เราเรียนรู้ไปเพื่ออะไร ? ทำไมต้องเรียนรู้ด้วย ? เปิดด้วยคำถามที่ทำให้ผมได้ย้อนคิดว่าเราในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แต่เราเคยคิดบ้างไหมว่า ทุกวันนี้เราเรียนรู้ไปทำไม ในเมื่อปัจจุบันข้อมูลมีมากมายมหาศาลรอบตัวเรา ด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI ที่แทบจะรวบรวมข้อมูลไว้ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่ายุคก่อนมาก แต่คำถามนี้ก็สะกิดใจไม่น้อยหวนให้คิดถึงความสำคัญที่การเรียนรู้ยังคงมีความสำคัญอยู่แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อก่อนก่อนเราต้องเรียนรู้เพื่อสะสมข้อมูล พัฒนาความรู้ในตัว เราเพียงต้องการที่จะรู้เพราะเมื่อมีคนถามว่าเรารู้เรื่องนั้นหรือเปล่า เรื่องนี้หรือเปล่า เราจะสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ แต่ปัจจุบันการรู้หรือเปล่าอาจไม่สำคัญเท่ากับจะอยู่กับสิ่งที่เรียนรู้นั้น ๆ ได้อย่างไร เมื่อก่อนเราอาจจะขาดข้อมูลการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ล้วนยากลำบาก แต่ปัจจุบันเราไม่ขาดข้อมูล ข้อมูลแทบจะอยู่ชิดติดตัวของเราไปทุกเมื่อ แต่กลับเป็นว่าเราจะเลือกข้อมูลที่มีได้อย่างไร และนี่คือการเริ่มต้นที่จะมองการเรียนรู้ในอีกมิติที่เปลี่ยนไปจากกาลเวลา ซึ่งวันนี้ผมจะขอเล่าเนื้อหาที่ได้เข้าฟังจาก มหา'ลัย ประชาชน ครั้งที่ 8 เรื่องทฤษฎีกระบวนทัศน์การเรียนรู้มาเล่าให้ฟังผ่านทฤษฎีที่เปรียบได้กับเลนส์ที่มีความแตกต่างไปตามรูปแบบต่าง ๆ ของเลนส์ ซึ่งการมองผ่านเลนส์หรือทฤษฎีอาจไม่ใช่ภาพจริงเสมอไปแต่เป็นการมองในมุมที่แตกต่างซึ่งอาจมีถูกหรือผิดได้ตามธรรมชาติของทฤษฎี
กรอบเดิมของการเรียนรู้
กรอบเดิมตามความเข้าใจของเรา เราจะมองว่าการเรียนรู้เป็นการเพิ่มพูนความรู้ การพัฒนาทักษะ การยกระดับศักยภาพ คือ การเน้นสะสม แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของโลกเราได้เปลี่ยนแปลงหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความรู้ที่เราต้องการสะสมนั้นอาจไม่เหมาะสมในเวลาที่เปลี่ยนผันไป ความผันผวนของโลก ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน ความคลุมเครือ ล้วนเป็นปัจจัยต่อความรู้ที่จะทรงคุณค่าสู้กับปัจจัยเหล่านี้ไปได้ ทำให้จากทฤษฎีกระแสหลักของการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อประมวลผลข้อมูล หรือแม้กระทั่งเพื่อสร้างความหมาย กลับพัฒนาภายใต้โลกที่ "ความรู้หายาก" แต่ปัจจุบันความรู้อยู่รอบเราอยู่ตรงหน้าเรา AI พร้อมเสริฟความรู้ให้ไม่ยาก อุปสรรคการเรียนรู้เดิม ๆ จึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาเดิมที่ "ไม่มีข้อมูล" กลับกลายมาเป็น "ข้อมูลมีมากเกินไป" ซึ่งทำให้การเรียนรู้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งกระบวนทัศน์ใหม่ทั้ง 4 ของการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น
- Human-AI Co-Learning
- Neuro-Embodied Learning
- Complexity & Futures Learning
- Spiritual & Indigenous Learning
จะมาเป็นคำถามสำคัญที่ทำให้เราได้ย้อนตอบตัวเองว่าเราจะเรียนรู้ไปทำไม และเรียนรู้อย่างไร
Human-AI Co-Learning
อดีตเราคิดว่าความรู้เกิดจากการที่เราได้คิด ภายในตัวของเราคนเดียว แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปโดยเฉพาะยุค AI เราจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้คิดคนเดียวหรอก ลองดูตอนที่เราจะแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง เราต่างต้องหาข้อมูลอาจใช้ Google Chat GPT เอกสารต่าง ๆ นานา คุยกับคนอื่น แล้วเราถึงจะคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ หรือเราได้เรียนรู้จากสิ่งนั้น ๆ ได้ ดังนั้นปัจจุบันการคิดนั้นขยายออกไปไม่ได้อยู่แค่เพียงการคิดในสมองของเราแต่มันคือการที่เราใช้การมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่องมือต่าง ๆ รอบตัว จากเดิมที่เราคิดเพื่อที่จะหาหรือผลิตคำตอบ แต่เราก็ถูกแทนที่ได้ด้วย AI ที่มีความรวดเร็ว แล้วมาเปลี่ยนเป็นการคิดเพื่อตัดสินความหมายของคำตอบ คำตอบไหนเราควรเชื่อ สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการหรือเราเชื่อหรือไม่ ตัดสินใจว่าเราจะใช้แนวทางไหนของคำตอบที่ได้มา ดังนั้น การใช้ AI ต้องมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อรักษาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และที่สำคัญมนุษย์จะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะ AI คงไม่ได้มารับผิดชอบกับการแสดงผลของคำตอบ แต่เราต้องเป็นคนที่คิดไตร่ตรองจากข้อมูลที่ได้รับมา และตัดสินใจในการเลือกใช้ข้อมูลที่ถูกต้องง AI เป็นเหมือนกับนั่งร้านที่ช่วยให้เราไปสู่การคิดและการเรียนรู้ ถ้าหากเราใช้ AI โดยขาดการคิดแล้วล่ะก็ การเรียนรู้อาจไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้นในทฤษฎีนี้มีคำถามว่า "เราควรรู้อะไร เพื่อคิด เลือก กระทำ อย่างมีความหมาย"
Comments