เบื้องในรฤดีเถิงฉอด สองเหมิง...สี่พยาม.... o เบื้องหัวนอนสองแสนพยาม....าว o เบื้องตีนนอนเถิง...ด...o

จากจารึกนี้กล่าวถึงเมืองใหญ่เมืองหนึ่งนั่นคือ เมืองฉอด แม้จารึกหลักนี้จะมีข้อความไม่สมบูรณ์แต่แสดงถึงอาณาจักรสุโขทัยที่มีความกว้างขวาง ดังที่หนังสือ "สังคมไทยลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนสมัยศรีอยุธยา ของจิตร ภูมิศักดิ์ : กระแสคลื่นแห่งการปลดแอก" ได้วิเคราะห์จากจารึกดังกล่าวไว้ว่า คำว่า ในรฤดี ตรงกับำภาษาสันสกฤต คือ ไนรฺฤติ หรือ ในภาษาบาลี คือ หรดี นั่นเอง ส่วน เถิง ก็คือ ถึง ในภาษาลาวยังใช้คำนี้ คำว่า เหมิง ความหมายคือ หมื่นนั่นเอง ส่วนอีกคำ คือคำว่า พยาม เป็นภาษาบาลี สันสกฤต แปลว่า วา ซึ่งคำ ๆ นี้ยังมีใช้อยู่ในภาษาเขมรปัจจุบัน

ดังนั้นจากบทในจารึกจึงมีความหมายว่า "เบื้องตะวันตกเฉียงใต้ (หรดี) ถึงเมืองฉอด สองหมื่น สี่วา" ซึ่งชื่อเมืองฉอดคุณผู้อ่านคงคุ้นเคยจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดกับพ่อขุนรามคำแหงแห่งเมืองสุโขทัย ซึ่งหลายคนคงมีคำถามว่า แล้วเมืองฉอดอยู่ที่ใด ตำแหน่งไหน แต่จากบทในจารึกก็พอเห็นคร่าว ๆ ได้ว่าอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสุโขทัยนั่นเอง โดยเมืองสุโขทัยห่างจากเขตเมืองฉอดหรือรัฐฉอดเป็นระยะกว่าสองหมื่นวา รัฐฉอดนั้นในปัจจุบันยังไม่แน่ว่าอยู่บริเวณใดประมาณกันว่าอยู่ในเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เนื่องด้วยข้อสันนิษฐานในด้านเสียงของชื่อเมืองแม่สอดและเมืองฉอดเป็นชื่อเดียวกัน จากเหตุผลการออกเสียง ฉ เป็น ส ของคนทางเหนือ แต่เมื่อปี พ.ศ. 2500 ได้ค้นพบเมืองโบราณ ในเขตตำบลแม่ต้านริมแม่น้ำเมย มีซากโบราณวัตถุและพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย จึงทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเมืองฉอด แต่จากหลักฐานในศิลาจารึกได้กล่าวว่าในบริเวณแห่งนี้มีเมืองโบราณหลายเมืองจึงยังไม่แน่ว่าเมืองนี้จะใช่ตำแหน่งแห่งที่ของเมืองฉอดหรือไม่ แต่แม้จะยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของเมืองฉอดที่ชัดเจนได้แต่พอที่จะประมาณรัฐแห่งนี้ได้ว่ารัฐที่พ่อขุนศรีนาวนำถมปกครองนั้นอยู่ทางเหนือของเขตเมืองตากในปัจจุบัน และอาจเป็นแถวเมืองเถินหรือบริเวณใกล้เคียงนั้น

