จงใจร้อนกับการ "ลงมือทำ"... แต่จงใจเย็นกับ "ผลลัพธ์" วันนี้ผมอยากชวนพวกเรามาคุยเรื่อง "เวลา" และ "ความคาดหวัง" ในยุคสมัยนี้... ยุคที่อินเทอร์เน็ตเร็วปรู๊ดปร๊าด ยุคที่มีแอปฯ ส่งอาหารภายใน 15 นาที ยุคที่เราดูคลิป TikTok จบใน 30 วินาที พวกเราถูกฝึกให้เป็นมนุษย์ประเภท "Instant Gratification" หรือพวกเสพติดความสำเร็จรูป เราอยากได้ทุกอย่าง "เดี๋ยวนี้" เราออกกำลังกาย 3 วัน... แล้วเดินไปส่องกระจกถามหาซิกแพค เราเริ่มทำธุรกิจ 2 เดือน... แล้วบ่นว่าทำไมยังไม่รวยร้อยล้าน เราโพสต์คอนเทนต์ 5 คลิป... แล้วน้อยใจว่าทำไมยังไม่เป็น Influencer ชื่อดัง เพื่อนๆ ครับ... ผมขอพูดความจริงที่อาจจะขัดใจพวกเราทุกคน: "ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีทางลัด และไม่มีทางเร็ว" การที่เราพยายามเร่งวันเร่งคืนกับผลลัพธ์ คือการที่เรากำลังเอายาพิษกรอกปากความฝันของตัวเอง วันนี้เราจะมาเรียนรู้ปรัชญาที่ Gary Vaynerchuk นักธุรกิจระดับโลกใช้เป็นคัมภีร์ประจำใจ นั่นคือ "Aggressive Patience" (ความอดทนที่ดุดัน)
ความย้อนแย้งที่สวยงาม (The Beautiful Paradox) คำว่า "ความอดทนที่ดุดัน" ฟังดูขัดแย้งกันใช่ไหมครับ? คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด • คนทั่วไป: ใจเย็นกับการกระทำ (ขี้เกียจ, ผลัดวันประกันพรุ่ง) แต่ใจร้อนกับผลลัพธ์ (อยากรวยเร็ว) • คนสำเร็จ: ใจร้อนกับการกระทำ (ทำทันที, ทำบ้าคลั่ง) แต่ใจเย็นกับผลลัพธ์ (รอได้เป็น 10 ปี) นี่คือสมการที่เราต้องกลับหัวกลับหางครับ Micro Speed, Macro Patience (รวดเร็วในระดับจุลภาค, อดทนในระดับมหภาค) • Micro Speed (ระดับวัน): ในแต่ละวัน เราต้องทำงานให้เร็ว ดุดัน ไม่เอ้อระเหย ใช้นาทีให้คุ้มค่า ตัดสินใจให้ไว ผิดพลาดให้ไว • Macro Patience (ระดับปี): แต่ในภาพรวมระยะยาว เราต้องเข้าใจว่า "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" ธุรกิจระดับโลกใช้เวลาสร้าง 10-20 ปี ทักษะระดับเทพใช้เวลาฝึกฝนเป็นหมื่นชั่วโมง ถ้าเราทำสลับกัน (วันๆ นั่งเอื่อยเฉื่อย แต่อยากรวยพรุ่งนี้) เราก็คือ "คนเพ้อเจ้อ" ครับ
บทเรียนจากต้นไผ่จีน (The Chinese Bamboo Tree) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ผมขอยกนิทานเรื่องจริงของธรรมชาติมาเล่าให้ฟัง นั่นคือเรื่องของ ต้นไผ่จีน เมื่อเราปลูกเมล็ดไผ่จีนลงดิน และรดน้ำพรวนดิน... • ปีที่ 1: ไม่เห็นอะไรเลย ดินว่างเปล่า • ปีที่ 2: รดน้ำทุกวัน... ก็ยังไม่เห็นอะไรเลย • ปีที่ 3: รดน้ำทุกวัน... เงียบกริบ • ปีที่ 4: รดน้ำทุกวัน... ยังไม่มีหน่อโผล่มาสักหน่อ (คนข้างบ้านเริ่มด่าว่าเราบ้า รดน้ำดินเปล่าทำไม) แต่พอเข้า ปีที่ 5... ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ภายในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ ต้นไผ่จะพุ่งทะยานจากพื้นดิน สูงขึ้นไปถึง 90 ฟุต (ประมาณตึก 8-9 ชั้น)! คำถามคือ: ต้นไผ่ใช้เวลาโต 6 สัปดาห์ หรือ 5 ปี? คำตอบคือ 5 ปีครับ เพราะตลอด 4 ปีแรกที่ "ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" รากของมันกำลังชอนไชหยั่งลึกลงไปในดิน แผ่ขยายอาณาจักรรากให้กว้างใหญ่และแข็งแรงที่สุด เพื่อเตรียมรองรับลำต้นที่จะสูงเสียดฟ้าในอนาคต ถ้ามันรีบโตในปีแรก โดยที่รากยังไม่ลึก... ลมพัดทีเดียวมันก็หักโค่นแล้ว ชีวิตพวกเราก็เหมือนกันครับ ช่วงนี้ที่เรากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราอาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์เป็นตัวเงิน เพื่อนอาจจะยังไม่เห็นว่าเราเปลี่ยนไป พ่อแม่อาจจะยังบ่น แต่นั่นคือช่วงเวลาที่เรากำลัง "สร้างราก" อย่าเพิ่งขุดดินขึ้นมาดูว่าเมล็ดงอกหรือยัง (มันจะตายเอา) หน้าที่ของเราคือ "รดน้ำต่อไปอย่างดุดัน"
