หลังเหตุการณ์ 9/11 มุสลิมทั่วโลกเริ่มโดนกระแส Islamophobia ความเกลียดชังอิสลามเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
บวกกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สงครามส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และหนีไม่พ้นอิสลามที่โดนโจมตีจากสื่อตะวันตกทุกทิศทาง
คำถามย้อนกลับมาที่พวกเราครับ "เราเสพสื่อกันแค่ฝั่งเดียวอยู่หรือเปล่า?"
จริงๆแล้วสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีที่มาอย่างไร ?
โดยเนื้อหาในบทความนี้ มาจากคลิป ทำไมมุสลิมถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ?
🎙️ บรรยายโดย อาจารย์อามีน ลอนา และ Freez Thetruth
ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ของคำว่า "ผู้ก่อการร้าย" ใครกันแน่ที่สมควรถูกเรียกว่าผู้ก่อการร้ายตัวจริง
อิสลามสอนให้ก่อการร้ายจริงหรือไม่ กับข้อมูลที่หลายๆคนไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อขจัดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอิสลาม เรามาเริ่มกันเลยครับ
วาทกรรม "การก่อการร้าย" และการสร้างภาพจำโดยสื่อ
"ก่อการร้ายเป็นวาทกรรมทางการเมือง เมื่อใช้คำที่เป็นวาทกรรมทางการเมืองแล้วเราไม่รู้ที่มาของมัน นั่นคือเราตกเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือของเขาแล้ว"
ผลลัพธ์จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อหลังสงครามโลก ทำให้คนพูดเรื่องก่อการร้ายกันมากขึ้น
เมื่อเราเสพสื่อฝั่งเดียวเป็นหลักจากสื่อตะวันตก (อเมริกา) ที่เป็นมหาอำนาจโลก
ทำให้คนส่วนใหญ่ชอบโฟกัสแค่ปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน แต่ไม่ยอมย้อนดูที่มาที่ไปว่ามันเกิดจากอะไร
อเมริกาทำแบบนี้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง เพราะไม่อยากให้ประชาชนตัวเองไปเข้าข้างฝั่งที่อเมริกาไปรุกรานเขาก่อน
ดูจากตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสงครามเวียดนาม คนในประเทศหลายคนก็ออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วย
Max Weber นักเศรษฐศาสตร์การเมืองและนักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "รัฐ" (State) เอาไว้ว่า :
"รัฐ คือชุมชนของมนุษย์ที่อ้างสิทธิในการผูกขาดการใช้ความรุนแรงทางกายภาพอย่างชอบธรรม ภายในอาณาเขตหนึ่งๆ ได้อย่างสำเร็จ"
จะก่อการร้ายหรือไม่ อำนาจชอบธรรมหรือไม่ มันอยู่ที่เครื่องแบบที่คนคนนั้นใส่
เพราะฉะนั้น อเมริกาที่คุมกฎหมาย+คุมสื่อได้ คนส่วนใหญ่ก็จะไม่คิดว่ามันเลวร้ายอะไร เพราะทำในกรอบของการอ้างกฎหมาย
พวกเราจึงตกเป็นเหยื่อของสื่อมหาอำนาจได้ง่าย...
หลายคนคงเคยเห็นข่าวที่มีผู้ก่อการร้ายถ่ายคลิปและเผยแพร่การสังหารทหารอเมริกันออกมา โดยคนในคลิปแต่งตัวตามแบบชุดผู้ก่อการร้าย ปิดหน้า ถือปืน
เทียบกับภาพทหารอเมริกันใส่ชุดทหาร นั่งกดยิงขีปนาวุธในห้องแอร์ ต่อให้จรวดจะดูดี ออกแบบสวย ไม่ป่าเถื่อน แต่เมื่อระเบิดตกใส่ประชาชนเสียชีวิตหลายราย ความเสียหายมันเยอะกว่ามาก
แล้วสองการกระทำนี้มันต่างกันตรงไหน ? 🔴
ทั้งๆที่ทำร้ายมนุษย์เหมือนกัน แต่กลับโดนประนามอยู่ฝ่ายเดียว นั่นเป็นเพราะการนำเสนอภาพข่าวล้วนๆ
"หากใส่เครื่องแบบรัฐบาลกระทำการสังหารจะถูกมองว่าชอบธรรม แต่หากไม่มีเครื่องแบบจะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทันที"
ความหน้าไหว้หลังหลอกของสหรัฐอเมริกาในการสร้างศัตรู
มาดูเคสเหล่านี้กันครับว่าอเมริกาหน้าไหว้หลังหลอกยังไงบ้าง
ทุกคนรู้ไหมครับ คำว่า Terrorist ที่ถูกอเมริกาเรียกครั้งแรก ไม่ได้มาจากกลุ่มมุสลิม แต่มาจากชายที่ชื่อว่า...
