เป็นเหมือนกันมั้ยคะ ที่รู้สึกว่าชอบเขียนด้วยมือมากกว่าการพิมพ์ ชอบความรู้สึกการได้จับปากกา เขียนลงบนกระดาษ ขนาด Tablet ยังใช้ paper screen เลย 😄
จากความชอบ ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเราได้อย่างไม่รู้ตัว จากคลิป video 14 นาทีนิดๆ ชื่อ How handwriting benefits your brain | Neuropsychologist Dr. Audrey van der Meer จาก ช่อง reMarkable บน YouTube ได้เชิญ Dr. Audrey van der Meer นักประสาวิทยา หรือ Neuropsychologist ชาว Norway มาพูดถึงประโยชน์จากการลงมือเขียนด้วยมือ ดีต่อการจดจำของเราอย่างไร
🧩 Handwriting vs Typewriting จากการค้นคว้าเรื่อง Hand writing กับสมอง โดยทำการเปรียบเทียบพฤติกรรมของสมอง ระหว่าง การเขียนด้วยมือ กับ การพิมพ์ พบว่าไอ่เจ้าสมองของเราเนี่ย จะทำงานและจดจำได้ดีกว่าจากการเขียน หรือวาดภาพด้วยมือ ✍️
การเขียนด้วยมือจะทำให้สองของเรามองภาพจำได้ชัดขึ้น และเกิดทางทำงานระหว่างร่างกายของเรา ที่มีการขยับกล้ามเนื้อของข้อมือและสมองไปพร้อมๆกัน เป็นการกระตุ้นการทำงานของทั้งสองอย่างทำให้ร่างกายตื่นตัวเลยจดจำได้ดีขึ้น
เนื่องจากการพิมด้วย Keyboard สมองเราจะรับรู้เพียงว่ามันคือการเคลื่อนไหวของนิ้วมือเท่านั้น กว่าจะรู้สึกว่าต้องจดจำอะไร ก็อาจจะ Delay ไปสักหน่อย (ถึงว่าพิมพ์ Blog อยู่ตอนนี้จำไรไม่ได้เลย เย้ยยย 🤣)
ซึ่งจะแตกต่างจากการเขียนด้วยมือตรงที่ว่า การเขียนด้วยมือมันจะมี Movement ที่มันซับซ้อนมากกว่า เลยจะทำให้มันดึงศักยภาพการทำงานของเจ้าสมองของเราออกมาได้มากกว่า (ชอบความซับซ้อนก็ไม่บอกนะ เตงงง😵💫 )
💡 สิ่งที่ฟังดูแล้วน่าสนใจก็คือ การเขียนหรือวาดรูปด้วยมือ ไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนลงกระดาษหรือสมุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเขียนลงบนหน้าจอก็ได้เช่นกัน

จากงานวิจัยของ Dr. Audrey พบว่าสมองทุกส่วนของเราจะ Active มากเมื่อเรามีการขีดเขียน ซึ่งจะส่งผลให้กับการจดจำของเราดีขึ้นตามไปด้วย
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ว่า Handwriting ส่งผลต่อการจดจำ และมีประสิทธิภาพคือ การเรียนภาษา ไม่จะเป็น ภาษาที่สอง สาม สี่ ห้า การที่เราเขียนคำศัพท์ หรือ ประโยคอะไรก็ตามลงสมุด เราจะจดจำสิ่งเหล่านั้นได้ง่ายมากกว่าการอ่านผ่านตาไปเรื่อยๆ
Adjust your small habit to make big impact.
🧩 Journaling for health brain สำหรับใครที่รู้ว่ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนอะไร สิ่งที่เราอยากแนะนำก็คือการทำ Journal เขียนด้วยมืออย่างน้อย 15-20 นาที ต่อวัน เพื่อ connect สมองและร่างกายของเราให้งานทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาทั้งความจำ การคิดวิเคราะห์ และ ปรับ emotion เพราะการทำ Journaling ถือเป็นพูดคุยกับตัวเอง และได้ทำความเข้าใจกับตัวเองมากขึ้นด้วย
เพราะการได้พูดคุยกับตัวเองเหมือนการได้ฝึกคิดจากสิ่งที่เราไม่เคยมองภาพออกเลย เรื่องนี้อาจจะช่วยให้เราแก้ปัญหาที่ติดค้างได้ดีขึ้นด้วย
ส่วนที่อยากแนะนำจากการเขียนมากเลยคือ การทำ Dump journal การเขียนทิ้ง เป็นการเคลียสมองก่อนนอนได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ยิ่งสำหรับใครที่นอนไม่หลับแล้วละก็มันยังช่วยให้เรื่องต่างๆ ที่ติดอยู่ในหัวถูกทิ้งออกไป แต่ข้อแม้คือ อย่ากลับไปอ่านมันเด็ดขาด เขียนทิ้งที่แปลว่าทิ้งจริงๆ นะจ๊ะ 😆
🧩 What’s I get from hand writing จากที่เป็นคนชอบเขียนด้วยมืออยู่แล้ว และก็เอาทดลองใช้กับการเรียนภาษาของตัวเอง Hand writing + Focus ผลลัพธ์ได้ออกมาเป็นไปในทิสทางที่ดีเลยที่เดียว
ไม่ว่าจะเป็นการจำศัพท์ได้มากขึ้น การเข้าใจโครงสร้างทางภาษาได้เร็วขึ้น ส่วนตัวกำลังเรียนภาษาที่ 3 อยู่ การเขียนออกมาลงบนกระดาษมันช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนประโยค หรือการทำ mind mapping ยิ่งใช้ดินสอสีๆ ยิ่งสนุกไปอีก นอกจากจะช่วยให้เเราจำง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราเห็นสิ่งสำคัญใน context นั้นๆ ง่ายขึ้นด้วย
รวมไปถึงทำให้เราตัวเองมีสมาธิมากขึ้นด้วย เพราะการจดจ่อของเราจะมุ่งอยุ่กับกระดาษนั้นเพียงอย่างเดียว ไม่มี notification ให้กวนใจ หรือไม่มีแสงจากหน้าจอที่ทำให้ตาของเรารู้สึกล้า
การที่ได้จดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่าง นอกจากจะทำให้สมาธิเราดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เรา focus กับเรื่องที่ทำอยู่ได้ดียิ่งขึ้นด้วย อย่างเช่น ตอนทำงานมันก็จะไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตอนอ่านหนังสือมัน focus ได้มากขึ้น
เข้าใจได้ว่าโลกปัจจุบันการพิมพ์บนคีย์บอร์ด อาจจะรวดเร็วแล้วสะดวกกว่าก็จริง แต่การที่ทำให้ชีวิตช้าลงบ้าง น่าเบื่อบ้าง มันอาจจะทำให้เราได้หยุดคิด และให้เวลากับบางเรื่องอย่างไม่รีบร้อน อาจจะทำให้เราเจอคำตอบ หรือ แนวทางให้การจัดการเรื่องนั้นๆ ได้ดีขึ้นก็ได้
ขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ
ใครชอบเขียนด้วยมือเหมือนกัน มาแชร์กันได้น้าาา 🖤

Comments