ร่างกายของคนเราหลายคนคงเคยได้ยินว่าจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมดุล ร่างกายก็จะพยายามทำให้อุณหภูมิทั้งร่างอยู่ที่อุณหภูมินี้ แต่ด้วยสภาพอากาศโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ความร้อนของโลกกลับร้อนขึ้น ๆ ทุกวัน ยิ่งในฤดูร้อนด้วยแล้วความร้อนแทบไม่ต้องพูดถึง ร้อนมาก ๆ แทบจะยากมากหากเราคิดที่จะออกกำลังกายในสถานการณ์ความร้อนเช่นนี้ วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันนะครับว่า แม้ว่าอุณหภูมิของสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนระอุ แต่หากเราอยากที่ออกกำลังกายด้วยแล้ว เราจะทำอย่างไรดี ให้ปลอดภัยจากความร้อน และความเสี่ยงต่าง ๆ ในหน้าร้อน
กระบวนการสร้างสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย
เรารู้สึกสบายตัวที่อุณหภูมิเท่าไหร่กันนะ ? เมื่อถามคำถามนี้ให้กับคนไทยก็คงจะบอกว่า 25 - 30 องศาเซลเซียสกำลังดีไม่ร้อนไปไม่หนาวไป แต่ถ้าหากเราถามคำถามเดียวกันนี้กับคนที่อยู่บริเวณขั้วโลกเหนือ อาจมองว่าอุณหภูมิดังกล่าวกลับร้อนไปก็เป็นได้ ความเหมาะสมกับอุณหภูมิของเราคงมีความแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายของเรามีความสมดุลก็คือทำให้อุณหภูมิร่างกายที่เหมาะสมคือกระบวนการการรักษาสมดุลในอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง โดยกระบวนการนี้มีชื่อเรียกว่า Thermostats ซึ่งจะดำเนินการดังนี้ คือ ร่างกายของคนเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า อุณหภูมิภายในร่างกาย กับอุณหภูมิที่ผิดหนัง ซึ่งในส่วนของอุณหภูมิที่ผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าเช่น เมื่อเจอความร้อนที่ผิวหนังจะร้อนเร็ว หรือเมื่อเจอความเย็นก็จะเย็นเร็ว เช่นเดียวกัน และเมื่ออุณหภูมิที่ผิวหนังเปลี่ยนแปลงไปยิ่งถ้าเปลี่ยนแปลงไปมากจนลามเข้าไปยังภายในร่างกาย ร่างกายของคนเราจะมีกระบวนการรักษาสมดุลให้อุณหภูมิร่างกายคงเดิมโดยเมื่อเกิดเหตุการณ์จะมี set point ที่จะส่งความเปลี่ยนแปลงนี้ไปยังสมองในส่วนของ Hypothalamus ซึ่งจะสั่งให้ร่างกายสร้างความสมดุลด้วยการระบายความร้อนในรูปของเหงื่อ และการขยายในส่วนของหลอดเลือด จะทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิไปที่สมดุลเช่นเดิม
สงสัยไหมครับว่าทำไมเราออกกำลังกายแล้วเหงื่อจึงออก? เนื่องจากเมื่อเราออกกำลังกายเซลล์ภายในร่างกายก็จะทำงานและเกิดการเผาผลาญพลังงานทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น เมื่อร้อนขึ้นแล้วร่างกายพยามรักษาสมดุลจึงระบายออกผ่านทางเหงื่อเพื่อให้ร่างกายเรานั้นเย็นขึ้น แต่เราอาจไม่รู้สึกเย็นถ้าเหงื่อนั้นไม่ระเหยเพราะการระเหยของเหงื่อจะทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นมากขึ้น โดยตัวเร่งกระบวนการนี้ขอให้คุณผู้อ่านได้ลองจินตนาการเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วตัวยังเปียกเมื่อมายืนตากพัดลมแล้วจะรู้สึกเย็นทันที นี่คือการที่ลมมีส่วนเร่งให้การระเหยของน้ำมีมากขึ้น ร่างกายจึงเย็นเร็วขึ้น นอกจากนี้จากที่กล่าวไปแล้วร่างกายของเรายังนำพาความร้อนออกด้วยการขยายตัวของหลอดเลือด ลองเปรียบเทียบระหว่าง หลอดกาแฟธรรมดากับหลอดชาไข่มุกอันไหนเมื่อดูดแล้วได้ดื่มน้ำเร็วกว่ากัน ก็แน่นอนหลอดที่มีความกว้างมากกว่า ร่างกายจึงขยายหลอดเลือดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายถ่ายเทความร้อนจากภายในได้ดียิ่งขึ้น
เราก็จะได้เห็นกระบวนการรักษาสมดุลอุณหภูมิของร่างกายไปแล้วว่า เมื่อความร้อนภายนอกมีมากเกินไปมันจะส่งผลทั้งภายในร่างกายและทางผิวหนังซึ่งจะเป็นตัวรับ (Termal receptors) จากนั้นก็จะส่งต่อไปยังสมองส่วน Hypothalamus สั่งการให้ร่างกายสร้างเหงื่อ และขยายหลอดเลือดนั่นเอง ซึ่งกลไกดังกล่าวนั้นจะส่งผลให้
- ต่อมเหงื่อหลั่งเหงื่อ
- เพิ่มการระเหยของเหงื่อ
- หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว
- เพิ่มการแผ่รังสีความร้อน
- ลดอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
นอกจากนี้ร่างกายยังมีการปรับตัวต่อความร้อนด้วยการหลั่งฮอร์โมนอัลโดสเตอโรน เพื่อเพิ่มการดูดกลับของโซเดียมที่ท่อไตรวมและที่ท่อเหงื่อ เพื่อลดการสูญเสียโซเดียมไปกับเหงื่อ แต่กระบวนการนี้เองยังส่งผลให้โพแทสเซียมในเลือดลดลงและนี่คือกระบวนการของร่างกายเมื่อเจอกับความร้อน
