ในโลกที่สื่อสังคมออนไลน์เป็นที่แพร่หลาย ทุกคนใช้กันเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ช่วยให้ชีวิตพวกเราสะดวกสบายมากขึ้น

แต่หารู้ไม่ว่านอกจากข้อดีที่เป็นประโยชน์แล้ว อีกด้านหนึ่งกลับแฝงไปด้วยสิ่งหะรอมที่อันตรายมากๆกับพี่น้องมุสลิม

ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูปอวดโฉมของบรรดาสตรี สื่อลามกที่เข้าถึงง่าย คอนเทนต์เต้นโชว์ร่างกายเพื่อเรียกยอดวิว 🔞

สิ่งเหล่านี้ได้แทรกซึมเข้ามายังหน้าจอของพวกเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 📲

โดยเนื้อหาในบทความนี้มาจากคลิป 7 Levels of Lust ( How Muslim Get Trapped )

แต่ละระดับมีความอันตรายร้ายแรงขนาดไหน มุสลิมเราตกไปสู่ความใคร่เหล่านี้ได้ยังไง เพื่อเป็นข้อเตือนสติ เตือนใจกับทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ 🖤


ระดับที่ 1 - การมองด้วยความไร้เดียงสา (The Innocent Glance)

เริ่มต้นด้วยการที่เราไม่ได้คิดอะไร ไถโทรศัพท์ไปเรื่อย เล่นโซเชียลในตอนกลางคืน

จนสะดุดตากับรูปผู้หญิงคนหนึ่งที่โพสต์โผล่มาในหน้าจอ เราเห็นว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาดี มีเสน่ห์

จากนั้นก็เริ่มหยุดดู เข้าไปส่องโปรไฟล์ เข้าไปไถดูรูปต่อ พอรู้ตัวอีกทีก็เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงแล้ว 🕙

หรือจะเป็นเหตุการณ์ในชีวิตจริง เราอยู่ในมหาลัยแล้วมีผู้หญิงเดินผ่านมา เราเริ่มละสายตาไม่ได้ หันไปมองเขาต่อ แม้ว่าจะเดินผ่านเราไปแล้ว

ช่วงนี้เราอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มันไปกระตุ้นสมองให้ปล่อยโดพามีน (สารแห่งความสุข) เวลาได้จ้องมองสตรีที่สวยงาม 🧠

เพราะในสมองไม่สนว่าฮาลาลหรือหะรอม สมองรู้แค่ว่า การมองคนมีเสน่ห์ สวย = ความสุข

ระดับนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่แฝงความอันตรายไว้

รายงานจาก ท่านบุร็อยดะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ) เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ﷺ ได้กล่าวแก่ท่านอะลีว่า :

يَا عَلِيُّ لاَ تُتْبِعِ النَّظْرَةَ النَّظْرَةَ فَإِنَّ لَكَ الأُولَى وَلَيْسَتْ لَكَ الآخِرَةُ

"โอ้ อะลีเอ๋ย ท่านอย่าให้การมอง (ครั้งที่สอง) ตามหลังการมอง (ครั้งแรก) เพราะแท้จริงแล้ว การมองครั้งแรกนั้นเป็นของท่าน แต่การมองครั้งหลังนั้นไม่ใช่ของท่าน"

อ้างอิง : สุนัน อะบีดาวูด หะดีษหมายเลข 2149

สถานะหะดีษ : หะซัน (ตรวจสอบโดย ชัยคฺ อัล-อัลบานีย์)

การเผลอมองเห็นสิ่งต้องห้ามในครั้งแรกด้วยความบังเอิญ (เช่น เอาเราะฮฺของเพศตรงข้าม) ถือว่าไม่เป็นบาป

แต่ถ้ารู้ตัวแล้วยังมองต่อ หันกลับไปมองซ้ำสอง ถือว่าไม่อนุญาตและเป็นบาปครับ

เราอาจคิดว่าแค่มองเฉยๆไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้คุย ไม่ได้สัมผัสกันตรงๆ ก็แค่ผู้หญิงเดินผ่าน

แต่การมองครั้งที่สอง สมองเราคิดไปแล้ว จากจุดนี้เองที่เรา เริ่มเปิดประตูให้ชัยฏอนเข้ามา และมันจะไม่หยุดเท่านี้ 🔴

