost อย่างไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เป็นต้นทุนการผลิตทั้งจำนวน 200,000 บาท
- B) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดทั้งจำนวน 200,000 บาท
- C) รับรู้เป็นต้นทุนการผลิตสินค้า 80,000 บาท และรับรู้เข้าเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด 120,000 บาท
- D) รับรู้เป็นต้นทุนการผลิตสินค้า 120,000 บาท และรับรู้เข้าเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด 80,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ปันส่วนต้นทุนคงที่ (Fixed Overhead) ตาม กำลังการผลิตปกติ (Normal Capacity): • อัตรา = 200,000 / 5,000 หน่วย = 40 บาท/หน่วย • เข้าต้นทุนสินค้า (ผลิตจริง) = 2,000 × 40 = 80,000 บาท • ส่วนที่เหลือ (Unallocated) = 200,000 - 80,000 = 120,000 บาท รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน
คำถามข้อที่ 185 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: 31 ธันวาคม 25x1 มีสินค้าคงเหลือ 5,000 หน่วย ต้นทุนหน่วยละ 20 บาท ราคาปกติที่ขายได้ 30 บาท แต่หลังสิ้นรอบ กิจการประมาณราคาที่คาดว่าจะขายได้ 16 บาท 2 มกราคม 25x2 บริษัททำสัญญาจะซื้อขาย 3,000 หน่วย หน่วยละ 25 บาท มูลค่าสินค้าคงเหลือ 31 ธันวาคม 25×1 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 100,000 บาท
- B) 80,000 บาท
- C) 125,000 บาท
- D) 107,000 บาท Min(100,000 บาท, 107,000 บาท) = 100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
พิจารณา ราคาทุน vs มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) ณ สิ้นงวด โดยใช้เหตุการณ์หลังรอบระยะเวลารายงานมาประกอบ: • ส่วนที่มีสัญญา (3,000 หน่วย): ราคาขาย 25 บาท > ทุน 20 บาท → ใช้ราคาทุน • ส่วนที่ไม่มีสัญญา (2,000 หน่วย): ราคาประมาณการ 18 บาท < ทุน 20 บาท? (แต่โจทย์เฉลยว่าตอบ 100,000 แสดงว่า NRV รวมทั้งหมดอาจสูงกว่าทุน หรือใช้ราคาตามสัญญาอ้างอิงเป็นหลักฐานว่ามูลค่าไม่ได้ลดลงต่ำกว่าทุน) • สรุป: มูลค่า NRV เฉลี่ยรวม (3,000×25 + 2,000×18 = 111,000) สูงกว่าราคาทุนรวม (100,000) จึงแสดงสินค้าด้วย ราคาทุน 100,000 บาท
คำถามข้อที่ 196 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: กิจการมีกำลังการผลิตจริงในปีตํ่ากว่ากำลังการผลิตปกติ (normal capacity) จึงเกิดผลต่างต้นทุนการผลิตคงที่ กิจการจะต้องรับรู้ต้นทุนการผลิตคงที่นั้นอย่างไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เป็นค่าใช่จ่ายในการขาย
- B) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร
- C) รับรู้เป็นต้นทุนการผลิต
- D) รับรู้เป็นต้นทุนขาย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ต้นทุนการผลิตคงที่ (Fixed Overhead) ปันส่วนเข้าสินค้าตาม กำลังการผลิตปกติ หากผลิตจริงต่ำกว่าปกติ ส่วนต่าง (Unallocated overhead) ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย (ต้นทุนขาย) ในงวดนั้นทันที
คำถามข้อที่ 213 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการมีสินค้าคงเหลือ 1,000 ชิ้น ต้นทุนชิ้นละ 25,000 บาท ในระหว่างปี บริษัทจ่ายค่าคลังสินค้าเดือนละ 200,000 บาท และจ่ายค่านายหน้า 5% ของยอดขาย ราคาที่คาดว่าจะขายได้ คือ 30,000 บาทต่อชิ้น ข้อใด คือมูลค่าสินค้าคงเหลือ ณ 31 ธ.ค. 25x1 ตัวเลือก:
- A) 25,000,000 บาท
- B) 28,300,000 บาท
- C) 28,500,000 บาท
- D) 30,000,000 บาท lower of (cost, NRV) min(25m, 28.5m) = 25m เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
วัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือ NRV ตัวที่ต่ำกว่า:• ราคาทุน = 1,000 ชิ้น × 25,000 = 25,000,000• NRV = (ราคาขาย 30,000 - ค่านายหน้า 5% (1,500)) × 1,000 = 28,500,000• เลือกตัวต่ำกว่าคือ 25 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 222 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดถือเป็นสินค้าคงเหลือตาม TAS 2 ตัวเลือก:
- A) ส้มที่เก็บเกี่ยวรอขาย
- B) แกะในฟาร์มแกะ
- C) Xx
- D) Xx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผลิตผลทางการเกษตรแปรรูปที่ผ่านกระบวนการแล้วจะถือเป็นสินค้าคงเหลือตาม TAS 2 ส่วน ผลิตผลทางการเกษตร ณ จุดเก็บเกี่ยวจะอยู่ในขอบเขตของ TAS41 เรื่องเกษตรกรรม ส่วนสัญญาซื้อ น้ำมันดิบตลาดซื้อขายล่วงหน้าจะถือเป็นเครื่องมือทางการเงินตาม TFRS 9
คำถามข้อที่ 226 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดเป็น PPE ตัวเลือก:
- A) รถยนต์ที่อยู่ในกิจการเช่ารถยนต์
- B) ที่ดินของกิจการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
- C) ที่ดินที่ทิ้งไว้เฉยๆ
- D) อะไหล่ที่มีอายุใช้งาน 9 เดือน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ไม้ยืนต้นที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต จัดเป็น PPE ส่วนอสังหาฯ ถือครองรอราคา/ให้เช่า เป็นอสังหาฯ เพื่อการลงทุน (TAS 40) และอสังหาฯ รอขาย เป็นสินค้าคงเหลือ (TAS 2)
คำถามข้อที่ 229 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ให้คำนวณมูลค่าของสินค้าคงเหลือ หากกิจการวัดมูลค่าด้วยวิธี FIFO รายการ กิจกรรม จำนวน ราคาต่อชิ้น(บาท) 1 ม.ค.25x1 150 100 15 ม.ค. 25x1 ซื้อ 50 150 18 ม.ค. 25x1 ขาย - 50 200 20 ม.ค.25x1 ซื้อ 100 250 30 ม.ค..25x1 ขาย - 120 300 คงเหลือ 130 ตัวเลือก:
- A) 29,500 บาท
- B) 39,000 บาท
- C) 13,000 บาท
- D) 32,500 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: คงเหลือ 130 ชิ้น มาจากล็อตหลังสุด:- 100 ชิ้น (ซื้อ 20 ม.ค. @250) = 25,000- 30 ชิ้น (ซื้อ 15 ม.ค. @150) = 4,500รวม = 25,000 + 4,500 = 29,500 บาท
คำถามข้อที่ 240 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตุลาคมงที่คือ 160,000 บาท โดยกำลังการผลิตเท่ากับ 100,000 ชิ้น แต่ระหว่าง ปีมีการผลิตเพียง 40,000 ชิ้น ค่าใช้จ่ายในการผลิตุลาคมงที่ที่สามารถรับรู้เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าคงเหลือเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 160,000 บาท
- B) 96,000 บาท
- C) 54,000 บาท
- D) 64,000 บาท 160,000/100,000ชิ้น = อัตราปันส่วน 1.60 บาทต่อชิ้น x 40,000 ชิ้น = 64,000 บาท รับรู้ได้เพียงอัตราปันส่วนต่อหน่วยคูณกับจำนวนผลิตจริง ส่วนที่เหลือต้องเข้า P/L เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่ต้องปันส่วนเข้าสู่ต้นทุนสินค้าตาม กำลังการผลิตปกติ (Normal Capacity) • อัตราปันส่วน = 160,000 / 100,000 = 1.6 บาท/ชิ้น • รับรู้เป็นต้นทุน = 1.6 × 40,000 (ผลิตจริง) = 64,000 บาท (ส่วนที่เหลือ 96,000 ตัดเป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน)
คำถามข้อที่ 263 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน 31/12/25x1 บริษัทมีสินค้ามูลค่าตามบัญชี 1 ล้านบาท มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะ ได้รับ 1.5 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 7/01/25x2 มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ เท่ากับ 1.1 ล้านบาท ซึ่งวันที่ 15/01/25x2 กิจการได้ขายสินค้าไปในราคา 0.9ล้านบาท รายงานทางการเงินของกิจการได้รับการอนุมัติให้ เผยแพร่ เมื่อวันที่ 1/3/25x2 กิจการต้องแสดงมูลค่าของสินค้าคงเหลือในงบฐานะการเงิน 31/12/25x1 เท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0.9 ล้านบาท
- B) 1.0 ล้านบาท
- C) 1.5 ล้านบาท
- D) 1.1 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างถึง TAS 10 ราคาขายสินค้าคงเหลือภายหลังรอบระยะเวลารายงาน ซึ่งถือเป็นหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่า สุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือนั้น ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน
คำถามข้อที่ 265 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: กิจการซื้อวัตถุดิบรับรู้อากรขาเข้าตํ่าไปจึงเสียค่าปรับ2ล้านบาท กิจการต้องรับรู้ค่าปรับอากรรับรู้เป็น ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนขาย
- B) สินค้า
- C) วัตถุดิบ
- D) ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ค่าปรับอากรขาเข้า (จากการสำแดงเท็จหรือผิดพลาด) ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริหารงานผิดพลาด ไม่ใช่ต้นทุนที่จำเป็นเพื่อให้สินค้าอยู่ในสภาพพร้อมขาย จึงไม่รวมเป็นต้นทุนสินค้า (บันทึกเป็น Expense)
คำถามข้อที่ 283 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: สวนสัตว์เขาเขียวจะจัดประเภทของหมูเด้งเป็นสินทรัพย์ประเภทใด ตัวเลือก:
- A) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ตาม TAS 16
- B) ผลิตผลทางการเกษตรตาม TAS 41
- C) สินทรัพย์ชีวภาพตาม TAS 41
- D) สินค้าคงเหลือตาม TAS 2 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
สัตว์ในสวนสัตว์ (เช่น หมูเด้ง) ที่มีไว้เพื่อจัดแสดง ไม่ได้มีไว้ขายหรือเพื่อเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีตัวตน (PPE) ตาม TAS 16 (ไม่ใช่ TAS 41 ที่เน้นเพื่อการเกษตร)
คำถามข้อที่ 290 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: บริษัททำสัญญาซื้อสินค้าซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่ง โดยส่งมอบ 15 ม.ค. 5,000,000 บาท ณ วันที่ 31ธ.ค. NRV = 4,750,000 บาท 15 ม.ค. ได้รับสินค้าแล้ว NRV = 5,100,000 บาท มูลค่าของสินค้าในงบเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 4,750,000 บาท
- B) 5,000,000 บาท
- C) 5,100,000 บาท
- D) 4,833,333 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ปกติสินค้าต้องวัดมูลค่าด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า (Lower of Cost or NRV) แต่ในกรณีนี้หากมูลค่า NRV ปรับตัวสูงขึ้นกลับมาเท่าเดิมหรือสูงกว่าทุนภายหลัง (เช่นในวันที่ 15 ม.ค.) และเป็นหลักฐานยืนยันถึงมูลค่าที่แท้จริง อาจพิจารณาใช้ราคาทุนเดิมได้ (ตามเฉลยที่เลือกข้อ b)
คำถามข้อที่ 291 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ข้อใดสามารถรวมเป็นต้นทุนของสินค้าคงเหลือ ตัวเลือก:
- A) ค่าเสื่อมสินทรัพย์สิทธิการใช้ที่ใช้ในการผลิตสินค้า
- B) ต้นทุนของเสียเกินปกติ
- C) ต้นทุนการเก็บรักษา
- D) ต้นทุนการขนส่งให้กับลูกค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้นทุนสินค้าคงเหลือรวมถึงต้นทุนแปลงสภาพ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายการผลิตทางอ้อม (Overhead) เช่น ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรหรือสินทรัพย์สิทธิการใช้ ที่ใช้ในกระบวนการผลิต (ส่วนของเสียเกินปกติ, ค่าเก็บรักษา, ค่าขนส่งออก ตัดเป็น Expense)
คำถามข้อที่ 309 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ให้คำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือต่อชิ้น ซื้อสินค้า 10 ล้าน อากรนาเข้า 0.2 ล้าน ต้นทุนผันแปร 1.5 ล้าน ต้นทุนคงที่ 1 ประมาณการผลิตได้ 1 ล้านชิ้น ผลิตจริง 0.8 ล้านชิ้น ตัวเลือก:
- A) 15.625 บาท
- B) 15.875 บาท
- C) 14.625 บาท
- D) 12.700 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย = (11.7 ล้าน / 0.8 ล้านหน่วยผลิตจริง) = 14.625 ต้นทุนคงที่ปันส่วนตามกำลังการผลิตปกติ = (1 ล้าน / 1 ล้านหน่วย) = 1.0 รวม = 14.625 + 1.0 = 15.625 บาท +2
คำถามข้อที่ 315 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: กิจการซื้อมาขายไปมีค่าขนส่งสินค้าเข้าและดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้ยืมเพื่อซื้อสินค้า จงระบุค่าใช้จ่ายที่รับรู้เป็น ต้นทุนสินค้าคงเหลือได้ ตัวเลือก:
- A) ค่าขนส่งได้ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ได้
- B) ค่าขนส่งได้ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้
- C) ค่าขนส่งไม่ได้ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ได้
- D) ค่าขนส่งไม่ได้ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
• ค่าขนส่งเข้า (Freight-in): ถือเป็นต้นทุนในการนาสินค้ามาให้อยู่ในสภาพพร้อมขาย (รวมเป็นต้นทุนสินค้าได้) • ดอกเบี้ยจ่าย: เป็นต้นทุนทางการเงิน (Finance Cost) ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน ยกเว้นจะเป็นสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ตาม TAS 23
คำถามข้อที่ 326 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือที่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุฯ ตัวเลือก:
- A) มูลค่าของสินค้าคงเหลือที่รับรู้เป็นคำใช้จ่ายในระหว่างงวดบัญชีนั้น
- B) จำนวนที่เบิกใช้เป็นต้นทุนก่อสร้างอาคาร
- C) นโยบายการบัญชีที่ใช้ในการวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือ รวมถึงวิธีที่ใช้คำนวณต้นทุน
- D) มูลค่าที่ลดลงของสินค้าคงเหลือเนื่องจากการปรับให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สินค้าที่เบิกไปใช้ก่อสร้างสินทรัพย์ของกิจการเอง จะถูกโอนไปเป็นต้นทุนของสินทรัพย์นั้น (PPE) ไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามข้อกำหนดของ TAS 2 (ซึ่งเน้นเปิดเผยต้นทุนที่ตัดเป็นค่าใช้จ่าย, ยอดคงเหลือ, การปรับลดมูลค่า)
คำถามข้อที่ 327 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ซื้อที่ดินทำเหมืองแร่ ได้แร่ 5,000,000 ตัน โดยต้องปรับปรุงที่ดินให้กลับสู่สภาพเดิม หลังการปรับปรุงแล้ว ที่ดินมี มูลค่าที่จะได้รับ 2,000,000บาท ต้นทุนที่ดินและค่าปรับปรุงมีดังนี้ ที่ดิน มูลค่า 15,000,000 บาท ค่าปรับปรุง พื้นที่ 2,000,000 บาท ให้หาค่าตัดจำหน่ายต่อตัน ตัวเลือก:
- A) 2.8 บาท
- B) 3.0 บาท
- C) 3.4 บาท
- D) xx บาท (15m+2m-2m)/5m = 3 บาทต่อตัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
(จากข้อมูลการคำนวณในไฟล์) เป็นการปันส่วนต้นทุนการเปิดหน้าดิน (Stripping Activity Asset) เข้าสู่ต้นทุนผลผลิตตามสัดส่วนปริมาณแร่
คำถามข้อที่ 328 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: กรณีกิจการมีการตรวจนับสินค้าคงเหลือซํ้ากัน 2 ครั้ง จะส่งผลกระทบต่อ สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนของเจ้าของ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ตํ่าไป / ไม่กระทบ / ตํ่าไป
- B) ตํ่าไป / ไม่กระทบ / สูงไป
- C) ตํ่าไป / สูงไป / สูงไป
- D) สูงไป / ไม่กระทบ / สูงไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
สินค้าคงเหลือสูงเกินจริง → ต้นทุนขายต่ำไป → กำไรและส่วนของเจ้าของสูงไป (หนี้สินไม่กระทบ)
คำถามข้อที่ 335 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดคือความหมายของคำว่า “มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ” ตัวเลือก:
- A) ราคาที่จะได้รับจากการขายสินทรัพย์ในสภาพปกติระหว่างผู้ร่วมตลาด ณ วันที่วัดมูลค่า
- B) จำนวนเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการขายสินค้าในสภาพการดำเนินธุรกิจปกติ โดยหักด้วยค่าใช้จ่ายที่ จำเป็นในการทำให้สินค้าเสร็จสมบูรณ์และค่าใช้จ่ายในการขาย
- C) มูลค่าที่สูงกว่าระหว่างมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย หรือมูลค่าจากการใช้สินทรัพย์นั้น
- D) มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์หรือหน่วยสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดเงินสดอย่างต่อเนื่อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
นิยามตาม TAS 2 คือ ราคาขายหักต้นทุนส่วนเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการขาย
คำถามข้อที่ 348 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: กิจการซื้อที่ดินไว้เพื่อขาย (จำแนกเป็นสินค้าคงเหลือ) ต้นทุน 100,000 บาท ณ 31 ธ.ค. 25x1 ต่อมา 31 ธ.ค. 25x2 เปลี่ยนวัตถุประสงค์เป็น “ให้เช่า” และวัด IP ด้วย โมเดลมูลค่ายุติธรรม ที่ 120,000 บาท รายการบันทึก บัญชีใดถูกต้องตาม TAS 40 ตัวเลือก:
- A) Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 120,000 บาท / Cr. สินค้าคงเหลือ 100,000 บาท / Cr. ส่วนเกินทุน จากการตีราคา (OCI) 20,000 บาท
- B) Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 120,000 บาท / Cr. สินค้าคงเหลือ 100,000 บาท / Cr. กำไรจาก การวัดมูลค่า (P/L) 20,000 บาท
- C) Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 100,000 บาท / Dr. ขาดทุนจากการตีราคา (P/L) 20,000 บาท / Cr. สินค้าคงเหลือ 120,000 บาท
- D) Dr. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 100,000 บาท / Cr. สินค้าคงเหลือ 100,000 บาท (ไม่รับรู้กำไร/ ขาดทุน) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การโอน Inventory → IP (FV) ผลต่างรับรู้เข้ากำไรขาดทุน (Fair value gain/loss) ทันที
คำถามข้อที่ 353 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถือเป็น “ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost)” ตาม TAS 19 ตัวเลือก:
- A) การเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์จากเงินเดือนที่จ่ายจริงมากกว่าเงินเดือนที่ประมาณการ
- B) การเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์เนื่องจากกิจการแก้ไขโครงการให้พนักงานที่ทำงานครบ 20 ปีได้รับ ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น
- C) การลดลงของผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงอัตราคิดลดที่ใช้คำนวณภาระผูกพัน
- D) การเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์จากการปรับสมมติฐานอัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเดือน Past service cost เกิดจาก การแก้ไขโครงการผลประโยชน์ (plan amendment) หรือ การลดขนาดโครงการ (curtailment) ซึ่งมีผลต่อผลประโยชน์ที่เกิดจาก บริการของพนักงานในอดีต ตัวเลือกอื่นเป็น actuarial remeasurement ซึ่งรับรู้ใน OCI บาท เงินลงทุนเริ่มต้น 13,000 กำไร x1 6,000 หัก ตัดจ่ายผลต่างสินค้าคงเหลือ 2,000 - หัก ปันผล 2,000 - 2,000 สัดส่วนถือหุ้น 25% 500 มูลค่าเงินลงทุน x1 13,500 กำไร x2 10,000 หัก ปันผล 2,000 - 8,000 สัดส่วนถือหุ้น 25% 2,000 มูลค่าเงินลงทุน x2 15,500 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 356 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ข้อใดเข้าเงื่อนไขเรื่องต้นทุนกู้ยืม ตัวเลือก:
- A) อาคารระหว่างก่อสร้าง
- B) อาคารที่ซื้อมาและพร้อมใช้งานตามวัตถุประสงค์
- C) สินค้าคงเหลือ
- D) เครื่องมือทางการเงิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 357 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: อ้างถึง TAS 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ หากกิจการมี “สินทรัพย์องค์กร (Corporate Assets)” เช่น อาคาร สำนักงานใหญ่ ซึ่งไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้โดยอิสระ กิจการควรดำเนินการทดสอบการด้อยค่าอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ปันส่วนมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์องค์กรไปยังหน่วยสร้างกระแสเงินสด (CGU) ที่เกี่ยวข้องตาม เกณฑ์ที่เหมาะสมก่อนทำการทดสอบด้อยค่า
- B) ทดสอบการด้อยค่าของสินทรัพย์องค์กรแยกต่างหากจากหน่วยสร้างกระแสเงินสด
- C) สินทรัพย์องค์กรไม่จำเป็นต้องนามาพิจารณาในการทดสอบการด้อยค่า
- D) สินทรัพย์องค์กรต้องทดสอบการด้อยค่าเป็นรายสินทรัพย์ทุกงวดแม้ไม่มีข้อบ่งชี้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 362 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก จำกัด มีสินค้าคงเหลือ 450 หน่วย ต้นทุน หน่วยละ 42 บาท ต่อมาบริษัทได้ ซื้อสินค้าเพิ่มเติมดังนี้ วันที่ จำนวน (หน่วย) ราคาต่อหน่วย (บาท) 10 ม.ค. 25X1 600 44 15 ม.ค. 25X1 750 46 20 ม.ค. 25X1 300 48 บริษัทใช้วิธี เข้าก่อนออกก่อน (FIFO) และบันทึกสินค้าคงเหลือแบบ Perpetual ณ วันที่ 31 มกราคม 25x1 พบว่าสินค้าคงเหลือมีจำนวน 600 หน่วย ต้นทุนสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 31 มกราคม 25x1 เท่ากับข้อใด ตัวเลือก:
- A) 27,600 บาท
- B) 27,900 บาท
- C) 28,200 บาท
- D) 28,800 บาท (300 x 48) + (300 x 46) = 28,200 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณ NRV:
NRV = ราคาขายคาดการณ์ - ต้นทุนทำต่อจนเสร็จ - ค่าใช้จ่ายขายประมาณการ
การบันทึกบัญชีปรับลดมูลค่าสินค้า (Write-down to NRV):
Dr. ต้นทุนขาย (หรือผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้า)
Cr. ค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (หรือลดมูลค่าสินค้าโดยตรง)
TAS 19: ผลประโยชน์ของพนักงาน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. ผลประโยชน์ระยะสั้น 2. ผลประโยชน์หลังออกจากงาน (Defined Benefit Obligation ซึ่งคำนวณจากสมมติฐานคณิตศาสตร์ประกันภัยและคิดลดมูลค่าปัจจุบัน) 3. ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น 4. ผลประโยชน์เมื่อเลิกจ้าง ภาระผูกพันผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ (Defined Benefit) มีการวัดผลต่างจากการประมาณการ (Actuarial gains and losses) โดยรับรู้ในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) ทันทีและห้ามโอนกลับเข้ากำไรขาดทุนในอนาคต
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ตุ่มทองเก็บสะสมพลังพนักงาน' - เปรียบเสมือนตุ่มทองบำนาญที่พนักงานฝากสะสมไว้ในบริษัท ยิ่งพนักงานทำงานนาน ตุ่มนี้ก็ยิ่งหนักขึ้นในอนาคต กิจการจึงต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาประเมินหาค่าคิดลดปัจจุบันเพื่อสะสมหนี้สินรองรับการเกษียณในงบแสดงฐานะการเงินอย่างเป็นระบบ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 33 (ภาคการสอบ: 1/60)
คำถาม: กิจการซื้อเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูง โดยกิจการจ่ายค่าฝึกอบรมพนักงานเพื่อใช้เครื่องจักรดังกล่าวเป็นเงิน 1,000,000 บาท และเงินเดือนพนักงานระหว่างฝึกอบรม 100,000 บาท กิจการจะต้องรับรู้รายจ่ายทั้งสองอย่างไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในกำไรขาดทุน 1,100,000 บาท
- B) รับรู้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร 1,000,000 บาท และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในกำไรขาดทุน 100,000 บาท
- C) รับรู้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักร 100,000 บาท และรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในกำไรขาดทุน 1,000,000 บาท
- D) รับรู้เป็นเครื่องจักรทั้งจำนวน 1,100,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่าฝึกอบรมพนักงานและเงินเดือนพนักงานระหว่างฝึกอบรมไม่ถือเป็นต้นทุนเริ่มแรกของเครื่องจักร เนื่องจากไม่ทำให้สินทรัพย์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของฝ่ายบริหาร แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ดังนั้น รายจ่ายทั้งสองควรรวมกันและรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดในงบกำไรขาดทุน 1,000,000 + 100,000 = 1,100,000 บาท
คำถามข้อที่ 42 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: กิจการได้เปลี่ยนแปลงอัตรำคิดลด จำก 6% เป็น 5% ส ำหรับโครงการผลประโยชน์พนักงำน ที่กิจการจะแจกบ้ำน พร้อมที่ดินส ำหรับผู้ที่ท ำงำนครบ 40 ปี การเปลี่ยนแปลงดังกล่ำวจะส่งผลท ำให้กิจการอำจต้องรับรู้…อันเป็นผล จำกการวัดมูลค่าใหม่ของหนี้สินผลประโยชน์พนักงำน ตัวเลือก:
- A) ค่าใช้จ่ายในกำไรขาดทุนเพิ่มขึ้น
- B) ค่าใช้จ่ำยในกำไรขาดทุนลดลง
- C) ผลกำไรในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น
- D) ผลขาดทุนในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การวิเคราะห์: ผลประโยชน์เมื่อทำงานครบ 40 ปี (คล้ายรางวัลเกียรติยศ) ถือเป็น "ผลประโยชน์พนักงานระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) ซึ่งมาตรฐานกำหนดให้รับรู้กำไร/ขาดทุนจากการประมาณการ (Actuarial Gain/Loss) ใน กำไรหรือขาดทุน (P/L)เมื่อลดอัตราคิดลด (6% -> 5%) มูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันจะสูงขึ้น เกิดผลขาดทุนจากการประมาณการ ทำให้ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
คำถามข้อที่ 60 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: ข้อใดเป็นผลประโยชน์พนักงานระยะสั้น ตัวเลือก:
- A) เงินสมทบกองทุนประกันสังคม
- B) เงินบำนาญ
- C) เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- D) ทองคำ 1 บาทที่ให้กับผู้ทำงานครบ 5 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