ความร้อนส่งผลอะไรกับร่างกาย
แม้ว่าร่างกายจะสามารถปรับสมดุลความร้อนให้เหมาะสมได้ แต่หากรับความร้อนมากไปจนไม่สามารถปรับสมดุลได้ทันก็อาจก็ให้เกิดอาการต่าง ๆ จากความร้อนได้ดังนี้
ผื่นจากความร้อน
เกิดจากการที่เหงื่อออกแล้วไม่ระเหย ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อแล้วเกิดการอุดตันภายในท่อจนทำให้เกิดการอักเสบเป็นผื่นแดง ซึ่งเราสามารถรักษาด้วยการลดปริมาณเหงื่อคืออยู่ในที่ปรับอากาษ อาบน้ำบ่อย ๆ หรืออาจใช้ยาที่ลดอาการคันและป้องกันการติดเชื้อ
Heat Cramps ตะคริวแดด
เป็นการหดเกร็งอย่างเฉียบพลันของกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างมากซึ่งจะแตกต่างจากตะคริวทั่วไปคือตะคริวแดดเกิดจากการสูญเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก แม้จะดื่มน้ำเปล่าก็ไม่สามารถชดเชยได้เนื่องจากสูญเสียเกลือแร่จากเลือดและกล้ามเนื้อ การปฐมพยาบาล คือ การพักในที่ร่ม ยืดกล้ามเนื้อและนวดเบา ๆ ดื่มเครื่องดื่มที่มีเกลือแร่ หากเป็นนานกว่า 1 ชั่วโมงควรปรึกษาแพทย์
Heat Exhaustion เพลียแดด
เป็นการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 37 แต่ไม่ถึง 40 องศาเซลเซียส มีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง จะมีอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า หัวใจเต้นเร็ว โดยลักษณะที่สำคัญคือ มีเหงื่อออกไม่หยุด การปฐมพยาบาล คือ พักในที่ร่มอากาศถ่ายเท นอนลงยกขาหรือสะโพกสูง ห่มด้วยผ้าเปียก ให้ดื่มเกลือแร่ ถ้าคลื่นไส้ทำให้ดื่มน้ำไม่ได้ให้นำส่งโรงพยาบาล
Heat Stroke โรคลมแดด
เป็นภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่างกายสูญเสียน้ำมาก ต่อมเหงื่อหยุดทำงานเพราะความสามารถในการทำงานของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิลดลง อาการสำคัญ มีไข้สูง ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแห้ง และแดง การปฐมพยาบาล ให้พักในที่ร่มอากาศถ่ายเท หมั่นวัดอุณหภูมิภายในร่างกาย ให้ความเย็นบริเวณข้อพับ ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงเพื่อไม่ให้หายใจสำลักแลัว นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
แม้ Heat Exhaustion และ Heat Stroke จะมีอาการที่คล้ายคลึงแต่ความแตกต่างอย่างหนึ่งคือเรื่องของเหงื่อหากมีอาการที่เหงื่อไหลไม่หยุดจะเป็นอาการของ Heat Exhaustion แต่เราก็ต้องพิจารณาให้ดีหากผู้เป็น Heat Stroke อาจมีเหงื่อออกในช่วงแรกแต่ไม่ทันแห้ง ก่อนที่ผิวหนังจะร้อน แห้ง เป็นสีแดง ก็เป็นได้ ดังนั้นการพิจารณาอาการต้องทำให้แน่ชัด
##ดัชนีความร้อน Heat Index ดัชนีความร้อน เป็นจำนวนองศาเซลเซียสที่บอกถึงสภาพอากาศร้อนที่คนรู้สึกได้จริง หากคุณลองดูในแอปสภาพอากาศจะระบุใน Feel like นั่นเอง โดยเกิดจากความสัมพันธ์อุณหภูมิกับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ยิ่งความชื้นสัมพัทธ์มากจะทำให้เรารู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อน เพราะการถ่ายเทความร้อนจากร่างกายออกไปทำได้ยาก
##เราจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ภายในภาวะอากาศที่ร้อน
- ดื่มน้ำบ่อย ๆ หากออกกำลังกายกลางแจ้งควรดื่มให้ได้ 1 ลิตร
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะจะมีผลกับการดูดซึมเกลือแร่ของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงแดดจัด
- สวมเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อให้ไ่ม่ดูดแสงทำให้ไม่ร้อน และเลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดจนเกินไป
บทสรุป จะเห็นได้ว่าในหน้าร้อนแม้เราจะมีร่างกายที่คอยปรับอุณหภูมิให้สมดุลอยู่ก็ตาม แต่เราควรที่จะระมัดระวังตนไม่ให้เกิดอาการต่าง ๆ ที่มาจากความร้อน โดยพยายามให้ร่างกายอยู่ในที่ที่มีความเหมาะสมของสภาพอากาศ และหากออกกำลังกายในช่วงนี้ก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยในร่างกายเกี่ยวกับอุณหภูมิของร่างกายด้วยเพื่อให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงและไม่มีอาการจากความร้อนในหน้าร้อน ขอให้หน้าร้อนนี้ทุกคนไม่ร้อนใจ ร้อนกาย มาสร้างความสมดุลในร่างกายกันเถอะเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา
Comments