สวัดดี Ruby duckie อีกเหมือนเดิม รอบนี้มาสปอย เอ้ะ เรียกสปอยไหมนะ อาจจะไม่ 555 + + จริงๆมาแชร์ เท่านั้นเองงง เอาละ ..
ที่มาของการได้รู้จักหนังสือเล่มนี้คืองี้... มันมีวันนึ่งไปบ้านแฟนที่ต่างจังหวัด แล้วเจอหนังสือกองนึ่งเป็นนวนิยายจากชื่อเรื่องดูน่าสนใจไม่น้อยเลย ปีเตอร์นัมเบิล กับ ตาวิเศษ ของ Jonathan Auxier เลยลองยิบขึ้นมาอ่าน พลางหันไปถามแฟนว่าอันนี้สนุกไหม ? ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิ
แฟนเราสายหัว แล้วบอก ยั๊งงงไม่ได้อ่าน จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาตอนไหน 555555+ โอ้ยยยย ยังงี้ต้องลองอ่านหน่อยละ ว่าหนังสือเนี่ย แฝงความรู้อะไรมั้ง มาเริ่มกันเลยยย 🚀
# ถอดรหัส 8 ข้อคิดจาก Peter เด็กอัจฉริยะ ของแทร่ 🤣
1. ความพิการไม่ใช่ขีดจำกัด แต่คือ "ความต่าง" ของมุมมอง
ปีเตอร์ไม่ได้มองว่าการที่เค้ามองไม่เห็นคืออุปสรรค นั้นเป็นเพราะว่าเค้ามีประสาทสัมผัสอื่นๆ ที่เหนือกว่าคนทั่วไป แถมตอนที่อยู่ในห้องที่รู้แค่ว่า กว้าง x ยาว เท่าไร เค้าดันพอใจที่ไม่ได้หรูอะไร เพราะเค้าบอกว่า ก็มองไม่เห็นอยู่แล้วนี่ มีที่นอนก็ดีแล้ว 💤
2. โชคชะตาเริ่มต้นจากการตัดสินใจ
เมื่อเขาตัดสินใจขโมย หีบปริศนา การกระทำเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนชีวิตจากขอทานกลายเป็นวีรบุรุษได้ มันเตือนใจเราว่า โอกาสมักมาในรูปแบบของความเสี่ยง และเราต้องกล้าที่จะคว้ามัน ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไร ทุกอย่างมีความเสี่ยงในตัวมันเองอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมันได้ไหม
3. พลังของความหวังและจินตนาการ
การที่เขามองไม่เห็นนั้นแปลว่า เค้าต้องใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดเพื่อจินตนาการ และประเมินสถานการณ์ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น และขั้นต่อไปทำอะไรดี และ นี่ !! เป็นอีกนึ่งความน่าสนใจเพราะการที่เราจะแก้ไขปัญหาที่มองไม่เห็นได้ บางครั้งเราต้องใช้จินตนาการและความเชื่อมั่นว่า ทางออกมีอยู่เสมอ แม้ในยามที่มืดมิดที่สุด
4. มิตรภาพที่แท้จริงไม่สนรูปลักษณ์
สายสัมพันธ์ระหว่าง ปีเตอร์ กับ เซอร์เทกเคิลเบอร์รี่ (อัศวินในร่างผสมม้ากับแมว) แสดงให้เห็นว่าความซื่อสัตย์และการร่วมทุกข์ร่วมสุขสำคัญกว่ารูปลักษณ์ภายนอก เพื่อนที่ดีคือคนที่อยู่เคียงข้างในวันที่เรามองไม่เห็นทาง
5. การยอมรับตัวตน (Self-Acceptance)
ตลอดการเดินทาง ปีเตอร์ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับอดีตอันขมขื่นของเขา การเป็นหัวขโมยไม่ใช่สิ่งที่กำหนดอนาคต แต่การยอมรับว่าเขาเป็นใครต่างหากที่ทำให้เขาค้นพบ จุดหมายที่แท้จริง
6. ความยุติธรรมต้องแลกมาด้วยความกล้าหาญ
อาณาจักรที่ถูกยึดครองต้องการวีรบุรุษที่กล้าลุกขึ้นสู้ เป็นการเน้นย้ำว่าการเพิกเฉยต่อความไม่ถูกต้องถือเป็นการสนับสนุนความ และบางครั้งคนตัวเล็กๆ ก็สามารถล้มยักษ์ได้หากมีพลังของความกล้า
7. ความรับผิดชอบต่อพรสวรรค์
ปีเตอร์มีทักษะการสะเดาะกลอนที่เก่งกาจ มาจากการฝึกฝนมานาน ซึ่งในตอนแรกเขาใช้เพื่อความอยู่รอดแหละ แต่หลังๆ ปีเตอร์ใช้เพื่อปลดปล่อยผู้คน นี่คือบทเรียนเรื่อง Ethical use of skills หรือการใช้ความสามารถในทางที่สร้างสรรค์
8. การเดินทางคือการเรียนรู้
ภารกิจของปีเตอร์เต็มไปด้วยปริศนาและการลองผิดลองถูก สิ่งนี้สะท้อนว่า ความล้มเหลวระหว่างทางคือครูที่ดีที่สุด และความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่คือสิ่งที่เรากลายเป็นระหว่างการเดินทาง
ความมืดไม่ใช่ที่กักขัง แต่มันคือผืนผ้าใบที่เราสามารถวาดความหวังลงไปได้ นี่คือหัวใจสำคัญที่ Peter Nimble ฝากไว้ให้เราาา
สนุกสุดๆไปเลยละ ลองไปหาอ่านกันได้นะ มีข้อคิดมากกว่านี้อีกตั้งแต่ หน้าแรก อ่านเพลินๆ ขอบคุณที่อารมาถึงตรงนี้จนจบน่าคร่าบบบบ ทุกคน 🧅✨

Comments