ปัจจุบันหลายคนคงรู้จักคำว่า "สหกรณ์" เป็นอย่างดี เพราะกิจการของสหกรณ์มีอยู่ทุกที่ในประเทศของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็นรูปแบบสหกรณ์ที่เราได้พบเจอในปัจจุบันนี้ ซึ่งไม่มีแค่ประเทศไทยเท่านั้นแต่เป็นกิจการที่มีขึ้นทั่วโลกใบนี้ แล้วที่มาของสหกรณ์เป็นอย่างไร เราจะมาค้นหาอดีตกว่าจะมาเป็นสหกรณ์อย่างที่เรารู้จักกัน
จากแนวคิดแห่งโลกตะวันตกสู่การจัดตั้งสหกรณ์
การเกิดขึ้นของสหกรณ์เกิดขึ้นในช่วงของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เป็นยุคที่การผลิตมิใช่ใช่แค่การมีไว้เพื่อการดำรงชีพกันภายในครอบครัวเท่านั้นแต่ยังขยายขอบเขตไปสู่การผลิตเพื่อการซื้อขายทางธุรกิจ และด้วยสภาพสังคมที่ต้องผจญอยู่กับการแบ่งชนชั้นโดยเฉพาะผู้ที่ได้ชื่อว่าชนชั้นแรงงาน กลับจะต้องรับความยากลำบากในการดำรงชีวิต ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุหหนึ่งที่ทำให้บุคคลสำคัญอย่าง โรเบิร์ต โอเวน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งสหกร์ ได้พัฒนาแนวคิดที่จะทำให้คนงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากค่าแรงอันสุดแสนจะต่ำมาก
ณ ตรอกคางคกสู่การกำเนิดสหกรณ์
แนวคิดที่สำคัญของการจัดตั้งสหกรณ์คือการที่คนที่มีความคิดในทิศทางเดียวกัน ต้องการที่จะแก้ปัญหาความยากจนของชนชั้นแรงงาน และต้องการลดบทบาทของทุนนิยมที่เกิดขึ้นในยุคนั้น เกิดการจัดตั้งกิจการที่รับสมาชิกที่มีความสมัครใจเท่านั้นเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน จากแนวคิดดังกล่าวได้พัฒนาเป็นรูปเป็นร่างจนเกิดเป็นสหกรณ์แห่งแรกของโลก ในชื่อว่า สหกรณ์รอชเดล (Rochdale Pioneers) จากความกล้าหาญของผู้นำอันเที่ยงธรรมทั้ง 28 คน ได้นำเงินมาร่วมกันคนละ 1 ปอนด์ มาร่วมจัดตั้งเป็นสหกรณ์แห่งนี้ขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้จัดเป็นกิจการที่มีสินค้า 5 ชนิด ได้แก่ เนย น้ำตาล แป้งข้าวโอ๊ต แป้งสาลี และเทียนไข
หลักการในอดีตสู่การพัฒนาในปัจจุบัน
นอกเหนือจากหลักการของสหกรณ์ในแรกเริ่มที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังได้มีการพัฒนาสู่หลักปฏิบัติโดย Mr.Charles Hawarth ว่าด้วย "หลักการเฉลี่ยคืน" คือเมื่อกิจการมีกำไรก็จะนำผลประโยชน์ที่ได้มาแบ่งปันเฉลี่ยคืนแก่สมาชิกของสหกรณ์ นอกจากนี้ยังมีการใช้หลักประชาธิปไตยในการใช้เสียงในการโหวตแม้ว่าสมาชิกจะมีหุ้นส่วนในสหกรณ์เท่าใดแต่ยังยึงถือหลักการที่ว่า 1 คน 1 เสียง และการดำเนินการของกิจการสหกรณ์ไม่ได้หวังที่กำไรสูงสุดแต่หวังเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสมาชิกในสหกรณ์นั่นเอง และมีอีกหลายหลักการที่เป็นแนวคิดของการจัดตั้งสหกรณ์โดยหลักสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การขายเป็นเงินสดเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าหากการขายเชื่ออาจทำให้เป็นการสนับสนุนการเป็นหนี้ของสมาชิก จึงได้ดำเนินการด้วยหลักการเช่นนี้เรื่อยมา
จะเห็นได้ครับว่าจากความเป็นมาของความคิดที่หวังจะให้ชนชั้นแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สู่การร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาแล้วการเป็นสหกรณ์ยังเป็นการรวมตัวกันด้วยความสมัครใจ และยังสอดแทรกการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และหลักการสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งหากการพัฒนาการดำเนินการของสหการณ์ให้ก้าวหน้าและยังยึดมั่นในแนวคิดการจัดตั้งของสหกรณ์ ผมคิดว่าเป้าหมายที่วางไว้ให้เกิดการพัฒนาสังคมด้วยสหกรณ์คงยังดำรงอยู่สืบไป
Comments