หากคิดว่าช่วงนี้อาชีพการงานรู้สึกมั่นคง ปกติดี ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ที่จริงความมั่นคงนั้นอาจจะเปราะบางกว่าที่คิด . เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โพสต์บทวิเคราะห์ยาวบน X เตือนว่าสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญ "การต่อสู้ครั้งสุดท้าย" (The Final Battle) ที่ช่องแคบฮอร์มุซ . ถ้าสหรัฐฯ ไม่สามารถควบคุมช่องแคบนี้ได้ เขาบอกว่าผลกระทบจะไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมัน แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมอำนาจ เหมือนที่เคยเกิดกับจักรวรรดิอังกฤษในวิกฤตคลองสุเอซปี 1956 Dalio เขียนไว้ว่า . นี่คือปรากฏการณ์นี้ Dalio เรียกว่า Big Cycle หรือ วัฏจักรการขึ้นและลงของมหาอำนาจที่วนซ้ำมากว่า 500 ปี จักรวรรดิเติบโต สะสมอำนาจ ยืดตัวเกินไป แล้วเสื่อมลง สเปน ดัตช์ อังกฤษ ล้วนเดินผ่านเส้นทางนี้ . ซึ่ง Big Cycle ถูกขับเคลื่อนด้วยแรง 5 อย่างที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ วัฏจักรหนี้สินและการเงิน ความขัดแย้งภายในประเทศ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติ และพัฒนาการด้านเทคโนโลยี เมื่อแรงเหล่านี้เข้มข้นขึ้นพร้อมกัน ระเบียบโลกเดิมก็เริ่มสั่นคลอน — และนั่นคือสิ่งที่เขาเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ . พออ่านจบไม่เพียงแต่รู้สึกว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจจะอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แล้ว แต่ยังคิดต่อไปว่าถ้าวัฏจักรแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่กับจักรวรรดิล่ะ? ถ้ามันเกิดกับชีวิตเราทุกคนด้วย (แม้ในสเกลของเวลาและขนาดเล็กลงก็ตาม) จะหน้าตาเป็นยังไง? และถ้าหากเราเข้าใจเรื่องนี้ มันจะมีวิธีไหนที่อาจจะเป็นกุญแจนำไปสู่การใช้ชีวิตที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกมรสุมชีวิตได้บ้างไหม? . หลังจากหาข้อมูลได้สักพัก ก็คิดว่าเจอของดี . ในปี 1986 นักนิเวศวิทยาชาวแคนาดาชื่อ C.S. Holling ค้นพบสิ่งหนึ่งจากการศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ เขาพบว่าป่าไม่ได้เติบโตเป็นเส้นตรงจากเล็กไปใหญ่แล้วอยู่อย่างนั้นตลอดไป แต่วนผ่าน 4 เฟสซ้ำแล้วซ้ำเล่า . เขาเรียกมันว่า Adaptive Cycle . เฟสแรกคือ เติบโต (Growth) — ช่วงที่ระบบขยายตัวเร็ว ต้นไม้เล็กๆ แย่งกันหาแสง ทุกอย่างเต็มไปด้วยพลังงานและความเป็นไปได้ . **เฟสที่สองคือ สะสม (Conservation) **— ระบบเริ่มมั่นคง ต้นไม้ใหญ่ครองพื้นที่ ทรัพยากรถูกสะสมและล็อกไว้ในโครงสร้างที่แน่นหนา ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหลังความมั่นคงนั้น ระบบกำลังสูญเสียความยืดหยุ่น เริ่มแข็งกระด้าง ไร้การเปลี่ยนแปลง และกำลังเปราะบางขึ้นทุกวัน . เฟสที่สามคือ ล่มสลาย (Release/Collapse) — จุดที่ไฟป่าลุกลาม พายุถล่ม หรือโรคระบาดบุก ระบบที่เคยดูแข็งแกร่งพังทลายลงอย่างรวดเร็ว . **และเฟสที่สี่คือ จัดระเบียบใหม่ (Reorganization) **— ช่วงที่ทรัพยากรที่เคยถูกล็อกไว้ถูกปลดปล่อยออกมา เปิดทางให้สิ่งใหม่เกิดขึ้น เมล็ดพันธุ์ที่เคยถูกบังแสงได้เจอแดดเป็นครั้งแรก . Holling ศึกษาป่า แต่ต่อมาเขาและเพื่อนร่วมงานพบว่าวัฏจักรนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม องค์กร แม้แต่เมืองอย่างโรมและเยรูซาเลมที่ถูกทำลายแล้วสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล้วนเดินตามจังหวะเดียวกัน . ถ้าวางวัฏจักรของ Holling ทาบลงบน Big Cycle ของ Dalio จะเห็นว่ามันซ้อนกันได้แทบสมบูรณ์แบบเลย . จักรวรรดิสเปนในศตวรรษที่ 17 เติบโตจากการค้นพบโลกใหม่ สะสมทองคำจนร่ำรวยที่สุดในยุโรป แต่ความมั่งคั่งนั้นทำให้ระบบไม่ยืดหยุ่น ไม่ยอมปรับตัว จนในที่สุดก็ล่มสลายเมื่อเจอคู่แข่งที่คล่องตัวกว่า . จักรวรรดิอังกฤษก็เช่นกัน เติบโตจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม สะสมอาณานิคมทั่วโลก จนวันหนึ่งประธานาธิบดีนัสเซอร์แห่งอียิปต์ยึดคลองสุเอซ และอังกฤษค้นพบว่าตัวเองไม่มีกำลังจะยึดคืน นั่นคือวินาทีที่จักรวรรดิอังกฤษเข้าสู่เฟสล่มสลายอย่างเป็นทางการ . ในบทความของ Dalio เขากำลังตั้งคำถามว่าสหรัฐฯ อยู่ตรงไหนของวัฏจักรเดียวกันนี้ เพราะแน่นอนว่าถ้าควบคุมสถานการณ์ตรงนี้ไม่ได้มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเฟสล่มสลายได้เช่นกัน . ย้อนกลับมาเรื่องของตัวเราบ้าง หากใช้ทฤษฎี Adaptive Cycle มาตั้งคำถาม เราเคยถามตัวเองไหมว่า “เราอยู่ตรงไหน?” โดยเฉพาะในเรื่องการทำงาน? . เฟสเติบโต คือช่วงที่คุณเพิ่งเริ่มต้น เริ่มอาชีพใหม่ เริ่มธุรกิจ เริ่มความสัมพันธ์ ทุกอย่างรู้สึกเปิดกว้าง คุณเรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว ล้มแล้วลุกได้ง่ายเพราะยังไม่มีอะไรให้เสีย . เฟสสะสม คือช่วงที่คุณเริ่มมั่นคง มีตำแหน่ง มีรายได้ มีชื่อเสียง แต่แทนที่จะรู้สึกอิสระ กลับรู้สึก "ติด" ทำซ้ำสิ่งเดิมทุกวัน ไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าเสี่ยง เพราะมีอะไรให้สูญเสียมากเกินไป . เฟสล่มสลาย คือวันที่ถูกให้ออกจากงาน ธุรกิจล้มละลาย ความสัมพันธ์จบลง หรือสุขภาพพังทลาย จุดที่ระบบเดิมรับแรงกดดันไม่ไหวอีกต่อไป . เฟสจัดระเบียบใหม่ คือช่วงที่คนส่วนใหญ่มองว่า "แย่ที่สุดในชีวิต" แต่ Holling กลับบอกว่ามันคือช่วงที่มีศักยภาพสูงที่สุด เพราะทรัพยากรที่เคยถูกล็อกไว้ในระบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นเวลา พลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด พร้อมให้คุณนำไปสร้างสิ่งใหม่ . คนที่สูญเสียงานที่ทำมา 20 ปี แล้วค้นพบว่าจริงๆ แล้วตัวเองอยากทำอะไร . คนที่ธุรกิจล้ม แล้วเริ่มต้นใหม่ในทิศทางที่ถูกต้องกว่าเดิม . คนเหล่านี้ไม่ได้ "รอด" จากเฟสล่มสลาย พวกเขา "ผ่าน" มันไปสู่เฟสจัดระเบียบใหม่ต่างหาก . แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของ Holling ไม่ได้อยู่ที่เฟสล่มสลายครับ แต่อยู่เฟสสะสมต่างหาก . นี่คือกุญแจเลย . คนส่วนใหญ่กลัวการพังทลาย กลัววันที่ทุกอย่างจะพัง แต่เฟสที่อันตรายที่สุดจริงๆ คือเฟสสะสม . ช่วงที่ทุกอย่างดูดี ดูมั่นคง ดูปลอดภัย แต่ระบบกำลังสูญเสียความยืดหยุ่นโดยไม่มีใครรู้ตัว . ลองมองกลับไปที่สหรัฐฯ ก่อนวิกฤต Hormuz ทุกคนมองว่าอเมริกาคือมหาอำนาจที่มั่นคงที่สุดในโลก มีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุด มีเงินดอลลาร์ที่เป็นสกุลเงินสำรองของโลก นั่นคือเฟสสะสมที่สมบูรณ์แบบ มั่นคงจนทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่า "ปลอดภัย" . แล้วลองมองกลับมาที่ตัวเอง . ถ้าชีวิตคุณตอนนี้ดูมั่นคง ทำงานเดิมมาหลายปี มีรายได้ที่แน่นอน มีกิจวัตรที่คุ้นเคย ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่มานาน . นั่นอาจไม่ใช่สัญญาณของความสำเร็จ แต่อาจเป็นสัญญาณของเฟสสะสมที่ชะล่าใจมากเกินไป . จักรวรรดิไม่ได้ล่มสลายเพราะศัตรูแข็งแกร่ง แต่เพราะตัวเองไม่สามารถปรับตัวได้ทัน . ชีวิตคนก็ไม่ต่างกัน . วัฏจักรไม่ใช่สิ่งที่ต้อง "หลีกเลี่ยง" มันคือธรรมชาติของระบบทุกระบบ ตั้งแต่ป่าไม้จนถึงจักรวรรดิ ตั้งแต่เศรษฐกิจโลกจนถึงชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่ง สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ว่าใครจะหนีวัฏจักรได้ แต่คือใครรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน . เพราะคนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในเฟสสะสมควรเลิกยึดติดกับสิ่งที่มีก่อนที่มันจะสายเกินไป . เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่คุ้นเคย เริ่มปล่อยสิ่งที่ยึดไว้ออกบ้าง . ไม่ใช่เพราะกลัวการล่มสลาย แต่เพราะเข้าใจว่าความยืดหยุ่น คือสิ่งเดียวที่จะพาเราผ่านทุกเฟสของวัฏจักรได้
Comments