![]()
Che Guevara (เช เกวารา)
ตอนนั้นศัตรูหลักของอเมริกาคือคอมมมิวนิสต์ ยุคของโซเวียต จีน คิวบา เกาหลีเหนือ เวียดนามเหนือ
เชจากตอนแรกที่เป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกงาน เห็นคนลำบากมาเยอะเพราะรัฐบาลเผด็จการที่แบ็กโดยอเมริกา
จึงออกไปเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและไปอยู่กับ Fidel Castro (ฟิเดล กัสโตร) ปฏิวัติคิวบาสำเร็จ
เชจึงถูกอเมริกาประกาศจับในฐานะผู้ก่อการร้ายอันดับต้นๆ
เมื่ออเมริกาเห็นท่าไม่ดี ส่งสายลับมาจะจัดการคิวบา เชและพวกเลยมีแผนให้โซเวียตมาตั้งนิวเคลียร์ที่คิวบาเพื่อกดดันอเมริกา
สุดท้ายอเมริกาก็ทำอะไรมากไม่ได้ เชกลายเป็นอาชญากรในสายตาชาวโลก
จากนั้นเชไปโบลิเวียเพื่อทำการปฏิวัติต่อ และเสียชีวิตที่นั่นโดยถูกอเมริกาจับสังหาร
และสิ่งที่อเมริกาทำพลาดที่สุดคคือ การปล่อยภาพศพเชให้ชาวโลกเห็น
จากเจตนาเพื่อประจาน ไม่ให้ประเทศอื่นทำเป็นแบบอย่าง แต่กลับกันคนทั้งโลกหันมายกย่อง เชกลายเป็นฮีโร่ให้หลายๆชาติกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้
คนอเมริกาเอารูปเชมาสกรีนเสื้อทำขายเป็นของทุนนิยม เปลี่ยนภาพลักษณ์เชจาก Terrorist ให้กลายเป็นแฟชั่นและฮีโร่ของคนรุ่นใหม่
จากผู้ก่อการร้ายเปลี่ยนเป็นนายแบบภายในไม่กี่ปี
กรณีความขัดแย้ง อิสราเอล-ปาเลสไตน์
ชาวยิวจากที่เคยโดนฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในสมัยของฮิตเลอร์ ขึ้นเรืออพยพมาขออยู่กับชาวอาหรับ 🚢

"Germans destroyed our families and homes, don't you destroy our hopes."
"ชาวเยอรมันทำลายครอบครัวและบ้านเรือนของเราไปแล้ว ขอพวกคุณ อย่าทำลายความหวัง ของเรา"
บนเรือมาพร้อมกับป้ายนี้เพื่อขออาศัยอยู่กับชาวปาเลสไตน์
ผ่านมา 80 ปี ขึ้นป้ายอีกแบบ "เราอยู่ที่นี่มาก่อน พวกอาหรับมาทีหลัง" โดยอ้างหลักฐานจากคัมภีร์ของพวกเขา (ต้นฉบับภาษาฮีบรูก็ไม่มี)
อาจารย์อามีนได้เล่าประสบการณ์การเยือนปาเลสไตน์ ช่วงปี 62 ขณะที่คนอื่นๆผ่านด่านกันหมด แต่อาจารย์โดนกักตัวไว้ 3 ชั่วโมงเพื่อปั่นประสาท
เหมือนพวกเขาไม่อยากให้โลกมุสลิมอื่นๆมายุ่งเกี่ยวกับเยรูซาเล็มอีก เลยสร้างสถานการณ์มากดดัน แต่สุดท้ายอาจารย์ก็ได้เข้าไปในตัวเมือง
ปีนั้นทรัมป์ยกเยรูซาเล็มให้อิสราเอลไปแล้ว ภาพที่อาจารย์เห็นคือ เขาทำกำแพงหินปิดทางเข้าเมืองหมด ไม่ให้อาหรับส่วนนอกเข้ามา ส่วนอาหรับข้างในถูกเปลี่ยนสัญชาติเป็นอิสราเอลหมดแล้ว ✡️
