ผมคงเป็นกลุ่มคนแรก ๆ ที่ถูก AI ทำให้ตกงาน เพราะ AI ช่วยคนเขียนโค้ดได้เยอะมาก ๆ แล้ว

เจ้าของธุรกิจที่มีจินตนาการ ดีไซเนอร์ที่เข้าใจ Taste ของตัวเองและกลุ่มคนอื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเขียนโค้ดต้องทำยังไง สามารถสร้างโปรแกรมต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองได้ด้วยการใช้ภาษาทั่วไปที่มนุษย์เข้าใจ

ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมแทบไม่ได้เขียนโค้ดด้วยตัวเองเลย

โปรเจคส่วนตัวผมก็ใช้ AI โปรเจคของที่ทำงาน บริษัทก็จ่ายค่า AI ให้

ถึงแม้ปรมจารย์สายเทคจะบอกว่าโปรแกรมเกอร์ที่เก่งก็จะยังไม่ตกงานหรอก เพราะยังไงแล้วการทำโปรแกรมที่ให้คนส่วนมากใช้ยังต้องพึ่งคนที่มีความรู้ในเชิงลึกอยู่

ผมก็เห็นด้วยแหละ ผมเพียงแค่รู้สึกว่าความหมายในการทำงานของตัวเองมันกำลังจางหายไป

สำหรับผมแล้วการเขียนโค้ดมันสนุกเหมือนกับการเล่นเกม ทุกครั้งที่แก้ปัญหายาก ๆ ได้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกที่ได้เอาชนะปัญหานั้น เหมือนเป็นรางวัลเล็ก ๆ ที่เข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจให้กับผม

แต่ช่วงหลังที่ผ่านมานั้น ความรู้สึกแบบนั้นมันไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแล้ว ปัญหาที่คิดว่ายาก AI มันใช้เวลาทำแทนได้ในหลักนาที

ผมเลยตระหนักได้ว่า

ผมไม่มีทางหนีพ้น จากความเร็วในพัฒนาการของ AI ในยุคนี้ได้แล้ว

แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า การเปลี่ยนเส้นทางจะทำไม่ได้

ภาพนั้นมันชัดขึ้นมากในยุคปัจจุบัน เทรนด์ของการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียวเยอะขึ้นและมาพร้อมกับความสามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมกับธุรกิจใหญ่ ๆ

เนเวิลเคยพูดไว้ว่า "คุณสามารถหนีออกจากการแข่งขันได้ ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง" (You escape competition through authenticity)

ส่วนตัวผมมองว่าวิธีการเอาตัวรอดในยุค AI อาจจะไม่ใช่การวิ่งตามพัฒนาการของมันและพยายามทำในสิ่งที่สังคมกำลังบอกให้ทำ การมองเห็นต่างและเอาตัวเองออกจากเส้นทางนั้นอาจจะเป็นทางที่ดีกว่า

สำหรับผม การที่ได้ฝึกเขียนบทความนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้ลองเพื่อออกจากเส้นทางนั้นอยู่ ไม่รู้ว่ามันจะพาไปได้ถึงไหน แต่มันก็ทำให้ความหมายที่มันกำลังจางหายไปกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง