การบริหารพอร์ตการลงทุนเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ลงคุณควรทราบและมีกลยุทธ์ในการบริหารเพื่อที่จะได้ไปสู่เป้าหมายที่ได้วางไว้ แม้ว่าเราจะมีการเลือกสินทรัพย์ในการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของเราแล้วก็ตาม แต่ด้วยสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราควรที่จะเรียนรู้วิธีในการบริหารพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ในวันนี้ผมจะพาผู้อ่านทุกท่านมาเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการบริหารการลงทุนที่จะทำให้ได้แนวทางในการไปปรับใช้ให้เหมาะกับท่านผู้อ่าน

เวลาคือเพื่อนแท้

การลงทุน เป็นการที่เราต้องการผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย เงินปันผล หรือส่วนต่างราคา แต่ทุกการลงทุนก็มาทั้งความเสี่ยงที่มีความแตกต่างในแต่ละผลิตภัณฑ์ของการลงทุน ดังนั้นการที่จะทำให้สินทรัพย์ที่เราลงทุนไปนั้นลดความผันผวนได้นั้นก็คือเวลานั่นเอง เพราะว่าการถือสินทรัพย์ยาว ๆ ได้ย่อมจะช่วยให้มีโอกาสในการขาดทุนที่น้อยลง อันเนื่องมาจากความผันผวนที่กล่าวไปคร่าว ๆ แล้ว เนื่องจากความผันผวนยิ่งมีมากก็มีความสัมพันธ์กับผลตอบแทนของการลงทุนเช่นกัน แต่หากเราใช้เวลาที่ยาวนานจะทำให้ความผันผวนของการลงทุนเมื่อเป็นภาพรวมจะน้อยลง

การจัดสรรการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย

หลายท่านอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว" คำนี้แสดงให้เห็นว่าการที่เราลงทุนในสินทรัพย์ชนิดเดียวก็เหมือนกับเรามีความเสี่ยงไว้ในที่แห่งเดียวเท่านั้น หากตะกร้าใบนั้นเป็นอะไรไปไข่หรือเงินลงทุนของเราทั้งหมดก็คงอันตรทานหายไปโดยฉับพลัน แต่หากเรามีการกระจายสินทรัพย์ในการลงทุน ซึ่งในที่นี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแต่คนละชื่อเท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือการลงทุนที่หลากหลายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงหรือความสัมพันธ์ต่างกัน เพราะเมื่อเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับสินทรัพย์การลงทุนในตะกร้าหนึ่ง เรายังคงมีตะกร้าสำรองไว้พร้อมสรรพ ถ้าจะให้เห็นภาพการถือสินทรัพย์ชนิดเดียวเดี่ยว ๆ อาจใช้เวลานานในการไปถึงเป้าหมายแต่หากเรามีการจัดสรรพอร์ตการลงทุนที่ดีจะช่วยลดเวลา ลดความเสี่ยง และเพิ่มผลตอบแทนได้อีกด้วย

ระหว่าง TAA กับ SAA แบบไหนดีกว่ากัน

เมื่อเรารู้วิธีการจัดสรรพอร์ตการลงทุนแล้วผมอยากให้คุณได้รู้จักการลงทุนในรูปแบบ Tactical Asset Allocation (TAA) เป็นการลงทุนที่จะสรรพอร์ตให้สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง เช่น ในช่วงขาขึ้นจะลงทุนในหุ้น 90% ตราสารหนี้ และทองคำ 10% แต่เมื่อเป็นขาลงเมื่อไหร่จะลงทุนในหุ้น 20% ตราสารหนี้ และทองคำ 80% จะเห็นได้ว่าการลงทุนแบบนี้เราต้องคอยติดตามข่าวเศรษฐกิจการเมืองของโลก และวิเคราะห์พอร์ตและจัดการพอร์ตการลงทุนให้ดี แต่หากคาดการณ์ผิดแทนที่เราจะซื้อถูกขายแพง เราอาจจะขาดทุนก็ได้ ส่วนอีกรูปแบบ Strategic Asset Allocation (SAA) เป็นการจัดสรรพอร์ตที่มีอยู่แบบอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนตามกระแสเศรษฐกิจของโลก ซึ่งเป็นการจัดสรรพอร์ตที่ง่ายมาก ๆ แต่มีข้อสำคัญคือเราต้องจัดสรรพอร์ตที่ดีตั้งแต่แรก และไม่ได้เปลี่ยนไปตามกระแส

บทสรุป

จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับการเลือกสินทรัพย์การลงทุนเลย ดังนั้นแม้เราจะมีการเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมาย ความเสี่ยง และผลตอบแทนแล้ว สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือการจัดสรรพอร์ตการลงทุน เพราะนอกจากทำให้ลดความผันผวนแล้วยังอาจทำให้ลดเวลาไปสู่เป้าหมายได้อีกด้วย