"ในขณะที่เราเรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้สัตว์ ให้ความหลากหลาย แต่กลับกันคนที่นั่นไม่มีแม้แต่สิทธิพื้นฐานของความเป็นคน"
น่าหดหู่ใจครับ ทหารยิวล้อมประตูทางเข้าไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง ชาวปาเลสไตน์ไม่มีโอกาสเรียนรู้ศาสนาเลย จนละหมาดกันไม่เป็น บริจาคเงินให้มัสยิดไม่ได้ ห้ามอ่านอัลกุรอานบทที่เกี่ยวกับชนชาติอิสราเอล โดนจำกัดสิทธิ์หลายอย่างเหลือเกิน ⛓️
"ชาวยิวเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุโรป (Holocaust) แต่ชาวปาเลสไตน์กลับต้องมารับผิดชอบผลกระทบนั้นผ่านการถูกขับไล่ออกจากดินแดนเพื่อสร้างรัฐอิสราเอล"
ทั้งๆที่การกระทำพวกนี้เข้าข่ายการก่อการร้าย แต่ไม่มีสื่อหรือใครกล้าลุกขึ้นมาเรียกร้อง
นั่นเพราะกลุ่มชนชาวยิวเหล่านี้คือเจ้าของความบันเทิงทั้งหมดที่เราเสพกันอยู่ในปัจจุบัน มีกลุ่มทุนคุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ Hollywood เกือบทุกบริษัท (เช่น Warner)
น่าแปลกไหมครับ ประเทศที่บอกว่ามีเสรีภาพที่สุด แต่ไม่กล้าแตะชาวยิว ไม่กล้า callout
เพราะพวกเขารู้ดีว่าอำนาจมืดเบื้องหลังคือใคร ⚫
ช่วงที่อเมริกาสู้กับคอมมิวนิสต์ ในขณะเดียวกันพวกอิสราเอลก็กดขี่ชาวปาเลสไตน์ไม่หยุดหย่อน
พวกเขาปิดบังความโหดร้ายของการแย่งชิงแผ่นดินปาเลสไตน์ และนำเสนอภาพชาวอาหรับให้เป็นผู้ร้ายมาโดยตลอด
ประวัติศาสตร์ความรุนแรงของสหรัฐอเมริกา
เรามาทำลายมายาคติของอเมริกากันก่อนครับ 👁️🗨️
อเมริกาไม่เคยหยุดฆ่าคน ตั้งแต่ปล่อยนิวเคลียร์ใส่ญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 🇯🇵
เป็นแบ็กให้นายพลเผด็จการในละตินอเมริกา
เขมรแดงสื่อพูดถึงเยอะ แต่ไม่เคยพูดถึงกรณีเดียวกันในอินโดนีเซีย Gestapu ปราบคอมมิวนิสต์ มี CIA อยู่เบื้องหลัง สังหารชาวอินโดเชื้อสายจีนไป หลักล้านคน ทั้งๆที่เกิดในทศวรรษใกล้ๆกัน 🇮🇩
ในจีนก่อนเหมาเจ๋อตงจะชนะ อเมริกาไปแบ็กเจียงไคเช็ก ฆ่าคอมมิวนิสต์ไปหลายคน 🇨🇳
ในประเทศมุสลิม แอลจีเรียพรรคอิสลามชนะเลือกตั้ง ยังไม่ทันเป็นรัฐบาล อเมริกาสนับสนุนพรรคชาตินิยมโค่นทันที 🇱🇾
เลวร้ายที่สุดคือสงครามเย็นในเวียดนาม คนเวียดนามเจออะไรบ้างในยุคนั้น ลองไปหาข้อมูลกันดูครับ 🇻🇳
ความจริงคือต้องโดนประนามเท่ากัน เราประนามคอมมิวนิสต์แล้ว ต้องประนามฝั่งอเมริกาด้วย 🇺🇸
"ใครที่เกลียดมุสลิมเพราะไม่ชอบเรื่องก่อการร้าย ลองตั้งคำถามตัวเองดูว่า เราเคยเข้าใจข้อเท็จจริงทางการเมืองเหล่านี้จริงๆไหม?"