โดยหลักการ ผลประโยชน์พนักงานระยะสั้นเป็นผลประโยชน์ที่กิจการจะจ่ายให้กับพนักงานภายใน 12 เดือนหลังจากสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ดังนั้น โบนัสที่จะจ่ายในอีก 3 ปีข้างหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับผลการทำงานของพนักงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ถือเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นแต่จะถือเป็นผลประโยชน์ระยะยาวอื่น
คำถามข้อที่ 63 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: ข้อใดไม่รวมเป็นมูลค่า PPE ตัวเลือก:
- A) ผลประโยชน์พนักงานโดยตรงกับการสร้างอาคาร
- B) ค่าประกอบและติดตั้งเครื่องจักร
- C) ค่าอบรมพนักงานให้ใช้งานเครื่องจักรได้อย่างถูกต้อง
- D) ทดสอบเครื่องจักร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 65 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: ผลกำไรขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงทางคณิตศาสตร์ประกันภัยฯ สำหรับหนี้สินผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานรับรู้เข้า ตัวเลือก:
- A) กำไรขาดทุน
- B) กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ปิดเข้ากำไรขาดทุนเมื่อเกิดรายการ
- C) กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ปิดเข้ากำไรสะสม
- D) กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น โดยไม่ปิดเข้ากำไรขาดทุนหรือกำไรสะสม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 19: กำไร/ขาดทุนจากการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Gain/Loss) ต้องรับรู้ใน กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) และ ห้าม โอนกลับเข้าไปในกำไรหรือขาดทุนในภายหลัง (แต่อาจโอนภายในส่วนของเจ้าของได้)
คำถามข้อที่ 72 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น ตัวเลือก:
- A) ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุ
- B) ของกำนัลที่ให้เมื่อทำงานครบตามจำนวนปีที่กำหนด
- C) ผลประโยชน์ที่จ่ายสำหรับปีที่ยกเว้นการทำงาน
- D) ผลประโยชน์ที่จ่ายจากการทุพพลภาพเป็นระยะเวลานาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 19: "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) เช่น วันลาพักร้อนสะสม, รางวัลเมื่อทำงานครบกำหนด แต่ ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ จัดเป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment Benefits) เหมือนกับบำนาญ
คำถามข้อที่ 73 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดเป็นผลประโยชน์หลังออกจากงาน ตัวเลือก:
- A) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- B) ทองคำที่ให้เมื่อทำงานครบ 10 ปี
- C) ผลประโยชน์จ่ายสำหรับปีที่ยกเว้นการทำงาน
- D) ผลประโยชน์ที่จ่ายครั้งเดียวเมื่อออกจากงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d
คำถามข้อที่ 81 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาว ตัวเลือก:
- A) ค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวกับการทุพพลภาพระยะยาว
- B) ทองคำให้เมื่อทำงานครบ 20 ปี
- C) ให้หยุดงานระยะยาวเมื่อทำงานครบ 10 ปี
- D) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 19: "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term Benefits) เช่น วันลาพักร้อนสะสม, รางวัลเมื่อทำงานครบกำหนด แต่ ค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณ จัดเป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment Benefits) เหมือนกับบำนาญ
คำถามข้อที่ 87 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดถือเป็นต้นทุนที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ตัวเลือก:
- A) ค่าทดสอบเครื่องจักรก่อนใช้งานจริง
- B) ค่าฝึกอบรมพนักงาน
- C) ค่าใช้จ่ายในการย้ายอุปกรณ์ในอาคาร
- D) ค่าใช้จ่ายในการย้ายส่วนงานบางส่วน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 16: ต้นทุนของสินทรัพย์รวมถึงรายจ่ายเพื่อให้สินทรัพย์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งรวมถึง ต้นทุนในการทดสอบระบบ (Testing costs) (หักด้วยรายได้จากการขายผลผลิตตัวอย่าง ถ้ามี) ส่วนค่าอบรมและค่าย้ายถือเป็นค่าใช้จ่าย
คำถามข้อที่ 106 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: บริษัทแห่งหนึ่งหักเงินเดือนพนักงาน 3% ทุกเดือน เพื่อเป็นเงินเก็บให้กับพนักงาน โดยบันทึกเป็นเงินฝากของบริษัท หากพนักงานอยู่ จนเกษียณจะได้เงินก้อนนี้พร้อมดอกเบี้ย แต่หากพนักงานอยู่ไม่ถึงเกษียณ บริษัทจะย้ายเงินก้อนนี้มาเข้าอีกบัญชีเพื่อเอาไปใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายของบริษัทต่อไป ข้อใดถูก ตัวเลือก:
- A) ถือเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นสำหรับพนักงาน
- B) ถือเป็น สินทรัพย์โครงการ
- C) ถือเป็นสินทรัพย์แยกต่างหาก
- D) กิจการไม่ต้องรับรู้ประมาณการหนี้สินเนื่องจากไม่มีภาระหนี้สิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TAS 19: เงินที่หักไว้และเก็บในบัญชีบริษัท (ไม่ได้โอนไปกองทุนแยกต่างหากที่มีสถานะนิติบุคคล) ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ของโครงการ (Plan Asset) แต่เป็นสินทรัพย์ของบริษัทเอง และบริษัทมีหนี้สินภาระผูกพันต่อพนักงานแยกต่างหาก ดังนั้นจึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ของกิจการตามปกติ
คำถามข้อที่ 110 (ภาคการสอบ: 3/63)
คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นรายการ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ตัวเลือก:
- A) ค่าขนย้าย
- B) ค่าขนส่ง
- C) ค่าอบรมพนักงาน
- D) ผลประโยชน์พนักงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ค่าอบรมพนักงานจะถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด (TAS16.19.3)
คำถามข้อที่ 132 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์พนักงานตาม TAS 19 ตัวเลือก:
- A) …
- B) ค่ารักษาพยาบาลครอบครัวพนักงาน
- C) เงินทุนการศึกษาให้บุตรพนักงานที่ไม่ใช่พนักงานประจำ
- D) สิทธิในการซื้อหุ้นที่ให้แก่พนักงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน (Share Option) เป็นการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based Payment) ซึ่งอยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 ไม่ใช่ TAS 19
คำถามข้อที่ 138 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: กิจการมีนโยบายให้รางวัลพนักงานที่ทำงานเกิน 20 ปี หลังเกษียณ 200,000 บาท ต่อมา กิจการเปลี่ยน นโยบายเป็น 250,000 บาท โดย กิจการมีโครงการภาระผูกพันพนักงานยกมา 2,000,000 บาท ต่อมากิจการได้เปลี่ยนแปลงโครงการใหม่ตอนสิ้นงวด ทำให้โครงการภาระ ผูกพันพนักงาน เป็น 2,500,000 บาท กิจการต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนบริการในอดีต ขาดทุน 5 แสนบาท เข้า กำไรขาดทุน
- B) ต้นทุนบริการในอดีต ขาดทุน 5 แสนบาท เข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น
- C) ต้นทุนบริการปัจจุบัน กำไร 5 แสนบาท เข้ากำไรขาดทุน
- D) ต้นทุนบริการปัจจุบัน ขาดทุน 5 แสน บาท เข้ากำไรขาดทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 145 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บริษัทซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศโดยมีรายจ่ายดังนี้ ให้คำนวณจำนวนที่สามารถรวมเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน เครื่องจักร • อากร 50,000 บาท • ค่าติดตั้ง 200,000 บาท • ค่าฝึกอบรมพนักงานเรียนรู้เครื่องจักรใหม่ 30,000 บาท • ค่าทดสอบการผลิต 300,000 บาท ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 250,000 บาท
- C) 280,000 บาท
- D) 550,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ราคาทุนเครื่องจักร = อากรขาเข้า 50,000 + ค่าติดตั้ง 200,000 + ค่าทดสอบ 300,000 = 550,000 บาท (ไม่รวมค่าฝึกอบรม 30,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย)
คำถามข้อที่ 149 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: บริษัทย้ายเครื่องจักรจากโรงงานที่จีนมาโรงงานที่ไทย โดยมีรายจ่ายดังนี้ ให้คำนวณจำนวนที่สามารถรวมเป็น ส่วนหนึ่งของต้นทุนเครื่องจักร • อากร 50,000 บาท • ค่าติดตั้ง 200,000 บาท • ค่าฝึกอบรมพนักงานเรียนรู้เครื่องจักรใหม่ 30,000 บาท • ค่าทดสอบการผลิต 300,000 บาท ตัวเลือก:
- A) 250,000 บาท
- B) 280,000 บาท
- C) 550,000 บาท
- D) 0 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ต้นทุนในการย้ายสถานที่ตั้ง (Relocation) หรือการย้ายเครื่องจักรเดิม ไม่ถือเป็นต้นทุนของสินทรัพย์ ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที
คำถามข้อที่ 171 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: อ้างถึง TAS 19 เรื่อง ผลประโยชน์พนักงาน การรับรู้ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนบริการในปัจจุบันรับรู้กำไร(ขาดทุน)
- B) ต้นทุนบริการในอดีตรับรู้ในกำไร(ขาดทุน)
- C) ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สิน(สินทรัพย์) สุทธิที่ได้รับรู้ในกำไร(ขาดทุน)
- D) ผลกำไร(ขาดทุน)จากการประมาณการผลประโยชน์จากนักคณิตศาสตร์รับรู้กำไร(ขาดทุน) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 183 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: กิจการสามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จในปี 25x0 จึงประกาศให้โบนัสพนักงานจำนวน 90,000บาท โดยจะให้ในช่วงปี 25x0-25x2 ปีละ30,000บาทเฉพาะกับพนักงานที่ยังทำงานให้กับบริษัทอยู่ ณ สิ้นปีนั้นๆ ข้อใด “ไม่”ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ในปี 25x0 กิจการรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด 30,000บาท
- B) ในปี 25x0 กิจการรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด55,000บาท
- C) ในปี 25x0 กิจการรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด 90,000 ทั้งจำนวน
- D) ในปี 25x1 กิจการรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด 25,000บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 184 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: (TAS19) ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้นที่ให้แก่พนักงาน ตัวเลือก:
- A) โบนัสที่ประกาศปีนี้จ่ายปีหน้า
- B) การแจกทองในวันครบรอบ 10 ปีของบริษัท
- C) วันลาที่สามารถยกไปใช้ปีหน้าได้
- D) การให้ทองแก่พนักงานที่ทำงานครบ 5 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ผลประโยชน์ที่จ่ายตามอายุงาน (Long-service award) เช่น ครบ 5 ปี, 10 ปี จัดเป็น ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น (Other Long-term Benefits) ไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะสั้น (Short-term) เนื่องจากภาระผูกพันไม่ได้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 12 เดือนนับจากสิ้นรอบปีที่พนักงานทำงาน
คำถามข้อที่ 227 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์พนักงาน ตัวเลือก:
- A) ค่าประกันพนักงานเกษียณอายุ
- B) เงินรางวัลพนักงานทำงานครบ 5 ปี
- C) ค่ารักษาพยาบาลพนักงานรายวัน
- D) ทองคำที่มอบให้พนักงานที่ทำงานเกิน 10 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน (Share Option) เป็นการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based Payment) ซึ่งอยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 ไม่ใช่ TAS 19
คำถามข้อที่ 232 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: การเปลี่ยนอายุเกษียณของพนักงานจาก 60 ปี เป็น 55 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอะไร และรับรู้รายการ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) เปลี่ยนประมาณการหนี้สินโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ – ต้องรับรู้เข้ากำไรขาดทุนงวด ปัจจุบันเป็นต้นไป
- B) เปลี่ยนประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ต้องรับรู้ผลต่างเข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น
- C) เปลี่ยนประมาณการหนี้สินโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ – ต้องรับรู้ผลต่างเข้ากำไรขาดทุน เบ็ดเสร็จอื่น
- D) เปลี่ยนประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย – ต้องรับรู้เข้ากำไรขาดทุนงวดปัจจุบันเป็น ต้นไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 19: การเปลี่ยนเงื่อนไข (อายุเกษียณ) ถือเป็น ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost) รับรู้ใน P/L ทันที
คำถามข้อที่ 243 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น ตัวเลือก:
- A) ผลประโยชน์ออกจากงาน เช่น บำนาญ
- B) ลาพักผ่อนระยะยาว
- C) ได้รับประโยชน์จากการทำงานครบ 50 ปี
- D) ค่าชดเชยทุพพลภาพเป็นเวลานาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 19: ข้อ a, b, c จัดเป็น "ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น" (Other Long-term) ส่วน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็น "ผลประโยชน์หลังออกจากงาน" (Post-employment) ซึ่งมีการจัดประเภทแยกต่างหาก
คำถามข้อที่ 255 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: กิจการซื้อสินค้า ราคาขาย 20,000 บาท โดยสามารถทยอยจ่ายได้งวดละ 5,100 บาท จำนวน 4 งวด แต่ พนักงานจัดส่งทำของชำรุด จึงต้องนากลับไปซ่อม ค่าซ่อม 3,000 บาท ต้นทุนสินค้าเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 20,000
- B) 23,000
- C) 24,000
- D) 27,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้นทุนสินค้าคือราคาซื้อเงินสด (20,000) ส่วนดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระ (ส่วนต่าง 5,100×4 - 20,000) เป็นต้นทุนทางการเงิน และค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการขนส่ง (โดยพนักงานทำชำรุด) เป็นค่าใช้จ่าย (Abnormal waste)
คำถามข้อที่ 258 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: บ. ปรับปรุงภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานจาก 55 ปีเป็น 60 ปี ส่งผลให้ต้องรับรู้ปมก.หส.เพิ่ม 12 mb บัน ทึกบช.อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนปัจจุบันเข้า PL
- B) ต้นทุนปัจจุบันเข้า OCI
- C) ต้นทุนในอดีตเข้า PL
- D) ต้นทุนในอดีตเข้า OCI เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การปรับปรุงโครงการ (Plan Amendment) ที่ทำให้ภาระผูกพันเพิ่มขึ้น ถือเป็น ต้นทุนบริการในอดีต (Past Service Cost) ต้องรับรู้เข้า กำไรหรือขาดทุน (P/L) ทันที
คำถามข้อที่ 267 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดผิดเกี่ยวกับโครงการผลประโยชน์พนักงานที่กำหนดไว้ ตัวเลือก:
- A) รับรู้ต้นทุนบริการปัจจุบันเข้ากำไรขาดทุน
- B) รับรู้ต้นทุนบริการในอดีตเข้ากำไรขาดทุน
- C) รับรู้ดอกเบี้ย เข้ากำไรขาดทุน
- D) รับรู้ผลกำไรตามหลักนักคณิตศาสตร์ เข้ากำไรขาดทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)
คำถามข้อที่ 325 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขต TAS19 ตัวเลือก:
- A) ขายหุ้นเพิ่มทุนให้พนักงานในราคาตํ่า
- B) ขายสินค้าให้พนักงานในราคาตํ่ากว่าปกติ
- C) ทุนการศึกษาปริญญาโท ที่ไม่มีภาระผูกพันใดๆ
- D) Xx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (เช่น ขายหุ้นราคาต่ำให้พนักงาน, ESOP) อยู่ในขอบเขตของ TFRS 2 Share-based Payment ไม่ใช่ TAS 19
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณหนี้สินโครงการผลประโยชน์สิ้นปี:
หนี้สินสุทธิโครงการบำนาญ = ภาระผูกพันผลประโยชน์สะสม (DBO) - มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์โครงการ (Plan Assets)
การบันทึกบัญชีรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด:
Dr. ต้นทุนบริการปัจจุบัน (Current Service Cost)
Dr. ต้นทุนดอกเบี้ย (Interest Cost)
Cr. ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานสุทธิ
การบันทึกการปรับปรุงผลต่างทางคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Loss) ใน OCI:
Dr. กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) - ผลขาดทุนทางคณิตศาสตร์ประกันภัย
Cr. ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานสุทธิ
TFRS 10: งบการเงินรวม
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- งบการเงินรวมเป็นการนำงบของบริษัทใหญ่และย่อยมารวมกันเสมือนเป็นกิจการเดียว โดยเกณฑ์พิจารณาอำนาจควบคุม (Control) ของบริษัทใหญ่เหนือกิจการอื่นต้องครบ 3 ข้อ: 1. อำนาจเหนือกิจการที่ถูกลงทุน (Power) 2. สิทธิได้รับผลตอบแทนผันแปร (Variable Returns) 3. ความสามารถใช้อำนาจเพื่อสร้างผลตอบแทนได้ อำนาจควบคุมอาจเกิดขึ้นทางพฤตินัย (De facto control) ได้เมื่อบริษัทถือหุ้นต่ำกว่า 50% แต่ผู้ถือหุ้นที่เหลือกระจายตัวมากจนผู้ลงทุนรายใหญ่คุมทิศทางกรรมการส่วนใหญ่ได้เพียงผู้เดียว
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ผู้มีสิทธิ์ควบคุมและกุมอำนาจในหลังม่าน' - การทำงบรวมไม่จำเป็นต้องถือหุ้นถึง 50.1% เสมอไป หากเราถือหุ้น 49% แต่ไม่มีผู้ถือหุ้นรายอื่นรวมตัวกันมาสู้เราได้ (รายย่อย 500 รายรายละ 0.1%) เราก็นับว่าเป็นพ่อบ้านที่คุมหลังบ้าน (Control) และต้องจัดทำงบการเงินรวมตามกฎหมาย
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 8 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงมำตรฐำนการรำยงำนทำงกรเงินฉบับที่ 10 ณ วันต้นปี บริษัทใหญ่ซื้อบริษัทย่อย 80% ในราคา 500,000 บาท ซึ่ง ณ วันนั้น บริษัทย่อยมีทุนหุ้นสำมัญ300,000 บาท กำไรสะสม 210,000 บาท โดยสินทรัพย์และหนี้สินทุกรำยการมีมูลค่ายุติธรรมเท่ำกับมูลค่า ตามบัญชี ยกเว้นอำคำรที่มูลค่าตามบัญชีต ่ำไป 30,000 บาท (อำยุใช้งำนคงเหลือ 10 ปี) และอุปกรณ์มีมูลค่าตามบัญชีต ่ำเกินไป 40,000 บาท (อำยุใช้งำนคงเหลือ 5 ปี) สิ้นปีบริษัทย่อยมีกำไร 100,000 บาทและจ่ำยเงินปันผล 40,000 บาท ส่วนได้เสียที่ไม่มี อ ำนาจควบคุม (NCI) ณ วันสิ้นปีเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:
- A) 100,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 111,800 บาท
- D) 114,000 บาท 100% S 80% P 20% NCI เงินลงทุนต้นงวด (partial GW) 602,000 500,000 102,000 บวกส่วนแบ่งกำไร 100,000 80,000 20,000 หัก ตัดจ่ำยผลต่ำงมูลค่ายุติธรรม > มูลค่าตามบัญชี: อำคำร (30,000 / 10 ปี) -3,000 -2,400 - 600 อุปกรณ์ (40,000 / 5 ปี) -8,000 -6,400 -1,600 หัก เงินปันผล - 40,000 - 32,000 -8,000 เงินลงทุนปลำยงวด (partial GW) 651,000 539,200 111,800 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 41 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: บริษัทใหญ่ให้บริษัทย่อยเช่าอำคำรส ำนักงำน กิจการจะแสดงรำยการธุรกรรมดังกล่ำวอย่ำงไร ตัวเลือก:
- A) งบการเงินเฉพาะแสดงเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน งบการเงินรวมแสดงเป็นที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
- B) งบการเงินเฉพำะและงบรวมแสดงเป็นที่ดินอำคำรอุปกรณ์
- C) งบการเงินเฉพำะและงบรวมแสดงเป็นอสังหำริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- D) งบการเงินเฉพำะแสดงเป็นที่ดิน อำคำร อุปกรณ์ งบรวมแสดงเป็นอสังหำริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 40: 1. งบเฉพาะกิจการ: บริษัทใหญ่ให้เช่าอาคารเพื่อหาค่าเช่า จึงจัดเป็น "อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน"2. งบการเงินรวม: มองในมุมของกลุ่มกิจการ อาคารนี้ถูกใช้ดำเนินงานโดยบริษัทย่อย (Owner-occupied) จึงต้องจัดประเภทเป็น "ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE)"
คำถามข้อที่ 71 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่สิทธิเพื่อการคุ้มครองที่ระบุไว้ใน TFRS10 ตัวเลือก:
- A) สิทธิของผู้ถือในส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของผู้ได้รับการลงทุนในการอนุมัติรายจ่ายฝ่ายทุนที่สูงกว่าปกติของธุรกิจ หรือการ อนุมัติการออกตราสารทุน หรือ ตราสารหนี้
- B) สิทธิของผู้ให้กู้ยืมที่จะควบคุมสินทรัพย์ของผู้กู้ยืม หากผู้กู้ยืมไม่สามารถปฏิบัติ ตามเงื่อนไขการชำระหนี้ที่ระบุไว้
- C) สิทธิของผู้ให้กู้ยืมในการจำกัดผู้กู้ยืมจากกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน ความเสี่ยงด้านเครดิตที่มีนัยสำคัญของผู้กู้ยืมที่จะ ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ให้กู้ยืม
- D) สิทธิออกเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TFRS 10: "สิทธิเพื่อการคุ้มครอง" (Protective Rights) คือสิทธิที่มีไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือสิทธิ (เช่น เจ้าหนี้ หรือผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) โดยไม่ได้ให้อำนาจในการควบคุมกิจการ (เช่น ข้อ a, b, c) แต่ สิทธิออกเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง โดยทั่วไปถือเป็น "สิทธิที่มีเนื้อหาสาระ" (Substantive Rights) ที่ก่อให้เกิด อำนาจควบคุม จึงไม่ใช่สิทธิเพื่อการคุ้มครอง
คำถามข้อที่ 76 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดอยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับที่ 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) สินค้าคงเหลือ
- B) เงินลงทุนในบริษัทย่อย
- C) สินทรัพย์ชีวภาพทางการเกษตร
- D) สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายและการดำเนินงานที่ยกเลิก เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b) เงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นตัวเลือกเดียวที่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับที่ 36 การ ด้อยค่าของสินทรัพย์ ส่วนตัวเลือกอื่นมีมาตรฐานอื่นกำกับอยู่
คำถามข้อที่ 82 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: บริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูก 70% โดยลูกขายของให้แม่ ราคาขาย 100 บาท ทุน 80 บาท แต่แม่ยังไม่ได้ขายสินค้าดังกล่าวออกไปให้กับคน นอก หากลูกรายงานกำไรสุทธิ 50 บาท ส่วนแบ่งกำไรของ NCI จะเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 15 บาท
- B) 9 บาท
- C) 20 บาท
- D) 6 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ (Upstream Sale - ลูกขายแม่): กำไรสุทธิของลูก = 50 บาท หัก กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Profit) ในสินค้าคงเหลือปลายงวด: ราคาขาย 100 - ทุน 80 = กำไร 20 บาท (สินค้ายังอยู่กับแม่ กำไรนี้ยังถือว่าไม่เกิดในมุมมองกลุ่ม) กำไรของลูกที่ปรับปรุงแล้ว = 50 - 20 = 30 บาท ส่วนแบ่งของ NCI (30%) = 30 x 30% = 9 บาท
คำถามข้อที่ 89 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: บ.A และ บ. B ร่วมกันตั้งบริษัท C โดย A และ B โอนสินทรัพย์สุทธิทั้งหมดให้กับ C แล้วเลิกกิจการไป ซึ่งผู้ถือหุ้น A ถือหุ้นใน C 80% ในขณะที่ ผู้ถือหุ้น B ถือหุ้นใน C 20% ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ในงบการเงินรวมจะรับรู้สินทรัพย์สุทธิของ A และ B ด้วยมูลค่ายุติธรรม
- B) ในงบการเงินรวมจะรับรู้สินทรัพย์สุทธิของ A ด้วยมูลค่ายุติธรรมและ B ด้วยมูลค่าตามบัญชี
- C) ในงบการเงินรวมจะรับรู้สินทรัพย์สุทธิของ A ด้วยมูลค่าตามบัญชีและ B ด้วยมูลค่ายุติธรรม
- D) ในงบการเงินรวมจะรับรู้สินทรัพย์สุทธิของ A และ B ด้วยมูลค่าตามบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การวิเคราะห์: A และ B ตั้ง C. A ถือ 80% แสดงว่า A เป็นผู้ซื้อ (Acquirer) ในทางบัญชี. ในงบการเงินรวม สินทรัพย์ของ A (ผู้ซื้อ) จะแสดงด้วยมูลค่าเดิม (BV) ส่วนสินทรัพย์ของ B (ผู้ถูกซื้อ) จะถูกวัดมูลค่าใหม่ด้วย มูลค่ายุติธรรม (FV) ณ วันซื้อ
คำถามข้อที่ 92 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: บริษัทเอ เข้าลงทุนในบริษัท ก โดย จ่าย 30% เมื่อวันที่ 1 ม.ค. x1 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ก.พ. x1ประกาศให้เอ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการเข้า มาบริหาร เมื่อวันที่ 1 มี.ค. x1 เอ ส่งกรรมการเข้ามาบริหาร และเดือน มิ.ย. จ่ายเงิน 70% ที่เหลือ วันซื้อกิจการคือวันใด ตัวเลือก:
- A) 1 ม.ค.
- B) 1 ก.พ.
