บทเรียนเรื่อง UX, Authenticity และ Ferrari EV จาก Jony Ive
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ “การออกแบบอนาคต” อาจไม่ใช่สิ่งใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา แต่เป็นสิ่งที่ทีมออกแบบ “กล้าถอดทิ้ง”
ผมเพิ่งดูบทสัมภาษณ์ของ Jony Ive กับ Flavio Manzoni เกี่ยวกับ Ferrari EV คันแรก และสิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าสนใจมาก ไม่ใช่แค่เรื่องรถไฟฟ้า
แต่เป็นวิธีคิดเรื่อง UX เรื่องความเป็นมนุษย์ และเรื่อง “ความจริง” ของประสบการณ์ที่เรากำลังออกแบบอยู่
หลายปีที่ผ่านมา วงการรถยนต์เหมือนมี assumption ร่วมกันว่า
“ถ้าเป็น EV มันต้อง digital มากขึ้น”
จอใหญ่ขึ้น
ปุ่มน้อยลง
ทุกอย่างกลายเป็น touchscreen
Jony Ive ถึงขั้นเรียกแนวคิดแบบนี้ว่า “dumb design”
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มนุษย์ต้องปรับตัวเข้าหา interface มากเกินไป
อาจแปลว่าเราเริ่มออกแบบเทคโนโลยี โดยลืมคนที่ใช้งานมันไปแล้ว
เพราะถ้าการเปลี่ยนแอร์ หรือการกดปุ่มพื้นฐานบางอย่าง
ทำให้คนขับต้องละสายตาจากถนน นั่นอาจไม่ใช่ technological progress
แต่มันคือการเอา technology มาแทรกกลาง ระหว่างมนุษย์กับประสบการณ์
สิ่งที่ผมชอบมาก คือ Ferrari ไม่ได้พยายาม “แกล้ง” ให้รถไฟฟ้ารู้สึกเหมือนรถน้ำมัน
ไม่มี fake engine sound
ไม่มีการจำลองบางอย่างเพื่อหลอกว่ามันยังเป็นอดีตอยู่
เพราะสุดท้ายคนใช้รู้สึกได้ ว่าอะไรจริง อะไรแค่เลียนแบบ
มันทำให้ผมนึกถึงหลาย product เหมือนกัน
หลายครั้งเราไม่ได้ออกแบบประสบการณ์ใหม่เราแค่เอาของเดิมมาออกแบบหน้าตาใหม่
เพื่อให้ user รู้สึก “คุ้น”
แต่ความคุ้นเคย อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับความหมายที่แท้จริงก็ได้
อีกเรื่องที่ผมว่าน่าสนใจมาก คือวิธีที่พวกเขามอง constraint
ปกติเวลาเราพูดถึงข้อจำกัด เรามักรู้สึกว่ามันทำให้ออกแบบยากขึ้น
แต่ในรถ EV คันนี้
การไม่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่
ไม่มี transmission tunnel ตรงกลาง
กลับกลายเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งหมด
Ferrari เลยได้ลองออกแบบ interior แบบใหม่
กลายเป็น Ferrari 5 ที่นั่งที่รู้สึก “open” มากกว่าที่เคย
มันทำให้ผมย้อนคิดถึงงาน product หลายอย่าง
บางครั้ง constraint ไม่ได้ปิด creativity
แต่มันบังคับให้เราหยุดใช้คำตอบเดิมและนั่นแหละ
คือจุดเริ่มต้นของ innovation จริง ๆ
อีกประโยคที่ผมชอบมากคือ
“Tradition is not the worship of ashes; tradition is the preservation of fire.”
“การรักษารากเดิม ไม่ใช่การยึดติดกับสิ่งที่เคยเป็น แต่คือการรักษาไฟของมันไว้”
เพราะหลายองค์กรพูดเรื่อง tradition ตลอดเวลา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการปกป้องรูปแบบเดิม แทนที่จะรักษา “จิตวิญญาณ” ของสิ่งนั้นไว้ Ferrari เลยไม่ได้ถามว่า
“รถ Ferrari เดิมหน้าตาเป็นยังไง”
แต่ถามว่า
“อะไรคือไฟที่อยู่ข้างใน Ferrari มาตลอด”
แล้วถ้าโลกเปลี่ยน เราจะรักษาไฟนั้นไว้ยังไง โดยไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนเดิม
ผมว่ามันเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ไม่ใช่แค่กับรถยนต์ แต่กับ
product
ทีม
องค์กร
หรือแม้แต่วิธีทำงานของเราเอง
ในวันที่ AI ทำให้ทุกอย่างสร้างได้เร็วขึ้น prototype สมจริงขึ้น
และ digital experience เต็มไปหมด
เราอาจต้องกลับมาถามตัวเองเหมือนกันว่า
เรากำลังออกแบบ “เทคโนโลยี” หรือกำลังออกแบบ “ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี”
สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์หนึ่งมีคุณค่าและควาหมาย
อาจไม่ใช่จำนวน feature หรือความล้ำของ technology
แต่อาจเป็นความรู้สึกเล็ก ๆ
ที่ทำให้มนุษย์ยังรู้สึกว่า ตัวเองยังเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น
แล้วคุณล่ะ
คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ?
Comments