ระดับที่ 2 - ขั้นแสวงหา (The Seeking Phase)

ต่อจากนี้มันไม่ได้มาจากฟีดโซเชียลเฉยๆแล้ว แต่เราเริ่มส่องแอคเคาท์ เริ่มใส่คำค้นหา รู้ช่วงเวลาที่เลื่อนฟีด

เช่น อยู่ในช่วงวันหยุด ตอนกลางคืน ตอนเริ่มมีอาการเบื่อๆหรือเครียด 💢

เราเริ่มตามโมเดล อินฟลูฯ นักฟิตเนสสวยๆ แล้วอ้างว่าติดตามพวกเขาเหล่านี้เพื่อแรงผลักดัน เพื่อการออกกำลังกาย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

แต่เจตนาจริงๆคือเพื่ออะไรกันแน่ ? เชื่อเถอะครับว่าลึกๆเรารู้ตัวเอง ⚠️

พอไถฟีดเข้าบ่อยๆจนติด เราเริ่มคิดว่ากิจกรรมแบบปกติไม่น่าสนใจอีกต่อไป เพราะไถฟีดเล่นได้ฟีลดีกว่าเยอะ

เราเอาเวลาไปไถฟีดโซเชียลมากกว่าการเข้าสังคม พูดคุยกับคนอื่น เพราะรู้สึกว่ามันดูน่าเบื่อ

ระบบรับรางวัลของสมองถูกฝึกให้จำ เวลารู้สึกแย่ เราจะรู้สึกดีขึ้นมาทันที เพราะเราชื่นชอบคอนเทนต์เหล่านี้

Bad day ก็ไถฟีด เครียดงานก็ไถฟีด นอนไม่หลับก็เปิดจอไถฟีดไปเรื่อยๆ จนลืมเวลา

เราใช้พฤติกรรมนี้เป็นช่องทางจัดการกับความเครียด โดยหลอกตัวเองว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ทั้งที่ในทางศาสนาถือว่าสายตากำลังทำบาปอยู่ (ซินาทางสายตา 👁️)

จนนานๆเข้าการดูอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว สมองเราอยากได้อีกและไต่ขึ้นไปอีกระดับ

ระดับที่ 3 - ขั้นจินตนาการ (The Fantasy Stage)

เราไม่ได้หยุดแค่ดู เวลาเห็นคนที่ชอบ เราเริ่มสร้างภาพในหัว สร้างสตอรี่ จินตนาการบทสนทนา สถานการณ์ที่เจอกัน วนเวียนอยู่ในหัวติดไปตลอด

คิดถึงแต่ผู้หญิงคนนั้นทั้งในช่วงก่อนนอน ระหว่างเรียน ไปจนถึงระหว่างละหมาด

ทั้งหมดมันไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่สร้างความผูกพันทางอารมณ์ขึ้นมา 💞

สมองสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับคนที่เขาไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ หรือคนที่เราไม่เคยคุยกันต่อหน้าด้วยเลย

สรุปง่ายๆว่า "เราเริ่มตกหลุมรักเขาในความคิด ในอุดมคติ ไม่ใช่ในโลกความเป็นจริง"

รายงานจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) จากท่านนบี ﷺ ท่านได้กล่าวว่า :

كُتِبَ عَلَى ابْنِ آدَمَ نَصِيبُهُ مِنَ الزِّنَى مُدْرِكٌ ذَلِكَ لاَ مَحَالَةَ فَالْعَيْنَانِ زِنَاهُمَا النَّظَرُ وَالأُذُنَانِ زِنَاهُمَا الاِسْتِمَاعُ وَاللِّسَانُ زِنَاهُ الْكَلاَمُ وَالْيَدُ زِنَاهَا الْبَطْشُ وَالرِّجْلُ زِنَاهَا الْخُطَا وَالْقَلْبُ يَهْوَى وَيَتَمَنَّى وَيُصَدِّقُ ذَلِكَ الْفَرْجُ وَيُكَذِّبُهُ

