เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนรอบตัว... ถึงเวลา "ล้างบาง" มลพิษรอบตัวหรือยัง? เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมบางครั้งเราถึงบินไม่ขึ้นสักที? เหมือนมีอะไรบางอย่าง "ถ่วงขา" เราไว้ ลองก้มลงไปมองที่ขาของตัวเองดีๆ สิครับ บางทีสิ่งที่ถ่วงเราอยู่ ไม่ใช่ความขี้เกียจ ไม่ใช่ความโง่ และไม่ใช่โชคชะตา แต่มันคือ "คนรอบตัว" ของเราเอง วันนี้เราจะมาคุยเรื่องกฎที่โหดร้ายแต่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของการพัฒนาตัวเอง กฎที่ Jim Rohn ปรมาจารย์ด้านความสำเร็จเคยกล่าวไว้ว่า: "You are the average of the 5 people you spend the most time with." (เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คน ที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด) ถ้า 5 คนรอบตัวเราเป็นคนขี้บ่น... เราจะเป็นคนขี้บ่นคนที่ 6 ถ้า 5 คนรอบตัวเราเป็นคนถังแตก... เราจะเป็นคนถังแตกคนที่ 6 และถ้า 5 คนรอบตัวเราเป็นคนมุ่งมั่นสร้างชีวิต... เราจะเป็นเศรษฐีคนที่ 6 ทุกคนครับ... ถึงเวลาต้องถามตัวเองตรงๆ แล้วว่า "สังคมที่เราอยู่ตอนนี้ กำลังพาเราบินขึ้น หรือกำลังฉุดเราลงนรก?"

วิทยาศาสตร์ของ "เซลล์กระจกเงา" (Mirror Neurons) อย่าเพิ่งหาว่าผมใจร้าย หรือสอนให้คบคนแค่ผลประโยชน์นะครับ เรื่องนี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ ในสมองของเรามีเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Mirror Neurons (เซลล์ประสาทกระจกเงา) หน้าที่ของมันคือการ "ลอกเลียนแบบ" พฤติกรรม อารมณ์ และวิธีคิดของคนตรงหน้าโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เราเข้าสังคมได้ สังเกตไหมครับ? • เวลาเพื่อนหาว เราจะหาวตาม • เวลาเราไปอยู่ภาคเหนือสักอาทิตย์ เราจะเริ่มพูดติดสำเนียงเหนือ • และเวลาเราอยู่กับคนที่เอาแต่ด่าเจ้านายและโทษเศรษฐกิจ... สมองเราก็จะเริ่มซึมซับชุดความคิดแบบ "เหยื่อ" เข้ามาโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นคนลบครับ แต่ "สิ่งแวดล้อมชนะความตั้งใจเสมอ" (Environment beats Willpower) ต่อให้เรามีไฟแรงแค่ไหน ถ้าเราถูกโยนลงไปในบ่อโคลน... ไฟเราก็ดับ การเลือกคนคบ จึงไม่ใช่เรื่องของรสนิยม แต่มันคือเรื่องของ "สุขอนามัยทางจิตวิญญาณ"

เช็คลิสต์: ใครคือ "ผีดูดเลือด" (Energy Vampires) ในชีวิตเรา? ลองหลับตาแล้วนึกหน้าเพื่อน หรือคนที่เราคุยด้วยบ่อยที่สุด 5 คนดูครับ แล้วเช็คดูว่า มีใครเข้าข่าย 3 ประเภทนี้ไหม

  1. นักดับฝัน (The Dream Killer) "จะทำธุรกิจเหรอ? เสี่ยงนะ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี อย่าหาทำเลย" "แกทำไม่ได้หรอก หน้าอย่างแกเนี่ยนะ" คนพวกนี้อาจจะบอกว่าหวังดี แต่ลึกๆ แล้วเขา "กลัว" ครับ กลัวว่าถ้าเราทำสำเร็จ มันจะไปสะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของเขา เขาจึงต้องดึงเราไว้ให้อยู่ระดับเดียวกับเขา
  2. เหยื่อถาวร (The Victim) โทรมาทีไรมีแต่เรื่องระบายความทุกข์ ด่าผัว ด่าเจ้านาย ด่ารัฐบาล แต่ไม่เคยคิดจะแก้ปัญหา พอเราแนะนำทางออก ก็บอกว่า "แกว่ามันง่ายสิ แกไม่เจอนี่" คนพวกนี้ดูดพลังงานชีวิตเราจนแห้งเหือด (Energy Drainer) คุยจบแล้วเรารู้สึกเพลียเหมือนไปวิ่งมาราธอน
  3. พวกชวนลงต่ำ (The Hedonist) "เย็นนี้กินเหล้ากัน" "โดดงานเหอะ" "จะขยันไปทำไม เจ้านายไม่เห็นหัวหรอก" คนพวกนี้รักความสบาย และจะรู้สึกผิดถ้าเห็นเราขยัน เลยพยายามลากเราไปขี้เกียจด้วย ทฤษฎีปูในถัง (Crab Bucket Theory) ถ้าเราจับปูใส่ถังตัวเดียว มันจะปีนหนีได้ แต่ถ้าใส่หลายตัว พอตัวหนึ่งจะปีนหนี... ตัวอื่นจะรุมดึงขามันลงมา เพื่อน 3 ประเภทนี้ คือปูที่คอยดึงขาเราครับ ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนเลว... แต่เขาเป็นคนที่ไม่เหมาะกับอนาคตของเรา