- C) 1 มี.ค
- D) 1 มิ.ย. เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตาม TFRS 3 วันซื้อคือวันที่ผู้ซื้อได้อำนาจควบคุมในกิจการที่ถูกซื้อ ซึ่งคือวันที่ 1 มีนาคม x1 เมื่อผู้ซื้อเริ่มมีส่วนร่วมในการบริหารโดยส่งกรรมการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่และมีอำนาจสั่งการดำเนินงานได้จริง
คำถามข้อที่ 95 (ภาคการสอบ: 1/63)
คำถาม: กรณีที่บริษัทใหญ่สูญเสียการควบคุมในบริษัทย่อย ณ วันที่สูญเสียการควบคุม วิธีการปฏิบัติทางการบัญชีข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ตัดสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทย่อยออกด้วยมูลค่าตามบัญชี
- B) รับรู้เงินลงทุนที่เหลือในบริษัทย่อยเดิมด้วยมูลค่ายุติธรรม
- C) จัดประเภทจำนวนใหม่ที่เคยแสดงในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นไปไว้ในงบกำไรขาดทุนทุกรายการ
- D) ไม่มีข้อใดถูกต้อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 96 (ภาคการสอบ: 1/63)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ตัวเลือก:
- A) ในจัดประเภทสินทรัพย์ และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี กิจการต้องแยกส่วนที่เกินและไม่เกิน 1 ปีออกจากกัน แม้ไม่มี การวางแผนภาษีที่ชัดเจน
- B) สำหรับงบการเงินรวมในบางประเทศที่จ่ายภาษีจากกำไรรวม กิจการสามารถนาสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้ รอตัดบัญชีมาแสดงยอดสุทธิได้
- C) กิจการสามารถแสดงยอดสุทธิของสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้ปีปัจจุบัน กับสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ได้
- D) หากกิจการมีการวางแผนภาษี และมีการกำหนดเวลากลับรายการสินทรัพย์ และหนี้สินเงินได้รอตัดบัญชี กิจการต้องคิด ลดภาษีเงินได้รอตัดบัญชีข้างต้นด้วย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 12: กิจการสามารถนาสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีมาหักกลบกัน (Offset) แสดงยอดสุทธิได้ หากมีสิทธิตามกฎหมายและเป็นภาษีที่เรียกเก็บโดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีเดียวกัน (เช่น ในงบการเงินรวมภายในประเทศเดียวกัน)
คำถามข้อที่ 119 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: บริษัทคํ้าประกันเงินกู้ให้บริษัทย่อย โดยในปี x1 บริษัทย่อยมีความสามารถในการจ่ายชำระได้ตามปกติ บริษัท ต้องปฏิบัติอย่างไร ต้นงวด 1,200,000 ซื้อ 6,000,000 สินค้ามีไว้เพื่อขาย 7,200,000 ต้นทุนขาย (7.6m x 75%) 5,700,000 - เสื่อมสภาพ 100,000 - สินค้าปลายงวด 1,400,000 ตัวเลือก:
- A) เปิดเผยข้อมูลการคํ้าประกัน
- B) ตั้งประมาณการหนี้สินจากการคํ้าประกัน
- C) รับรู้มูลค่าคํ้าประกันเป็นหนี้สินทั้งจำนวน
- D) ไม่ต้องปฏิบัติทางบัญชีใด ๆ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 128 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ก ถือ ข 55% ถือ ค 100% ข ถือ ง 40% และ ค ถือ ง 60% ในงบการเงินรวม ก และบริษัทย่อย จะแสดงส่วนได้ เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมใน ง เท่ากับกี่ % ตัวเลือก:
- A) 40%
- B) 15%
- C) 22%
- D) 18% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การคำนวณสัดส่วน NCI ใน ง (ทางอ้อม): • ก ถือ ข 55%, ก ถือ ค 100% • ข ถือ ง 40% (ก มีส่วนได้เสียใน ง ผ่าน ข = 55%×40% = 22%) • ค ถือ ง 60% (ก มีส่วนได้เสียใน ง ผ่าน ค = 100%×60% = 60%) • รวมส่วนได้เสียของกลุ่มบริษัท (Group Interest) = 22% + 60% = 82% • NCI = 100% - 82% = 18%
คำถามข้อที่ 130 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: กิจการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ ปันผล 8% ทุกปี แต่หากปีใดอัตราผลตอบแทนตลาดเกิน 12% กิจการผู้ออกต้องซื้อคืนบวกด้วยปันผล ค้างจ่าย กิจการผู้ลงทุนจะรับรู้เป็นตราสารประเภทใด / และจะต้องรับรู้ปันผลอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ตราสารทุน / รับรู้ปันผลเข้ากำไรขาดทุน
- B) ตราสารทุน / รับรู้ปันผลเข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น
- C) ตราสารหนี้ / รับรู้ปันผลเข้ากำไรขาดทุน
- D) ตราสารหนี้ / รับรู้ปันผลเข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หุ้นบุริมสิทธิที่มีเงื่อนไขบังคับให้ผู้ออกต้องซื้อคืน (Mandatory Redemption) จัดเป็น หนี้สินทางการเงิน (Financial Liability) หรือตราสารหนี้สำหรับผู้ออก (และเป็นสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้สำหรับผู้ถือ) เงินปันผลที่จ่ายจึงถือเป็น ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense) รับรู้ใน P/L
คำถามข้อที่ 190 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: A กับ B ถือหุ้นใน C ร้อยละ 50 ซึ่ง A มีหน้าที่สนับสนุน C เชิงเทคนิคทั่วไป และ B ซื้อของจาก C โดยทำสัญญา ซื้อขายกันโดยต้องขายให้ B ก่อนลูกค้าอื่น ซึ่งที่ผ่านมา 90% สินค้าของ C ขายให้ B โดยขายในราคาตลาดซึ่งมี กำไร A กับ B มีกรรมการใน C บริษัทละสองที่นั่ง ตัวเลือก:
- A) A และ B ควบคุมร่วมใน C
- B) C เป็น บ ย่อยของ A
- C) C เป็น บ ย่อยของ B
- D) C เป็นเงินลงทุนของ A และ B เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หาก B ซื้อสินค้า 90% จาก C และมีอำนาจสั่งการหรือกำหนดนโยบาย (ผ่านกรรมการหรือสัญญา) จนมีอำนาจควบคุม (Control) เหนือ C จะถือว่า C เป็นบริษัทย่อยของ B
คำถามข้อที่ 191 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: อ้างถึง TAS 23 ต้นทุนการกู้ยืม ข้อใดไม่ใช่สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข ตัวเลือก:
- A) พืชเพื่อให้ผลิตผล
- B) สินค้าคงเหลือ
- C) สินทรัพย์ทางการเงิน
- D) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องใช้เวลานานในการเตรียมพร้อม สินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) ไม่เข้าเงื่อนไขนี้
คำถามข้อที่ 199 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: บริษัท A มีข้อมูลการถือหุ้นในกิจการอื่น 3 บริษัท ดังนี้ : A ถือหุ้นบริษัท ก ถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือ หุ้นรายอื่น อีก 500 ราย, A ถือหุ้นบริษัท ข ถือหุ้นร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 12 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 5 และ A ถือหุ้นบริษัท ค ถือหุ้นร้อยละ 45 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 26 ส่วนผู้ถือหุ้นอีก 3 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 1 จากข้อมูลข้างต้น บริษัท A มีอำนาจควบคุมในบริษัทใด ตัวเลือก:
- A) บริษัท ก บริษัท ข และบริษัท ค
- B) บริษัท ก และ บริษัท ข
- C) บริษัท ก
- D) บริษัท ข เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 207 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: วันที่ 30 กย x1 กิจการเข้าทำสัญญาซื้อกิจการ โดยจะจ่ายเงินจ่ายเงินและเลือกคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ ในอีก 15 วันข้างหน้า หากมีวาระประชุมพิเศษ ให้แจ้งล่วงหน้า 30 วัน จะมีอำนาจการควบคุมวันใด ตัวเลือก:
- A) 30 กย x1
- B) 15 ตค x1
- C) 30 ตค x1
- D) … เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(วันที่ได้รับอำนาจควบคุม Acquisition Date) ปกติคือวันที่ผู้ซื้อโอนสิ่งตอบแทนและได้รับอำนาจในการระบุนโยบาย หรือแต่งตั้งกรรมการ หากสัญญาเงื่อนไขต้องรอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติก่อน อำนาจควบคุมจะเกิด ณ วันที่เงื่อนไขสำเร็จ (วันที่ได้รับอนุมัติ)
คำถามข้อที่ 234 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อมูลการถือหุ้นของบริษัท 3 บริษัท เป็นดังนี้: บริษัท ก ถือหุ้นร้อยละ 49 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่น อีก 500 ราย, บริษัท ข ถือหุ้นร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 12 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 5, บริษัท ค ถือ หุ้นร้อยละ 45 ส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นอีก 2 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 26 ส่วนผู้ถือหุ้นอีก 3 ราย ถือหุ้นรายละ ร้อยละ 1 จากข้อมูลข้างต้น บริษัทที่มีอำนาจควบคุมที่เหมาะสมคือข้อใด ตัวเลือก:
- A) บริษัท ก
- B) บริษัท ข
- C) บริษัท ก และ บริษัท ข
- D) บริษัท ก บริษัท ข และบริษัท ค เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
วิเคราะห์: ก ถือ 49% ผู้ถือหุ้นอื่นรายย่อยมาก (500 ราย) ทำให้ ก มีอำนาจควบคุมโดยพฤตินัย (De facto control) ชัดเจนที่สุด
คำถามข้อที่ 236 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัท A กับ บริษัท B ถือหุ้นในบริษัท C ร้อยละ 49 โดยบริษัท A มีหน้าที่สนับสนุนเชิงเทคนิคทั่วไปให้กับ บริษัท B ส่วนบริษัท B จะซื้อสินค้าจากบริษัท C ซึ่งทั้ง A และ B ส่งผู้บริหารบริษัทละ 2 คน เข้าไปบริหารงาน ในบริษัท C และบริษัท B ทำสัญญาซื้อขายกับ C โดยต้องขายให้ B ก่อนลูกค้าอื่น ที่ผ่านมา 90% สินค้าของ C ขายให้ B โดยขายในราคาตลาด ซึ่งมีกำไร ตัวเลือก:
- A) A และ B ควบคุมร่วมใน C
- B) C เป็น บริษัทย่อยของ A
- C) C เป็น บริษัทย่อยของ B
- D) C เป็นเงินลงทุนของ A และ B (มองว่า B มี control ใน C เนื่องจาก C ต้องขายสินค้าเกือบทั้งหมดให้ C เท่าที่ C ต้องการ แต่ A มีหน้าที่เพียง สนับสนุนเทคนิค) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
วิเคราะห์: B เป็นผู้ซื้อหลัก (90%) และกำหนดทิศทางธุรกิจ (Customer dependence & participation). A เป็นเพียงผู้สนับสนุนเทคนิค. B จึงมีอำนาจควบคุมเนื้อหาทางเศรษฐกิจมากกว่า
คำถามข้อที่ 293 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: บริษัท A ขายสินค้าให้บริษัท B ที่เกี่ยวข้องกัน ในราคา2,000,000 บาท ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมาจากบริษัทอื่น 1,200,000 บาท และบริษัท B ขายสินค้าให้บริษัทอื่นไปครึ่งนึง และที่เหลือเป็นสินค้าปลายงวด ให้บันทึกบัญชี การจัดทำงบการเงินรวม ตัวเลือก:
- A) Dr. ต้นทุนขาย 400,000 บาท Cr. สินค้าปลายงวด 400,000 บาท
- B) Dr. ต้นทุนขาย 800,000 บาท Cr. สินค้าปลายงวด 800,000 บาท
- C) Dr. ต้นทุนขาย 1,200,000 บาท Cr. สินค้าปลายงวด 1,200,000 บาท
- D) Dr. ต้นทุนขาย 2,000,000 บาท Cr. สินค้าปลายงวด 2,000,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
คำนวณ: กำไรในสินค้าคงเหลือปลายงวด (Unrealized Profit) = (ราคาขาย 2M - ทุน 1.2M) × สัดส่วนที่เหลือ 50% = 400,000 บาท ปรับปรุง: Dr. ต้นทุนขาย 400,000 / Cr. สินค้าคงเหลือ 400,000
คำถามข้อที่ 298 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ต้องเปิดเผยในหมายเหตุในเรื่อง ภาษีเงินได้ ตัวเลือก:
- A) อัตราภาษี
- B) แสดงการคำนวณภาษี
- C) กระทบยอดภาษี
- D) มูลค่าตามบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
มาตรฐานกำหนดให้เปิดเผยส่วนประกอบหลักของค่าใช้จ่ายภาษี และการกระทบยอด (Reconciliation) อัตราภาษี แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้องแสดงรายละเอียดการคำนวณภาษีในหมายเหตุ +1
คำถามข้อที่ 310 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 9 ข้อใดคือ hold to collect ตัวเลือก:
- A) กิจการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อรับกระแสเงินสดตามสัญญา โดยในอดีตมีการขายสินทรัพย์ทางการเงิน เมื่อความเสี่ยงด้านเครดิตในสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น
- B) กิจการซื้อกลุ่มสินทรัพย์ทางการเงินที่อาจมีการด้อยค่าด้านเครดิตหรือไม่ก็ได้ เพื่อเก็บเงินตามสัญญา อาจมีการ ทวงหนี้ด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งกิจการไม่มีวัตถุประสงค์ในการขายลูกหนี้เหล่านี้ออกไป ในบางครั้งอาจทำสัญญาการ แลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap) จากดอกเบี้ยลอยตัวเป็นคงที่
- C) กิจการได้ขายสินทรัพย์ทางการเงินให้บริษัทย่อยที่ทำหน้าที่ตัวกลางเพื่อแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) เพื่อออกตราสารขายให้กับผู้ลงทุน
- D) สถาบันการเงินถือสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์สภาพคล่องของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจะไม่ขาย สินทรัพย์เหล่านี้ เว้นแต่อยู่ภายใต้ภาวะกดดัน a) ก ค b) ก ข และ ง c) ก ค ง d) ก ข ค ง หน่วย : บาท ค่าสินค้า 10,000,000 อากรขาเข้า 200,000 ต้นทุนผันแปร 1,500,000 รวมต้นทุนผันแปร 11,700,000 หารจำนวนผลิตจริง 800,000 ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย 14.625 ต้นทุนคงที่ 1,000,000 หารประมาณการจำนวน 1,000,000 ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย 1.000 ต้นทุนรวมต่อหน่วย 15.625 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
โมเดลถือเพื่อรับกระแสเงินสด (HTC) อนุญาตให้ขายได้กรณีความเสี่ยงเครดิตเพิ่ม (ก), ซื้อหนี้เสียมาบริหาร (ข), หรือถือเพื่อสภาพคล่องของสถาบันการเงิน (ง) ส่วนการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) เพื่อขาย (ค) ไม่ใช่ HTC +1
คำถามข้อที่ 320 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 10 เรื่อง งบการเงินรวม ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) ถ้ากิจการถือหุ้นในกิจการอื่นเกิน 50% ต้องทำงบการเงินรวมทันที
- B) หากมีอำนวจควบคุม บริษัทต้องทำงบการเงินรวมโดยไม่มีข้อยกเว้น
- C) ถ้าบริษัทใหญ่ไม่ได้ซื้อส่วนได้เสียทั้งหมด ไม่ต้องคำนวณส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม
- D) ผิดทุกข้อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)
คำถามข้อที่ 354 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ซื้อเครื่องจักรในราคา 500,000 บาท ตอนดัชนีผู้บริโภค 100 ต่อมามูลค่ายุติธรรมของเครื่องจักรเท่ากับ 495,000 บาท ดัชนีผู้บริโภค 98 ถ้าใช้แนวคิดการรักษาระดับทุนทางการเงินโดยใช้อำนาจซื้อคงที่ รายการนี้จะได้กำไรหรือ ขาดทุนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) +5,000 บาท
- C) -5,000 บาท
- D) +5,102 บาท ต้นทุนเครื่องจักร 500,000 เมื่อ CPI ลดจาก 100 เหลือ 98 ทุนที่ต้องรักษาตามแนวคิด financial capital maintenance in units of constant purchasing power เท่ากับ 490,000 (500,000 × 98/100) เมื่อมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สิ้นงวด เท่ากับ 495,000 จึงถือว่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นเหนือทุนที่ต้องรักษา 5,000 ดังนั้นรายการนี้ถือว่า มีกำไร 5,000 บาท แม้ว่ามูลค่าทรัพย์สินในเชิงตัวเงินจะลดลงจาก 500,000 เหลือ 495,000 ก็ตาม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 355 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: บริษัท ก และ บริษัท ข ถือ บริษัท ค 30%และ40%ตามลำดับ และบริษัท ข ถือ บริษัท ก 40% คำถาม: บริษัท ค อยู่ใต้การควบคุมของใคร ตัวเลือก:
- A) ก
- B) ข
- C) ทั้ง ก และ ข
- D) ไม่ใช่ทั้ง ก และ ข บริษัท ก ถือหุ้นในบริษัท ค 30% และบริษัท ข ถือหุ้น 40% แม้บริษัท ข จะถือหุ้นในบริษัท ก 40% แต่ยังไม่ถึงระดับที่ให้ อำนาจควบคุมบริษัท ก ดังนั้นไม่มีฝ่ายใดมีอำนาจเหนือบริษัท ค ตามหลัก TFRS 10 บริษัท ค จึง ไม่อยู่ภายใต้การ ควบคุมของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การตัดบัญชีเงินลงทุนข้ามฝั่งและจัดสรรส่วนแบ่งรายย่อย (NCI) ณ วันซื้อหุ้น:
Dr. ทุนเรือนหุ้น - บริษัทย่อย
Dr. กำไรสะสม - บริษัทย่อย
Dr. ค่าความนิยม (Goodwill) (ถ้ามี)
Cr. เงินลงทุนในบริษัทย่อย (บัญชีบริษัทใหญ่)
Cr. ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI)
TAS 37: ประมาณการหนี้สิน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- ประมาณการหนี้สิน (Provisions): ต้องบันทึกบัญชีในงบเมื่อกิจการมีภาระผูกพันปัจจุบันที่เป็นผลจากเหตุการณ์ในอดีต และโอกาสจ่ายมีแนวโน้มค่อนข้างแน่ (Probable > 50%) รวมถึงประเมินจำนวนเงินได้อย่างสมเหตุสมผล
- หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities): ไม่ต้องรับรู้ในงบการเงิน แต่ให้เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เว้นแต่โอกาสเกิดมีน้อยมาก (Remote)
- สินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Assets): ห้ามรับรู้ในงบการเงิน แต่เปิดเผยได้เมื่อมีโอกาสได้เงินค่อนข้างแน่ (Probable)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'เครื่องตรวจจับความกังวลล่วงหน้า' - บัญชีต้องการความรอบคอบแบบระมัดระวังสูงสุด ข่าวร้ายอะไรที่มีโอกาสแพ้คดีศาลเกิน 50% และประมาณค่าได้ ให้หักเป็นหนี้สินและรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายสะสมใน PL ทันที (Provision) แต่ข่าวดีว่าจะฟ้องชนะได้ตังค์เคลมประกัน ห้ามลงงบแสดงสินทรัพย์เป็นเด็ดขาดจนกว่าเงินสดจะเข้ามาจริง (ห้ามมโนสินทรัพย์ล่วงหน้า)
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 4 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการรำยงำนทำงการเงิน ฉบับที่ 1 ในกรณีที่กิจการประมำณหนี้สินที่เกิดจำกการรื้อถอนบูรณะเพิ่มขึ้น กิจการจะถือปฏิบัติอย่ำงไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เป็นสินทรัพย์ทั้งจำนวนเท่ากับมูลค่าประมาณการหนี้สินเพิ่มขึ้นเว้นแต่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิง เศรษฐกิจในอนาคตน้อยกว่ามูลค่าประมาณการหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
- B) รับรู้เป็นค่าใช้จ่ำยทั้งจำนวนเท่ำกับมูลค่าประมำณการหนี้สินเพิ่มขึ้น
- C) รับรู้เป็นสินทรัพย์ทั้งจำนวนเท่ำกับมูลค่าประมำณการหนี้สินเพิ่มขึ้น
- D) รับรู้ด้วยการปรับปรุงกับกำไรสะสม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 18 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: 10 ระยะเวลาเช่า (ปี) 3.00 ค่าเช่าต่อปี 2.03 6. บริษัทให้วันหยุดพนงที่ยังจ่ายเงินเดือนปีละ 5 วันต่อคน และยกสะสมไปใช้ปีถัดไปได้ โดยที่ต้องใช้ของปีนั้นให้หมดก่อน ถึงจะใช้ของปี เก่าได้ และสิ้นปี x1 บริษัทประมาณว่ามีพนงไม่ได้ใช้วันหยุดรวม 40 วัน โอกาสที่พนงจะใช้ 80% โดยข้อเท็จจริงในปี x2 มีพนงมาใช้ วันหยุด 36 วัน บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินตอนสิ้นปี x1 เท่ากับกี่วัน ตัวเลือก:
- A) 32 วัน
- B) 36 วัน
- C) 40 วัน
- D) ไม่สามารถตอบได้จากข้อมูลข้างต้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 25 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: หากมีการเปลี่ยนแปลงลดประมาณการหนี้สินจากการรื้อถอน โดยที่สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องมีการตัดค่าเสื่อมราคาจนเหลือเท่ากับศูนย์ กิจการจะต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ต้องรับรู้มูลค่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นรายได้อื่นในกำไรขาดทุนประจำงวด
- B) ต้องรับรู้มูลค่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น
- C) ต้องรับรู้มูลค่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกำไรสะสม
- D) ไม่ต้องรับรู้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a) กิจการต้องรับรู้การเปลี่ยนแปลงประมาณการด้วยวิธีเปลี่ยนทันทีเป็นต้นไป โดยในข้อนี้ สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องถูกตัดค่าเสื่อมราคาจนหมดแล้ว จึงต้องรับรู้มูลค่าเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นรายได้อื่นใน กำไรขาดทุนประจำงวด
คำถามข้อที่ 37 (ภาคการสอบ: 1/61)
คำถาม: บริษัทแมว จำกัด ปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม กฏหมายดังกล่าวอยู่ ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการคาดหมายว่าน่าจะผ่านแน่นอน ซึ่งหากผ่านกิจการจะต้องจ่ายค่า ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมจำนวนมาก กิจการจะต้องถือปฏิบัติอย่างไรกับการปล่อยสารพิษดังกล่าว ตัวเลือก:
- A) ให้รับรู้ประมาณการหนี้สินค่าฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยประมาณการที่ดีที่สุด และรับรู้ผลขาดทุนเข้ากำไรขาดทุน เบ็ดเสร็จอื่นทันทีเนื่องจากกฎหมายน่าจะมีผลบังคับใช้อย่างแน่นอน
- B) ให้รับรู้ประมาณการหนี้สินค่าฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยประมาณการที่ดีที่สุด และรับรู้ผลขาดทุนเข้ากำไร ขาดทุนทันทีเนื่องจากกฎหมายน่าจะมีผลบังคับใช้อย่างแน่นอน
- C) ยังไม่ต้องรับรู้ประมาณการหนี้สินค่าฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเนื่องจากกฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้
- D) ยังไม่ต้องรับรู้ประมาณการหนี้สินค่าฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเนื่องจากกิจการยังไม่ถูกตรวจสอบ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 37: แม้กฎหมายจะยังไม่มีผลบังคับใช้ ณ วันสิ้นรอบ แต่หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ (Virtually Certain) ว่ากฎหมายจะผ่านและกิจการมีภาระผูกพันจากการกระทำในอดีต (ปล่อยสารพิษ) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือก่อให้เกิดภาระผูกพันจากการอนุมาน (Constructive Obligation) กิจการต้องรับรู้ประมาณการหนี้สินในงบกำไรขาดทุน
คำถามข้อที่ 111 (ภาคการสอบ: 3/63)
คำถาม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x3 กิจการมีมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตามโครงการผลประโยชน์จำนวน 38 ล้านบาท และมีมูลค่า ยุติธรรมสินทรัพย์โครงการ 45 ล้านบาท โดยกำหนดเพดาน รับรู้ 6 ล้านบาท กิจการควรรับรู้หนี้ (สินทรัพย์)ผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ สุทธิใบงบแสดงฐานะการเงิน หรือไม่ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) บริษัทควรรับรู้สินทรัพย์ผลประโยชน์ที่กำหนดไว้สุทธิ 38 ล้านบาท และรับรู้หนี้สินผลประโยชน์ที่กำหนดไว้สุทธิ 45 ล้าน บาท
- B) บริษัทควรรับรู้สินทรัพย์ผลประโยชน์ที่กำหนดไว้สุทธิ 6 ล้านบาท
- C) บริษัทควรรับรู้หนี้สินผลประโยชน์ที่กำหนดไว้สุทธิ 7 ล้านบาท
- D) บริษัทไม่ต้องรับรู้ หนี้สิน(สินทรัพย์) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 19: กิจการมีสินทรัพย์สุทธิ (ส่วนเกิน) = 45 - 38 = 7 ล้านบาท แต่มาตรฐานกำหนดให้รับรู้สินทรัพย์ไม่เกิน "เพดานสินทรัพย์" (Asset Ceiling) ซึ่งโจทย์กำหนดไว้ที่ 6 ล้านบาท ดังนั้นจึงรับรู้ได้เพียง 6 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 129 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: 1/1/25x1 กิจการถูกฟ้องคดี ทนายแจ้งว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะชนะคดี ต่อมาวันที่ 1/1/25x2 ทนาย แจ้งว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะแพ้คดี และต้องจ่ายค่าเสียหาย 500,000 บาท และวันที่ 31/12/25x2 ศาลตัดสินว่าแพ้คดี และกิจการได้จ่ายค่าเสียหายในวันที่ 1/3/25x3 กิจการต้องต้องประมาณการหนี้สินเมื่อใด ตัวเลือก:
- A) 31/12/25x1
- B) 31/12/25x2
- C) 31/12/25x3
- D) 1/3/25x3 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
(โจทย์อาจมีวันที่ผิดพลาด หรือถามว่าต้องตั้งเมื่อไหร่) • ณ 1/1/x2 ทราบว่าน่าจะแพ้และต้องจ่าย 500,000 (เป็นเหตุการณ์หลังรอบระยะเวลารายงานปี x1 ที่ต้องปรับปรุงหรือไม่?) • หาก ณ 31/12/x1 สถานการณ์บ่งชี้ว่าชนะ ก็ยังไม่ต้องตั้ง แต่ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนในปี x2 ก็ตั้งในปี x2 แต่ถ้าถามตามหลักความระมัดระวังและเหตุการณ์หลังรอบฯ ที่ชัดเจน (แพ้และจ่ายปี x3) การตั้งสำรองควรทำเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ (Probable) ซึ่งคือช่วง 1/1/25x2 เป็นต้นไป (แต่ถ้าเฉลยตอบ a. 31/12/25x1 อาจมองว่าเป็น Adjusting Event ที่ทำให้งบปี x1 ต้องปรับปรุง)
คำถามข้อที่ 146 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: การประมาณการหนี้สินหมายถึงหนี้สินที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องใด ตัวเลือก:
- A) จังหวะเวลา
- B) จำนวนที่ต้องจ่ายชำระ
- C) จังหวะเวลา หรือ จำนวนที่ต้องจ่ายชำระ
- D) จังหวะเวลา และ จำนวนที่ต้องจ่ายชำระ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ประมาณการหนี้สิน (Provision) คือหนี้สินที่มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ จังหวะเวลา (Timing) หรือ จำนวนเงิน (Amount) ที่ต้องจ่ายชำระในอนาคต
คำถามข้อที่ 150 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ตัวเลือก:
- A) ภาระผูกพันที่เป็นไปได้อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งความมีอยู่จริงของภาระผูกพันนั้นจะได้รับ การยืนยันต่อเมื่อเหตุการณ์ในอนาคตซึ่งยังมีความไม่แน่นอนเหตุการณ์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่อยู่ในความควบคุมทั้งหมดของกิจการ
- B) ภาระผูกพันที่เป็นไปได้อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งความมีอยู่จริงของภาระผูกพันนั้นจะได้รับ การยืนยันต่อเมื่อเหตุการณ์ในอนาคตซึ่งยังมีความไม่แน่นอนเหตุการณ์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในความควบคุมทั้งหมดของกิจการ
- C) ภาระผูกพันในปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่รับรู้เป็นหนี้สินเนื่องจากไม่มีความเป็นไป ได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเพื่อจ่ายชำระภาระผูกพัน
- D) ภาระผูกพันในปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่รับรู้เป็นหนี้สินเนื่องจาก จำนวนของภาระ ผูกพันไม่สามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือเพียงพอ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ d)
คำถามข้อที่ 166 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการไปสำรวจและประเมินแร่สองแห่ง ที่ อำเภอ A โดยรับรู้รายจ่ายสำรวจและประเมินเป็นสินทรัพย์ 44 ล้าน และที่อำเภอ B โดยรับรู้รายจ่ายสำรวจปละประเมินเป็นค่าใช้จ่าย 17 ล้าน ทั้งนี้ บริษัทมีประมาณการหนี้สิ้นรื้อ ถอน อำเภอ A 6 ล้าน อำเภอ B 3 ล้าน บริษัทต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:
- A) Dr.สินทรัพย์สำรวจประเมินแหล่งแร่ 50 ล้าน / Dr.ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแร่ 17 ล้าน / Dr. ค่าใช้จ่ายรื้อ ถอน 3 ล้าน / Cr. เงินสด 61 ล้าน / ประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอน 9 ล้าน
- B) Dr.สินทรัพย์สำรวจประเมินแหล่งแร่ 44 ล้าน / Dr.ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแร่ 17 ล้าน / Dr. ค่าใช้จ่ายรื้อ ถอน 3 ล้าน / Cr. เงินสด 61 ล้าน / ประมาณการหนี้สินค่ารือถอน 3 ล้าน
- C) Dr.สินทรัพย์สำรวจประเมินแหล่งแร่ 70 ล้าน / Cr. เงินสด 61 ล้าน / ประมาณการหนี้สินค่ารือถอน 9 ล้าน
- D) Dr.สินทรัพย์สำรวจประเมินแหล่งแร่ 44 ล้าน / Dr.ค่าใช้จ่ายในการสำรวจแร่ 17 ล้าน / Cr. เงินสด 61 ล้าน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a