"ถูกบันทึกไว้แล้วสำหรับลูกหลานของอาดัม (มนุษย์) ถึงส่วนแบ่งของเขาในการทำผิดประเวณี (ซินา) ซึ่งเขาจะต้องประสบกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การทำซินาของดวงตา คือ การมอง (สิ่งต้องห้าม) การทำซินาของหู คือ การฟัง (สิ่งยั่วยุอารมณ์) การทำซินาของลิ้น คือ การพูดจา (เกี้ยวพาราสี) การทำซินาของมือ คือ การสัมผัสหรือไขว่คว้า การทำซินาของเท้า คือ การก้าวเดิน (ไปสู่สถานที่ทำผิด) และหัวใจนั้นจะถวิลหาและปรารถนา ซึ่งท้ายที่สุด อวัยวะเพศ จะเป็นตัวยืนยันสิ่งเหล่านั้น (ทำซินาจริง) หรือปฏิเสธมัน (ละเว้นจากการทำ)"

แหล่งอ้างอิง : เศาะฮีฮฺมุสลิม 2658a เล่มที่ 46 หะดีษที่ 33

บาปฐานผิดประเวณี (ซินา) ไม่ได้เกิดขึ้นแค่การร่วมเพศเท่านั้น แต่อวัยวะต่างๆสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของบาปได้

เรารู้สึกเหมือนไม่ผิด เพราะแค่คิดอยู่ในหัว แต่แท้จริงแล้วการมอง การฟัง หรือการสัมผัส ล้วนเป็นสะพานที่ทอดไปสู่การทำบาปใหญ่

ดังนั้นมุสลิมจึงควรระวังสำรวมอวัยวะต่างๆ เพื่อไม่ให้หัวใจเตลิดไปจนเกิดการทำบาปใหญ่ทางอวัยวะเพศ

ตอนนี้จินตนาการอย่างเดียวไม่พอ เราเริ่มอยากให้มันเป็นจริง

ระดับที่ 4 - ขั้นลุ่มหลงและหมกมุ่น (The Obsession Phase)

เราหยุดคิดถึงเขาไม่ได้ บวกกับบรรยากาศเหงาๆ ช่วงกลางคืนที่อยู่คนเดียว

เราเริ่มข้ามเส้น เริ่มส่ง DM Reply สตอรี่ แชทชวนคุยทักทาย เริ่มเกิดความรู้สึกเกินขอบเขตของศาสนา

ระดับนี้สมองหลั่งสารเคมีรุนแรงเหมือนการใช้ยาเสพติด ทำให้หลงรักภาพจินตนาการของอีกฝ่าย และมองข้ามความไม่เหมาะสมโดยอ้างว่า "เป็นแค่เพื่อนคุย"

จริงๆเรารู้ตัวเองดีว่าทักไปทำไม หัวใจเรารู้ดี 🖤

รายงานจาก ท่านอิบนุ อับบาส (เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา) จากท่านนบี ﷺ ได้กล่าวว่า :

لاَ يَخْلُوَنَّ رَجُلٌ بِامْرَأَةٍ إِلاَّ مَعَ ذِي مَحْرَمٍ

"ผู้ชายห้ามอยู่ตามลำพังกับผู้หญิง (ในที่รโหฐาน) เว้นแต่ว่านางจะมีมะฮฺรอม (ญาติชายที่ห้ามแต่งงานด้วย) อยู่ด้วยเท่านั้น"

แหล่งอ้างอิง : เศาะฮีฮฺ อัล-บุคอรีย์ หมายเลข 5233

เราคิดว่าเราอยู่ห่างกันนะ ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากันจริงๆซะหน่อย

แต่การอยู่ตามลำพังตอนกลางคืนในหน้าจอสองต่อสอง แน่นอนว่ามันสื่อไปในทางที่หะรอม ล้ำเส้น และพร้อมเลื่อนไปสู่อีกระดับ

ระดับที่ 5 - กับดักความสัมพันธ์ (The Relationship Trap)

ระดับนี้เราอยู่ในความสัมพันธ์หะรอมแบบเต็มรูปแบบแล้ว

เราอ้างว่าทั้งหมดเป็นการคุยทำความรู้จักกันเพื่อแต่งงาน แต่จริงๆคือการเดทเหมือนที่ต่างศาสนิกเขาทำกัน

เราเริ่มนัดเจอกันลับๆกับแฟน หลอกพ่อแม่ว่าจะออกไปทำธุระข้างนอก สร้างข้ออ้างต่างๆเพื่อให้ออกไปเจอกันได้

เราเริ่มใช้ชีวิตสองด้าน อยู่บ้านทำตัวเป็นลูกและเป็นมุสลิมที่ดี พออยู่ข้างนอกกลับเป็นอีกแบบ 🎭