ความหน้าไหว้หลังหลอกทั้งหมดนี้มันคืออะไรกัน ? 🎭
เหตุการณ์จาก "พันธมิตร" สู่ "ผู้ก่อการร้าย"
ฝั่งซาอุดิอาราเบียที่เห็นอิสราเอลกดขี่ชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด กษัตริย์ไฟซอลจึงมีนโยบายที่แข็งกร้าวกับอเมริกาที่ให้การสนับสนุนอิสราเอล และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดครับ
การต่อต้านสหรัฐฯในยุคกษัตริย์ไฟซอลและการถูกลอบสังหาร
กษัตริย์ไฟซอลได้เรียก Henry Kissinger รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯในขณะนั้น มาเข้าพบเพื่อหารือกัน ถ้าหากอเมริกายังสนับสนุนอิสราเอลอยู่ ซาอุฯจะออกมาตรการงดการส่งออกน้ำมัน
ซึ่งพระองค์ตัดสินใจทำจริง ทำให้เศรษฐกิจอเมริกาและทั่วโลกช่วงนั้นได้รับผลกระทบหมด
ในเวลาต่อมามีเครือญาติของกษัตริย์ไฟซอลกลับมาซาอุฯ โดยเครือญาติคนนี้อาศัยอยู่ที่อเมริกา และมีภรรยาเป็นคนในองค์กรของรัฐบาลสหรัฐฯด้วย
ท่านเชิญเขามาร่วมประชุมพบปะเครือญาติกัน แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ โดยญาติคนนี้ชักปืนออกมายิงใส่กษัตริย์ไฟซอลเสียชีวิต
ยุคหลังจากนั้นเป็นต้นมา ทำให้นโยบายของซาอุฯอ่อนลงและอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯมากขึ้น
โซเวียตบุกอัฟกานิสถานและความหวาดกลัวของสหรัฐฯ
หลังจากที่ซาอุฯมีท่าทีอ่อนลง รอบๆซาอุฯในตอนนั้นเต็มไปด้วยศัตรูของอเมริกา
- ที่อิหร่านโฆมัยนีปฏิวัติสำเร็จ 🇮🇷
- อิรัก มีซัดดัม ฮุซเซน 🇮🇶
- เยเมน มีกลุ่มสังคมนิยม 🇾🇪
- ซีเรีย มีตระกูลอัสซาด 🇸🇾
- ไปจนถึงอียิปต์ ลิเบีย อยู่ข้างโซเวียตหมด 🇪🇬 🇱🇾
จนมีเหตุการณ์ที่โซเวียตบุกอัฟกานิสถาน ทำให้อเมริกาเริ่มกลัว...
จริงๆแล้วอเมริกาไม่ได้ห่วงอัฟกานิสถานเลย แต่กลัวว่าอิทธิพลของคอมมิวนิสต์จะเข้ามาถึงซาอุฯ ซึ่งจะทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์เรื่องน้ำมัน
จึงเป็นที่มาของการที่อเมริกาทุ่มสุดตัว ซัพพอร์ตกลุ่ม มูญาฮีดีน ในอัฟกานิสถานเพื่อต่อสู้กับโซเวียต
การสร้างพันธมิตร : สหรัฐฯสนับสนุนมูญาฮีดีน
เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและภัยจากโซเวียต สหรัฐฯจัดหาอาวุธและส่งหน่วยงานไปฝึกทักษะการรบให้กลุ่มมูญาฮีดีนในอัฟกานิสถาน
"ติดอาวุธให้ชาวบ้านพร้อมรบ แต่ไม่กล้าส่งทหารไปรบเอง"
ช่วงเวลานี้สหรัฐฯไม่มีปัญหาอะไรเลยกับคำว่า ญิฮาด สนับสนุนการฟัตวาเรื่องญิฮาดเต็มที่ ให้โรงเรียนสอนศาสนาสอนเรื่องญิฮาดเยอะๆ
ไม่มีคำว่า "Terrorist"
สื่อของอเมริกาในยุคนั้นตีพิมพ์ยกย่องนักรบมุสลิม (รวมถึงอุซามะฮ์ บินลาดิน) ว่าเป็นฮีโร่และเป็น พันธมิตรที่ดี ในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำ
จุดแตกหักจากพันธมิตรกลายเป็น "ผู้ก่อการร้าย"
ก่อนจะเข้าเนื้อหาถัดไป มาทำความรู้จัก อุซามะฮ์ บินลาดิน คร่าวๆกันก่อนครับ
อุซามะฮ์ บินลาดิน ไม่ใช่คนจนไร้การศึกษา แต่เขามาจากครอบครัวที่รวยที่สุดในซาอุดิอาระเบีย
ตระกูลของเขาเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับชาติ (Saudi Binladin Group) ที่รับเหมาสร้างมัสยิดหะรอม
