Divdidend Discount Model คือการประเมินมูลค่าหุ้นวิธีหนึ่ง โดยวัดมูลค่าการเติบโตของหุ้นตัวนั้นอยู่2 ช่วง คือ ช่วง เติบโตเร็ว (High Growth) และเติบโตคงที่ (Constant Growth)
ช่วง High Growth
คือ % การจ่ายปันผลเติบโตเพิ่มขึ้นในค่าที่ไม่คงที่ในแต่ละปี เช่น คาดการณ์ ปีที่ 1และปีที่ 2 โต 15% และปีที่ 3 โต 10% (คือปีที่ 3 โตอยู่นะ ถึงแม้ว่าจะโตน้อยลง 5%)
วิธีคำนวณ มูลค่าเงินปันผล
กำหนดให้เงินปันผลที่จ่ายสุดคือ $1
ปันผลปีที่ 1
D1 = D0(1+ g) = 1(1 + 0.15) = $1.15
ปันผลปีที่ 2
D2 = D1(1+ g) = 1.15(1 + 0.15) = $1.3225
ปันผลปีที่ 3
D3 = D2(1+ g) = 1.3225(1 + 0.10) = $1.4547
ช่วง Constant Growth คือ คาดการณ์ว่า % การจ่ายปันผลจะเป็นค่าคงที่ตลอดไป เช่น หลังจากปีที่ 3 จะโต 5% ต่อปี ไปตลอด (ปีที่ 4 ปีที่ 5 ปีที่ 6....)
วิธีคำนวณ มูลค่าเงินปันผล
ปันผลปีที่ 4
D4 = D3(1+ g) = 1.4547(1 + 0.05) = $1.5274
วิธีการคำนวณมูลค่าหุ้น
ใช้สมการที่เรียกว่า Gordon Growth Model
V0 = D1 / ke - gc
โดย
V0 คือ มูลค่าหุ้น ณ period ปัจจุบัน
D1 คือ คาดการณ์ปันผลที่จะจ่าย ณ period หน้า
ke คือ อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ จาก หุ้นสามัญ (required return)
gc คือ อัตราการเติบโตปันผลที่คงที่
แทนค่า
กำหนดให้ อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ จาก หุ้นสามัญ (required return) เท่ากับ 11% V0 = $1.5274 / 0.11 - 0.05
V0 = $25.46
สรุป
V0 ในที่นี้หมายถึง มูลค่าหุ้น ณ สิ้นปีที่ 3 ที่ควรจะเป็น คำนวณโดยใช้ Gordon Growth model เพราะเราคิดว่าปีที่ 4 เป็นต้นไป % การจ่ายปันผลจะเป็นค่าคงที่ตลอดไป

ยังไม่จบ สุดท้ายเราต้องคิดกระแสเงินสดทั้งหมดที่คิดว่าเราจะได้รับย้อนกลับมาในปีที่ 1 ด้วย (กลับมายังปัจจุบัน) เพราะชั้นอยากเคาะขวาแล้ว อิอิ
PV = FV / (1 + r)n

PV = 1.15 / (1 + 0.11) + 1.3225 / (1 + 0.11)2 + (1.4547 + 25.46)/ (1 + 0.11)3
PV = 1.03604 + 1.07337 + 19.67979 = $21.7892
โดยก้อนสุดท้าย คือ กระแสเงินสดของปีที่ 3 ต้องมี 2 ส่วนด้วยกัน คือ เงินปันผลที่ได้รับ (1.4547) กับ มูลค่าหุ้น ณ สิ้นปีที่ 3 ที่คำนวณมาได้ (25.46)

สรุปขั้นตอนอีกที

  1. คำนวณเงินปันผลในแต่ละปี
  2. คำนวณมูลค่าหุ้น ณ ปีที่คิดว่าหลังจากนี้จะจ่ายปันผลคงที่ไปตลอด
  3. นำค่าที่ได้จากข้อ 1 และ2 มาคิดมูลค่าปัจจุบันกลับมาปีที่ 1