เราเริ่มสื่อสารกับคนบางกลุ่มไหมเข้าใจ เริ่มเงียบลง ฟังมากขึ้น หรือบางครั้งถึงจุดที่ไม่มีเรื่องที่จะพูดคุยด้วยเลย บางเรื่องที่คุ้นเคยกลายเป็นเรื่องเบื่อหน่าย.. มักมีสาเหตุหลักๆ มาจาก "การเติบโตทางความคิดและความต้องการภายในที่เปลี่ยนไป"

เรามาถอดรหัสกันทีละข้อว่าทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้:

1. Values & Mindset Shift

คนเราเติบโตขึ้นทุกวันผ่านประสบการณ์ที่เจอ วันหนึ่งเราอาจจะเริ่มหันมาสนใจเรื่องความมั่นคง สุขภาพ จิตวิทยา หรือการพัฒนาตัวเอง ในขณะที่กลุ่มเดิมยังคงพูดถึงเรื่องบันเทิง เรื่องดราม่า หรือเรื่องซุบซิบเดิมๆ เหมือนเมื่อหลายปีก่อน พอความสนใจเปลี่ยนไป สมองเราจะเริ่มคัดกรองและมองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็น เสียงรบกวน ที่ไม่ได้ให้พลังงานบวกกับเราอีกต่อไป

2. ขีดจำกัดของพลังงานในการเข้าสังคม

เมื่อเราโตขึ้น เราจะเริ่มตระหนักว่า พลังงานของเรามีจำกัด เราจะไม่ยอมเสียพลังงานไปกับการฝืนคุยในสิ่งที่ไม่ทำให้เรารู้สึกเติมเต็ม การเลือกที่จะเงียบลงและฟังมากขึ้น เป็นกลไกการเซฟพลังงานของสมองรูปแบบหนึ่ง คือเลือกที่จะรับรู้ แต่ไม่เอาตัวเข้าไปแลก หรือไม่พยายามเปลี่ยนความคิดใครให้เหนื่อย

3. การณ์โตเกินกว่าจุดเดิม

มันคือความรู้สึกที่เราก้าวข้ามกรอบความคิดเดิมมาแล้ว หัวข้อเดิมๆ ที่เคยคุยกันสนุกในอดีต (เช่น เรื่องเที่ยวเล่นวีรกรรมสมัยก่อน, เรื่องเกรียนๆ) มันถูกคุยซ้ำจนอิ่มตัวแล้ว พอไม่มี Content ใหม่ๆ สมองเราจะตีความว่ามันคือความซ้ำซากและเกิดเป็นความเบื่อหน่าย

4. อาจจะมองหาความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ

การที่ไม่มีเรื่องจะพูดคุยด้วยเลย ไม่ได้แปลว่าเรามีมนุษยสัมพันธ์แย่ลง แต่แปลว่าเราเริ่มปฏิเสธการพูดคุยแบบ Small Talk ที่ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไร ซึ่งอาจจะกำลังโหยหาบทสนทนาที่จริงใจ มีสาระ หรือช่วยฮีลใจกันได้มากกว่าการคุยตามมารยาท

การคุยกับคนบางกลุ่มไม่รู้เรื่อง ไม่ได้แปลว่า "เราผิด" หรือ "เขาผิด" และไม่ได้แปลว่าเรากลายเป็นคนเย็นชา แต่มันคือสัญญาณธรรมชาติที่บอกว่า "เรากำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลง"

มันเป็นเรื่องปกติมากที่เราจะค่อยๆ ห่างออกจากบางกลุ่ม เพื่อเอาตัวเองไปอยู่ในจุดหรือกลุ่มคนที่มีคลื่นความถี่ตรงกันในปัจจุบัน

ตอนนี้ใครเป็นแบบที่เราเป็นลองอ่านแล้วรู้สึกยังไง สามารถแชร์ให้เราอ่านได้นะ ruby's duckie รออ่านทุกคอมเม้นต์เสมอ 🚀