คำถามข้อที่ 174 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: กิจการประกอบธุรกิจผลิตและปล่อยสารพิษในอากาศ โดยในวันที่ 15/12/25x1 ถูกปรับตามกฎหมาย จำนวน 50,000 บาท ครบกำหนดจ่ายชำระ 13/1/25x2 และบริษัทมีแผนการติดตั้งเครื่องกรองอากาศในโรงงานเพิ่ม 5 เครื่อง ค่าติดตั้ง 20,000 บาทต่อเครื่อง โดยจะจ่ายเมื่อติดตั้งเสร็จทั้งหมด 5 เครื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการยังไม่ได้จ่ายชำระ ค่าปรับและติดตั้งเครื่องกรองอากาศแล้วเสร็จ 3 เครื่อง กิจการจะต้องรับรู้หนี้สินจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 50,000 บาท
- C) 110,000 บาท
- D) 150,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
กิจการต้องรับรู้หนี้สินจากภาระผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว: 1. ค่าปรับ (Legal Obligation) = 50,000 บาท 2. ค่าติดตั้งเครื่องกรอง (เฉพาะส่วนที่ติดตั้งเสร็จแล้ว 3 เครื่อง) = 3×20,000=60,000 บาท รวม = 50,000+60,000=110,000 บาท
คำถามข้อที่ 214 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 25 ธ.ค. x1 กิจการถูกเรียกค่าปรับ 2 ล้านบาทจากหน่วยงาน ถึงกำหนดชำระในอีก 3 เดือน อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เสียค่าปรับอีก บริษัทจึงออกมาประกาศเกี่ยวกับโครงการ ESG ประมาณการรายจ่าย 15 ล้านบาท ทั้งนี้ รายจ่ายและระยะเวลาโครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท บริษัทต้องตั้งประมาณ การหนี้สิน ณ 31 ธ.ค. x1 เท่าใด ตัวเลือก:
- A) ตั้งประมาณการหนี้สิน 2 ล้านบาท สำหรับค่าปรับ
- B) ตั้งประมาณการหนี้สิน 2 ล้านบาทสำหรับค่าปรับ และ 15 ล้านบาทสำหรับโครงการ ESG
- C) ตั้งประมาณการหนี้สิน 15 ล้านบาท สำหรับโครงการ ESG
- D) ไม่ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
• ค่าปรับ 2 ล้าน: เป็นภาระผูกพันตามกฎหมายแล้ว (Legal Obligation) ต้องตั้งหนี้สินทันที• โครงการ ESG 15 ล้าน: ยังไม่ได้รับอนุมัติและยังไม่มีการสื่อสารที่สร้างภาระผูกพันจากการอนุมาน (Constructive Obligation) ที่ชัดเจน จึงยังไม่ต้องตั้งประมาณการ
คำถามข้อที่ 215 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: อ้างถึง TFRIC1 ข้อความเกี่ยวกับประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอนข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) หากกิจการวัดมูลค่า PPE ด้วยวิธีราคาทุน ถ้าการลดลงของหนี้สินเกินกว่ามูลค่าตามบัญชีของ สินทรัพย์ ส่วนที่เกินดังกล่าวต้องรับรู้ใน P/L
- B) หากกิจการวัดมูลค่า PPE ด้วยวิธีราคาทุน กิจการต้องรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละปีเข้า P/L
- C) หากกิจการวัดมูลค่า PPE ด้วยวิธีตีราคาใหม่ หากเคยตีราคาสินทรัพย์ลดลงเข้า P/L งวดก่อน การ ลดลงของหนี้สินต้องรับรู้ใน P/L ไม่เกินจำนวนที่ตีราคาลดลงในงวดก่อนนั้น
- D) หากกิจการวัดมูลค่า PPE ด้วยวิธีตีราคาใหม่ กรณีที่สินทรัพย์นั้นได้คิดค่าเสื่อมราคาจนครอบคลุม อายุการใช้งานแล้ว การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต้องรับรู้เข้า OCI เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 217 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: บริษัท ทวีหนี้สิน จำกัด ที่ตั้งอยู่ชั้น 14 อาคารล้านสิริ 25 ธันวาคม 66 ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมโดนปรับ 2 ล้านบาทต้องจ่ายภายใน 3 เดือน นายเศรษฐี กรรมการ จึงประกาศจะทำระบบกำจัดมลพิษและให้เบ๊ๆ ไป ศึกษาโครงการคาดว่าจะใช้เงิน 15 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดซํ้าโดยยังไม่รู้จังหวะเวลา/จำนวนเงินที่ แน่นอนประมาณการหนี้สิน ของบริษัท ทวีหนี้สิน จำกัด ณ 31 ธันวาคม 66 คือ ตัวเลือก:
- A) 2 ล้าน
- B) 15 ล้าน
- C) 2 และ 15 ล้าน
- D) 0 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
เหตุผล: เหมือนข้อ 11 ค่าปรับ 2 ล้านแน่นอนแล้ว ส่วนโครงการ 15 ล้านยังเป็นเพียงแผนศึกษา ไม่ใช่ภาระผูกพันปัจจุบัน
คำถามข้อที่ 246 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: กิจการประกอบธุรกิจผลิตและได้ปล่อยสารพิษในอากาศ โดยในวันที่ 15/12/25x1 ถูกปรับตามกฎหมาย จำนวน 60,000 บาท ครบกำหนดจ่ายชำระ 13/1/25x2 และบริษัทมีแผนการติดตั้งเครื่องกรองอากาศในโรงงานเพิ่ม 5 เครื่อง ค่าติดตั้ง 20,000 บาทต่อเครื่อง โดยจะจ่ายเมื่อติดตั้งเสร็จทั้งหมด 5 เครื่อง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการยังไมได้จ่ายชำระค่าปรับและติดตั้งเครื่องกรองอากาศแล้วเสร็จ 3 เครื่อง กิจการจะต้องรับรู้หนี้สินจำนวน เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 50,000 บาท
- C) 110,000 บาท
- D) 150,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
• ค่าปรับ (Legal Obligation) = 80,000 บาท (ต้องตั้งหนี้สินทันที) • ค่าติดตั้งเครื่องกรอง: เป็นรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) จะตั้งหนี้สินเฉพาะส่วนที่ติดตั้งแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน (3 เครื่อง × 10,000? หรือตามโจทย์อาจเป็นยอดค้างจ่ายอื่น) [ตามเฉลย 110,000 น่าจะมาจาก ค่าปรับ 80,000 + หนี้สินค่าติดตั้งที่เกิดขึ้นแล้ว 30,000]
คำถามข้อที่ 249 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการประมาณการหนี้สิน ตัวเลือก:
- A) มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าไม่เกิด
- B) มีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะเวลา จำนวนเงินที่ต้องจ่าย
- C) มีความไม่แน่นอนที่จะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ
- D) มีความไม่แน่นอนที่จะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ แต่ต้องทราบว่าจ่ายให้ใคร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 262 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารับประกันการซ่อม 6 เดือน ต้นทุนการซ่อมเบา 500,000 บาท และ 2 ล้านบาทสำหรับการ ซ่อมแซมที่รุนแรง โอกาสที่จะไม่เกิดการซ่อม 80% ซ่อมเบา 15% ซ่อมรุนแรง 5% กิจการต้องตั้งประมาณหนี้สิน การรับประกันเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 500,000 บาท
- B) 2,000,000 บาท
- C) 175,000 บาท
- D) 0 บาท สถานการณ์ prob. ค่าซ่อม ถัวเฉลี่ย ไม่ต้องซ่อม 80% - - ซ่อมเบา 15% 500,000 75,000 ซ่อมหนัก 5% 2,000,000 100,000 ตั้งประมาณการค่าซ่อม 175,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การรับประกันใช้ Expected Value: • ซ่อมเบา: 500,000 × 15% = 75,000 • ซ่อมหนัก: 2,000,000 × 5% = 100,000 • ไม่ซ่อม: 0 × 80% = 0 • รวม = 175,000 บาท
คำถามข้อที่ 311 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: บริษัทขายรถ โดยรับประกันค่าซ่อมจากความเสียหายระยะเวลา 2 ปี กรณีที่ความเสียหายเกิดจากตัวเครื่องยนต์ ค่าซ่อมแซมความเสียหาย 100,000 บาทต่อคัน แต่หากเกิดจากส่วนอื่นจะมีค่าซ่อมแซม 20,000 บาทต่อคัน ใน ระหว่างปี บริษัทขายรถยนต์ได้ 10 คัน จากประสบการณ์ในอดีต 85% ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น 15% ความ เสียหายเกิดจากเครื่องยนต์ และ 10% เสียหายจากส่วนอื่น บริษัทต้องตั้งประมาณการหนี้สินค่าซ่อมเท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 20,000 บาท
- B) 100,000 บาท
- C) 170,000 บาท
- D) ไม่ต้องตั้งประมาณการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
คำอธิบายในไฟล์: โจทย์ให้ข้อมูลความน่าจะเป็นรวมกันได้ 110% (85+15+10) ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักความน่าจะเป็น จึงไม่สามารถใช้วิธีค่าที่คาดหวัง (Expected Value) ได้ จึงต้องใช้วิธีเลือกโอกาสที่ เป็นไปได้มากที่สุด (Most Likely Outcome) แทน ซึ่งคือ "ไม่มีความเสียหาย" (85%) ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งประมาณการหนี้สิน
คำถามข้อที่ 319 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ลูกค้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1,000,000 บาท โดยที่ปรึกษากฎหมายให้ความเห็นว่ามีความเป็นไปได้ 50% ที่ บริษัทต้องจ่ายชดเชย บริษัทต้อง ตัวเลือก:
- A) ไม่ต้องตั้งประมาณการ
- B) ไม่ต้องตั้งประมาณการหนีัสิน แต่ต้องเปิดเผยหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากคดีความ
- C) ตั้งประมาณการหนี้สิน 1 ล้านบาท
- D) ตั้งประมาณการหนี้สิน 5 แสนบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ความเป็นไปได้ที่ 50% ถือว่ายังไม่ถึงระดับ "เป็นไปได้ค่อนข้างแน่" (Probable, >50%) จึงยังไม่บันทึกเป็นหนี้สิน (Provision) แต่ให้เปิดเผยข้อมูลเป็น หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liability) ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
คำถามข้อที่ 339 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: บริษัทได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท บริษัทประเมินความเสียหาย และส่ง เอกสารเคลมกับบริษัทประกันภัย ซึ่ง ณ 31/12/25x1 บริษัทยังไม่ได้รับสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย แต่ ทนายความบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับเงินจากบริษัทประกันภัย บริษัทจะถือปฏิบัติอย่างไรเกี่ยวกับ ธุรกรรมข้างต้น ณ 31/12/25x1 ตัวเลือก:
- A) ตั้งประมาณการสินทรัพย์ 1 ล้านบาท เพราะมีโอกาสสูงที่จะได้รับชำระ
- B) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเคลมข้างต้นในหัวข้อ “สินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้น” เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูง ที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทน
- C) ไม่ต้องดำเนินการใดๆ
- D) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
หากมีความเป็นไปได้สูง (Probable) ให้เปิดเผยในหมายเหตุ ห้ามบันทึกจนกว่าจะแน่นอน
คำถามข้อที่ 346 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: บริษัทได้รับความเสียหายจาก อุบัติเหตุมูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท ณ วันที่ 31/12/25x1 บริษัทยื่นเอกสาร เพื่อขอเคลมค่าความเสียหายจากบริษัทประกันภัย ซึ่งมูลค่าขอเคลมคือ 4 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก บริษัทประกันภัย บริษัทจะต้องถือปฏิบัติกับรายการข้างต้นอย่างไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สิน 5 ล้านบาท
- B) บันทึกค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สิน 5 ล้านบาท และบันทึกสินทรัพย์จากการขอเคลมประกัน 4 ล้านบาท
- C) บันทึกค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สิน 4 ล้านบาท
- D) บันทึกค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สิน 4 ล้านบาท และบันทึกสินทรัพย์จากการขอเคลมประกัน 4 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
บันทึกความเสียหายทันที แต่การเคลมประกัน (Reimbursement) ยังไม่แน่นอน จึงบันทึกไม่ได้
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การบันทึกรับรู้ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า (Expected Value Method):
Dr. ค่าใช้จ่ายประมาณการการรับประกันสินค้า
Cr. ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า
เมื่อมีการส่งเคลมและชำระจริงในอนาคต:
Dr. ประมาณการหนี้สินการรับประกันสินค้า
Cr. เงินสด / อะไหล่สินค้าคงเหลือ
TAS 16: ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- รับรู้สินทรัพย์ถาวรเมื่อวัดมูลค่าราคาทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยราคาทุนเริ่มต้นต้องรวมราคาซื้อ, ต้นทุนการขนส่ง/การจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมทำงาน, และประมาณการมูลค่าปัจจุบันของต้นทุนการรื้อถอนในอนาคต (Decommissioning Cost) การวัดมูลค่าภายหลังใช้วิธีราคาทุน (Cost Model) หรือตีราคาใหม่ (Revaluation Model) โดยการตีราคาใหม่หากเพิ่มขึ้นครั้งแรกให้โอนเข้า OCI (ส่วนเกินทุนตีราคาใหม่) หากลดลงให้รับรู้ในกำไรหรือขาดทุนในงวดนั้นทันที
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ต้นไม้เหล็กรับภาระเสื่อมโทรม' - สินทรัพย์ถาวรเปรียบเสมือนเครื่องจักรหลักที่ปั่นผลกำไร ยามแรกรับเข้ามาให้พ่วงค่าใช้จ่ายทางตรงทุกอย่าง (รวมค่าถอนซาก) และหักลดมูลค่าเสื่อมราคาไปเรื่อยๆ ตามอายุ แต่หากวันใดราคาตลาดเพิ่มและปรับตีราคาใหม่ ส่วนต่างกำไรสะสมห้ามเอาไปปันผล ให้โอนไปฝากเก็บไว้ใน OCI (ส่วนเกินทุน) เป็นหลักประกันเพื่อความคงทนของทุนกิจการ
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 68 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 ซื้อสินทรัพย์ 490,000 บาท มูลค่าคงเหลือ 70,000 บาท อายุการให้ประโยชน์ 5 ปี ณ สิ้นปี 25x3 มีค่าเสื่อมราคา สะสม 336,000 บาท ถามว่า ปี 25x4 จะมีค่าเสื่อมราคาในงบกำไรขาดทุนเท่ากับเท่าใด หากกิจการใช้วิธีเดียวกันในการคิดค่าเสื่อม ราคาตลอดอายุสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) 56,000 บาท
- B) 84,000 บาท
- C) 96,000 บาท
- D) 112,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: เช็ควิธีการคิดค่าเสื่อมจากข้อมูลปี x3 (สะสม 336,000):ทุนที่คิดค่าเสื่อม = 490,000 - 70,000 = 420,000ลองวิธี ผลรวมจำนวนปี (SYD): ผลรวม 1-5 = 15ปี 1: 5/15 x 420k = 140kปี 2: 4/15 x 420k = 112kปี 3: 3/15 x 420k = 84kรวมสะสม 3 ปี = 336,000 (ตรงกับโจทย์)ดังนั้นหาปีที่ 4 (25x4): 2/15 x 420,000 = 56,000 บาท
คำถามข้อที่ 93 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่ได้ ตัวเลือก:
- A) รายจ่ายซ่อมบำรุงประจำปี
- B) ต้นทุนเปลี่ยนชิ้นส่วน
- C) ค่าตรวจสภาพครั้งใหญ่
- D) ค่าต่อเติมอาคาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 16: รายจ่ายในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามปกติ (Repairs and Maintenance) เพื่อรักษาสภาพสินทรัพย์ ถือเป็น ค่าใช้จ่ายในงวด ไม่สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ ต่างจากค่าเปลี่ยนอะไหล่สำคัญ หรือต่อเติมที่เพิ่มประโยชน์
คำถามข้อที่ 99 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ข้อใดไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา ตัวเลือก:
- A) ที่ดินมีไว้เพื่อฝังกลบขยะ
- B) รถยนต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่มีไว้เพื่อขาย
- C) เครื่องจักรที่หยุดพักการใช้งาน
- D) อาคารสำนักงานที่สร้างพร้อมใช้งาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TFRS 5: สินทรัพย์ที่จัดประเภทเป็น "สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย" ให้หยุดคิดค่าเสื่อมราคา และวัดมูลค่าด้วย Fair Value less cost to sell หรือ Book Value แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ส่วนข้ออื่น (หลุมฝังกลบ, อาคาร, เครื่องจักรหยุดพัก) ต้องคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ
คำถามข้อที่ 147 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการมีที่ดินที่ใช้ดำเนินกิจการสาขาจำนวน 3 แห่ง กิจการต้องการใช้วิธีตีราคาใหม่ของที่ดิน กิจการต้องทำ อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ใช้วิธีตีราคาใหม่สำหรับ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ ทุกประเภท
- B) ใช้วิธีตีราคาใหม่สำหรับที่ดินทุกสาขา https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/
- C) ใช้วิธีตีราคาใหม่ สำหรับที่ดินเฉพาะบางสาขา
- D) ถูกทุกข้อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
หากกิจการเลือกใช้นโยบายการตีราคาใหม่ (Revaluation Model) จะต้องถือปฏิบัติกับสินทรัพย์ ทั้งกลุ่ม (Entire Class) นั้นๆ (เช่น ที่ดินทั้งหมด) จะเลือกปฏิบัติเฉพาะบางรายการหรือบางสาขาไม่ได้
คำถามข้อที่ 170 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: ต้นทุนเกิดขึ้นภายหลังรายการใด ที่ไม่สามารถนามารวมเป็นมูลค่าตามบัญชีของรายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ได้ ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนซ่อมแซมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
- B) ต้นทุนเปลี่ยนแทนส่วนประกอบของที่ดิน อาคาร อุปกรณ์บางรายการ
- C) ต้นทุนที่เกิดจากการตรวจสอบสภาพครั้งใหญ่
- D) ต้นทุนจากการต่อเติมหรือขยายพื้นที่ของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ต้นทุนในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตามปกติ (Repairs and Maintenance) เพื่อรักษาสภาพสินทรัพย์ ให้รับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย ในงวดที่เกิดขึ้นทันที ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสินทรัพย์
คำถามข้อที่ 195 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: 1 ม.ค.25x1 บริษัทมีอาคารราคาทุน 1,000,000 บาท อายุ 30 ปี ต่อมา 31 ธ.ค.25x1 ตีราคาอาคารเพิ่มเป็น 1,200,000 บาท บริษัทจะมีส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่แสดงเป็นองค์ประกอบอื่นของส่วนผู้ถือหุ้น ณ 31 ธ.ค. 25x2 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 191,954 บาท
- B) 200,000 บาท
- C) 225,287 บาท
- D) 233,333 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
คำนวณส่วนเกินทุน (Surplus) หรือยอดคงเหลือหลังจากตัดจำหน่ายส่วนเกินทุนตามอายุการใช้งาน
คำถามข้อที่ 209 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการควรจัดประเภทสินทรัพย์รายการใดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:
- A) ซื้อรถมาให้เช่า
- B) ซื้อที่ดินมาแบ่งขาย
- C) ซื้อที่ดินมาแต่ยังไม่ได้กำหนดวัตถุประสงค์
- D) ซื้ออาคารมาให้เช่า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
รถยนต์ที่ซื้อมาเพื่อให้เช่าดำเนินงาน (Operating Lease) ถือเป็น PPE ของผู้ให้เช่า (เพราะผู้ให้เช่ายังคงความเสี่ยงและผลตอบแทนหลัก) และคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ
คำถามข้อที่ 225 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดควรจัดประเภทเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ตาม TAS 16 ตัวเลือก:
- A) กองทุนรวมเพื่อค้า
- B) พืชเพื่อให้ผลิตผล
- C) นํ้ามัน
- D) ต้นสักที่ใช้เวลา 20 ปีในการเก็บเกี่ยวผลผลิต เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 16: พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ถือเป็น PPE
คำถามข้อที่ 237 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 1 ม.ค.25x1 บริษัทมีอาคารมูลค่า 1,000,000 บาท อายุ 30 ปี ต่อมา 31 ธ.ค.25x1 ตีราคาอาคารเพิ่มเป็น 1,200,000 บาท ส่วนเกินทุนอื่นจากการตีราคา PPE ณ 31 ธ.ค.25x2 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 191,954 บาท
- B) 200,000 บาท
- C) 225,287 บาท
- D) 233,333 บาท คำตอบจะเท่ากับ ((1.2m - (1.0m x 29/30ปี)) x 28/29 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การคำนวณ: 31/12/x1: Surplus = 1.2M - (1M*29/30) = 233,333.31/12/x2: โอนส่วนต่างค่าเสื่อมออก = (1.2M/29) - (1M/30) = 41,379 - 33,333 = 8,046.Surplus คงเหลือ = 233,333 - 8,046 = 225,287 บาท
คำถามข้อที่ 245 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: 1 ม.ค.25x1 กิจการซื้ออุปกรณ์ราคา 420,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี คิดค่าเสื่อมราคาวิธียอดลดลงทวีคูณ มี มูลค่าคงเหลือ 20,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี สิ้นสุด 31 ธ.ค.25x3 มีจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 100,800 บาท
- B) 57,600 บาท
- C) 60,480 บาท
- D) 96,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
วิธีลดลงทวีคูณ (Double Declining): อัตรา = 2/5 = 40% (เริ่ม 1 ม.ค. X1) • ปี X1: 420,000 × 40% = 168,000 (BV=252,000) • ปี X2: 252,000 × 40% = 100,800 (BV=151,200) • ปี X3: 151,200 × 40% = 60,480 บาท (BV คงเหลือ 90,720 > ซาก 20,000 จึงคิดได้เต็ม)
คำถามข้อที่ 251 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: 1 ต.ค.25x1 กิจการซื้ออุปกรณ์ราคา 420,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี คิดค่าเสื่อมราคาวิธียอดลดลงทวีคูณ มี มูลค่าคงเหลือ 20,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี สิ้นสุด 31 ธ.ค.25x3 มีจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 100,800 บาท
- B) 80,000 บาท
- C) 60,480 บาท
- D) 90,720 บาท ช่วงเวลา ปี BV ต้นงวด ค่าเสื่อมฯสำหรับปี BV สิ้นงวด Q4/x1 - Q3/x2 1 420,000 168,000 252,000 Q4/x2 - Q3/x3 2 252,000 100,800 151,200 Q4/x3 - Q3/x4 3 151,200 60,480 90,720 Q4/x4 - Q3/x5 4 90,720 36,288 54,432 Q4/x5 - Q3/x6 5 54,432 34,432 20,000 * คิดค่าเสื่อม 2 เท่าของเส้นตรง = 40% ค่าเสื่อมปี x3 จึงเท่ากับ 100,800 x 9/12 75,600 60,480 x 3/12 15,120 รวม 90,720 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(โจทย์เหมือนข้อ 7 แต่เริ่มซื้อ 1 ต.ค. X1): • ปี X1 (3 เดือน): 420k×40%×3/12 = 42,000 (BV=378,000) • ปี X2: 378k×40% = 151,200 (BV=226,800) • ปี X3: 226.8k×40% = 90,720 บาท
คำถามข้อที่ 256 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นต้นทุนของ PPE ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนขนส่งและการเก็บรักษา
- B) ต้นทุนการขนย้ายจากที่เก่าไปที่ใหม่
- C) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืนไม่ได้
- D) ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ต้นทุนการขนย้ายสินทรัพย์ไปยังสถานที่ใหม่ (Relocation costs) ภายหลังจากที่สินทรัพย์ติดตั้งพร้อมใช้งานครั้งแรกแล้ว ถือเป็น ค่าใช้จ่าย ไม่รวมเป็นต้นทุนของสินทรัพย์
คำถามข้อที่ 266 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ PPE ตัวเลือก:
- A) กิจการไม่สามารถรับรู้รายจ่ายที่จัดซื้อสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับโครงการ ESG เป็นต้นทุกสินทรัพย์ได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม
- B) ค่าซ่อมแซมประจำต้องเป็นรายจ่ายไม่รวมเป๋นต้นทุนสินทรัพย์
- C) รายจ่ายเปลี่ยนแทนสินทรัพย์รวมเป็นต้นทุนสินทรัพย์ได้
- D) รายจ่ายตรวจสอบสภาพครั้งใหญ่รวมเป็นต้นทุนสินทรัพย์ได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 276 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: การคิดค่าเสื่อมราคาวิธีใดไม่เหมาะสม ตัวเลือก:
- A) วิธียอดลดลง
- B) วิธีเส้นตรง
- C) วิธีอ้างอิงจากรายได้ในอนาคต
- D) Sum of the years Digit เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
มาตรฐานการบัญชี (เช่น TAS 16, TAS 38) ระบุว่าวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่อ้างอิงจากรายได้ (Revenue-based method) ไม่เหมาะสม สำหรับสินทรัพย์ที่มีตัวตน เพราะรายได้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่น (เช่น เงินเฟ้อ, ราคาขาย) ซึ่งไม่ได้สะท้อนการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของสินทรัพย์นั้นโดยตรง
คำถามข้อที่ 280 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: กิจการตีราคาที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์รายการหนึ่งเท่ากับ 50 ล้านบาท โดย PPE รายการดังกล่าวมี BV 60 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคาสะสม 20 ล้านบาท กิจการจะบันทึกบัญชีปรับปรุงตามสัดส่วนอย่างไร ตัวเลือก:
- A) Dr. PPE 15 ล้านบาท Cr. ค่าเสื่อมราคาสะสม 5 ล้านบาท Cr. ส่วนเกินทุนจากการตีราคา PPE 10 ล้านบาท
- B) Dr. PPE 10 ล้านบาท Cr. ส่วนเกินทุนจากการตีราคา PPE 10 ล้านบาท
- C) Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม 20 ล้านบาท Cr. PPE 10 ล้านบาท Cr. ส่วนเกินทุนจากการตีราคา PPE 10 ล้านบาท
- D) ทำได้ทั้งสามข้อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ปรับปรุงตามสัดส่วน (Proportional Restatement): ราคาทุนและค่าเสื่อมสะสมปรับเพิ่มขึ้น 25% (จาก BV 40 เป็น FV 50) ทำให้เกิดส่วนเกินทุน (OCI) 10 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 301 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ก ร่วมการงานกับ ข โดยก ลงเครื่องจักร ข ลงแรงงาน ส่วนแบ่ง 30:70 ก ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกเครื่องจักรเป็นเงินลงทุนร่วมค้า
- B) บันทึกเครื่องจักรเป็นที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
- C) บันทึกส่วนแบ่งจากสินทรัพย์สุทธิหักเครื่องจักร 30%
- D) บันทึกส่วนแบ่งจากสินทรัพย์สุทธิ 30% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ในการร่วมดำเนินงาน (Joint Operation) ผู้ร่วมดำเนินงานต้องรับรู้สินทรัพย์ที่ตนควบคุม (เช่น เครื่องจักรที่นามาลง) ดังนั้น ก. บันทึกเครื่องจักรเป็น PPE ของตนเอง ไม่ใช่เงินลงทุน +1
คำถามข้อที่ 316 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดเป็น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ตาม TAS16 ตัวเลือก:
- A) พืชให้ผลิตผล
- B) Xx
- C) Xx
- D) Xx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
พืชให้ผลิตผล (Bearer Plant) เช่น ต้นยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน ถือเป็นสินทรัพย์ประเภท PPE ตาม TAS 16 (ส่วนผลผลิตที่อยู่บนต้นเป็น TAS 41)
คำถามข้อที่ 331 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: เครื่องจักร ราคา1,000,000 บาท คาดการณ์ผลิตสินค้าได้100,000 ชิ้น มูลค่าเศษซากหลังใช้งาน 50,000 บาท 25x1ผลิตสินค้าได้ 20,000 ชิ้น กิจการคิดค่าเสื่อมจำนวนผลผลิต ณสิ้นปี เครื่องจักรมีมูลค่าตามบัญชีเท่าไร ตัวเลือก:
- A) 810,000 บาท
- B) 720,000 บาท
- C) 100,000 บาท
- D) 1,000,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
(1M - 50k) / 100k × 20k = 190k (ค่าเสื่อม) BV = 1M - 190k = 810,000
คำถามข้อที่ 359 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: อ้างถึง TAS 16 เรื่องที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ หากกิจการใช้วิธีตีราคา (Revaluation Model) สำหรับ PPE ข้อใด ต่อไปนี้ “ไม่ใช่” ข้อมูลที่มาตรฐานกำหนดให้ต้องเปิดเผยในงบการเงิน ตัวเลือก:
- A) วันที่มีผลของการตีราคาล่าสุด
- B) ข้อเท็จจริงว่าการตีราคาดำเนินการโดยผู้ประเมินอิสระหรือไม่
- C) ยอดส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่แสดงในส่วนของเจ้าของ
- D) ชื่อของผู้ประเมินมูลค่าที่ทำการตีราคา เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 361 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: วันที่ 1 กรกฎาคม 25x1 กิจการซื้อรถราคา 700,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี มูลค่าคงเหลือ 1,000 บาท และ ตัดค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีเส้นตรง ต่อมา ณ สิ้นปี 25x3 กิจการประเมินอายุการใช้งานคงเหลือใหม่เป็น 3 ปี และ ไม่มีมูลค่าคงเหลือ ค่าเสื่อมราคาสำหรับปี 25x3 เท่ากับข้อใด ตัวเลือก:
- A) 69,900 บาท
- B) 139,800 บาท
- C) 163,433 บาท
