จากการเรียนรู้ในคอร์ส Cu vip ในหัวข้อเรื่อง เมื่อ Oil Shock กลับมา: นัยต่อเศรษฐกิจไทยจากสงคราม โดย รศ.ดร. มนชยา อุรุยศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความใกล้ตัวของเศรษฐศาสตร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กำลังเกิดวิกฤติต่าง ๆ มากมายบนโลกใบนี้

ประเด็นสำคัญจากเหตุการณ์

ด้วยโลกในยุคปัจจุบันมีการเชื่อมโยงเครือข่ายกันด้วยระบบเศรษฐกิจ (Global Connectivity) ทำให้การส่งผลกระทบของส่วนหนึ่งของเครือข่ายย่อมส่งผลกันเป็นสายใยต่อเนื่องกันทั้งโลก แม้ประเทศไทยไม่ใช่เป็นคู่ขัดแย้งของสงครามนี้แต่ด้วยประเด็นการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เรากลับเป็น "ผู้รับผลกระทบทางอ้อม" และแม้จะเป็นการอ้อมแต่กลับได้รับผลกระทบรวดเร็วมากในปัจจุบัน จากคอร์สนี้อาจารย์ชวนคุยถึง 6 ประเด็นสำคัญที่ทำให้เราอาจต้องหวนคิดกับไปกังวลในสถานการณ์ดังกล่าวคือ

  1. ความเปราะบางของไทย
  2. Shock ทางด้านพลังงาน
  3. ผลกระทบทางด้านการค้า
  4. ตลาดการเงินและนโยบายมหภาค
  5. ผลกระทบทางด้านครัวเรือนและค่าครองชีพ
  6. ตัวแปรชี้ขาด นั่นก็คือ เวลา ⏰ (ระยะเวลาของสงคราม) และปิดท้ายอาจารย์ยังชวนวิเคราะห์ 4 มิติ ได้แก่ บริบทของโลก กลไกมหภาค ผลกระทบด้านธุรกิจและครัวเรือน และยุทธศาสตร์ทางออก มาร่วมเรียนรู้ในแต่ละประเด็นตามที่ผลสรุปได้ดังนี้ครับ

เหตุใดสถานการณ์นี้กลับมีผลกระทบกับประเทศอย่างเห็นได้ชัด ?

เหตุผลของผลกระทบที่กระทบกับประเทศไทยก็คือ "ความมั่นคงทางด้านพลังงาน" ถึงแม้ว่าประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของสงครามครั้งนี้โดยตรงแต่ความผันผวนทางด้านราคาและอุปทานกลับส่งผลอย่างรวดเร็วมาที่ประเทศเรา เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจากประเทศในตะวันออกกลางมากถึง 51% ของการนำเข้าทั้งหมดเห็นไหมครับว่าเป็นสัดส่วนนที่มากทีเดียว จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยของเราในช่วงแรกเริ่มที่มีปัญหาก็สามารถแก้ปัญหาได้จากการใช้น้ำมันสำรองที่เก็บไว้ แต่การแก้ปัญหานี้สามารถแก้ปัญหาเรื่องปริมาณการใช้น้ำมันได้ก็จริง แต่ไม่สามารถป้องกันปัญหาเรื่องน้ำมันแพงได้