ในขณะที่พี่น้องคนอื่นใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อุซามะฮ์กลับเป็นคนที่ตั้งใจทำงานและช่วยธุรกิจของพ่อมาโดยตลอด
แต่จุดเปลี่ยนของเขาคือการได้ไปทำงานที่ปาเลสไตน์ จากเหตุการณ์ที่มัสยิดอัล-อักศอถูกเผา เขาเห็นสภาพการถูกกดขี่ของประชาชนกับตา
ภาพเหตุการณ์ในปาเลสไตน์ครั้งนั้นคือสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจว่า จะต้องล้างแค้นอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของอิสราเอลให้ได้
หลังจากนั้นเกิดสงครามในอัฟกานิสถาน อุซามะฮ์จึงเดินทางไปอัฟกานิสถานเพื่อช่วยชาวอัฟกันทำการญิฮาดกับโซเวียต
ผมขอขยายความคำว่า "ญิฮาด" แบบนี้ครับ
หลายคนและสื่อกระแสหลักมักจะแปลคำนี้ว่า สงครามศักดิ์สิทธิ์ (Holy War) ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปมากครับ ❌
รากศัพท์จริงๆ ของคำว่าญิฮาดแปลว่า "การดิ้นรนพยายาม หรือ การต่อสู้ในหนทางที่ถูกต้อง" ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าเรื่องของการจับอาวุธครับ โดยแบ่งหลักๆ ได้ดังนี้ :
ญิฮาดทางใจ : นี่คือญิฮาดที่สำคัญที่สุดครับ คือการดิ้นรนต่อสู้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำ กิเลส และความเห็นแก่ตัวของตัวเอง เพื่อขัดเกลาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น
ญิฮาดทางสังคม : การพยายามทำความดี ช่วยเหลือสังคม หรือแม้แต่การกล้าพูดความจริงเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม
ญิฮาดทางการทหาร : นี่คือส่วนที่ถูกนำไปบิดเบือนมากที่สุด การจับอาวุธในอิสลามจะอนุญาตให้ทำได้ก็ต่อเมื่อ "เพื่อป้องกันตัวจากการถูกรุกรานเท่านั้น" และมีกฎกติกาที่เข้มงวดสุดๆ เช่น ห้ามฆ่าสตรี เด็ก คนชรา นักบวชต่างศาสนา ไปจนถึงห้ามตัดไม้ทำลายป่า
ดังนั้น การนำคำว่า "ญิฮาด" ไปใช้เป็นข้ออ้างในการก่อการร้าย ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือระเบิดพลีชีพ จึงเป็นสิ่งที่ขัดแย้งและฝ่าฝืนหลักคำสอนของอิสลามครับ 🔴
(กลับมาที่ไทม์ไลน์ต่อจากหัวข้อที่แล้ว)
หลังสงครามจบ อุซามะฮ์ บินลาดิน ก็กลับมาที่ซาอุฯ แต่กลับไปเห็นว่ากษัตริย์ซาอุฯยอมให้สหรัฐฯเอากองทัพเข้ามาตั้งฐานในประเทศเพื่อรอรับมือกับสงครามอิรัก-คูเวต
(ช่วงนั้นซัดดัมจะบุกคูเวต เจ้าชายโดนยิงเสียชีวิต ซาอุฯเลยกลัว จึงให้อเมริกามาตั้งฐานทัพได้)
สำหรับอุซามะฮ์ที่มีความโกรธแค้นอเมริกาจากเหตุการณ์ในปาเลสไตน์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้เขา เกลียดอเมริกา
และตัดสินใจก่อตั้งกลุ่ม อัลกออิดะฮ์ ขึ้นเพื่อขับไล่อเมริกาออกไป ไม่อยากให้มายุ่งกับโลกมุสลิมอีก
สหรัฐฯ จึงเปลี่ยนป้ายกำกับเขาจาก พันธมิตรที่ดี ให้กลายเป็น ผู้ก่อการร้าย ในที่สุด 🎭
"ใครขัดผลประโยชน์ของอเมริกา โดนกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายหมด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองเข้าไปแทรกแซงได้ ทำแบบนี้ไปเยอะแล้วกับหลายประเทศ"