- D) 233,100 บาท (700,000−1,000)/5=139,800 บาท ซึ่งการเปลี่ยนประมาณการเกิดขึ้น ณ สิ้นปี 25x3 จึงมีผล prospective ตั้งแต่ ปีถัดไป ดังนั้นค่าเสื่อมของปี 25x3 ยังเป็น 139,800 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณราคาทุนเริ่มต้นที่พ่วงประมาณการรื้อถอน:
ราคาทุนเริ่มต้น = จ่ายซื้อสุทธิ + ต้นทุนขนส่งติดตั้ง + มูลค่าปัจจุบัน (PV) ของค่ารื้อถอนในอนาคต
การบันทึกบัญชี ณ วันซื้อสินทรัพย์:
Dr. เครื่องจักร / อาคาร
Cr. เงินสด / เจ้าหนี้
Cr. ประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอน (Decommissioning Provision - มูลค่าปัจจุบัน)
TAS 12: ภาษีเงินได้
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax) เกิดขึ้นเนื่องจากความแตกต่างระหว่างฐานบัญชี (Carrying Amount) และฐานภาษี (Tax Base) ของสินทรัพย์หรือหนี้สิน ซึ่งทำให้เกิดผลต่างชั่วคราว (Temporary Differences):
- ผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (Deductible Temporary Difference) -> เกิดสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA)
- ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) -> เกิดหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTL) เกณฑ์นี้ใช้ประเมินภาระภาษีข้ามปีตามเกณฑ์คงค้าง
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'บัตรเครดิตล่วงหน้าของสรรพากร' - การที่บัญชีรับรู้ค่าใช้จ่ายในงวด (เช่น หนี้สงสัยจะสูญหรือสำรองพนักงาน) แต่สรรพากรยอมให้หักค่าใช้จ่ายตอนจ่ายเงินจริงเท่านั้น ทำให้เราจ่ายภาษีปีนี้แพงเกินจริง เปรียบเหมือนเราได้บัตรเครดิตสะสมแต้ม DTA มาเก็บไว้ล้างภาษีในอนาคต
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 50 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: บริษัทซื้อรถยนต์นั่งมำในราคา 2,600,000 บาทอำยุการให้ประโยชน์ทำงบัญชีและภำษีเท่ำกันคือ 5 ปี อัตรำภำษี 20% กิจการจะรับรู้สินทรัพย์(หนี้สิน)ภำษีรอตัดบัญชีเท่ำไหร่ ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 64,000 บาท
- C) 320,000 บาท
- D) 260,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TAS 12: 1. ทางบัญชีและภาษีตัดค่าเสื่อมเท่ากัน (5 ปี) จึงไม่มีผลต่างชั่วคราวจากการตัดค่าเสื่อม2. ประเด็นส่วนเกินมูลค่ารถยนต์ (ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทที่สรรพากรไม่ให้หัก) ถือเป็น ผลแตกต่างถาวร (Permanent Difference) หรือเข้าข่ายข้อยกเว้นการรับรู้เริ่มแรก (Initial Recognition Exemption) ซึ่งมาตรฐานไม่ให้รับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
คำถามข้อที่ 52 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: หำกกิจการซื้อรถหรูราคา 3,000,000 บาท โดยตัดค่าเสื่อมราคา 20% ต่อปี ธุรกรรมข้ำงต้นจะมีค่าเสื่อมราคา ทำงบัญชี / สินทรัพย์ภำษีเงินได้รอตัดบัญชี ในปีแรกเท่ำกับเท่ำใด ตัวเลือก:
- A) 600,000 บาท / 0 บาท
- B) 200,000 บาท / 80,000 บาท
- C) 600,000 บาท / 80,000 บาท
- D) 200,000 บาท / 0 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: ค่าเสื่อมทางบัญชี = 3,000,000 x 20% = 600,000 บาทภาษีเงินได้รอตัดบัญชี = 0 บาท (เนื่องจากผลต่างเกิดจากการจำกัดมูลค่าต้นทุนทางภาษี ซึ่งเป็น Permanent Difference หรือเข้าข่าย Initial Recognition Exemption ไม่บันทึก Deferred Tax)
คำถามข้อที่ 57 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: จากการที่กฎหมายแรงงานเปลี่ยนอัตราเงินชดเชยเลิกจ้างจาก 300 วันเป็น 400 วัน กระทบภาษีรอตัดอย่างไร ตัวเลือก:
- A) DTL เพิ่ม
- B) DTL ลด
- C) DTA เพิ่ม
- D) DTA ลด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 59 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่เงินนาส่งรัฐ ตัวเลือก:
- A) ภาษีโรงเรือน
- B) ภาษีสรรพสามิต
- C) ภาษีเงินได้
- D) เงินนาส่งธปท. ตามกฎหมายการนาส่งเงินระหว่างประเทศ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 62 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: ช่วงที่ผ่านมา มีการประกาศกฎหมายลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลออกมาในเดือนธันวาคม จาก 30% เหลือ 20% สำหรับกำไรที่เริ่ม 1 ม.ค. x2 กิจการจะต้องคำนวณภาษีสำหรับปี 25x1 อย่างไร ตัวเลือก:
- A) ใช้อัตราภาษี 20% สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้งวดปัจจุบัน / ใช้อัตราภาษี 30% สำหรับคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
- B) ใช้อัตราภาษี 20% สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้งวดปัจจุบัน / ใช้อัตราภาษี 20% สำหรับคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
- C) ใช้อัตราภาษี 30% สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้งวดปัจจุบัน / ใช้อัตราภาษี 30% สำหรับคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
- D) ใช้อัตราภาษี 30% สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้งวดปัจจุบัน / ใช้อัตราภาษี 20% สำหรับคำนวณภาษีเงินได้รอ ตัดบัญชี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
กิจการต้องวัดมูลค่าหนี้สิน (หรือสินทรัพย์) ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบัน โดยใช้อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้อยู่ ณ สิ้นรอบระยะเวลารายงาน และ วัดมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีด้วยอัตราภาษีสำหรับงวดที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีหรือในงวดที่กิจการคาดว่าจะจ่ายชำระหนี้สินภาษี (TAS12.46-47)
คำถามข้อที่ 69 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: กิจการถูกฟ้องคดีเกี่ยวภาษีเงินได้ ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินให้กิจการแพ้คดี ต่อมากิจการดูข้อพิพากษาของศาลฎีกาที่มีเหตุการณ์ เหมือนกันนั้นศาลตัดสินเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ทางฝ่ายบริหารและทนายจึงคิดว่ากิจการมีโอกาสชนะ จึงยื่นอุทธรณ์มูลค่าของความ เสียหายคือ 100,000 บาท อ้างถึง TAS 37 ต้องรับรู้หรือเปิดเผยอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ไม่บันทึก แต่เปิดเผยเป็นหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
- B) ไม่บันทึก และไม่เปิดเผยข้อมูล
- C) บันทึกรับรู้เป็นประมาณการหนี้สิน
- D) ถือปฏิบัติแบบใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การวิเคราะห์: แม้ศาลชั้นต้นตัดสินแพ้ แต่ฝ่ายบริหารและทนายเชื่อมั่นว่าจะชนะในชั้นอุทธรณ์ แสดงว่าภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินนั้น "ยังไม่เป็นไปได้ค่อนข้างแน่" (Not Probable outflow) จึง ไม่ต้องบันทึกหนี้สิน แต่เนื่องจากมีความไม่แน่นอน จึงควร เปิดเผยข้อมูลหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liability) ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
คำถามข้อที่ 78 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้คือเงินที่นาส่งรัฐ ตามการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 21 ตัวเลือก:
- A) หนี้สินที่เกิดจากโครงการการค้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- B) เงินนาส่งตามที่รัฐบาลจัดเก็บจากกิจการตามระเบียบกฎหมาย
- C) เงินที่นาส่งรัฐเพื่อได้มาซึ่งสินทรัพย์
- D) เบี้ยปรับหรือบทลงโทษ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง IFRIC 21: นิยามของ "เงินที่นาส่งรัฐ" (Levy) คือเงินที่รัฐบาลจัดเก็บจากกิจการตามข้อกำหนดของกฎหมาย (ไม่รวมภาษีเงินได้ หรือเบี้ยปรับ)
คำถามข้อที่ 124 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์มีราคาทุน 300,000 บาท มูลค่าตามบัญชี 200,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสมทางภาษี 180,000 บาท กิจการจะรับรู้ภาษีรอตัดบัญชีอย่างไร หากอัตราภาษี 20% ตัวเลือก:
- A) DTA16,000 บาท
- B) DTL16,000 บาท
- C) DTA 34,000 บาท
- D) DTL.34,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ: • มูลค่าตามบัญชี (BV) = 200,000 • ฐานภาษี (TB) = ทุน 300,000 - ค่าเสื่อมภาษี 180,000 = 120,000 • ผลต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable) = 200,000 - 120,000 = 80,000 • DTL = 80,000 × 20% = 16,000 บาท
คำถามข้อที่ 136 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: บริษัท ต้องตั้ง DTA ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 เท่ากับเท่าใดโดยที่ มีค่าเผื่อผลขาดทุนลูกหนี้ 50,000 บาท / หนี้สินผลประโยชน์ พนักงาน 100,000 บาท / ขาดทุนทางภาษียกมา 200,00 บาท โดยขาดทุนที่ยกมาจะหมดสิทธิในปี 25×1 จำนวน 150,000 บาท ปี 25×2 จำนวน 50,000 บาท โดยบริษัท มีกำไรสุทธิปี 25×1 จำนวน 80,000 บาท ประมาณการกำไรสุทธิปี 25×2 100,000 บาท โดย อัตราภาษี 20% ตัวเลือก:
- A) 30,000 บาท
- B) 40,000 บาท
- C) 54,000 บาท
- D) 80,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 137 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: ค่าสร้างอาคารมูลค่า 80,000,000 ล้านบาท และมีวิศวกรของกิจการดูแล2 คน โดยมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับวิศวกรดังต่อไปนี้ เงินเดือน 2,160,000 บาท / โบนัส 360,000 บาท / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 108,000 บาท / ประกันสังคม 27,000 บาท / ผลประโยชน์หลัง ออกจากงาน 90,000 บาท ต้นทุนของอาคารรวมเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 80,000,000 ล้านบาท
- B) 82,160,000 ล้านบาท
- C) 82,655,000 ล้านบาท
- D) 82,745,000 ล้านบาท บาท ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 50,000 ปมก.หนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 100,000 loss carry fwd 50,000 ผลต่างที่ใช้หักภาษี 200,000 อัตราภาษี 20% สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดฯ 40,000 บาท ค่าก่อสร้าง 80,000,000 เงินเดือน 2,160,000 โบนัส 360,000 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 108,000 ประกันสังคม 27,000 ผลประโยชน์หลังออกจากงาน 90,000 รวม 82,745,000 2565 – 24 เมษายน 2565 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ราคาทุนของอาคาร ประกอบด้วยต้นทุนทางตรงทั้งหมดเพื่อให้สินทรัพย์พร้อมใช้งาน: • ค่าก่อสร้าง = 80,000,000 • เงินเดือนวิศวกรคุมงาน = 2,160,000 • โบนัส = 360,000 • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ = 108,000 • ประกันสังคม = 27,000 • ผลประโยชน์หลังออกจากงาน = 90,000 • รวม = 82,745,000 บาท (ในไฟล์ตัวเลือกที่ถูกอาจเป็น d หรือคำนวณในกรอบสี่เหลี่ยม)
คำถามข้อที่ 158 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการตีราคาที่ดินเพิ่ม 1 ล้านบาท กิจการจะรับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวเลือก:
- A) dta 200,000 เข้า pl
- B) dta 200,000 เข้า oci
- C) dtl 200,000 เข้า pl
- D) dtl 200,000 เข้า oci เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
หากมีการตีราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นและรับรู้ใน OCI จะเกิดผลต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable Temporary Difference) ทำให้ต้องบันทึก หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL) โดยรับรู้คู่กับ OCI
คำถามข้อที่ 206 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 1 กค x7 ซื้อเครื่องจักร 600,000 บาท อายุการใช้งาน 6 ปี แต่ทางภาษี ให้คิด 5 ปี ณ 31 ธค x7 มูลค่าตาม บัญชี 550,000 บาท ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 1,000 บาท
- B) 2,000 บาท
- C) 10,000 บาท
- D) 20,000 บาท TB = (600,000 x 4.5ปี/5ปี) = 540,000 บาท DTA = BV 550,000 – TB 540,000 = 10,000 x 20% = 2,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
คำนวณ: • ฐานภาษี (TB) = 600,000 × (4.5/5 ปี) = 540,000 บาท (หักค่าเสื่อมตามภาษีครึ่งปีแรก)• มูลค่าตามบัญชี (BV) = 550,000 บาท• ผลต่างชั่วคราว (Taxable) = 550,000 - 540,000 = 10,000 บาท• DTL (หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี) = 10,000 × 20% = 2,000 บาท (โจทย์ถาม DTA/DTL ตามบริบทน่าจะเป็น DTL จาก Taxable temp diff)
คำถามข้อที่ 259 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: 1 ม.ค. 25x1 ซื้ออุปกรณ์มูลค่า 2,000 บาท คิดค่าเสื่อมราคา 4ปี ไม่มีมูลค่าคงเหลือ ค่าเสื่อมทางภาษีคิด 800 บาท 600 บาท 400 บาท 200 บาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% ต่อมาปี 25x2 ตีราคาเพิ่มเป็น 2,500 บาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25x2 ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่รับรู้เข้า P/L เท่ากับ 25 บาท
- B) DTA = 0 บาท
- C) ต้องบันทึก DTL เพิ่มในปี 25x2 เท่ากับ 475 บาท
- D) DTL ที่ต้องนาไปหักส่วนเกินทุน 375 บาท วันที่ cost ตีราคา BV TB ผลต่างชั่วคราว DTL25% 1/1/x1 2,000 2,000 2,000 - - 31/12/x1 1,500 1,500 1,200 300 - 75 31/12/x2 1,000 1,500 2,500 600 1,900 - 475 31/12/x3 500 1,000 1,500 200 1,300 - 325 31/12/x4 - 500 500 - 500 - 125 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ข้อนี้ถามว่าข้อใด "ไม่" ถูกต้อง อ้างอิง TAS 16: กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาเมื่อสินทรัพย์นั้น "พร้อมใช้งาน" (Available for use) ไม่ใช่เมื่อ "เริ่มใช้งาน" (Put into use) ดังนั้นข้อ d จึงผิด (ตามทฤษฎีบัญชีที่ถูกต้อง แม้ซื้อมาจอดไว้เฉยๆ ถ้าพร้อมใช้ก็ต้องคิดค่าเสื่อมฯ)
คำถามข้อที่ 278 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: กำไรก่อนภาษี 200 บาท ซึ่งรวมค่าปรับที่ไม่สามารถใช้คำนวณภาษีได้ 5 บาท ค่าเสื่อมราคาทางบัญชี 70 บาท แต่ค่าเสื่อมทางภาษี 110 บาท อัตราภาษี 40% กำไรสำหรับปี เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 134 บาท
- B) 124 บาท
- C) 119.4 บาท
- D) 118 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
คำนวณ: กำไรทางบัญชี 200 + ผลต่างถาวร (ค่าปรับ) 5 = 205 ภาษีเงินได้ = 205 × 40% = 82 บาท กำไรสุทธิ = กำไรทางบัญชี 200 - ภาษี 82 = 118 บาท
คำถามข้อที่ 303 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: สินทรัพย์ราคาทุน 2 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชี 1.5 ล้านบาท ค่าเสื่อมสะสมทางภาษี 1.1 ล้านบาท อัตราภาษี 20% ผลต่างชั่วคราวจำนวนเท่าใดและสินทรัพย์หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเท่าใด ตัวเลือก:
- A) ผลต่าง 600,000 บาท DTA 120,000 บาท
- B) ผลต่าง 600,000 บาท DTL 120,000 บาท
- C) ผลต่าง 400,000 บาท DTA 80,000 บาท
- D) ผลต่าง 400,000 บาท DTL 80,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ราคาตามบัญชี (1.5 ล้าน) > ฐานภาษี (2.0 - 1.1 = 0.9 ล้าน) เกิด ผลแตกต่างชั่วคราวต้องเสียภาษี (Taxable) จำนวน 0.6 ล้าน คูณ 20% = หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTL) 120,000 +1
คำถามข้อที่ 321 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: จากการคำนวณกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษี กิจการควรรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เป็นเท่าใด (อัตราภาษี 20%) กำไรทางบัญชี 600,000 ผลแตกต่างถาวร (30,000) คงเหลือ 570,000 ผลแตกต่างชั่วคราว (40,000) กำไรทางภาษี 530,000 ตัวเลือก:
- A) 120,000 บาท
- B) 114,000 บาท
- C) 6,000 บาท
- D) 106,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ค่าใช้จ่ายภาษี (Tax Expense) คำนวณจากกำไรทางบัญชีที่ปรับปรุงผลแตกต่างถาวรแล้ว • กำไรทางบัญชี 600,000 - ผลต่างถาวร 30,000 = 570,000 • ค่าใช้จ่ายภาษี = 570,000 × 20% = 114,000 บาท (ผลแตกต่างชั่วคราวจะกระทบการแบ่งส่วนระหว่าง Current Tax กับ Deferred Tax แต่ยอดรวมค่าใช้จ่ายภาษียังคงเดิม หากอัตราภาษีคงที่)
คำถามข้อที่ 345 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: กิจการมีค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 บาท ซึ่งไม่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ในปัจจุบันหรืออนาคต (non-deductible expense) หากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลคือ 20% ฐานภาษีของค่าใช้จ่ายนี้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 10 บาท
- B) 12 บาท
- C) 0 บาท
- D) 2 บาท ฐานภาษี คือ จำนวนที่หักกำไรทางภาษีในอนาคต ในกรณีนี้ “ค่าใช้จ่ายสิ่งแวดล้อม 10 บาท” ไม่สามารถหักลดหย่อน ภาษีได้เลย → ไม่มีผลทางภาษีในอนาคต ดังนั้น ฐานภาษี = 0 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี ไม่สามารถนามาหักลดหย่อนในอนาคตได้ ฐานภาษีจึงเป็น 0
คำถามข้อที่ 364 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ข้อใดอธิบายความหมายของ “ค่าใช้จ่าย (รายได้) ภาษีเงินได้” ได้ถูกต้องที่สุด ตาม TAS 12 ภาษีเงินได้ ตัวเลือก:
- A) ภาษีเงินได้ที่ต้องชำระให้กรมสรรพากรสำหรับกำไรทางภาษีของงวดนั้น
- B) ภาษีเงินได้ที่คำนวณจากกำไรทางบัญชีของกิจการ
- C) ภาษีเงินได้งวดปัจจุบัน รวมกับภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่เกิดจากผลแตกต่างชั่วคราว
- D) ภาษีเงินได้ที่กิจการคาดว่าจะต้องจ่ายในอนาคตจากกำไรสะสม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 367 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก ซื้อรถยนต์นั่งมาในราคา 1,800,000 บาท กิจการตัดค่าเสื่อมราคาโดยวิธีเส้นตรง อัตรา 20% ต่อปี ทั้งทางบัญชีและทางภาษี ตามกฎหมายภาษีอากร ค่าเสื่อมราคาของ รถยนต์นั่งสามารถนามา หักภาษีได้จากมูลค่ารถไม่เกิน 1,000,000 บาท กิจการคาดว่าจะขายรถยนต์คันนี้ในอนาคต ให้พิจารณาว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 กิจการต้องรับรู้ สินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred tax) เท่าใด หาก อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่ากับ 20% ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 32,000 บาท
- C) 160,000 บาท
- D) 800,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณ DTA และ DTL:
DTA หรือ DTL = ผลต่างชั่วคราว ณ สิ้นงวด x อัตราภาษีเงินได้
การบันทึกรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA):
Dr. สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Asset)
Cr. รายได้ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (หรือหักลดค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ประจำงวด)
TAS 28: เงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- เงินลงทุนในบริษัทร่วม (สัดส่วนการถือหุ้นระหว่าง 20%-50% หรือมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ - Significant Influence) และการร่วมค้า (Joint Venture) ตามวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) เริ่มแรกต้องรับรู้เงินลงทุนด้วยราคาทุน และปรับปรุงด้วยส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนสุทธิหลังการได้มาของบริษัทร่วม และหักลดด้วยเงินปันผลที่ได้รับ (เพราะปันผลรับถือเป็นการถอนทุนคืน)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ปลาตัวใหญ่โตตามน้ำปลาทองตัวเล็ก' - เงินลงทุนในวิธีส่วนได้เสียเปรียบเหมือนเฝ้าดูความเติบโตของบริษัทร่วม เมื่อเขามีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น เงินลงทุนในมือเราก็จะโตตามไปด้วยโดยสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อไหร่ที่เขาตัดแบ่งเงินสดมาจ่ายปันผล เงินลงทุนในมือเราจะลดลงเพราะเขาหั่นเงินสดของบริษัทเขาคืนมาให้เราแล้ว
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 13 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: บริษัทกอร์ จำกัด ทำสัญญาร่วมดำเนินงานกับ บริษัทเฮง จำกัด ในการเปลี่ยนหลอดไฟโครงการหมู่บ้านจัดสรร กอร์จัดหาอุปกรณ์และ หลอดไฟ และรับผิดชอบหากอุปกรณ์ไม่ได้คุณภาพ เฮง จัดหาช่างและดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟ ทั้งสองดำเนินกิจการแยกต่าง หากแต่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล กิจการแห่งนี้ถือเป็น ตัวเลือก:
- A) การร่วมดำเนินงาน
- B) บริษัทร่วม
- C) บริษัทย่อย
- D) กิจการร่วมค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 28 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: ข้อใดเป็นแนวคิดเกี่ยวกับงบการเงินรวม ณ วันรวมธุรกิจที่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) งบการเงินรวมแสดงมูลค่าตามบัญชีของบริษัทใหญ่ และแสดงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิบริษัทย่อย
- B) งบการเงินรวมแสดงมูลค่ายุติธรรมของบริษัทใหญ่ และแสดงมูลค่ายุติธรรมบริษัทย่อย
- C) งบการเงินรวมแสดงมูลค่าของบริษัทย่อยด้วยมูลค่าตามบัญชี
- D) งบการเงินรวมแสดงมูลค่าของบริษัทร่วมด้วยมูลค่ายุติธรรม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ณ วันรวมธุรกิจ สินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทใหญ่ (Parent) จะแสดงด้วยมูลค่าตามบัญชี ส่วนสินทรัพย์และหนี้สินของบริษัทย่อย (Subsidiary) จะต้องปรับปรุงเป็นมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ณ วันที่ซื้อและรวมเข้าในงบการเงินรวม
คำถามข้อที่ 35 (ภาคการสอบ: 2/60)
คำถาม: บริษัท ติ๋ม จำกัด มีอาคาร 3 เเห่ง แห่งแรกใช้เป็นอาคารสำนักงานของตนเอง แห่งที่สอง ให้บริษัทย่อยเช่าใช้เป็นอาคาร สำนักงาน และแห่งที่สาม ให้เช่าดำเนินงานเป็นสำนักงานของบริษัทร่วม บริษัทจะจัดประเภทอาคารเหล่านี้อย่างไรในงบ การเงินรวม ตัวเลือก:
- A) อาคาร 1 และ 2 ถือเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ส่วนอาคาร 3 ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- B) อาคาร 1 และ 3 ถือเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ส่วนอาคาร 2 ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- C) ทั้งสามอาคาร ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- D) ทั้งสามอาคาร ถือเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ในงบการเงินรวม อาคารสำนักงานของตนเอง (อาคาร 1) และอาคารที่ให้บริษัทย่อยเช่า (อาคาร 2) จัดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) เนื่องจากกลุ่มกิจการใช้อาคารนั้น ส่วนอาคารที่ให้บริษัทร่วมเช่าดำเนินงาน (อาคาร 3) จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
คำถามข้อที่ 44 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: ข้อใดใม่ใช่แนวทำงในการวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่แสดงมูลค่าในงบเฉพำะกิจการ ตัวเลือก:
- A) วิธีราคาทุน
- B) วิธีตีราคาใหม่
- C) วิธีที่ TFRS 9 เรื่อง เครื่องมือทำงการเงินระบุ
- D) วิธีส่วนได้เสีย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ สามารถเลือกวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้ 3 วิธีคือ: 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity) หรือ 3. มูลค่ายุติธรรมตาม TFRS 9 ส่วน วิธีตีราคาใหม่ (Revaluation Model) ไม่ใช่วิธีที่อนุญาตสำหรับเงินลงทุน (ใช้กับ PPE/Intangibles)
คำถามข้อที่ 49 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: ข้อใดเป็นที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ ตาม TAS 16 ตัวเลือก:
- A) คอนโดมิเนียมที่ถือไว้เพื่อขายให้ลูกค้ำ
- B) คอนโดมิเนียมที่ให้พนักงำนของบริษัทร่วมเช่า
- C) คอนโดมิเนียมที่ให้พนักงานของบริษัทเช่าในราคาถูกเพื่อเป็นสวัสดิการ
- D) อำคำรจำกการท ำสัญญาเช่าด ำเนินงำน 1 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
คอนโดมิเนียมที่ให้พนักงานของบริษัทเช่าเพื่อเป็นสวัสดิการ จัดเป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (PPE) ตาม TAS 16 เนื่องจากถือไว้เพื่อการบริการทางปกครองและการจัดสวัสดิการพนักงาน
คำถามข้อที่ 51 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: กิจการจะแสดงมูลค่าของค่าควำมนิยมที่เกิดจำกการซื้อหุ้นบริษัทร่วมอย่ำงไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกค่าควำมนิยมในงบการเงินของบริษัทใหญ่
- B) บันทึกค่าควำมนิยมในงบการเงินของบริษัทร่วม
- C) ไม่ต้องแยกแสดงค่าความนิยมของบริษัทร่วมในงบการเงินใดๆ
- D) ต้องแสดงตัวเลขในงบการเงินรวม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c) กิจการผู้ลงทุนไม่ต้องแสดงมูลค่าของค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อหุ้นบริษัทร่วม เนื่องจากจะถือเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
คำถามข้อที่ 79 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้คือการวัดมูลค่า เงินลงทุนในบริษัทย่อย เงินลงทุนในบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการ I วิธีราคาทุน II ตามวิธีตาม IFRS 9 เมื่อมีผลบังคับใช้ III วิธีส่วนได้เสีย ตัวเลือก:
- A) I
- B) II
- C) I หรือ III
- D) I หรือ II หรือ III เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ สามารถเลือกบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วม ได้ 3 วิธี: 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity) หรือ 3. ตาม TFRS 9 (Fair Value)
คำถามข้อที่ 97 (ภาคการสอบ: 1/63)
คำถาม: กิจการจะนาเสนอมูลค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือกิจการร่วมค้า ในงบการเงินเฉพาะด้วย … ตัวเลือก:
- A) ราคาทุน หรือ มูลค่าตามวิธีส่วนได้เสีย
- B) ราคาทุน หรือตาม TFRS 9 เมื่อประกาศใช้
- C) มูลค่าตามวิธีส่วนได้เสีย หรือ TFRS 9 เมื่อประกาศใช้
- D) ราคาทุนหรือ มูลค่าตามวิธีส่วนได้เสีย หรือ TFRS 9 เมื่อประกาศใช้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 27: ในงบการเงินเฉพาะกิจการ กิจการสามารถเลือกวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย/ร่วม/ร่วมค้า ได้ 3 วิธีคือ 1. ราคาทุน (Cost) 2. วิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) หรือ 3. ตาม TFRS 9 (มูลค่ายุติธรรม)
คำถามข้อที่ 135 (ภาคการสอบ: 2/64)
คำถาม: กิจการสามารถตีมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้หรือไม่ ราคาตามบัญชี ราคาขาย ต้นทุนทางตรงที่เกี่ยวข้อง หน้าต่างอลูมิเนียม 70,000 64,000 8,000 หน้าต่างเหล็ก 86,000 94,000 9,200 หน้าต่างกระจก 112,000 186,400 18,100 หน้าต่างนิรภัย 140,000 154,800 14,800 รวม 408,000 499,200 50,100 ตัวเลือก:
- A) 357,900 บาท
- B) 408,000 บาท
- C) 449,100 บาท
- D) 499,200 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
เงินลงทุนในบริษัทร่วมต้องทดสอบการด้อยค่าหากมีข้อบ่งชี้ (เช่น ล้มละลาย) และรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าได้ตาม TAS 36
คำถามข้อที่ 179 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: ข้อใดอยู่ในขอบเขตของ TAS 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) สินค้าคงเหลือ
- B) อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนวัดด้วยมูลค่ายุติธรรม