การตัดใจ: เสื้อตัวเก่า ใส่ไม่ได้แล้ว ความยากที่สุดของวันนี้ คือความรู้สึกผิดครับ "ก็คบกันมาตั้งแต่มัธยม จะทิ้งมันได้ไง?" "มันก็เคยช่วยเราไว้นะ" เพื่อนครับ... ฟังผมดีๆ นะ "ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ ชะตากรรม" (History is not Destiny) การที่เรารู้จักใครมานาน ไม่ได้แปลว่าเราต้องกอดคอจมน้ำไปกับเขาตลอดชีวิต เปรียบเหมือน "เสื้อผ้า" ครับ ตอนเด็กๆ เราใส่เสื้อไซส์ S ได้ (พอดีตัว) แต่ตอนนี้เราโตขึ้น ตัวเราใหญ่ขึ้น เป็นไซส์ L เราจะยังฝืนใส่เสื้อไซส์ S ตัวเดิม เพียงเพราะ "เสียดาย" ไหมครับ? ถ้าฝืนใส่... เราก็จะอึดอัด หายใจไม่ออก และโตต่อไม่ได้ เพื่อนเก่าบางคน เหมาะกับเราในเวอร์ชันเก่า แต่เมื่อเรา Upgrade ตัวเองเป็นเวอร์ชันใหม่... เสื้อตัวเดิมมันใส่ไม่ได้แล้วครับ เราไม่ได้เกลียดเขา เราแค่ "เติบโตเกินกว่าพื้นที่ที่เขามีให้" (Outgrow) การถอยออกมา ไม่ใช่การหักหลัง แต่คือการเคารพตัวเอง

สร้างกลุ่มใหม่: กฎ 33% (The Rule of 33%) แล้วจะไปหาเพื่อนดีๆ จากไหน? Tai Lopez (นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชาวอเมริกัน) แนะนำสูตรการจัดสรรเวลา 3 ส่วนครับ:

  1. 33% Mentor (คนที่อยู่เหนือกว่าเรา) คนเก่งกว่า รวยกว่า ประสบความสำเร็จกว่า 10-20 ปี คนพวกนี้จะ "ดึง" เราขึ้นไป จะทำให้เรารู้สึก "กระจอก" (ในทางที่ดี) และทำลายอีโก้เรา • หาจากไหน: หนังสือ, YouTube, คอร์สสัมมนา, หรือเสนอตัวไปทำงานให้เขาฟรีๆ
  2. 33% Peer (เพื่อนๆ) คนที่อยู่ระดับเดียวกับเรา แต่มีเป้าหมายเดียวกัน วิ่งไปพร้อมกัน คนพวกนี้จะ "ผลัก" เรา แข่งกันเรียน แข่งกันรวย ปรึกษากันได้ • หาจากไหน: กลุ่ม Facebook เฉพาะทาง, งาน Networking, คลาสเรียน
  3. 33% Mentee (คนที่อยู่ต่ำกว่าเรา) คนที่เพิ่งเริ่มต้น และเราสามารถสอนเขาได้ การสอน คือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด และช่วยเตือนสติเราไม่ให้หลงลืมรากเหง้า คนพวกนี้จะ "บูชา" เรา และทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า

เพื่อนทิพย์ (Digital Friends) ในยุค Social media แบบนี้เราโชคดีมากครับ ถ้าคนรอบข้างในชีวิตจริง (Offline) มันห่วยแตก เราสามารถหา "เพื่อนทิพย์" (Online) ได้ทันที ถ้าเราฟัง Podcast ของ อ.นภดล ทุกเช้า... อ.นภดล คือ 1 ใน 5 คนของเรา ถ้าเราอ่านหนังสือของ คุณนิ้วกลม ทุกคืน... คุณนิ้วกลม คือ Mentor ของเรา ถ้าเราดูคลิปสอนธุรกิจจาก The Secret Sauce แทนที่จะดูละครน้ำเน่า... เรากำลังเปลี่ยนค่าเฉลี่ยสมองของเรา อย่าเอาข้ออ้างว่า "บ้านไกลปืนเที่ยง หาคนเก่งยาก" มาหยุดเรา อินเทอร์เน็ต คือเครื่องมือคัดเลือกสังคมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

บทสรุป: จงเป็น "ผู้เลือก" ชีวิตเราสั้นเกินกว่าจะเสียเวลากับคนที่ไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น อย่าเป็นถังขยะอารมณ์ให้ใคร อย่าปล่อยให้ใครมาทิ้งขยะหน้าบ้านเรา การ Unfriend หรือการถอยห่างจากคน Toxic ไม่ใช่การทำร้ายจิตใจใคร แต่คือการประกาศจุดยืนว่า "เรารักอนาคตของเรา มากกว่าอดีตของเรา" ถ้าเราอยากเป็นอินทรี... เราต้องหยุดว่ายน้ำกับฝูงเป็ด บินขึ้นไปครับ ไปหาฝูงของตัวเอง ข้างบนนั้นอากาศดีกว่าเยอะ และเราจะไม่เหงา... เพราะอินทรีตัวอื่นกำลังรอเราอยู่