พระประแดงถิ่นชาวมอญที่มีชื่อเสียงในเรื่องของงานสงกรานต์ชาวมอญพระประแดง ทุกท่านรู้ไหมครับว่า คำ ๆ นี้เป็นคำเดียวกันที่มาชื่อของตำแหน่งต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยกันในจารึก แต่ที่มาจะเป็นอย่างไรเรามาติดตามกันได้ในบทความนี้กันเลยนะครับ

กัมรเตง กัมรเตงอัญ พระบาทกัมรเตง

คำว่า กัมรเตง เป็นคำที่เรามักจะพบได้บ่อยในจารึก อย่างเช่น จารึกพระพุทธรูปนาคปรกที่ไชยา ศิลปะศรีวิชัย พบจารึกภาษาเขมรที่ฐานระบุไว้ว่า

มหาเสนาบดีตลาไน, โดยบัญชาของ กัมรเดงอัญ มหาราช ศรีมัต ไตรโลกยราชเมาลิภูษณพรรมเทพ, ได้อาราธนาพระเถระชื่อ มฺรเดง ศรีญาโน ให้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้

จะเห็นได้ว่าในจารึกจะพบคำว่า มฺรเดง เป็นคำเขมรโบราณที่แปลว่านักบวช โดยเป็นคำที่ใช้บอกยศศักดิ์ในเขมรโบราณซึ่งเกิดจากรากศัพท์คำว่า เดง ซึ่งแปลว่า เจ้านาย โดยคำชุดที่ใช้ในชุดคำนี้ได้แก่ เดง, เดงดวล, มรฺเดง, อมรฺเดง, เสฺดง, กํเสฺดง และ กมฺรเดง โดยใช้ลดหลั่นตามลำดับของบุคคลจะเห็นได้ถึงที่มาของคำ ๆ นี้เบื้องต้นแล้ว แต่อีกคำหนึ่งที่พบบนฐานพระนี้ก็คือคำว่า กัมรเดง อัญ ซึ่งหากแปลตรงตัวก็จะแปลได้ว่า เจ้ากู เพราะ กัมรเดง มาจาก เดง ซึ่งกล่าวไปแล้วว่าแปลว่า เจ้า ส่วน อัญ ก็แปลว่า กู หรือ ข้า นั่นเอง โดยคำนี้ใช้เรียกได้ทั้งเจ้านาย พระนักบวชชั้นสูง แต่จากหนังสือ "สังคมไทย ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา ของจิตร ภูมิศักดิ์" ได้ตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า กัมรเดง อัญ จะใช้เรียกเฉพาะเจ้าเมือง หรือพระยามหานคร เท่านั้น เพราะหากมียศใหญ่สูงกว่านั้นหรือเป็นถึงกษัตริย์แล้วจะใช้ คำว่า พระบาท กัมรเดง อัญ เป็นอย่างน้อย หรืออาจจะใช้คำว่า พระบาท หรือ สดัจพระบาท โดยไม่มีคำว่า กัมรเดง อัญ ก็ยังได้ ทำให้เราสามารถใช้คำ ๆ นี้ระบุสถานะของบุคคลในจารึกว่าอาจเป็นกษัตริย์ประเทศราชภายใต้อำนาจของเขมรนครธม

จากยศในนครธมสู่ชื่อตำแหน่งในอโยธยา

จากหลักฐานจารึกลานทองอักษรขอมที่ค้นพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ เป็นสุพรรณบัตรตั้งตำแหน่ง ความว่า

กมฺรเดงฺ ธรฺมฺมาภินนฺทนาม ศฺรีจนฺทฺรภานุ ชยวรฺทฺธโหราธิปติ

จากหนังสือ "สังคมไทย ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา ของจิตร ภูมิศักดิ์" เล่มเดิมได้ตั้งข้อสังเกตว่า จารึกนี้ได้ใช้คำว่า กัมรเดง (ไม่มีอัญต่อท้าย) เป็นยศที่ใช้เรียกพราหมณ์แบบเขมรโบราณสมัยนครธม ไม่ใช่การตั้งยศแบบไทย แต่ไทยได้มีการนำมายืมใช้เหมือนกัน เป็น กุมฦาแดง หรือ กรมประแดง ซึ่งความแตกต่างของคำ ๆ นี้จสกเดิมที่ใช้เรียกนักบวช พราหมณ์ หรือกษัตริย์ แต่ไทยกลับมายืมใช้ในเรื่องของชื่อยศแต่ต่างกันในตำแหน่งอย่างมาก เพราะนำมาใช้เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย มีศักดินาเพียง 600 เท่านั้น ซึ่งคำนี้จะพบในกรมพระสุรัศวดี หรือ สัสดี มีหน้าที่ในการควบคุมไพร่

บทสรุปส่งท้าย

แม้คำบางคำที่เราพบในชีวิตประจำวัน ทั้งชื่อเมือง ชื่อตำแหน่ง ชื่อสถานที่ อาจฟังดูแล้วน่าแปลกใจในความหมายแต่เมื่อลองสืบหาที่มาอย่างเช่นพระประแดงนี้ เราก็จะพบที่มาที่น่าสนใจย้อนไปถึงคำที่ใช้เรียกยศศักดิ์ในภาษาเขมร ดังนั้นการศึกษาความเป็นมาของคำไม่ใช่ต้องการเพียงการรู้ความหมายเท่านั้น แต่เรายังได้เห็นไปถึงบริบทที่มาและสภาพสังคมอีกด้วย