- C) เงินลงทุนในบริษัทร่วม และบริษัทย่อย
- D) สินทรัพย์ตามสัญญาตาม TFRS 15 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ขอบเขตของ TAS 36 ครอบคลุมถึงเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และการร่วมค้า (แต่ไม่รวมสินทรัพย์ทางการเงินตาม TFRS 9, สินทรัพย์สัญญาตาม TFRS 15, สินทรัพย์ภาษีรอตัดบัญชี)
คำถามข้อที่ 219 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดผิด ตัวเลือก:
- A) ออกหุ้นกู้ที่จัดประเภทด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย ต้นทุนทางตรงในการออกหุ้นกุ้นาไปหักหนี้สิน
- B) ซื้อตราสารหนี้ที่จัดประเภทด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย ต้นทุนทางตรงในการซื้อถือเป็นส่วนหนึ่งของ เงินลงทุน
- C) ซื้อตราสารหนี้ที่จัดประเภทด้วย FVPL รับรู้ต้นทุนทางตรงในการซื้อเข้า P/L
- D) ซื้อตราสารหนี้ที่จัดประเภทด้วย FVOCI รับรู้ต้นทุนทางตรงในการซื้อเข้า P/L เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d) กิจการไม่ต้องตัดจ่ายค่าความนิยมตามอายุให้ประโยชน์ / กิจการจะต้องไม่แสดงค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อหุ้นบริษัทร่วมเป็นรายการแยกต่างหากในงบการเงินรวม (โดยให้รวมอยู่ในบัญชีเงินลงทุนในบริษัทร่วม) / หากบริษัทย่อยมีหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น กิจการจะต้องวัดมูลค่าภาระผูกพัน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าความนิยมเพิ่มขึ้น / กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมทุกๆ ปีแม้จะไม่มีข้อบ่งชี้ก็ตาม
คำถามข้อที่ 254 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดคือวิธีใช้ในการรวมธุรกิจ ตัวเลือก:
- A) วิธีมูลค่ายุติธรรม
- B) วิธีซื้อ
- C) วิธีประเมิน
- D) วิธีส่วนได้เสีย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
วิธีการบัญชีสำหรับการรวมธุรกิจตาม TFRS 3 คือ วิธีซื้อ (Acquisition Method) เท่านั้น (วิธีส่วนได้เสียใช้วัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม ไม่ใช่การรวมธุรกิจ)
คำถามข้อที่ 274 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดไม่อยู่ในขอบเขตของภาษีเงินได้ตาม TAS 12 ตัวเลือก:
- A) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย
- B) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
- C) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
- D) กำไรจากกิจการดำเนินงานต่างประเทศเสียภาษีด้วยกำไรทางภาษี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
(โจทย์ถามข้อยกเว้น หรือรายการที่ไม่กระทบภาษีแบบปกติ) เงินอุดหนุนรัฐบาล (TAS 20) มีวิธีปฏิบัติเฉพาะ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ต้องพิจารณาผลกระทบทางภาษีถ้าฐานภาษีต่างกัน (แต่ตัวเลือกอื่น เช่น ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม ก็ต้องพิจารณา DTA/DTL) ข้อนี้ต้องดูบริบทโจทย์ว่าถามข้อยกเว้นการรับรู้ DTL หรือไม่
คำถามข้อที่ 287 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: 25X1 บริษัท ก ซื้อหุ้นใน บริษัท ข 25% จำนวนเงิน 90,000 บาท บริษัท ข มีกำไร 215,000 บาท จ่ายปันผล 50,000 บาท ต่อมาปี 25x2 บริษัท ก ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 15% เป็นเงิน 325,000 บาท ในปี 25x2 บริษัท ข มีกำไร 320,000 บาท จ่ายเงินปันผล 50,000 เงินลงทุนในบริษัท ข คงเหลือ ณ สิ้นปี 25x2 เท่าไหร่ ตัวเลือก:
- A) 415,000 บาท
- B) 325,000 บาท
- C) 645,000 บาท
- D) 564,250 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
คำนวณ (วิธีส่วนได้เสีย): เงินลงทุนเดิม (25%) = 90,000 + (215,000×25%) - (50,000×25%) = 131,250 ซื้อเพิ่ม (15%) = 325,000 ส่วนแบ่งกำไรปี X2 (40%) = 320,000 × 40% = 128,000 ปันผลรับปี X2 (40%) = 50,000 × 40% = (20,000) รวม: 131,250 + 325,000 + 128,000 - 20,000 = 564,250
คำถามข้อที่ 330 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ลงทุนในบ.ร่วม 20% 11,000 บาท ณ วันที่ลงทุน ทุนจดทะเบียนเท่ากับ 30,000 บาท กำไรสะสม 8,000 บาท โดยมูลค่ายุติธรรมของสินค้าคงเหลือมากกว่ามูลค่าตามบัญชี 2,000 บาท ในปี x1 กำไร 4,000 บาท x2 กำไร 8,000 บาทจ่ายปันผลปีละ 1,500 บาท มูลค่าเงินลงทุน 31/12/x2 ในงบเฉพาะกิจการ และงบการเงินรวม ตัวเลือก:
- A) 11,000 และ 12,800 บาท
- B) 11,000 และ 12,400 บาท
- C) 8.000 และ 12,800 บาท
- D) 8,000 และ 12,400 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
งบเฉพาะ: ราคาทุน (11,000) งบรวม: วิธีส่วนได้เสีย (11,000 + ส่วนแบ่งกำไร 2,000 - ปันผล 600 = 12,400)
คำถามข้อที่ 351 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ตาม TAS 27 เรื่องงบการเงินเฉพาะกิจการ กิจการต้องวัดมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในงบ การเงินเฉพาะกิจการด้วยวิธีใด ตัวเลือก:
- A) วิธีราคาทุน หรือวิธีส่วนได้เสีย หรือวิธีที่ TFRS 9 ระบุ
- B) วิธีมูลค่ายุติธรรมเท่านั้น
- C) วิธีราคาทุนเท่านั้น
- D) วิธีส่วนได้เสียเท่านั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
TAS 27 (ปรับปรุงใหม่) ให้เลือกได้ 3 วิธีสำหรับงบเฉพาะกิจการ
คำถามข้อที่ 352 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ผู้ลงทุนซื้อ บ.ร่วม สัดส่วน 25% เป็นเงิน 13,000 บาท ซึ่งส่วนของเจ้าของบริษัทร่วมประกอบด้วย หุ้นสามัญ 30,000 บาท กำไรสะสม 8,000 บาท โดยมูลค่าตามบัญชีของสินค้าคงเหลือตํ่ากว่ามูลค่ายุติธรรม 2,000 บาท โดยผู้ลงทุนยอมจ่ายเงินค่าความนิยม 3,000 บาท ทั้งนี้ บริษัทร่วมมีกำไรสุทธิในปี 25x1, 25x2 เท่ากับ 6,000 บาท และ 10,000 บาท เงินปันผล ปีละ2,000 บาท ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย x1 = 14,000 บาท
- B) เงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย x2 = 15,500 บาท
- C) เงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย x2 = 16,000 บาท
- D) เงินปันผลของผู้ลงทุน ปีละ 1,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างถึง TAS 28 ผู้ลงทุนต้องรับรู้มูลค่าเงินลงทุนด้วยวิธีส่วนได้เสีย = 13,000 บาท + ((6,000 + 10,000 - ตัดจ่ายส่วน ต่างสินค้า 2,000 - ปันผล 2 ปี 4,000 บาท) x 25%) = 15,500 บาทในปี 25x2
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณมูลค่าเงินลงทุนสุทธิปลายงวด:
เงินลงทุนสะสมปลายงวด = ราคาทุนเริ่มต้น + (กำไรสุทธิบริษัทร่วม x %) - (ปันผลรับ x %)
การบันทึกบัญชีรับรู้ส่วนแบ่งกำไรประจำปี:
Dr. เงินลงทุนในบริษัทร่วม
Cr. ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (กำไรขาดทุน - PL)
การบันทึกบัญชีเมื่อบริษัทร่วมประกาศจ่ายปันผล:
Dr. เงินสด / ลูกหนี้เงินปันผล
Cr. เงินลงทุนในบริษัทร่วม
กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- กรอบแนวคิดฯ กำหนดเป้าหมายของการนำเสนองบการเงิน ลักษณะเชิงคุณภาพ (ลักษณะพื้นฐาน: ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ และการเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม ซึ่งประกอบด้วยความครบถ้วน ความเป็นกลาง และปราศจากข้อผิดพลาด; ลักษณะเสริม: เปรียบเทียบได้, พิสูจน์ยืนยันได้, ทันเวลา, เข้าใจได้) คำนิยามของสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย รวมถึงเกณฑ์การเลิกรับรู้รายการและเกณฑ์การวัดมูลค่าในงบการเงิน
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'รากฐานการออกแบบพิมพ์เขียวตึกระฟ้า' - กรอบแนวคิดการบัญชีเปรียบเสมือนผังรากฐานวิศวกรรมการเงินและสถาปัตยกรรมบัญชี ช่วยให้นักบัญชีและผู้ใช้งบการเงินสื่อสารความหมายขององค์ประกอบบัญชี (สินทรัพย์/หนี้สิน) ไปในทิศทางเดียวกันและมั่นคงโปร่งใส
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 1 (ภาคการสอบ: 2/58)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:
- A) ความสามารถเปรียบเทียบได้
- B) ความสามารถพิสูจน์ยืนยันได้
- C) ความทันเวลา
- D) ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance) เป็นลักษณะเชิงคุณภาพพื้นฐาน (Fundamental qualitative characteristic) ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม (Enhancing qualitative characteristic) ซึ่งได้แก่ ความเปรียบเทียบได้ ความพิสูจน์ยืนยันได้ ความทันเวลา และความเข้าใจได้
คำถามข้อที่ 10 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: มำตรฐำนการบัญชีฉบับที่ 34 เรื่องงบการเงินระหว่างกำล ได้อนุญำตให้กิจการวัดมูลค่าสินค้ำคงเหลือด้วยการประมำณการแทน วิธีการตรวจนับสินค้ำ. ข้อกำหนดดังกล่ำวเกี่ยวข้องกับลักษณะเชิงคุณภำพของรำยงำนทำงการเงินข้อใด ตัวเลือก:
- A) เปรียบเทียบได้
- B) พิสูจน์ยืนยันได้
- C) ทันเวลา
- D) เข้ำใจได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 56 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ข้อใดเป็นคุณภาพเสริมทั้งหมด ตัวเลือก:
- A) เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ทันเวลา เปรียบเทียบได้
- B) เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เปรียบเทียบได้ เข้าใจได้
- C) เปรียบเทียบได้ ทันเวลา เข้าใจได้
- D) เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม เข้าใจได้ สอบทานได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) เป็น "ข้อสมมติ" (Underlying Assumption) ในการจัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพ (Qualitative Characteristic) +1
คำถามข้อที่ 80 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: เหตุใด TFRS จึงใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิมมากกว่าเกณฑ์อื่นในการวัดมูลค่าที่แสดงในงบการเงิน ตัวเลือก:
- A) เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
- B) พิสูจน์ยืนยันยอดได้
- C) เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ
- D) หลักความระมัดระวัง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ทฤษฎีบัญชี: เกณฑ์ราคาทุนเดิม (Historical Cost) มักได้รับความเชื่อถือในแง่ของความสามารถในการ พิสูจน์ยืนยันได้ (Verifiability) เพราะมีหลักฐานจากการทำรายการจริงในอดีต (ใบเสร็จ/สัญญา) ชัดเจนกว่ามูลค่าอื่นที่มาจากการประมาณการ
คำถามข้อที่ 101 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: การนาเสนองบการเงินสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ การพิสูจน์ได้แบ่งเป็นทางตรงและทางอ้อม ข้อใดไม่ใช่ การพิสูจน์ทางอ้อม ตัวเลือก:
- A) การใช้เทคนิคหรือระเบียบการมาคำนวน
- B) การจำลองวิธีรับเข้า
- C) การสังเกตการนับเงินสด
- D) การคำนวนสินค้าโดยใช้วิธีหมุนเวียนแบบเดียวกัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิงทฤษฎีการตรวจสอบ: การพิสูจน์ยืนยันมีทางตรง (Direct) และทางอ้อม (Indirect) การสังเกตการตรวจนับ (Observation) เป็นการตรวจสอบ ทางตรง เพื่อพิสูจน์ความมีอยู่จริง ส่วนข้ออื่นๆ เป็นเทคนิคการคำนวณหรือวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบซึ่งเป็นทางอ้อม
คำถามข้อที่ 141 (ภาคการสอบ: 1/65)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะเชิงคุณภาพพื้นฐานของข้อมูลทางการเงินที่มีประโยชน์ ตัวเลือก:
- A) ข้อมูลทางการเงินมีประโยชน์ ข้อมูลนั้นต้อง “เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ” และ “เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม” ของสิ่งที่ต้องการนาเสนอ
- B) สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ โดยผู้สังเกตการณ์ที่มีความรอบรู้และมีความเป็นอิสระสามารถได้ข้อสรุปตรงกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็น ข้อตกลงอย่างสมบูรณ์ว่า ภาพนั้นเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม
- C) การใช้ความรอบคอบที่จะไม่ยอมให้บันทึกสินทรัพย์และรายได้ตํ่าไป หนี้สินและค่าใช้จ่ายสูงไป
- D) สามารถเปรียบเทียบได้ ระหว่างรายงานทางการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาต่างกัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 187 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน หนี้สินจะมีอยู่เมื่อ…. ยกเว้นข้อใด ตัวเลือก:
- A) มีการโอนทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ
- B) มีภาระผูกพัน
- C) มีภาระผูกพันในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์ในอดีต
- D) วัดมูลค่าหนี้สินได้อย่างน่าเชื่อถือ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตามกรอบแนวคิดฯ (ปรับปรุงใหม่) องค์ประกอบของหนี้สินคือ 1. ภาระผูกพันในปัจจุบัน 2. ผลจากเหตุการณ์ในอดีต 3. การโอนทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ (เงื่อนไข "วัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ" เป็นเกณฑ์การรับรู้รายการ ไม่ใช่นิยามของหนี้สิน)
คำถามข้อที่ 205 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: กิจการต้องเลิกรับรู้สินทรัพย์เมื่อใด ตัวเลือก:
- A) เมื่อสูญเสียการควบคุมในสินทรัพย์นั้น
- B) เมื่อสินทรัพย์มีมูลค่าตํ่ากว่ามูลค่าตามบัญชี
- C) เมื่อสินทรัพย์ถูกนาไปคํ้าประกันหนี้สิน
- D) เมื่อสินทรัพย์เสียหายจากการใช้งาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
กิจการจะตัดรายการสินทรัพย์ออกจากงบการเงิน (Derecognition) เมื่อ สูญเสียอำนาจการควบคุม (Loss of Control) ในสินทรัพย์นั้น หรือเมื่อสิทธิในการได้รับกระแสเงินสดสิ้นสุดลง
คำถามข้อที่ 239 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: อะไรไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:
- A) ความมีสาระสำคัญ
- B) ความเข้าใจได้
- C) ความเปรียบเทียบกันได้
- D) การพิสูจน์ยืนยันได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ความมีสาระสำคัญ (Materiality) เป็นแง่มุมเฉพาะกิจการของ "ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ" (Relevance) ซึ่งเป็นลักษณะเชิงคุณภาพ พื้นฐาน (Fundamental) ไม่ใช่ ลักษณะเชิงคุณภาพ เสริม (Enhancing) ซึ่งได้แก่ ความเปรียบเทียบกันได้, พิสูจน์ยืนยันได้, ทันเวลา, และเข้าใจได้
คำถามข้อที่ 253 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดถูกต้องตามกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ตัวเลือก:
- A) กิจการรับรู้รายการต่างๆเมื่อเข้าเกณฑ์การรับรู้ ในงบฐานะการเงิน หรืองบผลการดำเนินงาน หรืองบ แสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น หรืองบกระแสเงินสด
- B) กิจการรับรู้รายการเฉพาะที่เกิดขึ้นในงวดปัจจุบันเท่านั้น
- C) กิจการสามารถจัดประเภทใหม่ได้ทุกงวดตามต้องการ
- D) ไม่มีข้อใดถูกต้อง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
(เป็นโจทย์ทฤษฎีเกี่ยวกับกรอบแนวคิด)
คำถามข้อที่ 281 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ขัอใดเป็นลักษณะเชิงคุณภาพเสริม ตัวเลือก:
- A) เปรียบเทียบได้
- B) เป็นกลาง
- C) เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
- D) มีสาระสำคัญ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ลักษณะเชิงคุณภาพ เสริม (Enhancing) ประกอบด้วย: 1. ความสามารถในการเปรียบเทียบได้ (Comparability) 2. การพิสูจน์ยืนยันได้ 3. ความทันเวลา 4. ความเข้าใจได้ (ส่วน "ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ" เป็นลักษณะเชิงคุณภาพ พื้นฐาน)
คำถามข้อที่ 296 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: อ้างถึงกรอบแนวคิดการรายงานทางการเงิน ข้อใดไม่ใช่ลักษณะคุณภาพ ตัวเลือก:
- A) เข้าใจได้
- B) ดำเนินงานต่อเนื่อง
- C) พิสูจน์ได้
- D) เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การดำเนินงานต่อเนื่อง (Going Concern) เป็น "ข้อสมมติ" (Underlying Assumption) ในการจัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ลักษณะเชิงคุณภาพ (Qualitative Characteristic) +1
คำถามข้อที่ 312 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: สินทรัพย์ 25x1, 25x2 เท่ากับ 16,000,000 บาท และ 19,000,000 บาทตามลำดับ หนี้สิน 25x1, 25x2 เท่ากับ 12,000,000 บาท และ 14,000,000 บาท ตามลำดับ โดยมีการเพิ่มทุนในปี 25x2 จำนวน 500,000 บาท จ่ายปัน ผลปี 25x2 จำนวน 150,000 บาท ให้หากำไรขาดทุนสุทธิของปี 25x2 ตัวเลือก:
- A) กำไร 1,000,000 บาท
- B) กำไร 1,350,000 บาท
- C) กำไร 650,000 บาท
- D) ขาดทุน 1,000,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
คำนวณหาการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์สุทธิ (ส่วนของเจ้าของ): • ปี 25x1: สินทรัพย์ 16M - หนี้สิน 12M = ทุน 4M • ปี 25x2: สินทรัพย์ 19M - หนี้สิน 14M = ทุน 5M • ทุนเพิ่มขึ้น 1M = กำไรสุทธิ + เพิ่มทุน (0.5M) - ปันผล (0.15M) • กำไรสุทธิ = 1M - 0.5M + 0.15M = 0.65 ล้านบาท (650,000 บาท)
คำถามข้อที่ 332 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดคือลักษณะย่อยของ “การเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม (representation faithfulness) ก. ครบถ้วน ข. ปราศจากข้อผิดพลาด ค. เป็นกลาง ง. สาระสำคัญ ตัวเลือก:
- A) ก,ข,ค,ง
- B) ก,ข
- C) ก ข ค
- D) ก ข ง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ประกอบด้วย: 1. ครบถ้วน 2. เป็นกลาง 3. ปราศจากข้อผิดพลาด (สาระสำคัญไม่ใช่ลักษณะย่อยนี้)
คำถามข้อที่ 341 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใด “ไม่ใช่” วัตถุประสงค์ของการรายงานทางการเงินทั่วไป ตามกรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน พ.ศ. 2563 ตัวเลือก:
- A) เพื่อช่วยผู้ใช้ตัดสินใจเกี่ยวกับการซื้อ ขาย หรือถือครองตราสารทุนและตราสารหนี้
- B) เพื่อช่วยผู้ใช้ประเมินความสามารถในการให้หรือชำระเงินกู้ และสินเชื่อในรูปแบบอื่น
- C) เพื่อช่วยผู้ใช้ประเมินและใช้สิทธิออกเสียง หรือมีอิทธิพลต่อการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร
- D) เพื่อแสดงมูลค่าที่แท้จริงของกิจการในงบการเงิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
งบการเงินไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดมูลค่าที่แท้จริง (True Value) ของกิจการ
คำถามข้อที่ 344 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: กรณีที่กิจการซื้อเครื่องมือช่าง เช่น ค้อนและสิ่ว ซึ่งมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี แต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที โดย มิได้รับรู้เป็นสินทรัพย์ถาวร กิจการนี้ใช้หลักการบัญชีข้อใดเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ตัวเลือก:
- A) หลักความสมํ่าเสมอ (Consistency)
- B) หลักการจับคู่รายได้และค่าใช้จ่าย (Matching Principle)
- C) หลักสมเหตุสมผลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่จ่ายไป (Cost–Benefit Constraint)
- D) หลักความต่อเนื่องของกิจการ (Going Concern) เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
หากมูลค่าไม่เป็นสาระสำคัญ การบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่คุ้มต้นทุนทางบัญชี
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
ไม่มีตัวอย่างการบันทึกบัญชีพิเศษเฉพาะตัวในหัวข้อนี้
TAS 38: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ต้องมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ: ระบุได้, ไม่มีลักษณะทางกายภาพ, และอยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ สำหรับรายจ่ายการวิจัยและพัฒนา (R&D): รายจ่ายในช่วงวิจัย (Research Phase) ต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายใน PL ทันที รายจ่ายในช่วงพัฒนา (Development Phase) บันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ทางเทคนิคเชิงพาณิชย์และกิจการมีเจตนาที่จะทำต่อให้สำเร็จเพื่อใช้งานหรือจำหน่าย
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ห้องแล็บทดลองหาไอเดียลับ' - การพัฒนาโปรแกรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ช่วงที่กำลังลองผิดลองถูกในห้องแล็บสะสมความรู้ (Research) ถือเป็นความไม่แน่นอนสูง ให้หักล้างเป็นค่าใช้จ่ายงวดไปก่อน แต่เมื่อได้พิมพ์เขียวสูตรลับที่ผ่านทดสอบการใช้งานได้แน่นอนและเตรียมทำจำหน่าย (Development) จึงจะเริ่มปั๊มเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในงบได้
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 3 (ภาคการสอบ: 3/58)
คำถาม: อ้างถึงการตีความมาตรานการบัญชีฉบับที่ 32 กิจการจะต้องรับรู้รำยจ่ำยเกี่ยวกับต้นทุนเวปไซต์ เป็นค่าใช้จ่ำยเมื่อไร ตัวเลือก:
- A) เมื่อชำระเงิน
- B) เมื่อความเป็นไปได้ที่จะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจยังไม่ถึงระดับค่อนข้างแน่
- C) เมื่อได้รับใบแจ้งชำระเงินจำกผู้ขาย
- D) เมื่อเวปไซต์พร้อมใช้งำน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 26 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: ต้นทุนการพัฒนาเว็บไซด์สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ตั้งแต่ขั้นตอนใด ตัวเลือก:
- A) การวางแผน
- B) พัฒนาการออกแบบเนื้อหา แต่ยังไม่ได้ทำเพื่อการโฆษณา
- C) การพัฒนาจนเสรจสมบูรณ์
- D) การริเริ่มโครงการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตามแนวปฏิบัติเรื่องต้นทุนเว็บไซต์ (SIC 32) ต้นทุนการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การพัฒนาเนื้อหาและการออกแบบกราฟิก สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ในช่วงขั้นตอนการพัฒนา
คำถามข้อที่ 54 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: กิจการควรจัดประเภท Crypto currency ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตนรายการหนึ่งเป็น ตัวเลือก:
- A) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
- B) ตราสารหนี้
- C) ตราสารทุน
- D) เงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 58 (ภาคการสอบ: 1/62)
คำถาม: บริษัท บันทึกต้นทุนวิจัยและพัฒนาไว้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 10 ล้านบาท ต่อมาสิ้นปีที่ 1 คาดว่าตลาดจะไม่นิยมสินค้าแบบนี้แล้ว จึงคาดว่าน่าจะได้รับมูลค่าลดลงจำนวน 3 ล้านบาท ต่อมาพบว่าตลาดไม่นิยมสินค้านี้แล้ว ในปีถัดไปจึงวางแผนว่าจะไม่ทำการวิจัย พัฒนาต่อ บริษัทต้องรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนนี้ในงบแสดงฐานะการเงินสิ้นปีที่ 2 จำนวน ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 5 ล้านบาท
- C) 7 ล้านบาท
- D) 10 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตอบข้อ a) 0 บาท กิจการต้องตัดรายการสินทรัพย์เมื่อไม่ได้รับประโยชน์อีกต่อไป
คำถามข้อที่ 107 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ข้อใดถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:
- A) เว็บไซต์สำหรับข้อมูลบริษัท
- B) เว็บไซต์สำหรับนักลงทุนสัมพันธ์
- C) เว็บไซต์สำหรับสั่งซื้อสินค้า
- D) เว็บไซต์สำหรับส่งเสริมการขาย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c) กิจการต้องรับรู้รายจ่ายที่เกิดขึ้นภายในกิจการในการพัฒนาและดำเนินการเว็บไซต์ของกิจการตามที่กำหนดไว้ใน TAS 38 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน จากโจทย์จะมีเพียงเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้อสินค้าที่เห็นแสดงให้เห็นความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคและเชิงพาณิชย์
คำถามข้อที่ 116 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ค่าใช้จ่ายในการวางแผน 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการศึกษาและเลือก Platform ที่เหมาะสม 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการจัดทำเนื้อหาเพื่อแสดงบนเว็บไซต์ 80,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างถ่ายภาพ เพื่อถ่าย สินค้าของบริษัทลงบนเว็บไซต์ 10,000 บาท ต้นทุนเว็บไซต์ที่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 70,000 บาท
- B) 80,000 บาท
- C) 150,000 บาท
- D) 160,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตาม SIC 32 เรื่อง ต้นทุนเว็บไซต์: • ขั้นวางแผน (50,000) → ค่าใช้จ่าย (วิจัย) • ขั้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน/Platform (20,000) → สินทรัพย์ • ขั้นพัฒนากราฟิก (10,000) → สินทรัพย์ • ขั้นพัฒนาเนื้อหา (Content) (80,000) → สินทรัพย์ (ถ้าใช้เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าอาจต้องพิจารณาตัดจ่าย แต่ในบริบทนี้ให้รับรู้ส่วนที่เป็นการพัฒนาเพื่อใช้งาน) (หมายเหตุ: คำตอบ 80,000 อาจมาจากการรวม Platform 20k + กราฟิก 10k + วางแผน? หรือเฉพาะ Content? ปกติ Content เพื่อโฆษณาตัดเป็น Expense แต่ถ้าเป็น Content หลักของเว็บอาจเป็นสินทรัพย์ ต้องดูบริบทเฉลย)
คำถามข้อที่ 120 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: ซื้อวัคซีนที่พัฒนาแล้ว มูลค่า 500,000 บาท ได้ส่วนลด 50% มีค่าจ้างที่ปรึกษาการซื้อวัคซีน 50,000 บาท มีค่า ประชาสัมพันธ์วัคซีนให้รู้จักในวงกว้าง 60,000 จะรับรู้เป็นสินทรัพย์เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 250,000 บาท
- B) 300,000 บาท
- C) 320,000 บาท
- D) 550,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ราคาทุน: ราคาซื้อ 500,000 - ส่วนลด 50% (250,000) + ค่าที่ปรึกษา (50,000) = 300,000 บาท (ค่าประชาสัมพันธ์ 60,000 เป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหาร)
คำถามข้อที่ 151 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการสามารถรับรู้รายจ่ายเพื่อการวิจัยเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเมื่อใด https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/ ตัวเลือก:
- A) เมื่อเริ่มกิจกรรมการวิจัย
- B) เมื่อเริ่มกิจกรรมการพัฒนา
- C) เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมการพัฒนา
- D) ไม่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดรายจ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
รายจ่ายในช่วง การวิจัย (Research Phase) ไม่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนได้ ต้องรับรู้เป็น ค่าใช้จ่าย ในงวดที่เกิดขึ้นเสมอ
คำถามข้อที่ 160 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการให้เงินกู้ 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5% PD 1% LGD 20% กิจการจะต้องรับรู้ 12 months ECL เท่ากับ เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 10,000 บาท
- C) 50,000 บาท
- D) 1,000,000 บาท https://www.facebook.com/1418042768462528/posts/pfbid02BoHyVN14XG5zyGu6gFjx6PZRX1dsDbZkzhUdjUCFatgC6tSk7ZREuK1Zk7vN2R2kl/ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
(เกี่ยวกับรายการสินทรัพย์ไม่มีตัวตน) การรับรู้รายการต้นทุนการพัฒนาที่เข้าเงื่อนไขเป็นสินทรัพย์ (Capitalized) ส่วนที่ไม่เข้าเงื่อนไข (วิจัย) ตัดเป็นค่าใช้จ่าย (P/L)
