ยังจำวันวาเลนไทน์สมัยประถมได้ไหม?

วันที่เราเดินเข้าห้อง แล้วก็เริ่มเห็นสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ แปะอยู่เต็มเสื้อนักเรียน บางคนมีไม่กี่ดวง บางคนเต็มไปหมดจนแทบไม่มีที่ว่าง

แล้วเราก็แอบมองของตัวเอง นั่งนับเงียบ ๆ อาจจะไม่เยอะเท่าไร แต่แค่ได้เพิ่มอีกหนึ่งดวง ก็แอบยิ้มแล้ว ตอนนั้นเราไม่ได้คิดหรอกว่า มันมีค่าจริงไหม แค่มันรู้สึกดี ก็พอแล้ว


โตขึ้นมาหน่อย ความรู้สึกแบบนั้น เริ่มต้องใช้ “อะไรที่ใหญ่ขึ้น”

สอบผ่าน → เรียนจบ → ได้ใบประกาศ

ผ่านสัมภาษณ์ → ได้งาน → ได้โบนัส

เหมือนต้องมีอะไรบางอย่างมายืนยันว่า “เราทำได้ดีแล้วนะ” ถึงจะยอมให้ตัวเองรู้สึกดี

แต่แปลกดีนะ บางครั้งเราได้ในสิ่งที่เคยอยากได้แล้ว แต่ก็แค่…โอเคแหละ ไม่ได้ยิ้มแบบวันนั้นแล้ว


ระหว่างทางที่เราโตขึ้น เราอาจไม่ได้แค่เก่งขึ้น แต่เรา “เผลอลืม” อะไรบางอย่างไปด้วย ลืมว่าครั้งหนึ่ง แค่สติ๊กเกอร์ดวงเดียว ก็ทำให้เรารู้สึกว่า “วันนี้มันดีเหมือนกันนะ”

ทุกวันนี้ หลายอย่างที่เราทำ มันไม่ได้ใหญ่พอจะมีใครมาปรบมือให้

ไม่มีใบประกาศ

ไม่มีใครพูดอะไร

มันแค่…ผ่านไปในแต่ละวัน


ยกตัวอย่างอย่างตัวผมเองที่ชอบเรียนรู้ ชอบร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อก่อนเรียนจบได้ใบ cert. ก็ภาคภูมิใจแล้ว

แต่เดี๋ยวนี้มันมีอะไรเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมา ที่เขาเรียกว่า

Digital Badge

ภาพที่เหมือน icon เล็ก ๆ ที่เราได้มาจากการทำอะไรสักอย่าง เพื่อบอกว่าเราทำอะไรบางอย่างสำเร็จแล้ว

มันอาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิตหรอก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เห็นแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง

บางคนอาจมองว่า ก็แค่ไอคอนเล็ก ๆ แต่สำหรับบางคน มันคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยเตือนว่า อย่างน้อย สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน มันก็มีความหมายนะ


ผมเองก็แอบรู้สึกว่าบ้านเราอาจจะยังไม่ค่อยเห็น การเฉลิมฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ แบบนี้เท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ไปเลย

แต่ในบางที่เขามีวิธีทำให้เรื่องเล็ก ๆ มัน “ถูกมองเห็น” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวก certificate หรือ digital badge ที่เราเห็นกันในหลาย platform ไม่ว่าจะเป็น Credly, Certifier, Accredible และอื่น ๆ

ก็เลยแอบสงสัยเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะเราไม่คุ้นเคยกับมัน หรือจริง ๆ แล้วเราแค่ลืมมองมันในสิ่งเล็ก ๆ ก็เท่านั้นเอง

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะ certificate หรือ digital badge จริง ๆ แล้วมันก็คือตัวแทนความสำเร็จ เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา

บางทีเราอาจไม่ต้องรอ ให้ใครมาแปะสติ๊กเกอร์ให้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

แต่บางที การที่มีอะไรบางอย่าง คอยบอกเราระหว่างทางว่า “มีคนเห็นคุณค่าเรานะ”

ผมว่ามันก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้เรายิ้มได้อีกครั้งนึง

หรือจริง ๆ แล้ว ความสุขมันไม่ได้หายไปไหน เราแค่ลืมมองมัน ในสิ่งเล็ก ๆ เท่านั้นเอง