เช้าอันแสนสดใสกับเงินในบัญชีที่ไม่ถึงหลักหมื่น… เดือนหน้าเอายังไงต่อดีนะ จะมีเงินจ่ายค่าบัตรเครดิตไหมนะ

เคยรู้สึกไหมครับว่าทำไมเงินที่หามาเท่าไหร่ก็หายไปหมดเลย (เหมือนเล่าเรื่องตัวเอง 555)

เช้านี้เอ็มตื่นมาพร้อมกับการไถโทรศัพท์แล้วเจอโพสต์ของคุณออนอบอ (จริง ๆ เห็นทุกเช้าแหละ เหมือนอัลกอรึทึมรู้ดีว่าจะต้องอ่านเรื่องการเงินตอนเช้าก่อนอย่างอื่น 555)

สรุปสั้น ๆ เลยนะครับ คุณออนอบอบอกว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว มันใช้กฎของการเงินแบบเดิมไม่ได้แล้ว และถ้าใครยังไม่เริ่มตอนนี้ มันจะอันตรายมาก

ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเอ็มตั้งแต่เริ่มเรียนมหาลัยแล้วล่ะครับ และขอบคุณตัวเองที่เลือกไปลงวิชาการเงินในชีวิตประจำวันมา ไม่งั้นเอ็มอาจจะไม่ได้มาเขียนโพสต์นี้แล้ว

เอ็มเห็นว่าเรื่องการจัดการเงินมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่า AI อีก (เอ็มก็แค่มนุษย์เงินเดือนไม่ถึง 20k แง) แต่ก็แล้วแต่คนนะ บางคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงินมากก็อาจจะจัดลำดับความสำคัญของตัวเองกันไป

ถ้าใครอยากอ่านฉบับลึกซึ้ง เอ็มแนะนำไปอ่านของคุณออนอบอดูนะครับผม

เอ็มแค่จะมาบอกวิธีเบื้องต้นในการเริ่มจัดการเงินของตัวเอง (ตามที่เอ็มเรียนมาตั้งแต่มหาลัยกับอ่านหนังสือการเงินมาช่วงนึง) ภาษาง่าย ๆ ฮะ ไม่มีศัพท์เทคนิคอะไรทั้งนั้น เพราะนึกไม่ออกเหมือนกัน แฮะ ๆ

[1] Aware that things changed - ระลึกไว้ว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

เอ็มคิดว่าคุณรู้อยู่แล้วแหละว่ายังไงโลกมันก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่รอบนี้มันเร่งเร็วกว่าเดิมแค่นั้นเอง และมันจะไม่กลับมาเป็นแบบเดิมด้วย เพราะประวัติศาสตร์ได้ให้อะไรกับเรามาตลอด รวมถึงวิกฤตินี้ด้วยที่มันจะต้องมีอะไรเปลี่ยนไปแน่นอน เอ็มไม่อยากฟันธงว่าเรากำลังเข้าสู่การถดถอยทางเศรษฐกิจหรือที่เรียกว่า depression หรอกครับ แต่มันก็ส่อแววมานิดหน่อยแล้ว คนรู้จักตกงาน เด็กเรียนพิเศษน้อยลง และแน่นอนว่าถ้าเรายังไม่รู้ตัว ตอนนี้รู้ก็ยังไม่สายฮะ อาจจะช้าไปแต่มันก็ดีกว่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วบอกว่าทุกอย่างมันจะโอเค เอ็มบอกเลยว่ามันจะไม่โอเค ถ้าน้ำมันสูง ของใช้ส่วนใหญ่ในชีวิตของเราจะสูงขึ้นแน่ ๆ เพราะพลังงานทำให้เกิดสินค้าและบริการทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะงั้นเตรียมตัวรับมือกันไว้ก็ไม่เสียหายครับ


[2] Evaluate yourself- ทำแบบทดสอบการเงิน

ในวันเดียวกันนี่แหละที่เอ็มเห็นโพสต์ของ My Money Toolkit ทำแบบวัดการเงิน “โลกเปลี่ยนแล้ว คุณพร้อมแค่ไหน?” เอ็มก็ลองดูแล้ว อยู่ตรงกลาง 55555 ก็พอรอดแต่มันก็เสี่ยงล้มเหมือนกัน เอ็มแนะนำให้ไปลองทำดูนะครับแล้วจะเห็นว่าสถานะทางการเงินของเราอยู่ตรงไหน จริง ๆ เอ็มชอบแพลนตังด้วยนะ มันทำให้เห็นภาพว่าเงินของเราไปหมดกับค่าอะไรบ้าง แต่เดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง แต่นั่นแหละ ลองไปทำแบบทดสอบก่อน เพราะคุณจะพอเห็นภาพคร่าว ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง


[3] Track your income and expense -จดบัญชีรายรับรายจ่ายเถอะครับ ขอร้องงงง

เป็นประโยคที่เอ็มบอกนักเรียนที่มาเรียนชมรมตลอดว่าถ้าอยากจะรวยหรือรู้ว่าเงินอยู่ตรงไหนให้จดบัญชีรายรับรายจ่าย เหตุผลที่ต้องจดเพราะคุณจะรู้เลยว่าเงินคุณได้มาเท่าไหร่และหมดไปกับอะไรบ้าง เอ็มเข้าใจว่ายังไม่เคยจดเลยมาจดตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร มันมีประโยชน์จริง ๆ มันเหมือนเข็มฉีดยาอันเบ้อเร่อที่คุณจะเจ็บแน่นอน แต่ถ้าคุณทนมันได้ คุณจะจัดการเงินได้ดีขึ้น อีกอย่างมันก็ฟรีด้วยครับ มันจะมีความกลัวว่าเราอาจจะไม่ไหวหรือเปล่า เอ็มคิดว่าเรารู้แต่เนิ่น ๆ แล้วมันยังพอรักษาได้ทันนะครับ คุณไม่ต้องทำแบบจดกระดาษก็ได้นะครับ คุณทำไฟล์ excel หรือจดในแอปก็ได้ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะใช้อะไร เอ็มก็แนะนำให้ลองดูแอปเหมียวจดหรือ Happy money ของ SET ก็ได้ หรือทักมาหาเอ็มก็ได้นะครับ อาจจะแนะนำคร่าว ๆ ได้บ้าง


[4] Cut any expenses - ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

วิธีที่จะมีเงินเพิ่มมันมี 3 วิธีครับ เพิ่ม ลด และ ลงทุน แต่เอ็มขอเริ่มจากสิ่งที่(อาจจะ)ง่ายก่อนคือการลดรายจ่ายฮะ

การจะลดรายจ่ายได้คุณต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายก่อนนะ ไม่งั้นคุณจะไม่รู้เลยว่ารายจ่ายที่หายไปคืออะไรบ้าง (ใครข้ามมากลับไปอ่านข้อ 3 ใหม่เลยนะ)

ถ้าคุณสังเกตรายการที่คุณจ่ายไปดี ๆ มันอาจจะพอมีทางเลือกอื่น ๆ ในการลดรายจ่ายได้ เช่นค่ากาแฟ 555 เอ็มติดกาแฟมากนะ ต้องกินทุกวัน แต่ถ้าแก้วละ 50 บาท แล้วเอ็มกินไป 30 วัน มันก็ 1500 แล้วใช่มะ ทางเลือกที่ประหยัดหน่อยคือซื้อกาแฟซองสำเร็จรูปมาชง

แต่มันก็อาจจะไม่ได้ฟีลกาแฟสดอีก ก็ลองปรับลดกันไปครับ สลับกินแบบชงและร้านก็ได้ อย่างน้อย ๆ มันก็ประหยัดกว่าซื้อที่ร้าน 30 วันแน่ ๆ เราลดสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่จำเป็นได้ อย่าให้ถึงวันที่เราจำเป็นต้องใช้แต่จำใจขายมันทิ้งเพื่อเอาตัวรอดเลยฮะ


[5] Single income was a history - รายได้ทางเดียวกลายเป็นอดีตไปแล้ว

รายได้ทางเดียวมันก็ไม่พออีกแล้วแหละครับ การงานของเรามันไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น วันดีคืนดีเราโดนปลดออกแบบฟ้าผ่าเราก็ไม่มีรายได้เลย เราก็อาจจะต้องขวนขวายหาอะไรทำนิด ๆ หน่อย ๆ ที่มันพอจะสร้างเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ อย่างเอ็มก็ทำเพจเขียนแชร์ ๆ + ทำคลาสสอนก็พออยู่ได้นิดนึง แต่ก็ต้องมีงานประจำควบคู่กับไปอยู่ดีนะครับ เป็นมนุษย์เงินเดือนยุคนี้ก็จะเหนื่อยหน่อย แต่เราเริ่มได้ถ้าเรามีโทรศัพท์กับเน็ตก็พอจะมีลู่ทางที่มากกว่าเงินทางเดียว คุณลองดูทักษะที่คุณมีแล้วลองดึงศักยภาพออกมาดูนะครับ เอ็มเชื่อว่าคุณทำได้


[6] Emergency fund - เงินสำรองฉุกเฉินก็ต้องมีเผื่อไว้

เอ็มว่ามันคงจะเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้วที่ต้องมีเงินสำรองเผื่อกรณีที่ไม่คาดฝันเพื่อให้เราใช้ชีวิตต่อไปได้ เมื่อ 7 ปีก่อน หนังสือการเงินแนะนำให้มีสำรองฉุกเฉินไว้สัก 3 เดือน แต่ปัจจุบันขั้นต่ำคือ 6 - 12 เดือน ซึ่งมันก็สูงลิ่วอยู่นะ นึกภาพง่าย ๆ ฮะ ถ้าคุณมีเงินสดน้อยกว่า 6 หมื่น อาจจะเสี่ยงได้ (ลองไปปรับตัวเลขกันดูนะครับ) เอ็มไม่อยากให้คุณกระวนกระวายจนเกินไป เรายังพอเก็บได้อยู่ แค่ต้องรัดเข็มขัดให้มากกว่าก่อนแค่นั้นเอง