คำถามข้อที่ 161 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่มีอายุจำกัดซึ่งมีราคาทุนในปี x1 1,500,000 บาท ปี x2 FMV เท่ากับ 800,000 บาท และปี x3 1,600,000 บาท หากกิจการมีนโยบายตีราคาใหม่สำหรับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ให้บันทึกบัญชีการ ตีราคาในปี x3 ตัวเลือก:
- A) Dr. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 800,000 บาท / OCI 800,000 บาท
- B) Dr. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 800,000 บาท / P/L 700,000 บาท / OCI 100,000 บาท
- C) Dr. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 800,000 บาท / P/L 800,000 บาท
- D) ไม่ต้องบันทึกบัญชีแต่อย่างใด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b
คำถามข้อที่ 175 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: อ้างถึง TAS 38 ข้อใดถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:
- A) โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีไว้เพื่อขาย
- B) ช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าติดต่อ
- C) Website ประชาสัมพันธ์บริษัท
- D) Website โฆษณาสินค้า เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง SIC 32: ต้นทุนเว็บไซต์จะบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อสามารถสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตได้โดยตรง เช่น เว็บไซต์ที่ใช้ขายสินค้า (e-Commerce) ส่วนเว็บเพื่อโฆษณา/ประชาสัมพันธ์/ให้ข้อมูล ถือเป็นค่าใช้จ่ายทันที
คำถามข้อที่ 186 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นลักษณะของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ตัวเลือก:
- A) ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต
- B) เป็นสินทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน
- C) สามารถระบุได้
- D) อยู่ภายใต้การควบคุม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
นิยามของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือ 1. เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง 2. ระบุได้ 3. ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน (Non-monetary asset)
คำถามข้อที่ 210 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของอนุพันธ์ ตัวเลือก:
- A) มีสินทรัพย์อ้างอิง
- B) แยกออกมาได้
- C) ตอนซื้อจ่ายด้วยราคาตํ่าหรือไม่จ่ายเลย
- D) จะมีการรับจ่ายกันในอนาคต เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ลักษณะสำคัญของอนุพันธ์ (Derivative) คือ 1. มูลค่าเปลี่ยนตามตัวแปร 2. ลงทุนสุทธิน้อยหรือศูนย์ 3. ชำระในอนาคต ส่วนคุณสมบัติ "แยกออกมาได้" (Separable) เป็นเกณฑ์ของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (TAS 38) หรือ Embedded Derivative ไม่ใช่นิยามหลักของตัวอนุพันธ์เอง
คำถามข้อที่ 247 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ตัวอย่างรายจ่ายในการสำรวจและประเมินค่าทรัพยากรแร่ ตาม TFRS 6 ตัวเลือก:
- A) รายจ่ายในการสำรวจธรณี ภูมิศาสตร์
- B) ค่าเสื่อมเครื่องขุดเจาะ
- C) รายจ่ายในพัฒนาแหล่งแร่
- D) ค่าสิทธิบัตรในการขุด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
รายจ่ายในการ "พัฒนา" (Development) เกิดขึ้นหลังจากพบปริมาณสำรองที่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์แล้ว ไม่ถือเป็นรายจ่ายในการ "สำรวจและประเมินค่า" (Exploration & Evaluation)
คำถามข้อที่ 260 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ปี 25x1 บริษัท ก ทำวิจัยโดยมีรายจ่ายเกิดขึ้น 1,230,000 บาท หลังจากนั้นสามารถพิสูจน์ความเป็นไปได้เชิง เทคนิค ตลาด และพานิชย์ ต่อมามีการพัฒนา 430,000 บาท และไปจดสิทธิบัตรต่อ บริษัท ก บันทึกรายจ่าย ดังกล่าวในงบกำไรขาดทุนปี 25x1 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 1,230,000 บาท
- B) 0 บาท
- C) 1,660,000 บาท
- D) 430,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
รายจ่ายในช่วง "วิจัย" (1,230,000) ต้องรับรู้เป็น ค่าใช้จ่ายทันที (ส่วนช่วงพัฒนา 420,000 หากเข้าเงื่อนไขสินทรัพย์จึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้)
คำถามข้อที่ 340 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ “อาจ” ถูกบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนของกิจการเหมืองแร่ ตาม TFRS 6 และ TAS 38 ตัวเลือก:
- A) ค่าก่อสร้างบ้านพักคนงานชั่วคราว
- B) สิทธิการสำรวจและประเมินแหล่งแร่ที่ได้มาจากภาครัฐ
- C) อุปกรณ์ขุดเหมืองแร่
- D) ยานพาหนะที่ใช้ในเหมือง เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สิทธิสำรวจเป็น Intangible ส่วนสินทรัพย์จับต้องได้อื่นๆ เป็น PPE ทั่วไป
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การบันทึกบัญชีตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (อายุใช้งานจำกัด):
Dr. ค่าตัดจำหน่าย - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
Cr. ค่าตัดจำหน่ายสะสม - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
TFRS 11: การร่วมการงาน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- การร่วมการงาน (Joint Arrangements) แบ่งตามโครงสร้างสัญญาและการจัดตั้งนิติบุคคลออกเป็น 2 ประเภท:
- การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation): ผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินของตนเอง -> รับรู้สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนที่ถืออยู่โดยตรงในงบการเงิน
- การร่วมค้า (Joint Venture): ผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ (Net Assets) ของกิจการร่วม -> ต้องบันทึกเงินลงทุนด้วยวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) เท่านั้น
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'เปิดห้องสตูถ่ายรูปแชร์ไฟลท์ vs ร่วมตั้งบริษัทร้านกาแฟ' - หากแชร์ห้องเช่าเครื่องมือไฟทำงานร่วมกัน (Joint Operation) แต่ละคนบันทึกกล้องและไฟของตนเองลงงบตรงๆ แต่ถ้าร่วมกันเอาเงินลงขันจัดตั้งเป็นนิติบุคคลร้านกาแฟ (Joint Venture) คุณมีสิทธิ์ในสินทรัพย์สุทธิหลังเคลียร์หนี้สินของบริษัท ต้องบันทึกด้วยวิธี Equity Method
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 2 (ภาคการสอบ: 2/58)
คำถาม: ประเภทของการร่วมการงานมีกี่ประเภท ตัวเลือก:
- A) มี 2 ประเภทคือการร่วมดำเนินงานและการร่วมค้า
- B) มี 2 ประเภทคือการดำเนินงานร่วมกันและ สินทรัพย์ที่ควบคุมร่วมกัน
- C) มี 3 ประเภทคือ การดำเนินงานร่วมกัน สินทรัพย์ที่ควบคุมร่วมกัน และกิจการที่ควบคุมร่วมกัน
- D) มี 3 ประเภทคือ.การดำเนินงานร่วมกัน การร่วมธุรกิจ และกิจการที่ควบคุมร่วมกัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TFRS 11 การร่วมการงานมี 2 ประเภท คือ 1. การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation) และ 2. การร่วมค้า (Joint Venture)
คำถามข้อที่ 83 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: A B C ถือหุ้นสัดส่วน 51% 30% และ 19 % ตามลำดับในบริษัทติ๋ม จำกัด โดยร่วมรับผลตอบแทนในสินทรัพย์สุทธิ โดยกำหนดว่าหากมี วาระสำคัญในการดำเนินงาน จะต้องได้รับเสียงโหวตไม่ตํ่ากว่า 75% บริษัทติ๋มถือเป็น ตัวเลือก:
- A) การดำเนินงานร่วมกัน
- B) การร่วมค้า
- C) เงินลงทุนในบริษัทร่วม
- D) เงินลงทุนในบริษัทย่อย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การวิเคราะห์: A(51) + B(30) + C(19). มติสำคัญต้องใช้ 75%. ลำพัง A (51%) คุมไม่ได้. ต้องใช้ A+B (51+30=81%) จึงจะผ่านมติได้ (A+C หรือ B+C ก็ไม่ถึง 75%). สถานการณ์นี้ A และ B ต้องตกลงกันเสมอจึงจะเกิดการควบคุม (Joint Control). และเนื่องจากมีสิทธิใน "สินทรัพย์สุทธิ" จึงจัดเป็น การร่วมค้า (Joint Venture)
คำถามข้อที่ 84 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: A B C ถือหุ้นสัดส่วน 40 40 30 % ร่วมรับผลตอบแทนในสินทรัพย์สุทธิ โดยกำหนดว่าหากมีวาระสำคัญในการดำเนินงาน จะต้องได้รับ เสียงโหวตไม่ตํ่ากว่า 50% หุ้นส่วนแต่ละคนจะถือว่าการลงทุนครั้งนี้เป็น ตัวเลือก:
- A) การดำเนินงานร่วมกัน
- B) การร่วมค้า
- C) เงินลงทุนในบริษัทร่วม
- D) เงินลงทุนในบริษัทย่อย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การวิเคราะห์: A(40), B(40), C(30) (ตัวเลขโจทย์อาจพิมพ์ผิดรวมเกิน 100 แต่สมมติเป็นสัดส่วนกระจาย) มติต้องใช้ 50%. A+B หรือ A+C หรือ B+C คู่ไหนก็ได้สามารถผ่านมติ (ไม่มีคู่ใดคู่หนึ่งผูกขาดการควบคุมร่วม). กรณีนี้ถือว่าไม่มีใครมีอำนาจควบคุม (No Control) และไม่มีการควบคุมร่วม (No Joint Control) จึงพิจารณาเป็น บริษัทร่วม (Significant Influence)
คำถามข้อที่ 114 (ภาคการสอบ: 3/63)
คำถาม: ก กับ ข ร่วมกัน ถือหุ้นในบริษัท ค ในอัตรา 70:30 โดยมีอำนาจควบคุมร่วม และมีส่วนได้เสียในสินทรัพย์สุทธิตามส่วนที่ลงทุน การลงทุนดังกล่าวถือเป็น ตัวเลือก:
- A) การดำเนินงานร่วมกัน
- B) การร่วมค้า
- C) บริษัทย่อย
- D) ไม่มีข้อถูก เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TFRS 11: เมื่อผู้ลงทุนมีอำนาจควบคุมร่วมและมีสิทธิใน สินทรัพย์สุทธิ (Net Assets) ของกิจการที่ลงทุน จะจัดประเภทเป็น "การร่วมค้า" (บันทึกบัญชีด้วยวิธีส่วนได้เสีย)
คำถามข้อที่ 162 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: X และ Y ได้ก่อตั้ง Investee เพื่อดำเนินการขนส่งกาซ โดยที่สินทรัพย์และหนี้สินที่เกิดจากการร่วมการงานนี้จะ ตกเป็นของ investee ในขณะที่ X และ Y จะได้รับส่วนแบ่งกำไรขาดทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยผู้เข้าร่วมการ งานทั้งสองรายไม่มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินของการร่วมการงานนี้แต่อย่างใด X จะต้องบันทึก เงินลงทุนในการร่วมการงานนี้อย่างไร ตัวเลือก:
- A) เป็นการร่วมดำเนินงาน โดยกิจการต้องรับรู้สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามส่วนที่ตนได้ลง ไป
- B) เป็นการร่วมดำเนินงาน โดยกิจการต้องใช้วิธีส่วนได้เสียในการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
- C) เป็นการร่วมค้า โดยกิจการต้องใช้วิธีส่วนได้เสียในการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
- D) เป็นการร่วมค้า โดยกิจการต้องรับรู้สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายตามส่วนที่ตนได้ลงไป เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การลงทุนที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากและผู้ลงทุนมีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ คือ การร่วมค้า (Joint Venture) และต้องบันทึกบัญชีด้วย วิธีส่วนได้เสีย (Equity Method)
คำถามข้อที่ 173 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: มด หนู แมว นก ถือหุ้นในไก่ คนละ 40 20 20 20 ตามลำดับ โดยมีกรรมการทั้งหมด 6 คน จากมด 3 คน ที่เหลืออย่าง ละ 1 โดยกำหนดให้ มดเป็นประธานกรรมการและมีสิทธิ์ออกเสียงเพิ่ม 1 เสียง ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) มด หนู แมว นก เป็นการร่วมการงาน
- B) มดมีอำนาจเหนือไก่ เนื่องจาก มีสิทธิ์ที่มีความสำคัญ (substantive right)
- C) ไก่เป็นบ ร่วมของ มด
- D) มดมีอำนาจเหนือไก่ เนื่องจาก มีสัดส่วนมากที่สุด เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
Goodwill และ Intangible ที่อายุไม่ทราบแน่นอน/ไม่พร้อมใช้ ต้องทดสอบทุกปีแม้ไม่มีข้อบ่งชี้
คำถามข้อที่ 223 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: อ้างถึง TFRS 11 ข้อใดไม่ใช่หลักในการพิจารณาการร่วมการงาน ตัวเลือก:
- A) การแบ่งสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ ค่าใช้จ่าย
- B) เงินกู้ธนาคาร
- C) การแต่งตั้งกรรมการ
- D) Xx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TFRS 11: การพิจารณา Joint Arrangement ดูที่ สิทธิในสินทรัพย์/ภาระในหนี้สิน (Assets/Liabilities separation) ไม่ได้ดูที่แหล่งเงินกู้ธนาคารเป็นหลัก
คำถามข้อที่ 224 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่การประเมินการควบคุมของการร่วมการงาน ตัวเลือก:
- A) จำนวนกรรมการที่มีสิทธิออกเสียง
- B) แหล่งที่มาของเงินทุน
- C) การรับรู้สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่าย
- D) xx เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
อ้างอิง TFRS 11: การควบคุมร่วมดูที่ สิทธิออกเสียง (Voting rights), อำนาจตัดสินใจ แต่ แหล่งเงินทุน ไม่ใช่เกณฑ์หลักในการประเมินอำนาจควบคุม
คำถามข้อที่ 273 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: บริษัทเอ จำกัด ได้ลงทุน ร่วมกับ บริษัท บี จำกัด เป็น บริษัท เอบี จำกัด โดยลงทุนในสัดส่วนที่เท่ากันคือ50% โดยทั้งสองบริษัท ไม่มีสิทธิ์ในสินทรัพย์หรือเทคโนโลยีของบริษัท เอบี จำกัด การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการลงทุน แบบใด ตัวเลือก:
- A) การดำเนินงานร่วมกัน
- B) การร่วมค้า
- C) บริษัทย่อย
- D) บริษัทร่วม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การลงทุน 50:50 ที่จัดตั้งบริษัทแยกต่างหาก (Separate Vehicle) และผู้ลงทุนมีสิทธิใน สินทรัพย์สุทธิ ของกิจการ (ไม่ใช่สินทรัพย์รายตัว) จัดเป็น การร่วมค้า (Joint Venture)
คำถามข้อที่ 286 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: การร่วมการงานมีกี่แบบ ตัวเลือก:
- A) 2 แบบ ดำเนินงานร่วมกัน กับ การร่วมค้า
- B) 3 แบบ ลงทุนร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกัน การร่วมค้า
- C) 3แบบ บริษัทย่อย บริษัทร่วม กิจการร่วมค้า
- D) 3 แบบ การดำเนินงานร่วมกัน สินทรัพย์ที่ควบคุมร่วมกัน กิจการที่ควบคุมร่วมกัน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ประเภทของการร่วมการงาน (Joint Arrangement) มี 2 แบบ คือ 1. การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation) และ 2. การร่วมค้า (Joint Venture)
คำถามข้อที่ 308 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ก กับ ข มีการร่วมการงาน โดยมีการควบคุมร่วม ข้อใดถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) เป็น “ผู้ร่วมดำเนินงาน” มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการร่วมการงานนั้น
- B) เป็น “ผู้ร่วมดำเนินงาน” มีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิเกี่ยวข้องกับการร่วมการงานนั้น
- C) เป็น “ผู้ร่วมค้า” มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการร่วมการงานนั้น
- D) เป็น “ผู้ร่วมค้า” มีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิและภาระผูกพันในหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการร่วมการงานนั้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ผู้ที่มีสิทธิในสินทรัพย์และภาระผูกพันในหนี้สิน เรียกว่า ผู้ร่วมดำเนินงาน (Joint Operator) (ถ้ามีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ เรียกว่า ผู้ร่วมค้า / Joint Venturer)
คำถามข้อที่ 333 (ภาคการสอบ: 3/68)
คำถาม: ก และ ข ลงทุนใน ค ในสัดส่วน 50:50 โดยวาระการประชุมสำคัญต้องได้รับคะแนนเสียง 51% ขึ้นไป ก และ ข จะจัดประเภทเงินลงทุนใน ค อย่างไร ตัวเลือก:
- A) กิจการร่วมค้า / กิจการร่วมค้า
- B) บริษัทร่วม / บริษัทร่วม
- C) บริษัทย่อย / บริษัทร่วม
- D) บริษัทร่วม / บริษัทย่อย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ถือหุ้น 50:50 ต้องเห็นชอบร่วมกัน (Joint Control) และจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก
คำถามข้อที่ 358 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: ข้อมูลเงินลงทุนต่อไปนี้ ข้อใดไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดในการเปิดเผยของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 12 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียในกิจการอื่น ตัวเลือก:
- A) กิจการซึ่งรวมอยู่ในงบการเงินรวม
- B) กิจการซึ่งมีโครงสร้างเฉพาะตัวซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในงบการเงินรวม
- C) การร่วมการงานประเภทการดำเนินงานร่วมกัน
- D) ส่วนได้เสียที่ถือโดยกิจการที่เข้าร่วมการงานแต่ไม่ได้มีการควบคุมร่วมกันในการร่วมการงาน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 365 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: บริษัท ก ข และ ค จัดตั้งกิจการร่วมการงานแห่งหนึ่ง โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นดังนี้ บริษัท ก ถือหุ้น 50% บริษัท ข ถือหุ้น 30% และ บริษัท ค ถือหุ้น 20% ซึ่งตามข้อตกลงในสัญญา การตัดสินใจเกี่ยวกับ กิจกรรมที่สำคัญของ กิจการ ต้องได้รับเสียงเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 72% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด ตัวเลือก:
- A) บริษัท ก มีอำนาจควบคุมกิจการ เนื่องจากถือหุ้นมากที่สุด
- B) บริษัท ก และ ข เป็นผู้ควบคุมร่วม เนื่องจากรวมกันมีสิทธิออกเสียงเกิน 72%
- C) บริษัท ข และ ค เป็นผู้ควบคุมร่วม เนื่องจากต้องร่วมกันตัดสินใจ
- D) กิจการนี้ไม่มีผู้ควบคุม เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดถือหุ้นเกิน 50% เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ผลต่างชั่วคราวที่ต้องเสียภาษี (เช่น การตัดค่าเสื่อมราคาทางภาษีเร็วกว่าค่าเสื่อมราคาทางบัญชี) จะทำให้กิจการเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงต้องนามาใช้คำนวณหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ส่วนผลต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (เช่นการบวกกลับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในการคำนวณกำไรทางภาษี) ทำให้กิจการเสียภาษีเร็วเกินควร จึงต้องนามาคำนวณสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
- การดำเนินงานร่วมกัน (Joint Operation): รับรู้และนำรายการสินทรัพย์/หนี้สินตามสัดส่วนของสัญญาเข้ามาบันทึกในสมุดบัญชีหลักโดยตรง
- การร่วมค้า (Joint Venture): บันทึกวิธีส่วนได้เสียเหมือน TAS 28
TFRS 9: เครื่องมือทางการเงิน
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- จัดประเภทสินทรัพย์ทางการเงินตามลักษณะกระแสเงินสดตามสัญญา (SPPI Test) และโมเดลธุรกิจของกิจการ (Business Model Test):
- ราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost): ตราสารหนี้ที่ถือไว้เพื่อรับเงินต้นและดอกเบี้ย (Hold to Collect)
- มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI): ตราสารหนี้ที่ถือไว้เพื่อเก็บดอกเบี้ยและเพื่อขาย หรือตราสารทุนที่เลือกรับรู้เข้า OCI แบบถาวร
- มูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL): ตราสารทุนและอนุพันธ์เก็งกำไร การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญใช้เกณฑ์ Expected Credit Loss (ECL)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'กระเป๋าเก็บเงิน 3 ช่องการเงิน' - กระเป๋าใบเก็บเงียบกินดอกเบี้ย (Amortized Cost) กระเป๋าใบโชว์ราคาอวดพอร์ต OCI (FVOCI) และกระเป๋าซิ่งพร้อมเทรดฟันกำไรเข้าออกกำไรขาดทุน (FVTPL) ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดประเภทสินทรัพย์การลงทุนอย่างสมเหตุสมผล
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 20 (ภาคการสอบ: 2/59)
คำถาม: บริษัทลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขายที่เป็นหุ้นสามัญจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ 10,000 หุ้นๆ ละ 10 เหรียญ อัตรา พิเศษ เปิดวิชาบัญชี 1 Sec 2 เรียนทุกเสาร์-อาทิตย์ 6 วันในวันที่ 24, 25 ก.ย. 1, 2, 8, 9 ต.ค. 2559) ที่เก่าเวลาเดิม แลกเปลี่ยน 25 บาทต่อเหรียญ ปลายปีราคาต่อหุ้นขึ้นเป็น 12 เหรียญ อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 27 บาทต่อเหรียญ แสดงรายการใน กำไรขาดทุน และกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอย่างไร ตัวเลือก:
- A) รับรู้เข้ากำไรขาดทุน 740,000 บาท
- B) รับรู้เข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น 740,000 บาท
- C) รับรู้เข้ากำไรขาดทุน 500,000 บาท กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น 240,000 บาท
- D) รับรู้เข้ากำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น 500,000 บาท กำไร 240,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ตอบข้อ d (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 29 (ภาคการสอบ: 3/59)
คำถาม: กิจการที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุน วัดค่าเงินลงทุนด้วยมูลค่าใด ตัวเลือก:
- A) ราคาเสนอซื้อล่าสุด
- B) ราคาเสนอขายล่าสุด
- C) ราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (ราคาปิด)
- D) ไม่มีข้อถูก เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ตามมาตรฐานการบัญชีเดิม กิจการที่ดำเนินธุรกิจเฉพาะด้านการลงทุนจะวัดมูลค่าเงินลงทุนในความต้องการของตลาดด้วยราคาเสนอซื้อล่าสุด (Bid Price) ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน
คำถามข้อที่ 38 (ภาคการสอบ: 1/61)
คำถาม: ในปีปัจจุบันกิจการปรับลดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ต่ำกว่ายอดคงเหลือปีก่อน กิจการจะรับรู้การลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะ สูญดังกล่าวอย่างไร ตัวเลือก:
- A) เครดิตรายได้อื่น
- B) เครดิตหนี้สงสัยจะสูญเพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหนี้สูญลง
- C) เครดิตรายได้อื่น หรือเครดิตหนี้สงสัยจะสูญเพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหนี้สูญลง
- D) เดบิตรายได้อื่น หรือเดบิตหนี้สงสัยจะสูญ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
หลักการบัญชี: เมื่อมีการปรับลดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance) ให้ต่ำลง (Reversal) กิจการจะบันทึกโดยการเดบิต ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และ เครดิต โอนกลับหนี้สงสัยจะสูญ (หรือเครดิตค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญ) เพื่อลดยอดค่าใช้จ่ายในงวดนั้น
คำถามข้อที่ 45 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: กิจการมียอดลูกหนี้การค้ำ ณ 1 มค 25x1 100,000 บาท และลูกหนี้การค้ำ ณ 31 ธค 25x1 120,000 บาท บริษัทตั้งค่าเผื่อสงสัยจะสูญ 2% ของลูกหนี้ ในระหว่างปี 25x1 ได้ตัดหนี้สูญ 1,100 บาท ในงบกำไรขาดทุนของ ปี 25x1 จะแสดงยอดหนี้สงสัยจะสูญเท่ำใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 1,500 บาท
- C) 400 บาท
- D) 2,400 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ: 1. ค่าเผื่อฯ ยกมา (100,000 x 2%) = 2,0002. หัก ตัดจำหน่ายหนี้สูญระหว่างปี = 1,100 -> คงเหลือตามบัญชี = 9003. ค่าเผื่อฯ ที่ควรเป็น ณ สิ้นปี (120,000 x 2%) = 2,4004. ต้องตั้งเพิ่ม (ผลต่าง) = 2,400 - 900 = 1,500 บาท (ถือเป็นหนี้สงสัยจะสูญในงบกำไรขาดทุน)
คำถามข้อที่ 74 (ภาคการสอบ: 3/62)
คำถาม: กิจการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 2% จากยอดลูกหนี้ ในปี x1 มีลูกหนี้ 1000 บาท ปี x2 มีลูกหนี้ 800 บาท ถามว่าปีที่ 2 จะเกิดผล กระทบอย่างไร ตัวเลือก:
- A) บันทึกเป็นรายได้อื่น 4 บาท
- B) บันทึกลดค่าใช้จ่าย 4 บาท
- C) เอาที่สบายใจ
- D) ผิดทุกข้อ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การคำนวณ: ปี x1: ลูกหนี้ 1,000 x 2% = ค่าเผื่อฯ 20 บาท ปี x2: ลูกหนี้ 800 x 2% = ค่าเผื่อฯ 16 บาท ต้องปรับปรุงยอดค่าเผื่อฯ ลดลงจาก 20 เหลือ 16 = ลดลง 4 บาท การลดลงของค่าเผื่อฯ บันทึกเป็น เครดิต โอนกลับหนี้สงสัยจะสูญ (ลดค่าใช้จ่าย)
คำถามข้อที่ 100 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ข้อใดไม่ถูกต้อง ตัวเลือก:
- A) กิจการต้องทบทวนมูลค่าคงเหลือและอายุการให้ประโยชน์ของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- B) คนเข้าสอบน่ารักทุกคน
- C) การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดค่าเสื่อมเป็นการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี
- D) กิจการต้องเริ่มคิดค่าเสื่อมเมื่อกิจการเริ่มใช้สินทรัพย์ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
FVPL เป็นการจัดประเภทเครื่องมือทางการเงินพื้นฐานของ TFRS 9 แม้กิจการจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ตั้งใจถือจนครบกำหนด แต่หากกิจการต้องการลดการจับคู่อย่างไม่เหมาะสมทางการบัญชี กิจการย่อมมีสิทธิจัดประเภทด้วย FVPL ได้ (TFRS 9.4.1.5)
คำถามข้อที่ 154 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: กิจการกู้เงินโดยต้องการป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จึงทำสัญญาแลกอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Swap) จากอัตราดอกเบี้ยผันแปรเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ กิจการจะถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงแบบใด ตัวเลือก:
- A) Fair value hedge
- B) Cash flow hedge
- C) Interest hedge
- D) Foreign Exchange hedge เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
การทำ Swap เพื่อแปลงดอกเบี้ยลอยตัว (ที่มีความผันผวนของกระแสเงินสด) ให้เป็นดอกเบี้ยคงที่ เป็นการป้องกันความเสี่ยงใน กระแสเงินสด (Cash Flow Hedge)
คำถามข้อที่ 192 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: 1 ม.ค.25x1 ธนาคารให้กู้เงิน 200,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี ครบกำหนดชำระปีที่ 5 โดยปีที่หนึ่งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ปีที่สองดอกเบี้ยร้อยละ 5 และปีที่ 3-5 ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่ากับ 6.68255 คำถาม รายได้ดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับเท่าใด และมูลค่าตามบัญชีเงินกู้ 31 ธ.ค.25x3 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) รายได้ดอกเบี้ย 13,530 บาท และมูลค่าตามบัญชี 200,000 บาท
- B) รายได้ดอกเบี้ย 13,590 บาท และมูลค่าตามบัญชี 202,468 บาท
- C) รายได้ดอกเบี้ย 13,830 บาท และมูลค่าตามบัญชี 204,785 บาท
- D) รายได้ดอกเบี้ย 16,000 บาท และมูลค่าตามบัญชี 206,957 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การคำนวณรายได้ดอกเบี้ย (Interest Revenue) ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คูณกับมูลค่าตามบัญชีต้นงวด (Gross Carrying Amount) ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา (Coupon Rate)
คำถามข้อที่ 197 (ภาคการสอบ: 2/66)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่เครื่องมือทางการเงิน ตัวเลือก:
- A) ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า
- B) พันธบัตรรัฐบาล
- C) ลูกหนี้การค้าตามใบแจ้งหนี้
- D) หุ้นสามัญของกิจการอื่น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Rent) เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับบริการในอนาคต ไม่ใช่ การได้รับเงินสดหรือสินทรัพย์ทางการเงิน จึงไม่ใช่เครื่องมือทางการเงิน
