ถ้าเอ็มบอกว่าสาเหตุที่เราไม่ประสบความสำเร็จมาจากการที่เราไม่รู้จักตัวเอง คุณคิดว่าประโยคนี้จริงไหมครับ

วันนี้เอ็มไปดู YouTube ของพี่กานต์ Kan Atthakorn

(คิดถึงสมัยที่ทำ Bearhug ชอบดูตอนกินข้าว 555) เรามาดูว่าทำไมการรู้จักตัวเอง จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ไวกว่าคนอื่นกัน มาลุยกันครับผม

[1] ยุคของการทำทุกอย่างด้วยตัวเองมันจบไปแล้ว

เมื่อก่อน CEO เก่งคนเดียวก็พาธุรกิจไปได้ไกล ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs หรือ Elon Musk แต่ปัจจุบันการมี Co-CEO มากกว่า 1 คนทำให้ประสบความสำเร็จได้ไวกว่า อาจจะยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ในไทยที่มีผู้ก่อตั้งหลายคนที่คอยเสริมแกร่งกันและกัน แสดงว่าการที่รู้จุดแข็งจุดอ่อนก็ทำให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้นน่ะสิ ใช่ครับการรู้ตัวเองอาจจะทำให้จากที่จะสำเร็จที่อายุ 60 อาจจะย่นให้เหลือตอนอายุ 30 ปีก็ได้ แต่ความสำเร็จของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก บางคนอาจจะอยากรวยระดับล้าน บางคนอาจจะแค่อยากมีชีวิตที่สมดุลทางการงาน การเงินและเวลา ยกตัวอย่างกรณีของเด็กที่เกิดหลังปี 2000 ก็จะมีมุมมองทางการเงิน การทำงาน และการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากวัยอื่น ๆ ที่อาจจะไม่อดทนกับเรื่องอะไรที่ไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว การเรียนรู้ขีดจำกัดของตัวเองก็ทำให้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างได้นะครับ สุดท้ายคนเราก็ไม่ได้เก่งไปทุกเรื่องและไม่มีทางที่จะเก่งทุกเรื่องด้วย 5555 ยังไงก็ต้องทำการอุดรอยรั่วด้วยการหาคนอื่นมาทำแทนหรือไม่ทำมันเลยก็จะดีกว่า

[2] การรู้จักตัวเองคืออะไร (เอ็มคิดเอง 555)

“จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง” ศาสตร์การรู้จักตัวเองมีให้เห็นอยู่หลายแบบนะครับ ไม่ว่าจะมาจากการทำแบบทดสอบ MBTI นพลักษณ์หรือแม้กระทั่งการดูดวงก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้เราได้รู้จักกับตัวเองมากขึ้น ซึ่งถ้าถามเอ็มว่ามันจะรู้ได้ 100% เลยไหม เอ็มก็บอกตรง ๆ ว่าไม่มีทางหรอกครับ 555 คนเราเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว พี่กานต์ก็พูดไว้ในคลิปว่ามนุษย์เราเหมือนกับเฉดสีที่ไม่ได้มีแค่สีใดสีหนึ่ง แต่มันเป็นเหมือนกับคลื่นพลังงานซะมากกว่า

[3] การรู้จักตัวเองเป็นเหมือนกับการ hack growth ของตัวเอง

พี่กานต์ยกตัวอย่างตอนไปสแกน DNA แล้วรู้ตัวว่าตัวเองกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่แข็งแรงเลยทำให้รู้ว่าจะไปสายกีฬาเพาะกล้ามไม่ได้แน่ ๆ แต่มีความแกร่งด้านการออกกำลังกายประเภททนทานเลยทำให้ออกกำลังที่ใช้หัวใจได้ อีกกรณีนึงที่พี่กานต์บอกไว้คือการที่สมองของตัวเองแล่นหลังเวลา 4 ทุ่ม เวลาจะคิดงานหรือทำอะไรที่ต้องใช้สมองมากกว่า พี่กานต์ก็จะทำหลัง 4 ทุ่มไปเลย สิ่งนี้มันเหมือนกับสกิลที่ติดตัวมาแล้วเราเอาออกไม่ได้ บางคนก็ว่าเป็นพร บางคนก็ว่าเป็นคำสาป 555 เนื่องจากว่าเราแก้ไขมันไม่ได้ เราก็ควรที่จะหาเกมที่เหมาะกับสถานะของเรานะครับ เอ็มนึกถึงหนังสือ At your Best เลยนะที่บอกว่าพลังงานของเราอยู่ในช่วงเวลาไหนและการออกแบบตารางชีวิตให้เหมาะกับพลังงานของเราอาจจะทำให้ได้อะไรมากกว่า

💡ตกผลึกกับเอ็ม

เอ็มก็เชียร์ให้คุณลองหาตัวเองดูนะครับ มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเจอมันในทีเดียวเลยก็เถอะ อย่างเอ็มก็ไม่ได้รู้จักตัวเองมากขนาดนั้น 555 แต่เพื่อเป็นแนวทางกับคุณที่กำลังอ่านมาจนถึงตรงนี้ ใครสนใจอยากรู้จักตัวเอง เอ็มแนะนำหนังสือ 2 เล่มครับ Unfair Advantage เล่มนี้ดีในแง่ของการมี Framework ที่เข้าใจได้ง่าย ๆ แต่อาจจะต้องงมหากันเองนิดนึง (ถึงจะใช้ AI ช่วยก็ได้เหมือนกัน) unfair advantage ไม่ได้ทำให้คุณเข้าใจตัวเองมากขนาดนั้น แต่มันช่วยให้คุณเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ อีกเล่มนึงคือ StrengthsFinder 2.0 เล่มนี้ค่อนข้างเฉพาะทางแบบเจาะจงต่างจาก unfair advantage ที่เสนอภาพรวมแบบกว้าง ๆ เอ็มยังไม่ได้ลองทำแบบทดสอบของ StrengthsFinder 2.0 เพราะราคาตอนนี้ใกล้ ๆ 2 พันละ แง แต่ก็อยากลองทำดูสักครั้งเหมือนกันเพราะเน้นคำถามเหมือน MBTI ถ้าสนใจอยากเห็นเอ็มจัด workshop ลองมาคอมเมนต์กันหน่อยนะครับ เอ็มจะได้มาแชร์การหาตัวตนเพื่อการทำธุรกิจกัน เย้ โพสต์นี้จะทำให้คุณเป็นตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ไว้เจอกันในวันพรุ่งนี้ครับ เอ็ม