ถ้าผมให้ทุดคนลองหลับตาแล้วนึกถึงคำว่า ลูกทุ่ง ภาพแรกที่แวบเข้ามาในหัวของหลายๆคนคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ใช่ไหมครับ

ทุ่งนาสีเขียว กลิ่นดินหลังฝนตก หรือไม่ก็... เสียงเพลงที่มีเอื้อนลูกคอ ฟังง่ายๆ และซื่อตรง

แต่วันนี้ผมไม่ได้จะมาเล่าถึงสถานที่หรือแนวเพลงครับ เพราะจริงๆแล้ว "ลูกทุ่ง" มันคือ Mindset อย่างหนึ่ง

ความเรียบง่าย การคิดอะไรแบบไม่ซับซ้อน และที่สำคัญที่สุดคือ...การลงมือทำไปก่อน แล้วค่อยๆ แก้กันไป

ผมไม่ได้จะบอกให้เราหลายๆคนเลิกวางแผนหรอกนะครับ แต่หลายคนคงเคยพบเคยเจอใช่ไหมล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ตัวเอง ก็อาจจะเป็นเพื่อน หรือคนใกล้ตัว ที่บางครั้งคิดไปก่อน และก็กลัวไปก่อนด้วยเช่นกัน

"รอก่อน ยังไม่พร้อม" คำนี้ประจำเลยใช่ไหมล่ะครับ

ที่ผมมาพูดเรื่อง ลูกทุ่ง Mindset นี้จริงๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งแหละครับ เธอเป็นคนพูดตรงๆ ไม่คิดอะไรมาก (รึป่าว 555) เธอพูดกับผมว่า 'เธอรู้ เธอเคยเป็น perfectionist มาก่อน' และคำพูดของเธอช่วยสะกิดใจผมได้ดี ถ้าเธอได้มาอ่าน ผมอยากจะบอกว่าขอบคุณมากจริงๆ

มาต่อที่ "ลูกทุ่ง" ดีกว่าครับ ถ้าสรุปสั้นๆ สำหรับผม "ลูกทุ่ง" คือ ความสุขเล็กๆ ความซื่อตรง ความไม่ซับซ้อน และความเป็นลูกทุ่งที่บอกว่ามีอะไรค่อยแก้ มันไม่ใช่การที่ทำอะไรโดยไม่คิดนะครับ แต่เป็นเพราะ เขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะควบคุม แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า

เหมือนกับเครื่องยนต์รถไถที่คนลูกทุ่งเนรมิตได้สารพัด ตั้งแต่สูบน้ำเข้านา ใช้เป็นรถไถทุ่นแรง ปั่นไฟใช้งาน หรือแม้กระทั่งดัดแปลงเป็นรถอีแต๋น

ไหนๆ ก็พูดถึงลูกทุ่ง จะไม่พูดถึงชื่อนี้ก็เป็นไปไม่ได้

แม่ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งตลอดกาลครับ

หลายคนทราบดีใช่ไหมครับว่า แม่ผึ้งแกอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่ถามว่านั่นเป็นอุปสรรคต่อการร้องเพลงไหม แกจะรอไปเรียนให้เริ่มอ่านออกเขียนได้หรือเปล่า

...ก็ไม่

แม่ผึ้งใช้การจำเสียงและสังเกตแทนการอ่าน พุ่งเข้าหาโอกาส ทำมันอย่างสุดตัว แล้วค่อยๆ พัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานที่ทำ ค่อยๆ ลุยไปแบบลูกทุ่งๆ

ทีนี้ถ้าเรามาดูฝั่งอินเตอร์กันบ้าง เราจะพบว่าจะมีอะไรทำนองนี้เหมือนกัน อย่างคำว่า "Simplicity" หรือ "Just do it" ซึ่งหลักๆ คือ การคิดให้ง่าย ตัดความซับซ้อนทิ้ง แล้วก็ลงมือทำซะ

อย่าง Richard Branson เจ้าของอาณาจักร Virgin เป็นคนที่มีปรัชญาประจำตัวที่โคตรลูกทุ่งคนนึงเลยครับ นั่นคือคำว่า "Screw it, let's do it!" หรือ "ช่างมัน ลุยเลย!"

สายการบิน Virgin Atlantic ของเขาเกิดขึ้นได้เพราะความลูกทุ่งนี่แหละครับ วันหนึ่งเที่ยวบินของเขาไปเปอร์โตริโกถูกยกเลิก ทำให้คนติดค้างอยู่ที่สนามบินเพียบครับ แต่แทนที่เขาจะมานั่งเขียนแผนธุรกิจสายการบินเป็นปีๆ สิ่งที่เขาทำคือ หาแผ่นป้ายมาเขียนว่า

"Virgin Airways ตั๋วเที่ยวละ 39 เหรียญ"

แล้วไปเดินป่าวประกาศขายตั๋วให้กับคนที่ติดค้างอยู่ตรงนั้น พอได้เงินครบเขาก็เอาไปเช่าเหมาลำเครื่องบินมารับทุกคนไปส่งจริงๆ นี่แหละครับคือการ ทำมันไปก่อน ของแท้เลย