เหตุการณ์เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (9/11) ข้อสังเกต และความสูญเสียที่สื่อไม่นำเสนอ
เป็นที่ถกเถียงกันจนถึงปัจจุบันว่าจริงๆแล้วใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ทำไมตึกถึงถล่มลงมาในแนวดิ่ง ก็มีทฤษฎีสมคบคิดมากมาย
หลักฐานที่อุซามะฮ์ทำก็ไม่ชัดเจน มีคลิปที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอาหรับว่าไม่ได้ทำ แต่ก็โดนสื่อกระแสหลักลบออกไป มาโผล่อีกทีหลังเขาตายไปแล้ว
รัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานขอ หลักฐาน จากสหรัฐฯ เพื่อยืนยันว่าอุซามะฮ์ทำจริงหรือเปล่า ถ้าทำจริงจะส่งตัวให้
แต่สหรัฐฯ กลับปฏิเสธการให้หลักฐาน แต่เลือกใช้กำลังทหาร จับกุมผู้คนไปทรมานและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในคุกกวนตานาโม (Guantanamo)
บอกไว้ก่อนเลยครับว่าที่กล่าวมาทั้งหมด อิสลามไม่เห็นด้วยกับการระเบิดตึกและเราเห็นใจผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน
แต่สหรัฐฯ กลับใช้เหตุการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการเข้าไปทิ้งระเบิดและทำสงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก ทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปนับล้านคนตลอด 20 ปี
(รวมถึงอาชญากรรมสงครามที่ทหารสหรัฐฯ ทำต่อชาวอาหรับในคุกอะบูฆุร็อยบฺที่อิรักด้วย)
"แต่สื่อกลับไม่เคยให้น้ำหนักกับความตายระดับล้านคนนี้เลยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ 9/11"
นิยาม ประวัติศาสตร์ และสถิติของการก่อการร้าย
UN ได้นิยามการก่อการร้ายไว้ว่า :
"การปฏิบัติการที่ใช้ความรุนแรงให้คนรู้สึกกลัว และดึงดูดความสนใจของรัฐ เพื่อให้ปฏิบัติอะไรบางอย่างตรงกับความต้องการของตัวเอง เหตุการณ์เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นโดยที่ไม่ใช่รัฐบาลของรัฐชาติใด"
และตามประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกแล้วตรงกับนิยามนี้ เหตุการณ์ก่อการร้ายแรกของโลกไม่ได้มาจากมุสลิมครับ
ย้อนไปศตวรรษที่ 1 การก่อการร้ายครั้งแรก เกิดจากกลุ่มนักฆ่าชาวยิว Sicarii และ Zealots 🗡️
ในยุคการปกครองของโรมัน ยิวหลายคนรู้สึกไม่มั่นคง จึงรวมกลุ่มต่อต้าน มีการลอบสังหารเพื่อข่มขวัญรัฐบาล
และเหตุการณ์อื่นๆอีกมากมายทั้งจากคริสเตียน การปฏิวัติฝรั่งเศส และกลุ่มหัวรุนแรงในรัสเซีย
ระเบิดพลีชีพก็เช่นกัน เกิดขึันครั้งแรกจากรัสเซียในปี 1881 💣
โดย Ignaty Grinevitsky (อิกนาตี กรินวิตสกี) ผูกไดนาไมท์ไว้กับตัวเอง เพื่อจะสังหารพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2
ไปจนถึงการระเบิดพลีชีพครั้งใหญ่ของจักรวรรดิญี่ปุ่น จากการขับเครื่องบินกามิกาเซ่ โจมตีใส่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ในสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้มาจากอิสลามเลย