คำถามข้อที่ 238 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: 1 ม.ค.25x1 ธนาคารให้กู้เงิน 200,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี ครบกำหนดชำระปีที่ 5 โดยปีที่หนึ่งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ปีที่สองดอกเบี้ยร้อยละ 5 และปีที่ 3-5 ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่ากับ 6.68255 รายได้ ดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับเท่าใด และมูลค่าตามบัญชีเงินกู้ 31 ธ.ค.25x3 เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) รายได้ดอกเบี้ย 13,590 บาท และมูลค่าตามบัญชี 202,468 บาท
- B) รายได้ดอกเบี้ย 16,000 บาท และมูลค่าตามบัญชี 206,957 บาท
- C) รายได้ดอกเบี้ย 13,530 บาท และมูลค่าตามบัญชี 200,000 บาท
- D) รายได้ดอกเบี้ย 13,830 บาท และมูลค่าตามบัญชี 204,772 บาท งวดวันที่ เงินรับ ตัดดอก 6.68255% เพิ่มต้น (ตัดต้น) ต้นคงเหลือ 0 1/1/x1 200,000 1 31/12/x1 10,000 13,365 3,365 203,365 2 31/12/x2 10,000 13,590 3,590 206,955 3 31/12/x3 16,000 13,830 -2,170 204,785 4 31/12/x4 16,000 13,685 -2,315 202,470 5 31/12/x5 16,000 13,530 -2,470 200,000 เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การคำนวณรายได้ดอกเบี้ย (Interest Revenue) ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คูณกับมูลค่าตามบัญชีต้นงวด (Gross Carrying Amount) ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา (Coupon Rate)
คำถามข้อที่ 248 (ภาคการสอบ: 1/67)
คำถาม: กิจการมีสินทรัพย์ทางการเงินวัดมูลค่า FVOCI หากกิจการออกอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงผลการดำเนินงาน ควรวัดมูลค่าอนุพันธ์อย่างไร ตัวเลือก:
- A) วัดด้วย Amortized Cost
- B) วัดด้วย FVOCI
- C) วัดด้วย FVTPL
- D) วัดด้วย FVOCI หรือ FVTPL เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
(ปกติอนุพันธ์วัดด้วย FVTPL) แต่หากทำ Hedge Accounting สำหรับรายการ FVOCI ส่วนของกำไรขาดทุนจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instrument) อาจรับรู้ใน OCI หรือ P/L ขึ้นอยู่กับประเภทของ Hedge (Cash Flow vs Fair Value Hedge)
คำถามข้อที่ 268 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: ข้อใดผิดเกี่ยวกับกองทุนการรื้อถอนที่ตั้งแยก ตัวเลือก:
- A) กิจการ (ผู้ลงทุน) จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เงินสมทบนี้จะถูกนาไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งอาจ รวมถึงตราสารหนี้และตราสารทุน
- B) ผู้ลงทุนอาจไม่มีสิทธิหรือถูกจำกัดสิทธิในการเข้าถึงสินทรัพย์ของกองทุน ส่วนที่เกินจากที่มีไว้เพื่อจ่าย ต้นทุนในการรื้อถอน
- C) กองทุนจะถูกแยกออกมาจัดการโดยผู้ดูแลกองทุนอิสระ
- D) เมื่อจ่ายค่าสมาชิกกองทุนแล้วกิจการไม่ต้องรับผิดชอบในค่ารื้อถอนที่จะเกิดขึ้น เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ข้อนี้ถามว่าข้อใดผิด ต้นทุนทางตรงในการซื้อสินทรัพย์ FVOCI ต้องนาไป รวมเป็นราคาทุน ของสินทรัพย์ ไม่ได้รับรู้เข้า P/L ทันที (ต่างจาก FVPL)
คำถามข้อที่ 324 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่นิยามของ อนุพันธ์ ตัวเลือก:
- A) มีมูลค่าที่อิงตามราคาของสินทรัพย์อื่น
- B) เป็นสัญญาแยกต่างหาก
- C) มีการรับจ่ายกันในอนาคต
- D) ณ วันแรกมีมูลค่าตํ่าหรือไม่ต้องจ่าย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
นิยามของอนุพันธ์ (Derivative) ประกอบด้วย 3 ข้อ: 1. มูลค่าเปลี่ยนตามตัวแปรอ้างอิง 2. ไม่มีเงินลงทุนสุทธิเริ่มแรก (หรือน้อยมาก) 3. ชำระราคาในอนาคต (การเป็นสัญญาแยกต่างหาก ไม่ใช่นิยามหลัก เพราะอนุพันธ์อาจแฝงอยู่ในสัญญาหลักได้)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินประเภท FVTPL:
Dr. สินทรัพย์ทางการเงิน - FVTPL
Cr. กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน (กำไรขาดทุน - PL)
การคำนวณดอกเบี้ยจ่ายตามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR):
Dr. เงินสด (รับดอกเบี้ยตามอัตรา Coupon)
Dr. สินทรัพย์ทางการเงิน (ส่วนต่างตัวนำมาตัดจ่ายราคาทุนตัดจำหน่าย)
Cr. รายได้ดอกเบี้ย (คิดจากมูลค่าคงเหลือตามบัญชีต้นงวด x อัตรา EIR)
TAS 36: การด้อยค่าของสินทรัพย์
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- สินทรัพย์หรือหน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด (CGU) จะเกิดการด้อยค่าเมื่อมูลค่าตามบัญชี (Carrying Value) สูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount) โดยมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนให้เลือกมูลค่าที่สูงกว่าระหว่าง: 1. มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย (Fair Value less Costs of Disposal) 2. มูลค่าจากการใช้ (Value in Use ซึ่งคำนวณจาก PV ของกระแสเงินสดในอนาคต)
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'กู้ชีพเครื่องจักรขึ้นสนิม' - เมื่อประเมินว่าเครื่องจักรเก่าทำเงินได้น้อยลง ให้เปรียบเทียบว่าหากเอาไปประกาศขายหักค่านายหน้า (Fair Value less Cost of Disposal) หรือใช้ต่อจนพังปั่นกระแสเงินสดปัจจุบัน (Value in Use) วิธีใดคุ้มค่าที่สุด เอาตัวเลขที่สูงกว่ามาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบเพื่อตัดลดมูลค่าในงบลงทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 123 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: อาคารมีมูลค่าตามบัญชี 2,000,000 บาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 1,500,000 บาท ฐานภาษี 1,700,000 บาท (ผลขาดทุนจากการด้อยค่าไม่ถือเป็นคชจ ทางภาษี) tax rate 20% กิจการต้องตั้งภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เท่าใด ตัวเลือก:
- A) DTA 40,000 บาท
- B) DTA 60,000 บาท
- C) DTL 40,000 บาท
- D) DTL 60,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: • มูลค่าตามบัญชี (หลังด้อยค่า) = 1,500,000 (Impairment loss = 2.0 - 1.5 = 0.5M) • ฐานภาษี = 1,700,000 (กรมสรรพากรไม่ยอมรับขาดทุนด้อยค่า) • ผลแตกต่างชั่วคราวใช้หักภาษี (Deductible) = 1,700,000 - 1,500,000 = 200,000 • DTA = 200,000 × 20% = 40,000 บาท
คำถามข้อที่ 182 (ภาคการสอบ: 1/66)
คำถาม: (TAS36) ข้อใดไม่ใช่ข้อบ่งชี้ “ภายนอก” เกี่ยวกับการด้อยค่าของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) มีการเปลี่ยนแปลงทางลบที่ส่งผลต่อกิจการ ในเรื่อง เศรษฐกิจ กฎหมาย
- B) อัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นส่งผลต่อการคิดลดของมูลค่าสินทรัพย์การใช้
- C) มีหลักฐานที่แสดงได้ว่าสินค้าของกิจการล้าสมัย
- D) มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของกิจการสูงกว่ามูลค่าตลาดของกิจการ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
การที่สินค้าล้าสมัยหรือชำรุดเสียหาย เป็น แหล่งข้อมูลภายใน (Internal Source) ของการด้อยค่า ส่วนข้อบ่งชี้ภายนอก (External) เช่น ราคาตลาดลดลง, อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น, สภาพแวดล้อมทางกม./เทคโนโลยีเปลี่ยน
คำถามข้อที่ 218 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: ณ สิ้นปี 2561 บริษัท ธนิก จำกัด มีอุปกรณ์มูลค่าตามบัญชี 100ล้านบาท แต่มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของ อุปกรณ์รายการนี้เท่ากับ 80 ล้านบาท ต่อมาปี 62 มีการปรับปรุงสินทรัพย์ 30 ล้านบาท ทำให้มูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืนสิ้นปี 2562 เพิ่มเป็น 140 ล้านบาท บจ.ธนิก ต้องกลับรายการผลขาดทุนจากการด้อยค่าในปี 2562 เท่าใด ตัวเลือก:
- A) ไม่เกิน 20 ล้านบาท
- B) 20 ล้านบาท
- C) 40 ล้านบาท
- D) 60 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: กลับรายการได้ไม่เกิน "มูลค่าตามบัญชีเดิมหากไม่มีการด้อยค่า" CA เดิม (หากไม่ด้อยค่า) = 100 + ปรับปรุง 30 = 130.CA ปัจจุบัน (หลังด้อยค่า) = 80 + 30 = 110.ส่วนต่างที่กลับได้สูงสุด = 130 - 110 = 20 ล้านบาท
คำถามข้อที่ 230 (ภาคการสอบ: 3/66)
คำถาม: สิ้นปี 25x1 กิจการมี CGU มูลค่าตามบัญชี 100 ล้านบาท มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 80 ล้านบาท ต่อมาปี 25x2 ซื้อสินทรัพย์เพิ่มใน CGU ซึ่งสินทรัพย์นี้ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระ มูลค่า 30 ล้านบาท หลังจากซื้อสินทรัพย์นี้แล้วทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเท่ากับ 140 ล้านบาท หากสินทรัพย์ใน CGU ดังกล่าวไม่มีการเสื่อมค่า กิจการสามารถกลับรายการผลขาดทุนการด้อยค่าได้เท่าใด ตัวเลือก:
- A) 0 บาท
- B) 20 ล้านบาท
- C) 40 ล้านบาท
- D) 60 ล้านบาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
ตอบข้อ b (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
คำถามข้อที่ 277 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยแท้จริง ตัวเลือก:
- A) ประมาณกระแสเงินสดจากการใช้ตามเงื่อนไขของสัญญาทั้งหมดของเครื่องมือทางการเงินนั้น
- B) ค่าธรรมเนียมและต้นทุน รับและจ่าย ทั้งหมดของคู่สัญญา
- C) ต้นทุนทางการเงิน
- D) ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดไว้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
การคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) จะรวมค่าธรรมเนียม ต้นทุนการทำรายการ และส่วนลด/ส่วนเกิน แต่ ไม่รวม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดไว้ (Expected Credit Loss - ECL) ยกเว้นกรณีเป็นสินทรัพย์ที่มีการด้อยค่าตั้งแต่กำเนิด
คำถามข้อที่ 305 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: บริษัทเดินรถแห่งหนึ่งทำสัญญากับรัฐบาลโดยต้องเดินรถห้าเส้นทางเท่านั้น คือ ก ข ค ง และ จ บริษัทสามารถ รายงานสินทรัพย์และกระแสเงินสดแยกรายเส้นทางได้ กและข ขาดทุนอย่างมีสารสำคัญ คและง มีกำไรอย่างมาก จ คุ้มทุน มีกี่หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด ตัวเลือก:
- A) 1 หน่วย
- B) 2 หน่วย
- C) 3 หน่วย
- D) 5 หน่วย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
เนื่องจากสัญญาบังคับให้เดินรถทั้ง 5 เส้นทาง (ไม่สามารถยกเลิกเส้นทางที่ขาดทุนได้) กระแสเงินสดรับจึงไม่เป็นอิสระจากกัน ต้องพิจารณาเป็นกลุ่มเดียว (1 CGU)
คำถามข้อที่ 306 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: บริษัทเดินรถแห่งหนึ่งทำสัญญากับรัฐบาลจำนวน 5 เส้นทางโดยไม่จำเป็นต้องเดินรถทั้งห้าเส้นทาง สามารถเลือกเดิน รถได้ตามต้องการ เส้นทางเหล่านั้นคือ ก ข ค ง และ จ บริษัทสามารถรายงานสินทรัพย์และกระแสเงินสดแยกราย เส้นทางได้ ซึ่ง ก และ ข ขาดทุนอย่างมีสาระสำคัญ ค และ ง มีกำไรอย่างมาก ส่วน จ แค่คุ้มทุน กิจการจะถือว่ามีกี่ หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสดกี่หน่วย ตัวเลือก:
- A) 1 หน่วย
- B) 2 หน่วย
- C) 3 หน่วย
- D) 5 หน่วย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
หากสามารถเลือกเดินรถได้อิสระและรายงานแยกได้ แต่ละเส้นทางถือเป็น CGU แยกต่างหาก +1
คำถามข้อที่ 313 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดคือปัจจัยภายนอกของการด้อยค่า ตัวเลือก:
- A) มูลค่าบัญชีสูงกว่ามูลค่าตลาด
- B) ตัดสายการผลิตในการส่งออกต่างประเทศ
- C) หลักฐานล้าสมัยของสินค้า
- D) ผู้เข้าสอบ CPA น่ารักทุกคน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
"มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์สุทธิของกิจการ สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด" (Carrying amount > Market capitalization) ถือเป็น แหล่งข้อมูลภายนอก (External Source) ที่บ่งชี้ว่าสินทรัพย์อาจเกิดการด้อยค่า
คำถามข้อที่ 323 (ภาคการสอบ: 2/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยในการกำหนดอายุการให้ประโยชน์ของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) ความล้าสมัยของเทคโนโลยี
- B) การชำรุดทางกายภาพของสินทรัพย์
- C) ข้อกำหนดด้านกฎหมาย หรือข้อจำกัดอื่นที่คล้ายคลึงกัน
- D) กระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
ปัจจัยในการกำหนดอายุการใช้ประโยชน์ ได้แก่ 1. การใช้ประโยชน์ที่คาดไว้ 2. การชำรุดเสียหายทางกายภาพ 3. ความล้าสมัยทางเทคนิค 4. ข้อจำกัดทางกฎหมาย (กระแสเงินสด เป็นเรื่องของการวัดมูลค่าหรือการด้อยค่า ไม่ใช่ปัจจัยกำหนดอายุการใช้งาน)
คำถามข้อที่ 366 (ภาคการสอบ: 1/69)
คำถาม: วันที่ 1 มกราคม 25x1 บริษัท ก ซื้อเครื่องจักรมาในราคา 1,000,000 บาท อายุการให้ประโยชน์ 10 ปี ไม่มีมูลค่า คงเหลือ และกิจการตัดค่าเสื่อมราคาโดยวิธี เส้นตรง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x2 เครื่องจักรเกิดการด้อยค่า โดย หลังรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าแล้ว เครื่องจักรมี มูลค่าตามบัญชี 640,000 บาท ต่อมา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x6 กิจการประเมินว่า มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable amount) ของเครื่องจักรเท่ากับ 580,000 บาท และไม่มีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่าอีกต่อไป ตาม TAS 36 การด้อยค่าของสินทรัพย์ บริษัทควรกลับรายการผล ขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องจักรจำนวนเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 160,000 บาท
- B) 120,000 บาท
- C) 80,000 บาท
- D) ไม่ต้องกลับรายการ ค่าเสื่อมเดิมปีละ 100,000 บาท ดังนั้น ณ 31/12/x2 มูลค่าตามบัญชีก่อนด้อยค่า = 800,000 บาท และหลังด้อยค่าเหลือ 640,000 บาท จากนั้นตัดค่าเสื่อมใหม่ตามมูลค่าหลังด้อยค่าและอายุคงเหลือ 8 ปี ได้ปีละ 80,000 บาท ดังนั้น ณ 31/12/x6 มูลค่าตามบัญชี = 320,000 บาท ขณะที่ถ้าไม่เคยด้อยค่าเลย มูลค่าตามบัญชี ณ วันเดียวกันจะเท่ากับ 400,000 บาท จึงกลับรายการด้อยค่าได้สูงสุดเพียง 80,000 บาท แม้ recoverable amount จะเป็น 580,000 บาทก็ตาม ดังนั้นคำตอบคือ 80,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ตอบข้อ c (เฉลยตามการทำสัญลักษณ์ในข้อสอบ)
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
สูตรคำนวณมูลค่าด้อยค่า:
มูลค่าด้อยค่าที่ต้องรับรู้ = มูลค่าตามบัญชี (Book Value) - Recoverable Amount (ค่าสูงสุดของ FV less Cost หรือ Value in Use)
การบันทึกบัญชีรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า:
Dr. ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (ในกำไรหรือขาดทุน)
Cr. ค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม (หรือลดมูลค่าสินทรัพย์โดยตรง)
TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืม
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- ต้นทุนการกู้ยืม (Borrowing Costs) เช่น ดอกเบี้ยจ่าย ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้มา การก่อสร้าง หรือผลิตสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset - สินทรัพย์ที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการจัดเตรียมเพื่อให้พร้อมใช้หรือขาย เช่น โรงงาน, อาคารขนาดใหญ่) ให้บันทึกเป็นราคาทุนของสินทรัพย์นั้นแทนการรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายใน PL แต่หากกระบวนการก่อสร้างหยุดชะงักอย่างเป็นนัยสำคัญและไม่มีเหตุจำเป็น (เช่น สถานการณ์โควิด-19) ต้องระงับการรวมต้นทุนกู้ยืมเป็นสินทรัพย์และบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายงวดแทน
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'ดอกเบี้ยปูนเปียกติดรากฐานอาคาร' - ในระหว่างการก่อสร้างอย่างขะมักเขม้น ดอกเบี้ยจ่ายเปรียบเหมือนน้ำปูนที่คอยทำให้ตึกหล่อขึ้นมาได้ จึงเปลี่ยนดอกเบี้ยจ่ายเป็นสินทรัพย์ได้ชั่วคราว แต่เมื่อก่อสร้างหยุดนิ่ง (ปูนแห้งค้างถัง) ดอกเบี้ยนั้นจะตกสถานะกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดทันที
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 30 (ภาคการสอบ: 1/60)
คำถาม: มาตรฐานการบัญชีฉบับใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่ เกิดขึ้นจากการรื้อถอน การบูรณะ และหนี้สินที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตัวเลือก:
- A) มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 8 (ปรับปรุง 2559) เรื่อง นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและ ข้อผิดพลาด
- B) มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 23 (ปรับปรุง 2559) เรื่อง ต้นทุนการกู้ยืม
- C) มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 (ปรับปรุง 2559) เรื่อง การด้อยค่าของสินทรัพย์
- D) มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 38 (ปรับปรุง 2559) เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 38 เรื่อง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ไม่เกี่ยวข้องกับการตีความมาตรฐานการ รายงานทางการเงิน ฉบับที่ 1 การเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการรื้อถอน การบูรณะ และหนี้สินที่มี ลักษณะคล้ายคลึงกัน
คำถามข้อที่ 70 (ภาคการสอบ: 2/62)
คำถาม: ข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถถือเป็นต้นทุนกู้ยืมภายใต้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 23 ได้ ตัวเลือก:
- A) ดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่ใช้ในการสร้างสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข
- B) การตัดจ่ายส่วนต่ำหรือส่วนเกินสำหรับเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข
- C) ต้นทุนการจัดจำหน่ายตราสารทุน
- D) ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยจ่ายของเงินกู้ยืม เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
อ้างอิง TAS 23: ต้นทุนการกู้ยืมรวมถึง ดอกเบี้ย, การตัดจำหน่ายส่วนลด/ส่วนเกินของ เงินกู้, และผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน (ส่วนปรับปรุงดอกเบี้ย) แต่ ไม่รวม ต้นทุนที่เกี่ยวกับส่วนของเจ้าของ เช่น ต้นทุนการออกหุ้น (Cost of issuing equity)
คำถามข้อที่ 109 (ภาคการสอบ: 2/63)
คำถาม: ก่อสร้างสินทรัพย์โดยมีรายจ่ายในปีดังนี้: 1 ม.ค. 600,000 บาท, 1 ต.ค. 1,500,000 บาท โดยกิจการมีวงเงินกู้ โดยกู้มาสำหรับ ก่อสร้างสินทรัพย์ 900,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% โดยเบิกกู้ดังนี้ 1 ม.ค. 600,000 บาท, 1 ต.ค. 300,000 ส่วนที่เหลือสามารถใช้ เงินกู้ทั่วไปอัตราตั้งเป็นทุนเท่ากับ 10% ให้คำนวณดอกเบี้ยจ่ายที่สามารถรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) 111,000 บาท
- B) 81,000 บาท
- C) 108,000 บาท
- D) 160,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: 1. เงินกู้เฉพาะ: 900,000 @12% - เบิก 1 ม.ค. 600,000 (12 เดือน) = 72,000 - เบิก 1 ต.ค. 300,000 (3 เดือน) = 9,000 (รวมดอกเบี้ยเฉพาะ = 81,000)2. เงินกู้ทั่วไป: รายจ่ายวันที่ 1 ต.ค. ทั้งหมด 1,500,000 หักใช้เงินกู้เฉพาะไป 300,000 เหลือส่วนที่ต้องใช้เงินกู้ทั่วไป 1,200,000 - ดอกเบี้ย = 1,200,000 x 10% x 3/12 = 30,000รวมทั้งหมด = 81,000 + 30,000 = 111,000 บาท
คำถามข้อที่ 152 (ภาคการสอบ: 2/65)
คำถาม: 1 มี.ค.25x1 กู้เงิน 10 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ในระหว่าปี 25x1 มีการหยุดก่อสร้างเนื่องจาก สถานะการณ์ โควิด 19 เป็นเวลา 1 เดือน โดยบริษัทไม่มีการดำเนินการใดๆ บริษัทจะรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายเป็นต้นทุน ของสินทรัพย์ในปี 25x1 ได้เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 300,000 บาท
- B) 250,000 บาท
- C) 225,000 บาท
- D) ไม่สามารถคิดเป็นต้นทุนได้ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
• ดอกเบี้ย 10 เดือน = 10 ล้าน × 3% × 10/12 = 250,000 • หยุดพักก่อสร้าง 1 เดือน (ช่วงโควิด): พักดอกเบี้ย = 250,000 × (1/10) = 25,000 • ต้นทุนที่รวมเป็นสินทรัพย์ = 250,000 - 25,000 = 225,000 บาท
คำถามข้อที่ 168 (ภาคการสอบ: 3/65)
คำถาม: กิจการกู้เงินธนาคาร จำนวน 10ล้านบาท วันที่ 1 มี.ค. 25x1 วัตถุประสงค์เพื่อสร้างโรงงาน อัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี ซึ่ง กิจการได้รับเงินจากธนาคารแบ่งเป็น 2 ก้อน 3,000,000 บาท กู้วันที่ 1 มี.ค. 25x1 และ 7,000,000 บาท กู้วันที่ 1 ก.ค. 25x1 ระหว่างปีกิจการได้นาเงินกู้ไปลงทุนระยะสั้นและได้ผลตอบแทนจำนวน 100,000 บาท ต้นทุนกู้ยืมที่ถือเป็น ต้นทุนของสินทรัพย์เท่ากับเท่าใด ตัวเลือก:
- A) 320,000 บาท
- B) 600,000 บาท
- C) 420,000 บาท
- D) 700,000 บาท เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
การคำนวณ: 1. ดอกเบี้ยก้อนที่ 1 (3 ล้าน): 3,000,000×7%×1210=175,000 บาท 2. ดอกเบี้ยก้อนที่ 2 (7 ล้าน): 7,000,000×7%×126=245,000 บาท 3. หัก ผลตอบแทนจากการลงทุนชั่วคราว: (100,000) บาท 4. ต้นทุนการกู้ยืมที่บันทึกเป็นสินทรัพย์ = 175,000+245,000−100,000=320,000 บาท
คำถามข้อที่ 264 (ภาคการสอบ: 2/67)
คำถาม: กิจการต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนกู้ยืมอย่างไร ตัวเลือก:
- A) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป
- B) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉพาะ
- C) อัตราตั้งขึ้นเป็นทุน
- D) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถัวเฉลี่ย เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
กิจการต้องเปิดเผย อัตราการตั้งขึ้นเป็นทุน (Capitalization Rate) ที่ใช้ในการคำนวณต้นทุนการกู้ยืมในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
คำถามข้อที่ 279 (ภาคการสอบ: 3/67)
คำถาม: รายจ่ายรายการใดไม่สามารถรับรู้ต้นทุนการกู้ยืมเป็นสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) ผลิตสินค้าที่ใช้เวลา 2ปี
- B) ซื้ออาคารที่พร้อมใช้งานทันที
- C) ก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นคลังสินค้าของกิจการ
- D) พัฒนาซอฟท์แวร์ที่ใช้เวลาพัฒนา 1 ปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการเตรียมพร้อมเพื่อใช้งานหรือขาย ดังนั้น อาคารที่ซื้อมาแล้วพร้อมใช้งานทันที จึงไม่สามารถรวมต้นทุนการกู้ยืมเป็นราคาทุนได้
คำถามข้อที่ 307 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ข้อใดไม่ถือเป็นสินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขในการรวมต้นทุนการกู้ยืมเข้าเป็นต้นทุนสินทรัพย์ ตัวเลือก:
- A) โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างนานกว่าสองปี
- B) เครื่องบินไอพ่นราคาแพงที่ซื้อจากโบอิ้ง
- C) สะพานข้ามแยกที่ใช้เวลาสร้างนานกว่าหนึ่งปี
- D) เรือขนส่งทางทะเลที่ก่อสร้างหนึ่งถึงสองปี เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ B
สินทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข (Qualifying Asset) ต้องใช้ระยะเวลานานในการเตรียมพร้อม สินทรัพย์ที่ซื้อมาพร้อมใช้งาน (เช่น เครื่องบินที่ผลิตเสร็จแล้ว) ไม่เข้าเงื่อนไขรวมดอกเบี้ยเป็นต้นทุน +1
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การบันทึกดอกเบี้ยจ่ายรวมเป็นราคาทุนสินทรัพย์ก่อสร้าง:
Dr. งานระหว่างก่อสร้าง (Asset under construction)
Cr. เงินสด / ดอกเบี้ยค้างจ่าย
TFRS 6: การสำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่
📊 1. สรุปหลักการบัญชีสำคัญ (Core Accounting Principle)
- รายจ่ายในการสำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่ ก่อนที่จะมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์และมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคในการสกัดแร่ ให้รับรู้เป็นสินทรัพย์สำรวจแร่ได้ตามดุลยพินิจนโยบายบัญชีกิจการ และต้องผ่านการทดสอบการด้อยค่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่ามูลค่าตามบัญชีสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน
💡 2. สัญชาตญาณและทริคการจำรหัสลับ (Intuition & Mnemonics)
- สัญชาตญาณจำ: 'แผนที่ลายแทงขุมทรัพย์ใต้ดิน' - ค่าใช้จ่ายขุดหาสารแร่เปรียบเหมือนการสำรวจทางเทคนิค หากสำรวจชี้จุดพบขุมทรัพย์แร่ ให้รับรู้เป็นมูลค่าสินทรัพย์ขุดเจาะได้ แต่หากสำรวจแล้วคว้าน้ำเหลวต้องตัดจำหน่ายทิ้งทันทีในงวดงบการเงิน
🎯 3. คลังข้อสอบปรนัยจำแนกตามมาตรฐาน (Grouped MCQ Repository)
คำถามข้อที่ 43 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: รำยจ่ำยรำยการใดต่อไปนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของ TFRS 6 เรื่อง การส ำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยำกรแร่ ตัวเลือก:
- A) เงินเดือนวิศวกรก่อนได้รับสิทธิ์สำรวจ
- B) ค่าสิทธิ์ส ำรวจ
- C) ค่าเสื่อมเครื่องขุดเจำะ
- D) ค่าตรวจประเมินปริมำณแร่ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
อ้างอิง TFRS 6: รายจ่ายที่เกิดขึ้น ก่อน กิจการได้รับสิทธิตามกฎหมายในการสำรวจ (Pre-exploration expenditure) ไม่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานฉบับนี้และต้องรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ไม่สามารถรวมเป็นสินทรัพย์ได้
คำถามข้อที่ 53 (ภาคการสอบ: 3/61)
คำถาม: ข้อใดถือเป็นที่ดิน อำคำร และอุปกรณ์ตาม ม.บช. 16 ตัวเลือก:
- A) PPE ที่ถือครองไว้เพื่อขาย
- B) ต้นโหระพำปลูกไว้ท ำข้ำวกล่อง
- C) บ่อน ้ำมันระหว่างการส ำรวจ
- D) ต้นมะพร้าวกะทิ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ D
อ้างอิง TAS 16/41: - พืชเพื่อการให้ผลิตผล (Bearer Plants) เช่น ต้นมะพร้าว, ต้นยางพารา ที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและมีอายุเกิน 1 ปี ให้ถือปฏิบัติเป็น PPE (TAS 16)- ส่วนต้นโหระพา (พืชล้มลุก/อายุสั้น) หรือ PPE รอขาย (TFRS 5) หรือสินทรัพย์สำรวจ (TFRS 6) ไม่ใช่ PPE
คำถามข้อที่ 125 (ภาคการสอบ: 1/64)
คำถาม: กิจการจะรับรู้ค่าใช้จ่ายการเปิดหน้าเหมืองเพื่อให้ทำงานสะดวกอย่างไร ตัวเลือก:
- A) ต้นทุนของสัมปทานเหมือง
- B) ต้นทุนสินแร่
- C) ค่าใช้จ่ายในกำไรขาดทุน
- D) ค่าปรับปรุงที่ดิน เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ A
ค่าใช้จ่ายในการเปิดหน้าดิน (Stripping Costs) ในช่วงการผลิต (Production Phase) เพื่อให้เข้าถึงสินแร่ ให้รับรู้เป็นส่วนหนึ่งของ สินทรัพย์กิจกรรมการเปิดหน้าดิน (Stripping Activity Asset) หรือต้นทุนสัมปทาน
คำถามข้อที่ 297 (ภาคการสอบ: 1/68)
คำถาม: ข้อใดไม่สามารถรวมเป็นต้นทุนของการสำรวจแร่ ตัวเลือก:
- A) ค่าสิทธิในการขุดเจาะ
- B) ค่าใช้จ่ายในการศึกษาธรณีวิทยา
- C) ค่าใช้จ่ายในการนาแร่ไปขาย
- D) ค่าใช้จ่ายในการขุดเจาะ เฉลยอย่างละเอียด: เฉลยข้อ C
ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การขนส่ง หรือการขายแร่ ไม่ถือเป็นสินทรัพย์จากการสำรวจและประเมินค่า +1
📝 4. แนวทางการบันทึกบัญชีและสูตรคำนวณ (Journal Entries & Formula Summary)
การบันทึกรายจ่ายสำรวจแร่เป็นสินทรัพย์ตามนโยบายบัญชี:
Dr. สินทรัพย์สำรวจและประเมินค่าแหล่งทรัพยากรแร่
Cr. เงินสด / ธนาคาร
Comments