ต่อมาที่ไม่เล่าไม่ได้ ก็คือเจ้าพ่อไก่ทอดระดับโลกอย่าง Colonel Sanders หรือ ผู้พันแซนเดอร์ส นั่นเองครับ และจุดเริ่มต้นของธุรกิจไก่ทอดในวัย 65 ปี ของเขามันเริ่มมาจากแค่สูตรไก่ทอดกับหม้อแรงดัน แล้วขับรถตระเวนไปตามร้านอาหารทั่วประเทศเพื่อขอทอดไก่ให้เขาชิม

และแน่นอนว่า กว่าจะสำเร็จ ผู้พันก็โดนปฏิเสธมานับพันครั้งเหมือนกันครับ แต่ด้วยการมองง่ายๆของเขา "ถ้าเจ้าแรกไม่เอา ก็ไปเจ้าต่อไป" เขามีแค่ความมั่นใจในรสชาติไก่ของเขาเอง แล้วก็ลุยแบบดิบๆ ทื่อๆ เลยครับ

และถ้าเราพูดถึงโลกธุรกิจปัจจุบัน ที่มีอะไรต่อมิอะไรที่ซับซ้อนขึ้นบ้าง ในแวดวงสตาร์ทอัพก็ยังมีคำกล่าวที่ว่า

"Fail fast, Fail forward" หรือ "ล้มให้ไว แต่ต้องล้มไปข้างหน้า" ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเรียบร้อย เอาแค่ MVP มาเทสก่อนก็พอครับ

อ่ะ ไหนๆ ก็พูดถึงสตาร์ทอัพ งั้นผมขอเล่าถึง Brian Chesky ผู้ก่อตั้ง Airbnb อีกสักเคสละกันครับ

ในวันที่เขาไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ เขาไม่ได้ไปกู้เงินธนาคารหรือเขียนแผนธุรกิจหนาเป็นร้อยหน้าเพื่อหา VC นะครับ สิ่งที่เขาทำมันง่ายกว่านั้นมาก เขาแค่เอาที่นอนลม (Airbed) มาวางในห้องรับแขก แล้วเปิดเว็บไซต์ง่ายๆ ให้คนมาเช่านอนพร้อมอาหารเช้า

นี่แหละครับจุดเริ่มต้นของธุรกิจหมื่นล้าน มันเริ่มจากที่นอนลมกับไอเดียง่ายๆ แค่มองว่า ถ้าเราต้องการเงิน เราก็ต้องขายของที่มีอยู่ตอนนี้เลย ไม่ต้องรอรีโนเวทให้ห้องหรูเหมือนโรงแรมก่อนถึงจะกล้าเปิดรับแขก

เขาทำไปก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาแพลตฟอร์มตามฟีดแบ็กของลูกค้า นี่คือบทเรียนที่ว่า ถ้ามัวแต่คิดเยอะ Airbnb อาจจะไม่มีวันเกิดมาบนโลกใบนี้เลยก็ได้ครับ

เห็นไหมครับว่า การใช้ความเรียบง่ายนำทาง และใช้การลงมือทำ มันดีกว่าการติดกับดักความสมบูรณ์แบบเป็นไหนๆ ยิ่งในยุคที่ความเร็วคือผู้ชนะ ใครที่มัวแต่รอแผนการสมบูรณ์แบบ มักจะถูกคน คิดง่ายทำเร็ว แย่งไปรับประทานก่อนเสมอครับ

ทีนี้ ขอทิ้งท้ายไว้นิดนึงครับ พอดีเมื่อเช้าได้อ่านบทความของ Anontawong's Musings ที่ดูเหมือนจะใกล้ๆเกี่ยวๆกันพอดี มีช่วงตอนหนึ่งเขาเขียนว่า

"...ผมอ่านเจอคอนเซ็ปต์หนึ่งที่เหมือนจะไม่เกี่ยวกัน แต่ผมชอบมากจากหนังสือเล่มหนึ่งของอาจารย์นภดล ร่มโพธิ์ อาจารย์บอกว่า... เวลาเราทำโปรเจกต์อะไรยากๆ สมมติโอกาสสำเร็จแค่ 20% โอกาสล้มเหลว 80% แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และทำไปเรื่อยๆ "โอกาสจะไม่สำเร็จเลยสักครั้ง" ก็จะยิ่งน้อยลงไปตามจำนวนครั้งที่เราพยายาม... ลองหนึ่งครั้ง โอกาสไม่สำเร็จคือ 80% ลองสองครั้ง โอกาสไม่สำเร็จเลยสักครั้งคือ 80%*80% = 64% ลองสามครั้ง โอกาสไม่สำเร็จเลยสักครั้งคือ 80% ยกกำลัง 3 = 51.2% ลองสิบครั้ง โอกาสไม่สำเร็จเลยสักครั้งคือ 80% ยกกำลัง 10 = 10.7% ดังนั้น ถ้าเราพยายาม 10 ครั้ง โอกาสไม่สำเร็จเลยสักครั้งมีเพียง 10.7% และโอกาสสำเร็จอย่างน้อย 1 ครั้งก็คือ 100%-10.7% = 89.3%..."

เห็นไหมครับ นี่มันคล้ายๆ เรื่องของผู้พันแซนเดอร์ส เลย ถ้าเราลุยเลย เริ่มเลย มันมีโอกาสสำเร็จมากกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย (สักครั้ง) อยู่แล้ว

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเติมไฟให้ใครได้ มาครับ...มาลองลุยไปง่ายๆ แบบ "ลูกทุ่งสไตล์" ไปด้วยกันครับ

#ลูกทุ่ง #mindset #simplicity #letsdoit