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐฆราวาสนิยมเต็มตัว นำโดยอดอล์ฟฮิตเลอร์ จากพรรคนาซี ต้นฉบับกลุ่มอเทวนิยมกลุ่มแรก ที่ฆ่าล้างกันอย่างรุนแรง
พวกคอมมิวนิสต์ และ Atheist State เหล่านี้ สังหารมนุษย์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน (นับแค่ฝั่งสังคมนิยมอย่างเดียว) 🪦
กลับกันสงครามครูเสด 200 กว่าปี เสียชีวิตไม่เกิน 2 ล้านคน
📊 จากหนังสือ WAR AND PEACE IN ISLAM สถิติผู้เสียชีวิตจากสงครามที่มีเหตุผลทางศาสนา ตั้งแต่ปีที่ 0-2008 อิสลามอยู่ในอันดับที่ 6 (31 ล้านคน) ซึ่งน้อยกว่าคริสเตียนและกลุ่มลัทธิต่อต้านพระเจ้าหลายเท่าตัว
การเหมารวมว่าอิสลามคือต้นเหตุความรุนแรงจึงเป็นตรรกะวิบัตินั่นเองครับ 🚨
รากเหง้าปัญหาจากลัทธิ "ล่าอาณานิคม"
การขีดเส้นแบ่งพรมแดนของชาติมหาอำนาจตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม พวกนี้เข้าไปแบ่งแยก ปกครอง บีบบังคับ ฉาบฉวยผลประโยชน์
แล้วทิ้งปัญหาความยากจนและการกดขี่ชนกลุ่มน้อยไว้ทั่วโลก ทำให้เกิดการจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลกลาง
ซึ่งแบบนี้เกิดกับทุกกลุ่มความเชื่อ ไม่ใช่อิสลามเพียงศาสนาเดียว (ยกตัวอย่างใกล้ตัวเรา เช่น พม่า ชายแดนใต้)
เพราะฉะนั้น ความรุนแรงส่วนใหญ่บนโลกนี้ไม่ได้มาจากอิสลาม ตัวละครหลักก็ไม่ใช่มุสลิมเลยครับ
แต่ที่พวกเขามองว่าอิสลามเป็นภัยถ้ามามีอำนาจในรัฐ เพราะมุสลิมมองอิสลามไม่ใช่แค่ศาสนา แต่เป็น Way of life เป็นอุดมการณ์ที่ดีที่สุด ☪️
พวกเขาเห็นว่าเหลือแต่อิสลามที่ยึดติดกับคำสอนมากกว่าศาสนาอื่น จึงเป็นภัยสำคัญที่สุดของพวกเขา ทุกวันนี้จึงไม่แปลกใจครับที่มุสลิมจะถูกโจมตีจากทุกทิศทาง
บทสรุป
เรื่องราวทั้งหมดให้ข้อคิดอะไรกับเราบ้าง ผมสรุปมาให้ตามนี้ครับ
รับข่าวสารให้รอบด้าน เราไม่ควรด่วนตัดสินสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลกผ่านสื่อกระแสหลักอย่างเดียว แต่ต้องสืบค้นที่มาและประวัติศาสตร์ทางการเมืองเบื้องหลังด้วย ✅
พฤติกรรมความรุนแรงของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ควรนำมาเป็นตัวแทนเพื่อตัดสินคนทั้งศาสนาหรือทั้งอุดมการณ์ ✅
ความรุนแรงที่ถูกทำให้ถูกกฎหมาย (ผ่านเครื่องแบบหรืออำนาจรัฐ) อาจโหดร้ายมากกว่าความรุนแรงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นการก่อการร้ายก็ได้ เราต้องวิพากษ์วิเคราะห์สถานการณ์ให้เป็น ไม่ใช่ตามแค่ว่าเขาเป็นรัฐบาล จะทำอะไรก็ถูกหมด ✅
บทความนี้น่าจะเป็นบทความยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยเรียบเรียงมา นั่งทำนานมากๆครับ เกือบ 2 วันได้ แต่สุดท้ายก็เสร็จด้วยดี 😂
ผมยังคงแนะนำให้ไปฟังบรรยายเต็มๆอีกครั้งนะครับ เพื่อข้อมูลและตัวอย่างเพิ่มเติมที่ผมไม่ได้ยกมา รวมถึงช่วง Q&A ท้ายบรรยายด้วย
หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่มาที่ไปได้ชัดเจน เข้าใจบริบทของอิสลามมากขึ้นนะครับ ❤️
สำหรับบทความอื่นๆ ฝากกดติดตามได้ที่บล็อกของผมครับ 👉🏼 rasheedz


Comments