นอกจากเมืองโบราณอย่างเมืองฉอดที่กล่าวไปแล้วนั้นยังมีอีกเมืองหนึ่งที่มีความสำคัญในประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์สุโขทัย คือเมื่อพ่อขุนบางกลางหาวต้องการขับขอมสบาดโขลญลำพงหรือก็คือขอม เขมรโบราณออกจากเมืองสุโขทัย ได้ขอให้พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดมาช่วยสู้ศึกในครั้งนี้ ซึ่งจากการสันนิษฐานพบว่า เมืองราด นั้นน่าจะต้องเป็นอิสระจากเขมรแล้ว ถึงจะสามารถมาช่วยเมืองสุโขทัยได้ จึงเป็นปริศนาอีกเมืองหนึ่งว่า เมืองราดนั้นคือเมืองอะไร จากจารึกวัดศรีชุมกล่าวว่า

ลูกพ่อขุนศรีนาวนำถมผู้หนึ่งชื่อพญาผาเมืองเป็นขขุนในเมืองราด......แสนช้างหมากรอบบ้าน เมืองออกหลวงหลายแก่กมo

จากหลักฐานจารึกนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองราดนั้นเป็นเมืองใหญ่ มีเมืองขึ้นเป็นจำนวนมาก จากการที่พ่อขุนผาเมืองได้ไปช่วยรบในสุโขทัยนั้น แสดงให้เห็นว่าเมืองราดคงเป็นเมืองที่สามารถเดินทางยกพลมาได้ไม่ไกลมาก ซึ่งมีนักโบราณคดีตั้งข้อสันนิษฐานกันไว้มากมายเกี่ยวกับตำแหน่งของเมืองราด บ้างก็ว่าคือเมืองเพชรบูรณ์ บ้างก็ว่าเป็นเมืองศรีเทพ บ้างว่าใต้จังหวัดเพชรบูรณ์เกือบติดเขตเมืองสระบุรี บ้างว่าเป็นเมืองโคราช จากหนังสือ นำเที่ยวพิมายและโบราณสถานในจังหวัดนครราชสีมา ของนายมานิต วัลลิโภดม กล่าวถึงหลักฐานและข้อสรุปที่ได้เกี่ยวกับเมืองราดไว้ว่า

  1. ตำนานอุรังคธาตุมีการเอ่ยถึงเมือง "คอนราช"
  2. พงศาวดารเหนือว่าเมืองโคราช มาจากคำว่า คอนราชสีห์มา เกี่ยวกับเรื่องราวที่เล่าว่ามีลูกกษัตริย์เขมรถลกหนังราชสีห์แล้วหาบมาชาวเมืองจึงเรียกเมืองตามเหตุการณ์นั้น
  3. คำว่า คอนราช และ คอนราชสีห์มา น่าจะมาจากคำว่า นครราช
  4. ชื่อเมืองราดกับนครราช มีเสียงใกล้เคียงกันน่าจะเป็นเมืองเดียวกัน
  5. การเดินทางจากนครราชสีมามายังสุโขทัยมีเส้นทางในการเดินโดยใช้เวลาเพียง 20 วัน คือเดินทางจากโคราช เข้าเพชรบูรณ์ผ่านเมืองหล่ม ต่อไปอำเภอนครไทย เข้าอำเภอตรอน แล้วทะลุออกเมืองสุโขทัย ซึ่งจากหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้มาจากหนังสือนี้ จิตร ภูมิศักดิ์ มีความเห็นพร้องในข้อที่ 3 เพราะพบหลักฐานจารึกเกี่ยวกับเมืองอีจานที่พบว่ามีการสู้รบกันของเมืองราดกับท้าวอีจาน ซึ่งเมืองอีจานอยู่ทิศใต้ของเมืองโคราช ดังนั้นเมืองราดจึงน่าจะอยู่ตำแหน่งที่ไม่ไกลจากนี้

แม้หลักฐานต่าง ๆ ในปัจจุบันจะยังไม่สามานรถชี้แน้ชัดได้ว่าทั้งเมืองราดและเมืองฉอดอยู่ ณ ตำแหน่งใด แต่ก็เป็นการที่ทำให้เราได้สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าเมืองทั้งสองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และหากเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมของทั้งสองเมืองนี้อาจทำให้เราได้ไขประตูสู่เรื่องราวในอดีตเพิ่มเติมก็เป็นไปได้