[7] Beware of debt - ระวังหนี้สินให้ดี

ในหนังสือการเงินแบ่งหนี้ออกเป็นสองแบบคือหนี้ที่ทำให้เกิดรายได้และหนี้ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้ เอ็มไม่ได้บอกว่าเป็นหนี้แล้วมันไม่ดีนะครับ เป็นได้ถ้าคุณวางแผนเป็น แต่ถ้าคุณไม่ได้วางแผนการเป็นหนี้เลย มันจะเป็นกับดักที่ทำให้คุณค่อย ๆ จมลงจนคุณขึ้นมาไม่ได้เลย ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนก็ควรระวังเรื่องของค่าผ่อนบ้าน รถ หรือหนี้บัตรเครดิต ถ้าเป็นไปได้ควรจ่ายเต็มเสมอ การจ่ายขั้นต่ำคืออันตรายมาก ๆ ณ ตอนนี้ถ้าใครไม่มีหนี้ เอ็มยินดีด้วยมาก ๆ ส่วนใครที่ยังมีหนี้อยู่ ลองค่อย ๆ ลดการใช้จ่ายและไม่ก่อหนี้เพิ่มนะครับ


[8] Protect your life - ปกป้องชีวิตของคุณด้วยสิ่งที่เรียกว่าประกัน

หลายคนแค่ได้ยินคำว่าประกันก็ส่ายหน้าหนีแล้วใช่ไหมฮะ แต่สำหรับเอ็มมันคือเกราะที่ไว้ป้องกันเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันได้มากที่สุดและประกันมันจำเป็นสำหรับ “ชนชั้นกลาง” แต่เอ็มก็ไม่ได้บอกให้ไปทำประกันตอนนี้เลยนะ อันนั้นมันก็เวอร์เกินไป แต่คุณควรดูว่าชีวิตของคุณมีความเสี่ยงอะไรบ้าง มีสวัสดิการอะไรรองรับไหม อย่างข้าราชการก็อาจจะไม่ต้องมีประกันสุขภาพก็ได้ถ้าคุณคิดว่าคุณจะไม่มีโรคร้ายแรงที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเลย แต่ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนเอกชน ก็อาจจมีติดไว้เล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อไว้ครับ คุณเสียค่าประกันจริง แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วคุณไม่มีประกัน คุณจะเสียเงินมากกว่าค่าประกันที่คุณต้องจ่ายนะ แต่ถ้าตอนนี้ยังไม่พร้อมจริง ๆ เอ็มก็แนะนำให้ดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ พยายามอย่าไปเสี่ยงกับอะไรมาก พอมีแล้วค่อยซื้อประกันไว้ก็ได้เหมือนกันครับ


[9] Invest for your future

กรณีนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณเข้าใจภาพรวมของ 8 ข้อที่เอ็มเล่าไปนะฮะ จริง ๆ เอ็มก็อยากเชียร์ให้พยายามเรียนรู้การลงทุนให้เร็วเพราะยิ่งเร็วยิ่งเห็นผล เอ็มว่าการลงทุนมันเหมือนกับการปลูกต้นไม้ครับ แต่เราก็ต้องศึกษาต้นไม้ของเราว่าอยากปลูกต้นอะไร มีเวลาเท่าไหร่ เราก็จะพอเลือกได้ว่าจะลงทุนด้วยอะไรดี ดังนั้นการลงทุนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่อย่าลงทุนโดยที่ไม่รู้หรือไหลตามกระแสนะครับ ถ้ายังไม่รู้ลองไปศึกษามาก่อนก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าลงทุนตามคนอื่นแล้วเสีย คุณจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยนอกจากบทเรียนนะครับ


[10] Keep tracking your money - ติดตามเงินสม่ำเสมอ

ถ้าคุณทำตั้งแต่ข้อ 1 มาถึง 9 ได้ ข้อ 10 ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลยครับ การเงินเป็นเรื่องที่ควรติดตามสม่ำเสมอ เพราะสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นได้เสมอ และถ้าเรารู้สึกว่าเราใช้เงินมาก เราก็ลองไปดูรายจ่ายในวันนั้นก็ได้ว่าหมดไปเท่าไหร่ แต่ถ้าเงินเริ่มงอกเงยแล้ว ก็แนะนำให้ไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ไว้ดูแลเราในอนาคตนะครับ


💡 #ตกผลึกกับเอ็ม

ตอนแรกว่าจะเขียนแบบวิธีสั้น ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ดันเขียนมาได้ยาวเฉยเลย 555 ถ้าเรื่องที่เอ็มเขียนมีประโยชน์กับคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ก็ขอบคุณมากนะครับที่ทำให้เราได้มาเจอกัน

ใน My Money Toolkit ยังมีแอปอื่น ๆ ให้ไปลองศึกษาเพิ่มเติม ยังไงก็ลองไปดูได้นะครับ ถ้าสงสัยหรืออยากพูดคุย เอ็มยินดีปรึกษาภาพรวมแบบคร่าว ๆ นะครับ ช่วย ๆ กันฮะ

หวังว่าเรื่องราวการเงินจะทำให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ บทความนี้จะทำให้คุณเป็นตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ไว้เจอกันในวันพรุ่งนี้ครับ

เอ็ม