ปีนี้มีโอกาสได้ไปงานสัปดาห์หนังสือ งานนี้ไปตั้งแต่เด็ก ๆ และได้กองดองกลับมาทุกครั้งที่ไป
สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ คือ หนังสือเดี๋ยวนี้แพงขึ้น ขนาดทุกสำนักพิมพ์มีส่วนลดแล้ว เรายังใช้เงินไปประมาณ 300 บาท / เล่ม เงินสองพัน ได้หนังสือประมาณ 6-7 เล่ม
ในเมื่อเราซื้อหนังสือได้น้อยลง ก็ต้องคิดมากขึ้นเวลาจะซื้ออะไร และเราจะอ่านจริงมั้ย
ถ้าซื้อมาแล้วไม่อ่าน ก็จะกลายเป็น Hoarder (คนที่ชอบกักตุนของ) คือมีไว้เท่ ๆ ให้รกบ้านเฉย ๆ หรือถ้าเยอะจริง ๆ และมีบ้าน ก็ทำห้องหนังสือ ด้วยความที่เราอยู่ในคอนโด พื้นที่ให้รกบ้านไม่ได้เยอะขนาดนั้น เวลาซื้ออะไรที่มันใช้พื้นที่ เลยคิดเยอะหน่อย ไม่ก็ต้องหาวิธีเอาของเก่าออก เช่น โพสขาย ซึ่งเหนื่อยกว่าจะขายได้แต่ละเล่ม, หรือเอาไปบริจาค
ตอนนี้เลยใช้วิธีตามนี้ ลองเอาไปใช้กันได้
- ยืมห้องสมุด - อันนี้ดีมาก ฟรี และมี deadline ทำให้เราต้องอ่าน (เพราะต้องคืน ถ้าคืนไม่ทันมีค่าปรับ) อันไหนอ่านแล้วดี เราก็สรุปเก็บไว้ใน X (Twitter), Facebook เก็บไว้อ่าน
ข้อเสีย คือ ต้องรอห้องสมุดมีหนังสือเล่มที่เราอยากอ่าน
- อ่าน ebook - อันนี้ดีรองลงมา คือ อ่านในมือถือ, e-book reader ที่เป็น Android และไม่เปลืองพื้นที่เก็บ หนังสืออังกฤษก็กด Kindle ส่วนหนังสือไทยก็อ่าน MEB
ข้อเสีย คือ ถ้าจะอ่านหนังสือไทย ต้องลุ้นว่า MEB มีมั้ย แต่ถ้าหนังสือต่างประเทศ ไม่ปวดหัวมาก เพราะ Kindle มักจะมีอยู่แล้ว
- อ่าน physical book (หนังสือเล่ม) - อันนี้วิธีคลาสสิคในการอ่านหนังสือที่เราทำกันนี่แหละ ถ้า 2 วิธีแรกไม่มีเล่มที่เราอยากอ่าน แล้วอยากอ่านจริง ๆ เราก็จะยอมซื้อหนังสือเล่ม
ข้อดี คือ หนังสือฝรั่ง แปลไทยแล้วอ่านได้เร็วกว่า เพราะเราถนัดภาษาไทย และหลายครั้งราคาถูกกว่าเล่มฝรั่งอีก ส่วนข้อเสีย คือ หนังสือเล่มกินพื้นที่ ซื้อเยอะแล้วหนัก ขนย้ายยาก
สรุป
- ถ้าหนังสือเล่มไหน คิดว่ายังไม่ได้อ่าน อาจจะยังไม่ต้องซื้อ จะอ่านแล้วค่อยซื้อ
- เล่มไหนสนใจอ่านจริง ๆ ลองดูห้องสมุดก่อน > ebook > หนังสือเล่ม
ยกเว้นว่ามีพื้นที่เยอะ แล้วอยากใช้จ่ายเงิน ไม่ได้อยากเก็บเงิน อันนี้ผมไม่ติดอะไร
สิ่งที่จะมา Save เราได้ตอนแก่ ก็คือเงินที่เรา Save ไว้นี่แหละครับ
Comments