Suddenly Talented: How To Overcome The Struggle Of Learning by Sean D'Souza หนังสือที่อยากแนะนำให้อ่านสำหรับปี 2026

ระดับความสามารถที่เรียกว่า "เก่งพอตัว" หรือ Doable greatness รวมถึงมุมมองการมีพื้นที่ปลอดภัย เพิ้อยอมรับและเตรียมความพร้อมรับมือกับความยาก ในขณะเรียนรู้ แล้วก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความสงสัยในตัวเอง ช่วงเวลาแห่งการดิ้นรนนั้นไปให้ได้
How to overcome the struggle of learning - Sean D'Souza
ขอเริ่มเกริ่นอย่างเล็กหน่อย คือ เรามีโอกาสได้เจอคุณ Sean ใน class ที่พี่ทอย DataRockie เชิญคุณ Sean มาพูดคุยเรื่อง Brain audit รวมถึงเปิดตัวหนังสือ The brain audit ด้วย แนวคิดและมุมมองที่น่าสนใจ เลยทำให้เรา Search หาเรื่องราวของนักเขียนท่านนี้อย่างจริงจัง บวกกับเพื่อนๆที่แนะนำให้อ่านหนังสืออีกเล่ม แบบต้องอ่านให้ได้คือ Suddenly Talented ช่วงนั้นตามหาอยู่นานมากกกก แต่ก็ไม่ได้สักที
จนสำนักพิม We Learn ทำฉบับแปลไทยออกมาขายในงานหนังสือ เราเลยพุ่งตัวไปซื้ออย่างรวดเร็ว แต่มี Online แล้วนะ สั่งได้ พิกัดจ้า : Suddenly Talented for sales 📌
และแล้ว มุมมองพร้อมกับการเปิดโลกใบใหม่ ก็เริ่มต้นขึ้น 🌎
🧩 อยากทักษะเพิ่มเติมต้องมีพรสวรรค์ก่อน จริงไหม ?
เรามักจะถูกปลูกฝังกันมาแต่เนิ่นนานว่า ถ้าเราอยากพัฒนาอะไรจะต้องมีความถนัดและต้องมีพรสวรรค์ในเรื่องนั้นๆ ด้วย แต่ใครกันนะที่นิยามเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา เพื่อตีกรอบความคิดให้พวกเรา ในโลกที่มีความผิดพลาดมากมายเต็มไปหมด การที่เราสามารถลดจำนวนความผิดพลาดเหล่านั้นได้ ด้วยความสามารถที่พัฒนามาจนถึงจุดคงที่ต่างหาก ที่ถูกเรียกว่า ... "พรสวรรค์"....
ฉะนั้นการที่เราอยากเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ มันก็คือภาระกิจที่เราต้องเริ่มจากการลงมือทำ และตามล่าหาข้อผิดพลาด การลดจำนวนของมันลงได้ นั้นก็คือพรสวรรค์แล้ว
ข้อผิดพลาดคือ แหล่งการเรียรู้ขนาดใหญ่ หากเราใช้มันอย่างถูกวิธี ผลตอบแทนจากการเรียนรู้ครั้งนี้จะทำให้เราพัฒนา และโตเติบขึ้น จนก้าวข้ามประโยคที่ว่า "เรื่องทักษะเป็นเรื่องของความถนัด" ไปเลย