ฝึกโกหกเป็นเรื่องปกติ หลอกลวงเป็นเรื่องง่าย ขอบเขตชายหญิงเริ่มพัง จากแค่คุยเป็นจับมือ จนเลยเถิดไปมากกว่านั้น

เวลาข้ามเส้นไปครั้งหนึ่งแล้ว เราคิดว่าจะห้ามใจตัวเองได้ แต่สุดท้ายก็มีอีกหลายเส้นที่เราข้ามไปเรื่อยๆ

"เพราะเมื่อเริ่มไปแล้วมันเลิกยาก" 🚨

Oxytocin ถูกปล่อยออกมาเยอะเวลาสัมผัสทางกาย ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นความรักจริงๆ รู้สึกว่าคนนี้ใช่

แต่ทั้งหมดมันคือปฏิกิริยาทางเคมี เป็นเพียงฮอร์โมนที่สร้างความผูกพันปลอมๆขึ้นมา

เมื่อความสัมพันธ์จบลง เราจะรู้สึกเจ็บมากๆ เพราะสมองหลั่งสารเหล่านี้ออกมาเยอะเกินไป

ในระดับนี้เรากำลังทำบาปใหญ่หรือเข้าไปใกล้เคียงกับมันแล้ว

อัลลอฮฺไม่ได้บอกว่าอย่าทำซินา แต่พระองค์บอกว่าอย่าเข้าใกล้ซินาตั้งแต่แรก เพราะการเข้าใกล้นำไปสู่การผิดพลาดและเผลอไปทำได้

ตอนนี้เรากำลังทำลายชีวิตการแต่งงานในอนาคตของตัวเอง แผลใจและปัญหาตรงนี้จะตามหลอกหลอนไปเรื่อยๆ

ส่วนที่แย่สุดๆ คือตอนนี้เราเริ่มออกห่างจากอัลลอฮฺมากแล้ว 💔

เรารู้สึกว่าละหมาดเป็นแค่การเคลื่อนไหว ไม่ได้นึกถึงอัลลอฮฺจริงๆ อัลกุรอานเป็นแค่เสียงธรรมดา หัวใจติดอยู่กับความสัมพันธ์หะรอม

และบางคนก็ไม่หยุดเพียงเท่านี้...

ระดับที่ 6 - ขั้นเสพติด (The Addiction Level)

มาถึงจุดนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก เราเริ่มเข้าไปถึงสื่อลามก เกิดความอยากรู้อยากเห็น

ไม่ว่ามันจะมาจากเพื่อน บังเอิญเจอ หรือเราไปค้นหามันเอง แต่พอเราเห็นมันแล้วและเริ่มเสพติด สมองก็จะแย่ลง

สื่อลามกคือหนึ่งในสารเสพติดที่ร้ายแรงที่สุดในโลกรองลงมาจากบรรดายาเสพติด

มันปล่อยโดพามีนออกมาเยอะกว่าสิ่งอื่นๆ จนทำลายโครงสร้างสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ใช้ควบคุมการตัดสินใจ

เราพยายามเลิก ลบทุกอย่าง เตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺ ร้องไห้ในระหว่างสุญูด

เราสัญญาว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่กี่วันผ่านไปเราก็กลับไปลูปเดิม ไม่มีที่สิ้นสุด

ดูไปเรื่อยๆ ➡️ เกลียดตัวเอง ➡️ ลบประวัติทุกอย่าง ➡️ สัญญาว่าจะไม่กลับไปทำอีก หลังจากรู้สึกดีได้ไม่กี่วัน ความอยากก็กลับมาอีกครั้ง 🔄

และมันรุนแรงกว่าเดิม...

