ชื่อบ้านนามเมืองจากเรียงความในบทที่แล้วที่ผมได้พูดถึงชื่อของประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเมียนมาไป วันนี้เรามาพูดถึงชื่อเมืองในประเทศของเราที่มีประวัติและความเป็นมาของชื่อที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน จากหนังสือเล่มเดิม สังคมไทย ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา ของจิตร ภูมิศักดิ์ ในบทความนครศรีธรรมราชและอโยธยา ที่ผมได้อ่านและได้พบกับที่มาของชื่อเมืองในภาคใต้ที่น่าสนใจและจะนำมาเล่าในเรียงความวันนี้

ชื่อและที่มา

ขอเล่าก่อนว่าจากตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช และตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ที่จิตรได้ใช้เป็นแหล่งข้อมูล โดยเล่าเกี่ยวกับเมืองของพญาศรีธรรมาโศกราชที่มีเมืองขึ้นทั้งหมด 12 เมือง หรือเมือง 12 นักษัตร โดยเหตุที่เรียกด้วยชื่อนี้เพราะในแต่ละเมืองจะมีสัญลักษณ์รูปสัตว์นักษัตรประจำเมืองตามปีนักษัตรเป็นตราประจำเมือง โดยมีเมือง เมืองหนึ่งใน 12 เมืองนั้น ที่ชื่อว่าเมือง บันทายถมอ ซึ่งความหมายนั้นแปลว่า เมืองกำแพงหิน หรือ ป้อมหิน เพราะคำว่า บันทาย เป็นภาษาเขมรแปลว่า กำแพง, ป้อม, ค่าย ส่วนคำว่า ถมอ เป็นภาษาเขมรเช่นกัน แปลว่า หิน จะเป็นได้ว่าคำภาษาเขมรถูกใช้เป็นชื่อเมืองจึงเกิดข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเมืองนครศรีธรรมราช กับเมืองอินทปัตถ์ หรือก็คือเมืองนครธมนั่นเอง

ภาษาเขมรกับชื่อเมือง

นอกจากชื่อเมืองบันทายถมอแล้วยังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจ อย่างเช่น บันทายเพชร ก็คือ เมืองกำแพงเพชร บันทายมาส ก็คือ เมืองกำแพงทอง โดยปัจจุบันด้วยภาษาและการเลื่อนของภาษาทำให้คำว่า บันทายเพี้ยนมาเป็น พุทไธ หรือ ไผท จึงมาเป็น พุทไธเพชร หรือ ไผทเพชร และ พุทไธมาส หรือ ไผทมาส นั่นเอง นอกจากนี้อย่างชื่ออำเภอที่ผมใช้เป็นชื่อของเรียงความเรื่องนี้อย่าง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลาก็มีที่มาที่น่าสนใจ ในเอกสารโบราณเรียกเมืองนี้ว่า ฉทิงพระ โดยคำว่า ฉทิงพระ หรือ จทิงพระนั้น เป็นคำในภาษาเขมรโบราณ แปลว่า แม่น้ำพระ หรือ คลองพระ โดยพระในภาษาเขมรหมายถึงพระพุทธรูปหาใช่พระภิกษุ เพราะคำว่า จทิง หรือ ฉทิง เป็นคำเขมรโบราณ หากเราดูคำ ๆ นี้ในภาษาเขมรปัจจุบันจะตรงกับคำว่า សទឹង (สทึง) ดังนั้นชื่ออำเภอนี้จึงเป็นชื่ออำเภอที่หมายถึงอำเภอที่มีแม่น้ำพระหรือคลองพระ แต่ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้ชาวบ้านลืมที่มาจากภาษาเขมร กลับมีเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับอำเภอนี้ว่า มีคนที่จะนำพระไปทิ้งที่คลอง เลยเป็นที่มาของชื่อที่เรียกว่า คลองจะทิ้งพระ แล้วเพี้ยนมาเป็น สทิงพระ ในปัจจุบัน เพราะถ้าหากเรายึดตำนานนิทานเรื่องราวของชื่อนี้ ก็ทำให้ตำบลที่ชื่อว่า จทิงหม้อ ก็คงหนีไม่พ้นว่า จะทิ้งหม้อ ไปด้วย ซึ่งคนฟังคงแปลกใจว่าเหตุใดจึงร่ำรวยถึงจะทิ้งพระ ทิ้งหม้อ ลงคลองได้เยอะแยะมากมายถึงเพียงนี้ แต่ชื่อนี้ในเอกสารโบราณคือ จทิงถมอ ซึ่งก็แปลว่า คลองหิน นั่นเอง

ร่องรอยภาษาความเป็นมาชื่อเมือง

ชื่อเมืองในบริเวณภาคใต้ยังมีอีกมากมายที่มีที่มาจากภาษาเขมรโบราณ อย่างเช่น สำโรง, เสดา, กโรม ฯลฯ อย่างแรกคำว่า สำโรง หรือ เสดา เป็นชื่อ ของต้นไม้ที่มีแพร่หลายในประเทศเขมร รวมไปถึงภาคกลาง ภาคอีสาน ที่ได้รับอิทธิพลของอารยธรรมเขมรก็มีการใช้ชื่อดังกล่าวนี้ด้วย ยังมีคำว่า กโรม ที่เป็นชื่อน้ำตกกะโรม ในนครศรีธรรมราช ก็เป็นการใช้คำภาษาเขมรโบราณ ซึ่งแปลความหมายได้ว่า น้ำตกใต้, ล่าง ปัจจุบันเขมรใช้คำว่า ក្រោម

บทสรุปส่งท้าย

คำเขมรโบราณที่เป็นที่มาของชื่อบ้านนามเมืองเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมของเขมรได้กระจายเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ของไทย จึงแสดงให้เห็นว่าบริเวณนครศรีธรรมราชและเมืองใกล้เคียงนั้นเคยมีชาวเขมรอพยพมาตั้งถิ่นฐานและทิ้งร่องรอยการตั้งชื่อต่าง ๆ ไว้ ดังนั้นการศึกษาชื่อบ้านนามเมืองนอกจากทำให้เห็นที่มาของเมือง ๆ หนึ่งแล้วเรายังได้เห็นคนในอดีต ภาพสะท้อนจากตัวอักษรที่มีเรื่องราวซ่อนไว้อยู่ภายใน