🧩 อยากมีทักษะต้องไม่ตั้งเป้าไปที่ ทักษะ เลยโดยตรง
เริ่มต้นสู่ทักษะ ด้วยแนวคิด 3 ตัวอักษร ECS
🚀 Energy
🚀 Confidence
🚀 Skill
💡Energy
ทุกคนจะเห็นว่ากว่าจะไปถึง step ของ skill มันเริ่มต้นด้วย E-Energy หรือ พลังงานก่อนเป็นลำดับแรก พลังงานในที่นี้เราของมองว่ามันคือพลังงานชีวิต ของพวกเราแล้วกัน ไม่จะเป็นแรงกาย แรงใจ ล้วนเป็นพลังงานทั้งสิ้น
การเริ่มต้นสร้างสิ่งใดก็แล้วแต่ ควรเริ่มด้วยพลังงานที่ดี แล้วก้าวด้วยพลังงานเท่าที่จำเป็น หากสิ่งไหนใช้พลังงานเรามากเกินความจำเป็น สังเกตุได้ง่ายๆ เลยว่า โอกาสเกิดความล้มเหลว หรือความโกลาหล มันจะอยู่ใน เปอร์เซนต์ที่สูงเสมอ และส่งผลให้เราอยากล้มเลิกความตั้งใจนั้นในที่สุด
🐾แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าพลังงานแบบไหนเรียกว่าพอดี เมื่อเรารู้สึกว่า "แล้วอะไรต่อ" (What's next) นี่แหละจุดที่จะบอกว่าได้เราว่าอยากทำสิ่งๆ นั่นต่อไปมั้ย การมองหาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อในเรื่องนั้นๆ เป็นสัญญาณที่บอกได้ว่า พลังงานที่เราใช้กำลังพอดีกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ความรู้สึกว่า แล้วไงต่อ มันจะทำให้เราก้าวเข้าสู่วงการการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ บนขอบเขตการจัดการพลังงานที่พอดี
นำไปสู่การสร้างความมั่นใจให้การเดินทางไปต่อของตัวเราเอง
.."ไอ่เรามันก็ทำได้นิหว่า✌️ "
💡Confidence
พลังงานที่ดีจะถูกส่งต่อมายังความมันใจที่พร้อมจะพัฒนาการเรียนรู้ หรือการลงมือทำสิ่งเหล่านั้นไปเรื่อยๆ แต่ แต่ แต่ ไอ่เจ้าความมั่นใจ เนี่ยอ่อนไหว และหล่นหายง่ายมากเลย โดยเฉพาะภาวะที่เราหลุดออกจากพื้นที่ปลอดภัยของเรา
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มันคือการก้าวขาออกจาก safe zone ไปสู่พื้นที่ ที่เราไม่รู้จัก ทักษะความสามารถที่เรามีก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้ในพิ้นที่แห่งใหม่ ความมั่นใจของเราจึงเริ่มสั่นคลอน เกิดภาวะการตั้งคำถามในตัวเอง คิดอะไรไม่ออก
แต่ความจริงแล้วคือ ..... เฮ้ย แก !! ได้ที่ได้ชื่อว่าเรื่องใหม่ มันก็ต้องยากอยู่แล้วมั้ยนะในช่วงแรก นี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่า มันยากจริง และเรากำลังจะก้ามข้ามมันไปให้ได้
🐾ให้พื้นที่ปลอดภัยช่วยรักษาความมั่นใจ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย คือ การเตรียมตัวรับความยากลำบาก และสิ่งที่ไม่คาดคิดที่เราต้องเผชิญระหว่างการเรียนรู้ เพื่อเตือนตัวเองเสมอว่า นั่นคือส่วนหนึ่งของ process นั่นคือความยาก ไม่ได้แปลว่าเราห่วยแตก หรือ ทำไม่ได้ แล้วเราก็กำลังพยายามก้ามข้ามขีดจำกัดเหล่านั้นอยู่
เริ่มจากการให้ความสำคัญกับสภาแวดล้อม และการเรียนรู้ที่มาจากความรู้สึกของความก้าวหน้ามากกว่าให้มันเป็น ภาระหน้าที่ ที่ต้องทำ
😵💫 ยอมรับว่า "คือมันยากจริงโว้ยย ไม่ใช่เราทำไม่ได้ ตอนนี้เรา level 1 จะไปตี Boss เลยก็ไม่ไหว จริงมั้ย ฉะนั้น ความยากมีไว้ให้เรียนรู้และก้าวข้าม ไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้"
ขณะเรียนรู้ เราต้องผ่านช่วงของการดิ้นรนเป็นลำดับขั้น -Sean-
📌 การที่ไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า หรือมีสัญญาณแจ้งเตือนว่าช่วงไหนจะยาก มันเลยทำให้เราหลุดออกจากพื้นที่ปลอดภัยได้ง่าย การขาดหายของพื้นที่ปลอดภัยนี้แหละ คือช่วงที่เราจะเกิดความสังสัยในตัวเอง และ Give up ได้ง่าย ฉะนั้น เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับสภาวะความยาก หรือ ช่วงเวลาที่ต้องดิ้นรน ให้ยอมรับก่อนว่ามันยาก เราไม่ได้เก่งไม่พอ หรือ ห่วยแตก แต่เรากำลังพยายามเรียนรู้ และก้าวข้ามมันอยู่
💡Skill
เมื่อเราเติม Energy + Confidence มากันแล้ว นี่คือความพร้อมที่จะเข้าสู่การฝึกทักษะ เพราะการที่เรามีพลังงานที่ดี พร้อมกำลังใจที่ด ไม่ว่าะเป็นการเรียนรู้สุดโหด หรือ ภาระกิจการตามล่าหาข้อผิดพลาดแบบไหนมันก็ดูเหมือนจะทำได้ไม่ยากแล้ว
บวกเข้ากับการฝึกฝนทักษะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถดึงทักษะที่เราได้เรียนรู้มา ใช้แก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องก้าวไปให้ถึงจุด ที่ต้องเรียนตัวเองว่าอัจฉริยะก็ได้ แต่มันคือการที่เราบอกได้แล้วว่านี่แหละ คือ ความ "เก่งพอตัว" แล้ว
ขอแค่เราเข้าใจในกระบวนการ และสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ รวมไปถึงการยอมรับว่าความยากเป็นส่วนหนึ่งของ process แล้วเราไม่ได้เก่งไม่พอที่จะทำมัน และข้อผิดพลาดไม่จำเป็นต้องเกิดจากเราเสมอไป เพราะเราเองก็สามารถที่จะเรียนรู้ ปรับปรุง จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้อื่นได้เช่นกัน
เหมือนคำที่มีคนกล่าวไว้ว่า "ตัวอย่างก็มีให้เห็น" 555 + 😆
ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนถึง 10,000 ชั่วโมง เพื่อเป็นอัจฉริยะ แค่เราสามารถผสมผสานเรื่องราว และทักษะที่เราได้เรียนรู้ แล้วสามารถดึงความสามารถเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างเต็มที่ก็เพียงพอแล้ว
เพราะพวกเรา "เก่งพอตัว"
ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางของตัวเองนะคะ 🖤

Comments