จากดูในพื้นที่ส่วนตัว เริ่มลามไปที่ทำงาน ห้องน้ำ ในที่สาธารณะ เราเริ่มเกลียดตัวตนที่เป็นตอนนี้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะหยุดยังไง

ราวกับว่าเราเป็นทาสของมันไปแล้วในระดับนี้ ⛓️

และยังมีจุดที่เลวร้ายที่สุดรออยู่ในระดับสุดท้าย 🔴

ระดับที่ 7 - ทาสตัณหาอย่างสมบูรณ์ (The Complete Slave)

เป็นจุดต่ำสุด ชีวิตล้อมรอบไปด้วยความใคร่ เราก้าวไปสู่การทำซินาจริงๆ

อาจเป็นความสัมพันธ์หะรอมระยะยาว ใกล้ชิดทางกายกันเต็มที่ หรือเริ่มใช้แอปหาคู่ ล่วงล้ำสู่วัฒนธรรมของพวกเสรีนิยม เช่น ONS FWB หล่อหลอมจนกลายเป็นตัวตนของคุณไปแล้ว 👤

ข้ามเส้น ข้ามขอบเขตทุกอย่าง ไม่มีความละอาย ออกห่างจากอิสลามมากขึ้นทุกที จนเหลือแค่ชื่อเท่านั้นที่เป็นมุสลิม

ข้างนอกเราอาจจะไปพบปะญาติพี่น้อง แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความหมกมุ่น หัวใจถูกปิด จนจำไม่ได้แล้วว่า "ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดระหว่างตัวเองกับอัลลอฮฺคือเมื่อไหร่"

อนาคตถูกทำลาย โอกาสในการแต่งงานอย่างบริสุทธิ์ใจหายไปแล้ว

แม้ว่าเราอาจจะได้แต่งงานกับคนที่ดี แต่บาดแผลเหล่านี้จะตามมาทำลายความสัมพันธ์ ตามหลอกหลอนเราตลอดไป

เราใช้เวลาหลายปีในการเยียวยาความเสียหายทั้งหมด ลองย้อนไปดูที่ระดับแรก เริ่มจากการเห็นฟีดของคนแปลกหน้าในโซเชียล จนส่งผลมาจบลงที่ระดับนี้ มันเกิดขึ้นได้จริงๆครับ 💔

บทสรุป

พวกคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ลองซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วพิจารณาดูเถิดครับว่าเราหลงไปจนถึงระดับไหนแล้ว

ไม่ใช่แค่เฉพาะมุสลิมีนที่ต้องลดสายตาลงต่ำ มุสลิมะฮฺก็ต้องปกปิดตัวเองให้มิดชิดด้วยเช่นกัน ทำควบคู่กันไปทั้งชายและหญิง ♂️♀️

การป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดก่อนที่จะพลาดมาอยู่ในระดับที่ 7 นี้ คือ "การตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"

เช่น unfollow แอคเคาท์ที่กระตุ้นเราให้หมด คบหาพูดคุยกับเพื่อนดีๆ เข้าญะมาอะฮฺบ่อยๆ ☪️

เริ่มฝึกใช้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) รู้ทันอารมณ์ เวลามีความอยากเข้ามา อยากดูสื่อลามก สิ่งเย้ายวนใจ ต้องใช้ควบคุมตัวเองให้ได้

ถ้าไม่ถูกใช้เลย สมองส่วนสัญชาตญาณจะทำงานควบคุมเราแทน ทำให้เราไหลไปตามแรงกระตุ้นได้ง่าย สิ่งสำคัญคือ "เราต้องรู้ตัวและมีสติอยู่ตลอดเวลาครับ"

เราต้องคิดไว้เสมอว่า

"อัลลอฮฺทรงเห็นและมองดูเราอยู่ทุกการกระทำ และทุกการกระทำจะต้องถูกสอบสวน"

จำตรงนี้ให้ขึ้นใจครับ

การแลกความสุขนิรันดร์ในอาคิเราะฮฺกับความสุขชั่วครู่ในดุนยา มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย


ผมเตือนทุกคนไว้เท่านี้ครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนกลับมาเตาบะฮฺตัวและเลิกสิ่งเหล่านี้อย่างเด็ดขาดได้ในสักวัน หมั่นขอดุอาอฺควบคู่ไปด้วย

ขอให้พระองค์ช่วยเหลือตัวผมเองและพี่น้องทุกคนให้ออกห่างไกลจากสิ่งหะรอมเหล่านี้ครับ 🤍

ก่อนจากกัน ฝากกดติดตามบล็อกของผมและบทความอื่นๆด้วยนะครับ 👉🏼 rasheedz

แล้วเจอกันใหม่ในบทความถัดไป 🔜

ภาพวาดเชิงสัญลักษณ์ : ผู้ชายหันหลัง นั่งคุกเข่ายกมือขอดุอาอฺในมัสยิด