หุบเขาแห่งความผิดหวัง (The Valley of Disappointment) James Clear ผู้เขียน Atomic Habits อธิบายเรื่องนี้ด้วยกราฟที่ชื่อว่า Plateau of Latent Potential
• เส้นความคาดหวัง (What we think should happen): เราคิดว่าทำมาก ก็ต้องได้มาก เป็นเส้นตรง (Linear) • เส้นความจริง (What actually happens): ช่วงแรกผลลัพธ์จะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทำแทบตาย ได้ผลนิดเดียว (Exponential Curve ช่วงต้น) พื้นที่ว่างระหว่าง "สิ่งที่เราคาดหวัง" กับ "ความเป็นจริง" ตรงนี้แหละครับ เรียกว่า "หุบเขาแห่งความผิดหวัง" คน 99% ล้มเลิกตรงนี้ เขารู้สึกว่า "ทำไปก็เหนื่อยฟรี" "มันคงไม่ได้ผลหรอก" แล้วก็ทิ้งจอบทิ้งเสียมไป ทั้งที่อีกแค่นิดเดียว... กราฟมันกำลังจะดีดตัวขึ้นเป็นขาขึ้น (Hockey Stick) แล้ว เพื่อนครับ... ถ้าวันนี้เรารู้สึกว่า "ทำไมเหนื่อยจังแต่ยังไม่เห็นผล" ให้บอกตัวเองว่า "อ๋อ... เรากำลังเดินอยู่ในหุบเขาแห่งความผิดหวัง นี่คือเรื่องปกติ นี่คือการคัดกรองคนตัวปลอมออกไป" ถ้าเราเดินทะลุหุบเขานี้ไปได้... รางวัลมหาศาลรอเราอยู่
ความอดทน ไม่ใช่การ "นั่งเฉยๆ" (Passive vs Active Patience) ระวังนะครับ! อย่าเอาคำว่า "ความอดทน" มาเป็นข้ออ้างของความขี้เกียจ มีความอดทน 2 แบบ
- Passive Patience (ความอดทนแบบขี้เกียจ) นั่งรอวาสนา ซื้อหวยแล้วรอรวย โพสต์งานไปชิ้นนึงแล้วนั่งรอให้ไวรัล อันนี้ไม่ได้เรียกว่าอดทนครับ เรียกว่า "เพ้อฝัน"
- Active Patience (ความอดทนแบบดุดัน) รู้ว่าเป้าหมายใหญ่ต้องใช้เวลา 5 ปี แต่ในทุกๆ วันตลอด 5 ปีนั้น เราทำงานหนักเหมือนพรุ่งนี้โลกจะแตก เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายทีละมิลลิเมตร แต่เราขยับ "ทุกวัน" ไม่เคยหยุด "Aggressive Patience" คือแบบที่ 2 ครับ คือการก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก (Grind) โดยไม่เงยหน้ามาถามว่า "เมื่อไหร่จะถึง" เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราเดินไม่หยุด... ยังไงมันก็ต้องถึง
เลิกมองกระดานคะแนน (Stop Watching the Scoreboard) สมมติเราเป็นนักบาสเกตบอล ถ้าเรามัวแต่เงยหน้ามองป้ายคะแนนทุกวินาทีที่เลี้ยงลูก... เราจะชู้ตลงไหมครับ? ไม่มีทาง! เราจะสะดุดขาตัวเองล้ม วิธีทำแต้มที่ดีที่สุด คือการ "โฟกัสที่ลูกบาสและการเคลื่อนไหว" (The Process) ไม่ใช่คะแนน (The Result) ในชีวิตจริง: • เลิกเช็คยอดไลก์ทุก 5 นาที • เลิกเช็คยอดเงินในบัญชีทุกวัน (ถ้ายังอยู่ในช่วงสร้างตัว) • เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน การมองกระดานคะแนนบ่อยๆ ทำให้เราวิตกกังวล ทำให้เราท้อ และทำให้เราใจร้อน จงหลงรักใน "เกมการเล่น" หลงรักความเหนื่อย หลงรักการแก้ปัญหา หลงรักการพัฒนาตัวเอง แล้ววันหนึ่ง พอกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา... เราเงยหน้ามองกระดานคะแนน เราจะตกใจว่า "เฮ้ย! เราชนะขาดลอยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
บทสรุป: 10 ปี สำหรับความสำเร็จชั่วข้ามคืน มีคำกล่าวว่า "It takes 10 years to become an overnight success" (ต้องใช้เวลา 10 ปี กว่าจะเป็นความสำเร็จชั่วข้ามคืน) ศิลปินดังที่เราเพิ่งรู้จักวันนี้ เขาอาจจะร้องเพลงในผับร้างๆ มา 10 ปีแล้ว นักธุรกิจหมื่นล้านที่เราเห็น เขาอาจจะล้มละลายมา 3 รอบใน 10 ปีที่ผ่านมา ทุกๆ คนครับ... ถามตัวเองวันนี้เลยว่า "เราพร้อมจะรดน้ำต้นไผ่เปล่าๆ เป็นเวลา 4 ปีไหม?" ถ้าคำตอบคือ "ไม่" ... ก็กลับไปทำงานประจำที่ได้เงินเดือนแน่นอนทุกสิ้นเดือนเถอะครับ (ไม่มีอะไรผิด แต่นั่นคือเพดานของคุณ) แต่ถ้าคำตอบคือ "พร้อม" ... ยินดีต้อนรับสู่ลีกของผู้ชนะครับ เส้นทางนี้ยาวไกล แต่วิวข้างบนสวยงามคุ้มค่าแน่นอน จงใจร้อนดั่งไฟในวันนี้... แต่จงใจเย็นดั่งภูผาในเส้นทางระยะยาว
Comments